เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 28238 อาหารการกินใน "บ้านเล็ก" (3) ตอน เด็กชายชาวนา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 11:31

He felt very comfortable inside. Slowly he ate a large piece of pumpkin pie.
หลังจากกินเข้าไปจนอิ่มแล้ว ก็มาถึงของหวานรายการท้าย คือพายผลไม้  ในที่นี้แม่ทำพายฟักทองมาวางบนโต๊ะ  ลูกชายขนาดอิ่มแล้วยังกินเข้าไปอีกชิ้นใหญ่
ขนมพายที่แม่ทำให้พ่อ แม่ ลูกๆ 4 คน และครูที่มาค้างอยู่ด้วยในบ้าน  น่าจะเป็นพายฟักทองขนาดมหึมาทีเดียว   แล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นสามเหลี่ยม ให้หยิบกินกันคนละชิ้นหรืออาจจะสองชิ้นก็ได้ถ้ามีเหลือพอ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 11:37


สำหรับอาหารที่ตัวเองรู้สึกว่าเป็่นสัญลักษณ์ของแอลแมนโซ คือแพนเค้กที่วางซ้อนเป็นตั้ง ๆ ราดไซรัปจนชุ่ม แอลแมนโซคงทำแพนเค้กเก่งเป็นพิเศษนะคะ เพราะเห็นแสดงฝีมือในตอนฤดูหนาวอันแสนนานด้วย

รอยัลพี่ชายแอลแมนโซยอมรับว่าแม้แต่แม่ก็ยังสู้แอลแมนโซไม่ได้เรื่องทำแพนเค้ก     ในสมัยนั้นเขากินแพนเค้กกันทีละหลายสิบแผ่น  เพราะตั้งหนึ่งมี 10 แผ่น   เป็นอาหารพิเศษกินกันในวันอาทิตย์      ลูกๆกินกันคนละหลายๆตั้ง   มีเนยป้ายและราดน้ำเชื่อมทำจากน้ำตาลเมเปิ้ล เรียกว่าเมเปิ้ลไซรัป จนชุ่ม
เคยลองกิน  ทั้งมันทั้งหวาน  คนที่ชอบกะปิน้ำพริกปลาทู กินเข้าไปแผ่นเดียวก็อาจจะเลี่ยนจนหยุดแค่นั้น


บันทึกการเข้า
ปรุงใจ
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 13:59

การดื่มน้ำชาเป็นอีกเรื่องที่สงสัยมานานค่ะ มีอยู่ตอนหนึ่งที่พี่สาวคนโตของแอลแมนโซ ที่ชื่ออิไลซา เจน เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนกุลสตรีอะไรสักอย่าง แล้วมาบอกให้พ่อเปลี่ยนการดื่มน้ำชาจากจานรองถ้วยเป็นดื่มจากถ้วยแทน แสดงว่าคนยุคบุกเบิกดื่มน้ำชาจากจานรองถ้วยหรือคะ การดื่มจากถ้วยน้ำชาเพิ่งมานิยมในสมัยหลัง ๆ หรือคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 14:32

