เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 29146 อาหารการกินใน "บ้านเล็ก" (3) ตอน เด็กชายชาวนา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 11:50

กระทู้นี้ต่อมาจากกระทู้  อาหารการกินใน "บ้านเล็ก" (2)
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=5439.msg116366;topicseen#msg116366
ตามคำขอของคุณ sirinawadee ที่ขอให้เล่าถึงอาหารการกินในบ้านเศรษฐีชนบท อย่างบ้านของพ่อแม่แอลแมนโซ พระเอกของลอร่า บ้าง

ในเรื่องนี้  พระเอกในวัยเด็กกินอยู่อุดมสมบูรณ์กว่านางเอกมาก    เพราะพ่อทำไร่ไถนาได้ผลดีอยู่ในเขตชนบทนอกเมืองมาโลน รัฐนิวยอร์ค   พ่อมีรายได้งามจากฝึกม้าไว้ขาย   เลี้ยงวัวและแกะ   ขายพืชผลจากไร่ และผลผลิตทางการเกษตรอย่างเนย   ครอบครัวจึงมีความเป็นอยู่สุขสบายเท่าที่เกษตรกรจะมีได้



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 14:07

ในบทแรกของเรื่องนี้ เปิดฉากเมื่อพระเอกของเรื่องอายุเกือบจะเก้าขวบ  เดินฝ่าความหนาวและหิมะไปโรงเรียนกับพี่ชายหนึ่งและพี่สาวอีกสอง      ที่โรงเรียนไม่มีอาหารให้กิน   เด็กๆต้องเอาอาหารกลางวันไปกินกันเอง   แม่ก็เลยจัดทำอาหารใส่กล่องไปให้ลูกๆไว้กินมื้อกลางวัน
Eliza Jane  opened the dinner-pail on her desk. It held bread-and-butter and sausage, doughnuts and apples,and four delicious apple-turnovers, their plump crusts filled with melting slices of apple and spicy brown juice.

อาหารที่เอาติดตัวไปกิน ล้วนเป็นชนิดไม่ต้องอุ่นบนเตา และไม่ใช่ของเหลวอย่างซุปที่จะหกง่าย   เป็นอาหารง่ายๆหยิบจากกล่องขึ้นมากินได้เลย มีขนมปังทาเนย กับไส้กรอก   (ไส้กรอกในที่นี้คือไส้กรอกอเมริกัน  รูปร่างเหมือนทอดมัน หรือหมูสับปั้นเป็นก้อนทอด  ไม่ใช่ไส้กรอกยาวๆอย่างที่เรารู้จักกัน)  โดนัทและลูกแอปเปิ้ลสด

รูปนี้คือไส้กรอกอเมริกัน แบบที่เคยอธิบายไว้แล้วนะคะ ในกระทู้ (2)


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 14:16

Four delicious apple-turnovers, their plump crusts filled with melting slices of apple and spicy brown juice.
ที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยคือของกินที่เรียกว่า เทิร์นโอเวอร์    แต่ถ้าเห็นรูปแล้วก็อาจจะคุ้นๆว่ามีขายตามเบเกอรี่ในบ้านเรา แต่เราเรียกว่า พาย
เทิร์นโอเวอร์เป็นของกินประเภทเดียวกับพาย  ทำด้วยแป้งแล้วใส่ไส้ด้วยอะไรสารพัดอย่างตั้งแต่เนื้อวัว เนื้อหมู ไปจนแอปเปิ้ลและเบอรี่     แต่ว่าไม่ได้ปนกันนะคะ   ถ้าจะทำเป็นของคาวก็ใช้เนื้อสัตว์เป็นไส้ แบบเดียวกับพายเนื้อและพายไก่      ถ้าจะทำเป็นของหวานหรืออาหารว่างเบาๆ ก็ใช้ไส้ผลไม้      เครื่องปรุง มีเครื่องเทศผสมเข้าไปด้วยให้ออกรสชาติ  เช่นอบเชยเป็นต้น
เทิร์นโอเวอร์ถือเป็นของกินแบบเดียวกับแซนด์วิช  คือไม่ใช่ของหนักท้อง แต่ก็ไม่ถึงกับเบาขนาดขนมเค้กหรือไอศกรีม   รูปร่างแบบเดิมคือแป้งสี่เหลี่ยมแล้วพับทบกันเป็นสามเหลี่ยม อบให้สุก มีไส้เนื้อสัตว์หรือผลไม้อยู่ภายใน     