การดื่มชาจากจานรองเป็นธรรมเนียมที่ทำกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ค่ะ  ดื่มกันเป็นของธรรมดาสมัยวิคตอเรียน   ธรรมเนียมนี้มาจากยุโรปในหลายๆประเทศรวมทั้งอังกฤษด้วย    ดิฉันก็ไม่ทราบว่าบรรพบุรุษของแอลแมนโซมาจากประเทศไหน   แต่น่าจะมาจากอังกฤษเพราะแอลแมนโซเล่าว่าชื่อเขามาจากบรรพบุรุษที่ไปรบในสงครามครูเสด (ในยุคกลางของยุโรป) แล้วมีชายชาวอาหรับมาช่วยชีวิตไว้    จึงถือเป็นประเพณีว่าทุกชั่วคนจะต้องมีคนในสกุลไวลเดอร์ชื่อแอลแมนโซ  เพี้ยนจากภาษาอาหรับว่า อัล มันซู
ว่ากันว่าเมื่อชาเดินทางจากจีนไปยุโรปนั้น  เพื่อให้น้ำชาเย็นเร็วๆ  คนอังกฤษเทลงในถ้วยรอง  ซึ่งเป็นจานก้นลึกคล้ายๆถ้วยจีน    ต่อมาก็พัฒนาเป็นจานรองแบบที่ใช้กันมาจนทุกวันนี้    ความกว้างของจานรองทำให้ไอร้อนระเหยไปได้เร็ว    กลายเป็นธรรมเนียมดื่มกันเป็นปกติ  
จนปลายศตวรรษที่ 19   คนมีการศึกษาจึงยกเลิกการดื่มน้ำชาจากจาน กลับมาดื่มจากถ้วยโดยตรง


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 15:41


สำหรับอาหารที่ตัวเองรู้สึกว่าเป็่นสัญลักษณ์ของแอลแมนโซ คือแพนเค้กที่วางซ้อนเป็นตั้ง ๆ ราดไซรัปจนชุ่ม แอลแมนโซคงทำแพนเค้กเก่งเป็นพิเศษนะคะ เพราะเห็นแสดงฝีมือในตอนฤดูหนาวอันแสนนานด้วย

รอยัลพี่ชายแอลแมนโซยอมรับว่าแม้แต่แม่ก็ยังสู้แอลแมนโซไม่ได้เรื่องทำแพนเค้ก     ในสมัยนั้นเขากินแพนเค้กกันทีละหลายสิบแผ่น  เพราะตั้งหนึ่งมี 10 แผ่น   เป็นอาหารพิเศษกินกันในวันอาทิตย์      ลูกๆกินกันคนละหลายๆตั้ง   มีเนยป้ายและราดน้ำเชื่อมทำจากน้ำตาลเมเปิ้ล เรียกว่าเมเปิ้ลไซรัป จนชุ่ม
เคยลองกิน  ทั้งมันทั้งหวาน  คนที่ชอบกะปิน้ำพริกปลาทู กินเข้าไปแผ่นเดียวก็อาจจะเลี่ยนจนหยุดแค่นั้น

แพนเค้กรูปแรก เป็นเซรามิค กินเข้าไป ฟันร่วงหมดแน่ อิอิ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 15:44

การดื่มชาจากจานรองเป็นธรรมเนียมที่ทำกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ค่ะ  ดื่มกันเป็นของธรรมดาสมัยวิคตอเรียน   ธรรมเนียมนี้มาจากยุโรปในหลายๆประเทศรวมทั้งอังกฤษด้วย    ดิฉันก็ไม่ทราบว่าบรรพบุรุษของแอลแมนโซมาจากประเทศไหน   แต่น่าจะมาจากอังกฤษเพราะแอลแมนโซเล่าว่าชื่อเขามาจากบรรพบุรุษที่ไปรบในสงครามครูเสด (ในยุคกลางของยุโรป) แล้วมีชายชาวอาหรับมาช่วยชีวิตไว้    จึงถือเป็นประเพณีว่าทุกชั่วคนจะต้องมีคนในสกุลไวลเดอร์ชื่อแอลแมนโซ  เพี้ยนจากภาษาอาหรับว่า อัล มันซู
ว่ากันว่าเมื่อชาเดินทางจากจีนไปยุโรปนั้น  เพื่อให้น้ำชาเย็นเร็วๆ  คนอังกฤษเทลงในถ้วยรอง  ซึ่งเป็นจานก้นลึกคล้ายๆถ้วยจีน    ต่อมาก็พัฒนาเป็นจานรองแบบที่ใช้กันมาจนทุกวันนี้    ความกว้างของจานรองทำให้ไอร้อนระเหยไปได้เร็ว    กลายเป็นธรรมเนียมดื่มกันเป็นปกติ  
จนปลายศตวรรษที่ 19   คนมีการศึกษาจึงยกเลิกการดื่มน้ำชาจากจาน กลับมาดื่มจากถ้วยโดยตรง

คนอังกฤษมีรสนิยมในการดื่มชายามบ่าย เป็นการหรูหรามาก โถชาเป็นเครื่องเงินอย่างดี แก้วชาทำด้วยเซรามิกอย่างหรู บิสกิต สโคน เนย เสริฟมาบนถาดสูงซ้อนกันสามชั้น เป็นวัฒนธรรมการดื่มน้ำชาที่ฟู่ฟ่าหรูหรา
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3732


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 08 ธ.ค. 12, 19:42

เมื่อกว่า 15 ปีมาแล้ว รสนิยมการดื่มชาหรือกาแฟจากจานรองนี้ยังมีให้เห็นอยู่ในพม่า เห็นอยู่ได้ทั่วไปตลอดเส้นทางจากย่างกุ้งถึงมัณฑะเลย์  แต่ไม่เห็นในวงราชการและในกลุ่มคนที่พอจะมีฐานะ ไม่ทราบว่าเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใดแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 08 ธ.ค. 12, 20:22

เป็นความรู้ใหม่ค่ะว่าพม่ายังดื่มน้ำชาจากจานรอง    คงเป็นวัฒนธรรมที่รับมาเมื่ออังกฤษเข้าครอบครองพม่าตั้งแต่สมัยพระเจ้าสีป่อ ตรงกับรัชกาลที่ ๓ ของไทย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 08 ธ.ค. 12, 21:11

คนอังกฤษมีรสนิยมในการดื่มชายามบ่าย เป็นการหรูหรามาก โถชาเป็นเครื่องเงินอย่างดี แก้วชาทำด้วยเซรามิกอย่างหรู บิสกิต สโคน เนย เสริฟมาบนถาดสูงซ้อนกันสามชั้น เป็นวัฒนธรรมการดื่มน้ำชาที่ฟู่ฟ่าหรูหรา

นำรูปมาประกอบค่ะ
ชุดน้ำชาเงินสมัยวิคตอเรียน   ถ้วยชากระเบื้องอย่างดี  และขนมหวานที่กินกับน้ำชา    ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษ เพราะฉะนั้นชุดน้ำชา รวมผ้าปูโต๊ะ ลายกุหลาบจึงเป็นลายคลาสสิค


บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 02:13

ที่ยุโรปยังมีหลายประเทศที่ทำอยู่ครับ
เห็นคำถามคุณปรุงใจหลายวันแล้วแต่ผมไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงอย่างไรเลยรอท่านอื่นมาตอบก่อน ครั้งแรกเลยผมเจอที่เบลเยี่ยม ดื่มกาแฟกันระหว่างเวลาพักก่อนอาหารกลางวัน
อาจารย์ผมเองเพิ่งเกษียณปีที่แล้ว (65) เป็น ศ.ดร. แต่ไม่ได้ดื่มจากจานรองโดยตรงนะครับ พอดื่มกาแฟหมดก็เอาน้ำร้อนๆ เทบนจานรองแล้ววนๆ จากนั้นก็เทกลับใส่แก้วอีกที ดร.คนญี่ปุ่นที่ไปด้วยกันมองแบบตาไม่กระพริบ ฝรั่งประหยัดกันมากครับ น้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ยังมีที่ตัดเลยครับ แต่ดื่มจากจานนั้นสาเหตุหลักๆ น่าจะเป็นเพราะร้อนไม่อยากรอดังที่หลายท่านอธิบายด้านบน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 15:31