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 14:19

แต่เทิร์นโอเวอร์ ถ้าจะทำให้แปลกออกไป หรือโก้ขึ้นก็ราดครีมลงไปเป็นเส้นๆ ให้หวานขึ้น   หรือไม่ก็ทำเป็นรูปเหมือนขนมแป้งสิบของเรา   อย่างหลังนี้น่าจะทอดมากกว่าอบ     เพราะเทิร์นโอเวอร์ทำได้ทั้งอบให้สุก และทอดให้สุก
ไปๆมาๆ หน้าตาจะคล้ายกะหรี่พัฟ หรือกะหรี่ปั๊บในบ้านเรา


บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 09:42

มารายงานตัวและจะนั่งหน้าโดยไม่หลับเลยค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 11:56

เลิกเรียน แอลแมนโซเดินกลับบ้านพร้อมพี่ๆ  เนื่องจากในฤดูหนาว ค่ำเร็วมาก   กว่าเขาจะมาถึงบ้านก็เกือบมืด  ช่วยพ่อทำงานในคอกสัตว์เสร็จก็เข้าบ้าน เพื่อกินอาหารค่ำกับพ่อแม่
ฉากนี้  เป็นฉากชวนน้ำลายไหล  เมื่อผู้เขียนบรรยายถึงอาหารมื้อค่ำที่อุดมสมบูรณ์

Almanzo ate the sweet, mellow baked beans.He ate the bit of salt pork that melted like cream in his mouth. He ate mealy boiled potatoes, with brown ham-gravy. He ate the ham. He bit deep into velvety bread spread with sleek butter, and he ate the crisp golden crust. He demolished a tall heap of pale mashed turnips, and a hill of stewed yellow pumpkin. Then he sighed, and tucked his napkin deeper into the neckband of his red waist.And he ate plum preserves and strawberry jam,and grape jelly, and spiced watermelon-rind pickles. He felt very comfortable inside. Slowly he ate a large piece of pumpkin pie.

สมัยนี้  หมอบอกว่าอาหารเย็นควรเป็นของเบาๆ ไม่หนักท้อง   หนุ่มสาวบางคนที่กลัวอ้วนก็งดมื้อเย็นไปเลย    แต่ในปลายศตวรรษที่ 19  อาหารเย็นเป็นมื้อหลัก กินกันเป็นล่ำเป็นสัน    พ่อแม่ของแอลแมนโซปลูกพืชผลและเลี้ยงสัตว์ไว้กินเนื้อเอง จึงมีอาหารกินกันไม่อั้นในบ้าน อ่านแค่ย่อหน้านี้ก็คงมองเห็นได้นะคะ
ตอนอ่าน  รู้สึกว่า อื้อฮือ เด็กอายุ 9 ขวบ กินอาหารเย็นขนาดนี้เชียวหรือ   ของกินมีสัก 10 อย่างเห็นจะได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 11:59

Almanzo ate the sweet, mellow baked beans.He ate the bit of salt pork that melted like cream in his mouth.
แอลแมนโซกินถั่วอบ  และหมูเค็มที่ละลายเหมือนครีมอยู่ในปาก   แสดงว่าแม่อบหมูได้เก่งมาก  นิ่มจนไม่ต้องเคี้ยวก็ว่าได้  หมูเค็มทำจากหมูปนมัน  จึงนุ่มมากกว่าเนื้อหมูอย่างเดียว      ทั้งสองอย่างนี้เป็นอาหารจานเดียวกัน เพราะถั่วอบ เป็นอาหารที่ไม่ใช่แค่อบถั่วให้สุกเฉยๆ แต่ราดน้ำตาลเมเปิ้ลและใส่หมูเค็มปนลงไปด้วยเวลาเอาเข้าเตาอบ  ให้มีรสทั้งหวานและเค็ม ปนรสมันๆของถั่ว

รูปข้างล่างนี้คือถั่วอบใส่มันหมูเค็ม ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 12:31

He ate mealy boiled potatoes, with brown ham-gravy.
มันฝรั่งต้มที่ว่านี้คือปอกเปลือกออกแล้วต้มทั้งลูก   ถ้าหากว่าลูกเล็กก็ต้มไปทั้งลูกโดยไม่ต้องผ่าซีก   แต่ถ้าเป็นลูกใหญ่ก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะต้มสุก
รสชาติมันฝรั่งจะจืดๆ  จึงต้องมีน้ำเกรวี่เค็มๆมันๆไว้ชูรส    ในที่นี้แม่ทำน้ำเกรวี่จากหมูแฮม แทนซอส ให้กินด้วยกัน 

ภาพข้างล่างนี้คือมันฝรั่งต้มสุก  ส่วนภาพที่สองคือน้ำเกรวี่ทำจากหมูแฮม



บันทึกการเข้า
ปรุงใจ
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 12:47

อ่านที่แอลแมนโซกินแล้วรู้สึกอิ่มอร่อยตาม "เด็กชายชาวนา" เป็นตอนโปรดค่ะ อ่านแล้วมีแต่ความสุข มีฉากบรรยายอาหารเยอะ ล้วนแล้วแต่น่าชิม ชอบตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน แล้วเด็ก ๆ แอบทำไอศกรีมกับตังเมกินกัน โดยเฉพาะตังเมที่แอลแมนโซแอบเอาไปให้ลูซี่ (?) หมูแสนรักกินจนติดฟัน อ้าปากแทบไม่ออก
สำหรับอาหารที่ตัวเองรู้สึกว่าเป็่นสัญลักษณ์ของแอลแมนโซ คือแพนเค้กที่วางซ้อนเป็นตั้ง ๆ ราดไซรัปจนชุ่ม แอลแมนโซคงทำแพนเค้กเก่งเป็นพิเศษนะคะ เพราะเห็นแสดงฝีมือในตอนฤดูหนาวอันแสนนานด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 13:23

ขอต้อนรับคุณปรุงใจมาช่วยชิมอาหาร(ด้วยสายตา)ในเรื่องนี้ค่ะ     อาหารการกินในเรื่องนี้มีให้พรรณนาได้ทุกบทเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 05 ธ.ค. 12, 22:07

He ate the ham. He bit deep into velvety bread spread with sleek butter, and he ate the crisp golden crust.
แอลแมนโซกินหมูแฮม    กินขนมปังเนื้อหนานุ่มที่ทาเนยหนาเป็นมัน   แสดงว่าแผ่นหนาทั้งขนมปังและเนยที่ทาอย่างไม่อั้น  แล้วก็ยังกินเปลือกขนมปังกรอบๆที่ปิ้งจนเหลืองเป็นทองอีกด้วย
ขนมปังที่ทาเนยจนเห็นเป็นมันลื่น คงจะต้องทาหนาขนาดนี้


บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 06 ธ.ค. 12, 14:00

เอลแมนโซกินเก่งจริงๆ ค่ะ อ่านแล้วนึกภาพตามทีไรก็อิ่มแทนทุกที แม่เอลแมนโซเลี้ยงเองก็ยังบ่นว่าลูกกินเก่งจัง อาจจะเป็นด้วยวัยกำลังกินกำลังนอน แถมช่วยงานหนักในไร่ด้วยมังคะ

ส่วนตัวอ่านแล้วชอบวิธีการเลี้ยงลูกของบ้านนี้ค่ะ ให้กินอาหารมีประโยชน์ ไม่ตามใจ ไม่เอาใจ ฝึกให้ทำงานและมีความรับผิดชอบแต่เล็ก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 09:43

เห็นด้วยเต็มๆค่ะ    ชาวไร่ชาวนาฝรั่งสมัยโน้นก็คล้ายชาวไร่ชาวนาของเรา คือฝึกลูกให้ช่วยงานพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก     โตขึ้นแค่เป็นวัยรุ่น ก็รับผิดชอบตัวเองได้แล้ว   
ลอร่าเองพออายุ 15  ก็ไปเป็นครูสอนหนังสือทั้งๆยังเรียนไม่จบ เพื่อหาเงินมาช่วยพ่อแม่ส่งเสียพี่สาวที่เรียนอยู่ในวิทยาลัยคนตาบอด    แอลแมนโซเองก็ช่วยงานในนาพ่อตั้งแต่อายุ 9 ขวบ   พอโตเป็นหนุ่มอายุ 18 ก็เดินทางมาภาคตะวันตก ทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง
อย่างว่าละค่ะ คนสมัยนั้นอายุสั้นกว่าสมัยนี้  เขาเลยเป็นผู้ใหญ่เร็ว  ลอร่าอายุ 15  ก็ไปเป็นครูสอนหนังสือ หารายได้มาช่วยพ่อแม่ส่งเสียครอบครัวแล้ว

กลับมาที่อาหารเย็นของแอลแมนโซค่ะ
He demolished a tall heap of pale mashed turnips, and a hill of stewed yellow pumpkin.
อาหารอย่างต่อไปคือหัวผักกาดขาวบด กองพูนสูงอยู่ในชาม   และฟักทองกวน ซึ่งไม่ได้กินเปล่าๆ น่าจะกินกับอะไรอีกสักอย่าง เช่นทาบนขนมปัง
รูปซ้ายคือหัวผักกาดขาวบดละเอียด และขวาคือฟักทองกวน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 11:14

And he ate plum preserves and strawberry jam,and grape jelly, and spiced watermelon-rind pickles
อาหารสี่อย่างข้างบนนี้  สามอย่างเป็นประเภทแยมทาขนมปัง คือ  plum preserves ,strawberry jam และ  grape jelly
ทั้งพลัม สตรอเบอรี่ และองุ่น
ผลไม้ทั้งหมดนี้ อาจปลูกในไร่หรือว่าขึ้นเองตามทุ่งนาก็ได้    ในสมัยนั้น มีทั้งสองแบบ    ในเรื่องนี้เข้าใจว่าขึ้นเองตามทุ่งนามากกว่า  ไร่นาของพ่อมีไว้ปลูกข้าวโพด และข้าวอย่างอื่นที่ได้ราคากว่านี้

พวกเราคงรู้จักแยมทั้ง ๓ ประเภทดีแล้วนะคะ มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต หาไม่ยาก   แต่เอารูปมาลงไว้ให้น้ำลายหกเล่นๆ

อ่านจากบรรยาย ลำดับวิธีกินอาหารของแอลแมนโซ คือกินอาหารในจานใหญ่ ซึ่งพ่อตักให้  มีรวมกันหลายอย่างในจานเหมือนอาหารบุฟเฟ่ต์    กินจนหมดแล้วถึงค่อยตักแยมที่คงจะใส่ชามเอาไว้บนโต๊ะต่างหาก มาปาดกินกับขนมปังที่แยกอยู่ในจานเล็กอีกจานหนึ่ง
เขากินแยมหลายชนิด ก็แสดงว่ากินขนมปังหลายแผ่น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 ธ.ค. 12, 11:22

And he ate plum preserves and strawberry jam,and grape jelly, and spiced watermelon-rind pickles.
นอกจากกินแยมทาขนมปังแล้ว  แอลแมนโซกินเปลือกแตงโมดองใส่เครื่องเทศด้วย       หน้าตาในรูปคล้ายๆเปลือกแตงโมแช่อิ่มของเรา    รสชาติหวานอมเปรี้ยว ส่วนเครื่องเทศที่ว่านี้คืออบเชย
อาหารชนิดนี้คงเป็นอาหารชนิดท้ายๆของมื้อ


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 19 คำสั่ง