ร้านกาแฟที่ภูเก็ต(ชาวเมืองเรียกโกปี้)สมัยก่อนแถววงเวียนน้ำพุ เช้าๆชาวบ้านจะนิยมไปนั่งเพราะใกล้ตลาดสดเทศบาล โกจะรินกาแฟใส่ถ้วยแก้วที่มีจานกระเบื้องรองจนล้นปรี่ทั้งแก้วทั้งจานมาเสริฟ ถือว่าเป็นการแถม คนสั่งจะเอาแก้วออกก่อนแล้วค่อยๆบรรจงประคองจานขึ้นมาซดจนหมด หลังจากนั้นจะวางแก้วลงในจาน แล้วค่อยๆซดกาแฟจากแก้วต่อไป

ผมไม่ได้ไปภูเก็ตมานานนับสิบปีแล้ว ไม่ทราบว่าวัฒนธรรมนี้ยังอยู่หรือไม่อยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 19:14

ไม่เข้าใจวิธีกินจากจานจนแล้วจนรอดค่ะ  ว่ามันสะดวกง่ายดายตรงไหน
พอเข้าใจ  ว่าเทน้ำชาใส่จานมันอาจจะช่วยให้ไอร้อนระเหยได้เร็ว       แต่ลักษณะจานรองแบนๆ มันไม่เอื้อต่อเทน้ำชาเข้าปากเอาเสียเลย   
ถ้าไม่ประคับประคองให้ดี และไม่รู้วิธีเอียงจาน   ชาอาจจะไหลบ่าลงมาเป็นแผ่นแบบน้ำตก เทลงบนเสื้อและกางเกงแทนจะเข้าปาก  ผิดกับกินจากถ้วยก้นลึก น้ำชาไหลเข้าปากได้น้อยกว่า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 19:15

อินเดียก็มีธรรมเนียมดื่มชาจากจานรองเหมือนกันนะคะ     


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 19:29

ไม่เข้าใจวิธีกินจากจานจนแล้วจนรอดค่ะ  ว่ามันสะดวกง่ายดายตรงไหน
พอเข้าใจ  ว่าเทน้ำชาใส่จานมันอาจจะช่วยให้ไอร้อนระเหยได้เร็ว       แต่ลักษณะจานรองแบนๆ มันไม่เอื้อต่อเทน้ำชาเข้าปากเอาเสียเลย   
ถ้าไม่ประคับประคองให้ดี และไม่รู้วิธีเอียงจาน   ชาอาจจะไหลบ่าลงมาเป็นแผ่นแบบน้ำตก เทลงบนเสื้อและกางเกงแทนจะเข้าปาก  ผิดกับกินจากถ้วยก้นลึก น้ำชาไหลเข้าปากได้น้อยกว่า

ลองทำดูเลยครับ จะได้คำตอบว่า การเทเอียง ๆ ค่อย ๆ นำชาร้อน ๆ เข้าปากต้องทำด้วยความระวัง ค่อย ๆ ดูด และบางครั้งจะมีเสียงเพื่อเพิ่มอรรถรสในการซดชา เสียงกับอากาศจะไหลเข้าริมปาก ทำให้ชาหายจากความร้อนอีกด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30548

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 09 ธ.ค. 12, 20:22

ลองทำดูเลยครับ จะได้คำตอบว่า การเทเอียง ๆ ค่อย ๆ นำชาร้อน ๆ เข้าปากต้องทำด้วยความระวัง ค่อย ๆ ดูด และบางครั้งจะมีเสียงเพื่อเพิ่มอรรถรสในการซดชา เสียงกับอากาศจะไหลเข้าริมปาก ทำให้ชาหายจากความร้อนอีกด้วยครับ

เสียงซดชาดังเอื๊อกๆ รึเปล่าคะ   ยิ้มเท่ห์

นี่ ผู้ดีอังกฤษต้องกรีดนิ้วจับหูถ้วยชา  แล้วค่อยๆจิบอย่างแนบเนียน เงียบกริบแบบคุณป้าคนนี้   ขืนซดจากจานรองดังโฮก  (หรือจะเอื๊อก) ก็ตาม  จะต้องถูกมองลอดแว่นอีกหลายครั้ง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง