เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
อ่าน: 29822 เรื่องของจอร์จส้มหล่น
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 20 ธ.ค. 12, 19:59

แห่ะๆ สมัยผมเรียนมัธยม มันจะมี stereotype ของครูภาษาไทยไว้แบบนั้นกันหนะครับ  ครูภาษาไทยมักจะเป็นผู้หญิงวัยกลางคน  ร่างท้วม มักจะไปไหนมาไหนโดยมีถุงผ้าหรือกระเป๋าหนังใส่ข้าวของจุกจิก แถมมักจะดุกว่าครูวิชาอื่นๆ   โดยดุรองมาจากครูปกครอง ทำให้นักเรียนมักจะแซวบุคลิกครูภาษาไทยไว้ว่า ถือถุง พุงป่อง น่องทู่ครับ  ส่วนครูวิชาอื่นๆ จำไม่ได้ครับ เพราะไม่ค่อยดุ ทำให้เด็กเหลวไหลแบบผมมักจะไปนั่งหลับอย่างเดียว ส่วนภาษาไทยนี่ยังโดนตีแม้จะเรียนมัธยมแล้ว


เป็นการแซวแบบขำๆ ตามประสานักเขียนห่ามๆ  สมัยนั้น    แต่หัวใจนี่เคารพเทิดทูนครูทุกท่านนะคร๊าบบบบ ยิ่งใครตีมากยิ่งรักมาก


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 21 ธ.ค. 12, 08:54

สรุปว่าส้มยังอยู่บนต้นตามปกติ     ยังไม่หล่นลงที่เฮียจ๊อด...


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 21 ธ.ค. 12, 19:32

ส้มใกล้จะหล่นแล้วคร๊าบบบ ใกล้แล้นใกล้แล้น


ระหว่างที่สถานการณ์ในอังกฤษกำลังวุ่นวาย มีการตัดหัวพระราชามั่ง  กบฏมั่ง ขับไล่พระราชาบ้าง  กาลครั้งหนึ่ง  ณ ดินแดนอันไกลโพ้น  มีเจ้าชายและเจ้าหญิง.....
แหม่ ขึ้นต้นคล้ายๆ นิทานฝรั่งเลย  แต่เนื่องจากไม่ใช่นิทาน เลยต้องย้อนเวลากันอีกแล้ว


ถ้าใครยังจำได้ หลังรัชสมัยของพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 สิ้นสุดลง  พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ก็เดินทางลงใต้มาสวมมงกุฏเป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ เปิดฉากราชวงศ์สจ๊วตบนบัลลังก์อังกฤษเมื่อปี 1603
แม้จะมีข่าวเล่าลือกันว่าพระเจ้าเจมส์ของเราเป็นยอดชายคือชายเหนือชาย ชอบกุ๊กๆ กิ๊กๆ กับชาย  แต่พระเจ้าเจมส์ก็มีพระมเหสีคือราชินีแอนน์แห่งเดนมาร์ก  พระเจ้าเจมส์มีพระโอรสและธิดากับพระมเหสีที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ 3 คนคือ

1. เจ้าชายเฮนรี่ ต่อมาได้เป็นรัชทายาท แต่สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่อายุ 18 ปี
2. เจ้าหญิงอลิซาเบธ(1596 - 1662)
3. เจ้าชายชาลส์ ต่อมาครองราชย์เป็นพระเจ้าชาลส์ที่ 1 ที่โดนอีตาครอมเวลล์สั่งตัดพระเศียรไปนั่นแหละ


เจ้าหญิงอลิซาเบธเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีบทบาทใดๆ เท่าไหร่กับประวัติศาสตร์อังกฤษ เพราะเจ้าหญิงสมรสไปกับกษัตริย์เฟรดเดอริกแห่งโบฮีเมียและเจ้าชายอิเล็กเตอร์แห่งพาลาไทน์ เจ้าหญิงเลยมีสถานะเป็นราชินีแห่งโบฮิเมียด้วย


ชื่อโบฮีเมียอาจจะคุ้นๆ หูแต่นึกไม่ออกว่ามันอยู่แถวไหน  อาณาจักรโบฮิเมียกับพาลาไทน์ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมัน  แต่ในอดีตสมัยช่วงศตวรรษที่ 17 ดินแดนแถบนี้และส่วนใหญ่ในยุโรปแบ่งเป็นแว่นแคว้นต่างๆ มากมาย แต่ละแห่งก็มีพระราชาปกครองของตัวเอง อาจจะมีการเกี่ยวกันบ้างที่ถือว่าอาณาจักรแถบๆ เยอรมันนี้เรียกรวมๆ กันว่าโฮลี่ โรมัน เอ็มไพร์ เป็นดินแดนโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปกครองแคว้นแถวๆ นี้จะมีสถานะเป็นเจ้าชายอิเล็กเตอร์ เช่นเจ้าชายอิเล็กเตอร์แห่งพาลาไทน์  เจ้าชายอิเล็กเตอร์แห่งฮันโนเวอร์ ดุ๊กแห่งแซกโซนี่  เป็นต้น  เจ้าเหล่านี้สามารถถูกเลือกให้เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้ เป็นเสมือนตำแหน่งเกียรติยศอะไรแบบนั้น 


ในบรรดาอาณาจักรแถบๆ เยอรมันนั้น พวกตอนบนๆ และทางตะวันออกจะเป็นโปรแตสแตนท์กัน ในขณะที่ทางใต้ๆ หรือตะวันตกที่ใกล้ชิดกับฝรั่งเศสสเปนหรืออิตาลีจะเป็นคาธอลิก พระเจ้าเฟรดเดอริกนี่เป็นสู้สนับสนุนฝ่ายโปรแตสแตนท์ที่สำคัญคนนึง


ภาพราชินีอลิซาเบธแห่งโบฮีเมียและกษัตริย์เฟรดเดอริก



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 21 ธ.ค. 12, 21:09

ราชินีอลิซาเบธกษัตริย์เฟรดเดอริกมีพระโอรสและพระธิดาด้วยกัน 1 โขยง คือ 13 องค์ เยอะมากๆ และส่วนใหญ่อยู่รอดมาจนวัยผู้ใหญ่ซะด้วย มาดูกันหน่อยว่ามีใครบ้าง


1.  เจ้าชายเฟรดเดอริก เฮนรี่  (1614–1629) จมน้ำสิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุ 15

2.  เจ้าชายชาลส์ หลุยส์  (1617–1680) เจ้าชายเคยมาใช้ชีวิตในอังกฤษ แต่ต่อมาขัดแย้งกับพระเจ้าชาสล์ที่ 1 พระเจ้าลุง  ในสมัยสงครามกลางเมืองเจ้าชายเอนเอียงไปทางฝ่ายรัฐสภา ทำให้ไม่ได้รับความนิยมจากพระญาติพระวงศ์อังกฤษ  ต่อมาเจ้าชายครองตำแหน่งเจ้าอิเล็กเตอร์แห่งพาลาไทน์ในปี 1648  ทายาทของเจ้าชายถูกข้ามสายการสืบสันตติวงศ์อังกฤษเพราะไปแต่งงานกับคาธอลิกและเปลี่ยนไปเป็นคาธอลิก

3.  เจ้าหญิงอลิซาเบธ  (1618–1680) ไม่ได้สมรส

4.  เจ้าชายรูเพิร์ต (1619–1682) เจ้าชายมีบทบาทมากในสงครามกลางเมืองอังกฤษในฐานะแม่ทัพฝ่ายรอยัลลิสต์  ต่อมาในสมัยพระเจ้าชาลส์ที่ 2 ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่นแม่ทัพเรืออังกฤษ  องคมนตรี  เป็นคนที่ชีวิตมีสีสันมาก   แต่เจ้าชายไม่มีทายาทที่ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะมีแต่นางสนม

5.  เจ้าชายโมเรซ (1620–1652) มีบทบาทในฝ่ายกษัตริย์ในสงครามกลางเมืองเช่นกัน ต่อมาเจ้าชายสิ้นพระชนม์จากเรือจมในพายุ ขณะล่องเรือไปหมู่เกาะเวสต์ อินดีส

6.  เจ้าหญิงหลุยซา (1622–1709) อันนี้ออกเสียงไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นหลุยส์เซหรือเปล่า   เจ้าหญิงเป็นนักวาดภาพสมัครเล่นฝีมือดี ต่อมาเจ้าหญิงเปลี่ยนไปนับถือคาธอลิก

7.  เจ้าชายหลุยส์  (1624–1625) สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

8. เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (1625–1663) ต่อมาเปลี่ยนไปนับถือคาธอลิก

9. เจ้าหญิงเฮนเรียตตา มาเรีย (1626–1651) ไม่มีทายาท

10. เจ้าชายจอห์น ฟิลิป เฟรดเดอริก (1627–1650) ไม่มีทายาท
    
11. เจ้าหญิงชาลอตต์ (1628–1631) ไม่มีทายาท

12. เจ้าหญิงโซเฟีย (1630–1714) ต่อมาสมรสกับเจ้าชายเอิร์น ออกัสต์แห่งฮันโนเวอร์  เจ้าหญิงได้เป็นรัชทายาทบัลลังก์อังกฤษตามกฏหมาย  Act of Settlement, 1701

13. เจ้าชายกุสตาฟ (1632–1641) สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์
  


จะเห็นได้ว่าเมื่อดูจากลำดับการเกิด เจ้าหญิงโซเฟียไม่น่าจะมีโอกาสได้เป็นรัชทายาทบัลลังก์อังกฤษเลย เพราะมีเจ้าพี่มากมาย แต่เจ้าพี่เจ้าน้อง ถ้าไม่ด่วนสิ้นพระชนม์ไปก่อน ก็ไปแต่งงานหรือเปลี่ยนไปนับถือคาธอลิก ทำให้เจ้าหญิงซึ่งเป็นบุตรลำดับท้ายๆ กลบได้เป็รรัชทายาทบัลลังก์ได้
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 24 ธ.ค. 12, 12:14

เข้ามา Merry Christmas ท่านจ๊อดค่ะ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 24 ธ.ค. 12, 23:08

ง่า กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ทั้งอาจารย์เทาชมพู อาจารย์เพ็ญชมพู อาจารย์นวรัตน  อาจารย์ตั้ง  และท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวนามถึงเนื่องในเทศกาลคริสต์มาสครับ  แห่ะๆ แถวเมืองฝรั่งอังกฤษนี่ดูเค้าให้ความสำคัญกับคริสต์มาสมากกว่าปีใหม่ ช่วงนี้เลยเอาแต่นั่งอ้วนขี้เกียจ งานการไม่เดิน  ส้มของจ๊อดก็เลยยังไม่หล่นซะที คาแน่นบนต้นเหลือเกิน


ตัดภาพความวุ่นวายแถวๆ อังกฤษ ลองไปดูแถวๆ เยอรมันซึ่งมีแคว้นต่างๆ มากมายกันบ้าง  เรื่องชื่อต่างๆ ต่อจากนี้ไปจะใช้การออกเสียงแบบอังกฤษนะครับ เพื่อความสะดวกของผมเอง แต่บางทีก็อาจจะมีชื่อที่ออกเสียงแบบเยอรมันหลงๆ มาบ้าง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้คร๊าบ


มีแคว้นอยู่แคว้นหนึ่ง ชื่อว่าแคว้นบรันสวิก-ลูนเบิร์ก(Brunswick-Lüneburg) อยู่ทางตอนเหนือๆ ของเยอรมันในปัจจุบัน  ที่มีเจ้าผู้ปกครองมีตำแหน่งดุ๊กแห่งบรันสวิก-ลูนเบิร์ก ซึ่งภายใต้ชื่อบรันสวิก-ลูนเบิร์กนี้ ยังอาจแบ่งแยกออกไปได้อีกเป็นเหมือนจังหวัดย่อยๆ เช่นคาเลนเบิร์ก กอตทิงเก้น ลูนเบอร์ก กรูเบนฮาเกน ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีเจ้าปกครองเองอีก   เช่นถ้าพ่อมีลูกชายหลายคน อาจจะยกจังหวัดโน้นให้คนโน้น จังหวัดนี้ให้คนนี้ปกครอง บางครั้งบางจังหวัดก็อาจจะกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าชายอีกองค์ถ้าผู้ปกครองสิ้นชีวิตลงโดยไม่มีทายาท


ในปี 1641 จอร์จ  ดุ๊กแห่งบรันสวิก-ลูนเบิร์ก สิ้นชีวิตลง ตำแหน่งดุ๊กแห่งบรันสวิก-ลูนเบิร์ก ตกเป็นของลูกชายคนโตคริสเตียน หลุยส์ รับตำแหน่งดุ๊กนี้ไป พร้อมทั้งปกครองจังหวัดคาเลนเบิร์กและลูนเบิร์ก แต่คริสเตียนยกแคว้นคาเลนเบิร์กซึ่งเล็กกว่าให้จอร์จ วิลเลี่ยมน้องชายคนรองปกครอง  จนเมื่อปี 1665 คริสเตียนตายไปโดยไม่มีทายาท  จอร์จ วิลเลี่ยมก็ควรจะรับแคว้นลูนเบิร์กมาปกครองแทน


แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น  ในปี 1658  เจ้าหญิงโซเฟียแห่งพาลาไทน์ พระธิดาของราชินีอลิซาเบธกษัตริย์เฟรดเดอริกที่เคยบอกไปแล้วในความเห็นก่อนหน้าว่าคนนี้แหละต่อมาจะได้เป็นรัชทายาทบังลังก์อังกฤษ   เจ้าหญิงถูกจัดให้ต้องแต่งงานกับจอร์จ วิลเลี่ยมซึ่งเป็นตัวเต็งที่จะปกครองลูนเบิร์กต่อ ด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง 


จอร์จซึ่งไม่ต้องการแต่งงานกับเจ้าหญิง เลยตกลงเอาดื้อๆ กับน้องชายลำดับที่ 4 เออร์เนสส์ ออกัส ซึ่งมีโอกาสริบหรี่ยิ่งนักที่จะได้ครองแคว้นใหญ่ๆ  ว่า ถ้าเออร์เนสยอมแต่งงานกับเจ้าหญิงโซเฟียแทน  จอร์จจะยกแคว้นลูนเบิร์กให้เออร์เนสปกครอง นอกจากนั้นยังลดแหลกแจกแถมพ่วงข้อตกลงต่อว่า นอกจากจะยกลูนเบิร์กให้แล้ว จอร์จจะไม่แต่งงานอีกด้วย เพราะการแต่งงานและมีทายาทอาจจะทำให้จอร์จมีมารหัวขน เอ๊ย ทายาทที่ถูกต้องตามกฏหมายที่อาจจะมาอ้างความชอบธรรมในการปกครองแคว้นต่างๆ ในอนาคต เพราะถือว่าจอร์จเป็นลูกชายคนโตกว่า ซึ่งจะนำพาความยุ่งยากมาให้กับเออร์เนสในอนาคตได้


ภาพจอร์จ วิลเลี่ยม คนมักน้อย แต่สงสัยจะวาดตอนแก่แล้ว


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 25 ธ.ค. 12, 01:01

เงื่อนไขดีขนาดนี้    ได้ทั้งสาว ได้ทั้งเมือง   ดีกว่าบ้านพร้อมที่ดินเยอะ   แถมได้มาโดยไม่ต้องลุ้นส่งชิ้นส่วนใดๆ ไปชิงรางวัล ไม่ต้องเปิดฝาชาเขียว  ไม่ต้องชิงโชค   นี่มันยิ่งกว่าส้มหล่นแล้ว  มีหรือเออร์เนสจะปฏิเสธ เออร์เนสตระครุบคว้าหมับไปทันที  ท่ามกลางความไม่พอใจของเจ้าหญิงโซเฟีย  ที่คงรำพึงรำพันในใจ เห็นชั้นเป็นอะไรยะ คิดจะยกให้คนโน้นคนนี้ก็ยกให้กันได้ง่ายๆ


ดังนั้น แทนที่เจ้าหญิงโซเฟียจะได้แต่งงานกับเจ้าชายจอร์จ วิลเลี่ยม เจ้าหญิงเลยต้องตกร่องปล่องชิ้นกับเจ้าชายเออร์เนส ออกัสแทน  และทำให้เจ้าชายเออร์เนสได้ปกครองจังหวัดลูนเบิร์กแทนในอนาคต  ในขณะที่เจ้าชายจอร์จ วิลเลี่ยม ไปปกครองจังหวัดเซลล์ ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆ เทียบไม่ได้กับลูนเบิร์กเลย แต่ทำให้เจ้าชายวิลเลี่ยมมีอิสระที่จะได้อยู่กินกับเอลินอ ชื่อเรียกยากมาก (Éléonore d'Esmier d'Olbreuse)   สาวคนรักซึ่งมีพื้นเพมาจากลูกสาวขุนนางระดับล่างๆ แต่สวยกว่าเจ้าหญิงโซเฟียมาก


อย่างไรก็ตาม ต่อมาจอร์จ วิลเลี่ยมก็ได้แต่งงานกับเอลินอ ภายใต้การอนุญาตของเออร์เนส (นี่พี่จะแต่งงานแต่ต้องขออนุญาตน้องชาย) ทำให้ธิดาของทั้งคู่ เจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเธีย ไม่เป็นบุตรนอกสมรส และได้ศักดิ์เป็นเจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเธียแห่งเซลล์ไป 


อ้อ ดูเหมือนแถวๆ เยอรมันนี่เค้าจะนิยมชื่อโซเฟียกันมาก  มีเจ้าหญิงชื่อโซเฟีย และชื่อโซเฟีย โดโรเธียเยอะแยะเต็มไปหมด ดังนั้นเวลาจะพูดถึงคนไหนอาจต้องอ้างด้วยว่าโซเฟียแห่งอะไร เพราะมเหสีของเจ้าชายคริสเตียน หลุยส์ พี่ใหญ่ของทั้งจอร์จ วิลเลี่ยมและเออร์เนสก็ชื่อโซเฟีย โดโรเธีย  เจ้าหญิงที่มาแต่งงานกับเออร์เนส ก็ชื่อโซเฟีย    และต่อไปธิดาของโซเฟีย โดโรเธียแห่งเซลล์ ก็จะชื่อโซเฟีย โดโรเธียอีกนั้นแหละ อย่าเพิ่งงงนะคร๊าบ
 

ภาพเออร์เนส ออกัส หรือเอิร์นส์ ออกัสตามเสียงแบบเยอรมัน  คนนี้ส้มหล่นใส่ก่อนเป็นคนแรก ได้ทั้งสาว ได้ทั้งเมือง


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 25 ธ.ค. 12, 10:16

ขออนุญาตเสริมเรื่องชื่อ

อ้อ ดูเหมือนแถวๆ เยอรมันนี่เค้าจะนิยมชื่อโซเฟียกันมาก  มีเจ้าหญิงชื่อโซเฟีย และชื่อโซเฟีย โดโรเธียเยอะแยะเต็มไปหมด ดังนั้นเวลาจะพูดถึงคนไหนอาจต้องอ้างด้วยว่าโซเฟียแห่งอะไร เพราะมเหสีของเจ้าชายคริสเตียน หลุยส์ พี่ใหญ่ของทั้งจอร์จ วิลเลี่ยมและเออร์เนสก็ชื่อโซเฟีย โดโรเธีย  เจ้าหญิงที่มาแต่งงานกับเออร์เนส ก็ชื่อโซเฟีย    และต่อไปธิดาของโซเฟีย โดโรเธียแห่งเซลล์ ก็จะชื่อโซเฟีย โดโรเธียอีกนั้นแหละ อย่าเพิ่งงงนะคร๊าบ

ชื่อ Sophia มาจากภาษากรีกว่า Σοφíα แปลว่า ความฉลาด แตกแขนงออกเป็นหลายชื่อในวิธีเขียนหลายแบบเช่น Saffi, Safiye, Sofia, Sofie, Soficita, Sofka, Sofy, Sofya, Sophey, Sophie, Sophy, Zofia, Zofi, Žofia, Zofya, Zosia   ชื่อ Sonia ก็เป็นอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งแตกเป็นแขนงย่อยอีกหลายชื่อ เช่น Sonja, Sonje, Sonni, Sonnie, Sonnjea, Sonya

จาก การสำรวจชื่อที่นิยมใช้ตั้งชื่อเด็กผู้หญิงที่อเมริกา ปี ๒๐๑๒ ที่กำลังจะผ่านไป  ชื่อ Sophia มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย Emma, Olivia, Isabella และ Ava

ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 26 ธ.ค. 12, 02:09

เกือบลืมบอกไป บางคนอาจจะสงสัย ก็ไหนว่าจอร์จ วิลเลี่ยมปกครองคาเลนเบิร์กด้วยไม่ใช่หรือ ไหงมาลงเอยกับแคว้นเซลล์เล็กๆ เท่านั้น


จริงๆ แล้วจอร์จ วิลเลี่ยมปกครองคาเลนเบิร์ก แต่ในปี 1665  ที่พี่ใหญ่คริสเตียน หลุยส์ตายนั้น จอร์จที่ควรจะเป็นผู้ปกครองลูนเบิร์กต่อกลับยกลูนเบิร์กให้เออร์เนสน้องเล็กไป และยังยกคาเลนเบิร์กให้น้องสาม จอห์น เฟรดเดอริกไปอีกด้วย  ตัวเองขอแค่ไปปกครองแคว้นเซลล์เล็กๆ แทน


ในปี 1679 น้องสามจอห์น เฟรดเดอริกตายไปโดยไม่มีทายาทชาย มีแต่ทายาทหญิง แคว้นคาเลนบิร์กก็ไปตกอยู่ในมือของน้องสี่เออร์เนสอีก พ่วงตำแหน่งดุ๊กแห่งบรันสวิก-ลูนเบิร์กไปด้วย ทำให้เออร์เนสส้มหล่นอีกครั้งได้ทั้งเกียรติและอำนาจมากกว่าพี่รองผู้มักน้อยอย่างมาก


ภาพน้องสาม จอห์น เฟรดเดอริก


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 28 ธ.ค. 12, 05:34

เจ้าหญิงโซเฟียแห่งพาลาไทน์คนที่ตั้งใจมาแต่งงานกับจอร์จ วิลเลี่ยม แต่ลงท้ายแต่งกับเออร์เนสน้องชายแทนในปี 1658 การแต่งงานนี้มีแต่นำพาผลประโยชน์มาให้เออร์เนส และแม้จะเป็นเจ้าบ่าวสำรอง แต่โซเฟียก็เรียกได้ว่ารักและหลง สยบให้กับเออร์เนสเต็มที่ แม้เออร์เนสจะมีสนมอีกกี่คนโซเฟียก็ทำอะไรไม่ได้


บุคลิกส่วนตัวเจ้าหญิงโซเฟียเป็นคนฉลาด สนใจใฝ่หาความรู้ ชอบคบหานักปราชญ์ราชบัณฑิต คนดังที่โซเฟียคบหาได้แก่ก็อดฟรีด ไลบ์นิซสุดยอดนักคณิตศาสตร์ที่ถือได้ว่าเป็นบิดาของแคลคูลัสเช่นเดียวกับนิวตั้นอีกคนหนึ่ง


โซเฟียให้กำเนิดบุตรธิดากับเออร์เนสที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่มากถึง 7 คน ได้แก่


1. เจ้าชายจอร์จ (1660 - 1727)  คนนี้คือจอร์จส้มหล่นของเรา
2. เจ้าชายเฟรดเดอริก ออกัสตัส (1661 - 1691)
3. เจ้าชายแมกซิมิเลียน วิลเลี่ยม (1666–1726)
4. เจ้าหญิงโซเฟีย ชาร์ลอต (1668 - 1705) ชื่อโซเฟียอีกแล้ว  ต่อมาเป็นราชินีแห่งปรัสเซีย
5. เจ้าชายชาลส์ ฟิลิป (1669–90)
6. เจ้าชายคริสเตียน เฮนรี่ (1671–1703)
7. เจ้าชายเออร์เนส ออกัสตัส (1674–1728)
  

ตั้งแต่แต่งงานมีลูกมีเต้า เออร์เนส ออร์กัสก็เรียกได้ว่าชีวิตมีแต่ขาขึ้น ดวงพุ่งเอาๆ ปี 1665 ได้ปกครองลูนเบิร์ก ต่อมารับตำแหน่งดุ๊คแห่งบรันสวิก-ลูนเบิร์ก และแคว้นคาเลนบิร์กมาจากพี่สาม จอห์น เฟรดเดอริก คราวนี้โซเฟียก็เลยได้เปลี่ยนนามเป็นโซเฟียแห่งฮันโนเวอร์แทน และชื่อนี้เป็นที่จดจำและกล่าวถึงมากกว่าเวลานักประวัติศาสตร์อ้างถึงชื่อเจ้าหญิงโซเฟีย


ภาพเจ้าหญิงโซเฟียแห่งฮันโนเวอร์  ที่จริงหน้าตาก็ไม่เลว ทำไมจอร์จ วิลเลี่ยมไม่เอาหว่า ไม่เข้าใจ


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 20:18

เจ้าชายจอร์จ หลุยส์ ลูกชายคนโตของเออร์เนสและเจ้าหญิงโดโรเทีย หรือจอร์จส้มหล่นของเราประสูติเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1660 ที่เมืองฮันโนเวอร์ เมื่อแรกเกิดก็เรียกได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเลย เพราะแรกเกิดเจ้าชายมีสถานะเป็นทายาทชายคนเดียวของแคว้นบรันสวิก-ลูนเบิร์กเลย เนื่องจากบรรดาพระเจ้าลุงทั้งหลายไม่มีใครที่มีรัชทายาทชายกันเลย และตามกฏหมายแถวๆ เยอรมันที่เรียกว่า Salic law รัชทายาทชายเท่านั้นที่จะได้สิทธิในการเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน  ต่างจากในอังกฤษในยุคสมัยเดียวกันที่ผู้หญิงสามารถดำรงตำแหน่งได้


อย่างไรก็ตาม สถานะรัชทายาทของจอร์จ หลุยส์ในวัยเด็กก็ยังไม่มั่นคงนัก เพราะพระเจ้าลุงทั้งหลายอาจจะมีรัชทายาทชายในอนาคตได้  ดังนั้นความมั่นคงของจอร์จจึงยังไม่ชัดเจน แต่ในช่วงต่อๆ มา บรรดาลุงๆ ของจอร์จก็ค่อยๆ ทยอยตายกันทีละคนโดยไม่มีรัชทายาทชายเลย ความมั่นคงของจอร์จเลยเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในภายหลังจอร์จ หลุยส์ก็มีน้องชายเกิดตามมาอีกหลายคน และธรรมเนียมในตอนนั้นคือถ้ามีทายาทชายหลายคน บิดาก็จะแบ่งอาณาเขตให้ลูกชายแต่ละคนไปปกครอง


จอร์จน่าจะเรียกได้ว่าเป็นลูกรักลูกโปรดของพระบิดาเลย ดังนั้นเมื่ออนาคตยังไม่แน่นอน เออร์เนสพระบิดาก็หวังจะเพิ่มพูนประสบการณ์เพื่อให้เป็นนักปกครองที่ดี  ฝึกทั้งการขี่ม้า ล่าสัตว์จนถึงกับพาออกสงครามด้วยตั้งแต่จอร์จยังเด็กอายุแค่ 15 ปี


เมื่อบรรดาลุงๆ ตายไปเกือบหมดแล้ว ลุงคนเดียวที่เหลือคือจอร์จ วิลเลี่ยมที่ไปปกครองเมืองเซลล์เล็กๆ ที่ขออนุญาตน้องชายแต่งงานกับนางสนมลับๆ เพื่อให้บุตรสาวคนเดียวมีสถานะเป็นบุตรในสมรสได้สถานะเจ้าหญิง แต่ไม่มีบุตรชาย  สถานะของจอร์จที่จะครองแผ่นดินเลยมั่นคงมาก และยิ่งเสริมความมั่นคงมากไปกว่านั้นโดยเออร์เนสดำริว่าแทนที่จะต้องแบ่งอาณาจักรออกเป็นส่วนๆ ให้ลูกชายแต่ละคนปกครอง สู้เอาอย่างประเทศอื่นๆ เช่นอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน  คือยกให้ลูกชายคนโตคนเดียวไปเลยดีกว่า   ดังนั้น ท่ามกลางเสียงคัดค้านของบรรดาลูกชายอื่นๆ อีก 5 คน เออร์เนสตัดสินใจว่า ผู้ที่จะปกครองอาณาจักรทั้งหมดต่อไปจะต้องเป็นลูกชายคนโต คือจอร์จ หลุยส์คนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องแบ่งใคร


ดังนั้น ส้มก็หล่นใส่จอร์จ หลุยส์ก่อนแล้ว 1 พวง

จอร์จสมัยหนุ่มๆ ส้มหล่นใส่บ้างแล้ว


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 21:57

เมื่อถึงวัยหนุ่ม ก็ถึงเวลาที่จะต้องหาสาวมาตบแต่งกับตาจอร์จให้เป็นเรื่องเป็นราวซะที ทีนี้ปัญหาก็อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นสาวเจ้าโชคดี(รึเปล่า)คนนั้น  เพราะถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตา จอร์จของเราก็เรียกไม่ได้ว่ารูปหล่อ รูปกี่รูปก็ไม่มีรูปไหนดูหล่อเลย จมูกโตๆ ขนาดชาวฮันโนเวอร์ให้สมญาว่า "จมูกหมู"  นิสัยก็ใช่ว่าจะแข็งนอกนุ่มในอ่อนโยนแบบเจ้าชายในเทพนิยาย แต่มีบุคลิกหยาบกระด้างหน่อยตามสไตล์เยอรมัน ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ทำสงคราม  


และเพื่อให้เป็นการแต่งแบบเรือล่มในหนองทองจะไปไหน และเพิ่มความมั่นคงให้กับตำแหน่งรัชทายาทผู้ครองครองแคว้นทั้งหมดในอนาคต ออร์เนสเลยจัดการให้จอร์จแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของจอร์จเอง คือเจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเทียแห่งเซลล์  บุตรสาวคนเดียวของจอร์จ วิลเลี่ยม พี่รองของเออร์เนสนั่นเอง


ในตอนแรกเจ้าหญิงโซเฟียแห่งฮันโนเวอร์พระมารดาของจอร์จออกจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานนัก เนื่องด้วยความรังเกียจเจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเทียที่ถือได้ว่ามีเลือดเจ้าเข้มข้นน้อยกว่า เพราะมารดาเป็นเพียงหญิงสามัญชน แถมอีตาจอร์จ วิลเลี่ยมบิดาก็เคยปฏิเสธการแต่งงานกับพระนางเองมาแล้ว  แต่เมื่อดีดลูกคิดชั่งน้ำหนักแล้ว การแต่งงานนี้จะทำให้สถานะของจอร์จส้มหล่นมั่นคงขึ้นในอนาคต อีกทั้งสินสมรสของเจ้าสาวซึ่งมาจากเซลล์แต่ละปีก็ไม่น้อย ถ้าปล่อยให้สาวเจ้าไปแต่งกับคนอื่นก็อาจทำให้ต้องเสียสินทรัพย์ที่น่าจะเป็นของลูกชายตัวในอนาคต แถมเผลอๆ เจ้าหญิงอาจได้ไปแต่งงานเป็นราชินีของประเทศอื่นก็ได้ เพราะตอนนั้นก็มีการเตรียมการที่จะให้เจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเทียไปแต่งงานกับรัชทายาทแห่งเดนมาร์ก แบบนี้คนที่เคยถูกปฏิเสธมาก่อนอย่างโซเฟียยิ่งยอมไม่ได้ หนอย ลูกของคนที่ไม่เห็นค่าอิชั้นจะไปเป็นถึงราชินีแห่งเดนมาร์กเรอะ ไม่ได๊ ไม่ได้   สู้เอามาเป็นลูกสะใภ้ซะ คอยกำราบไว้จะดีกว่า  ดังนั้นพระนางจึงยิมยอมตามสามี ให้จอร์จแต่งกับโซเฟีย โดโรเทียได้  แถมยังลอบบี้ขัดขวางการแต่งงานของโซเฟีย โดโรเทียกับว่าที่เจ้าบ่าวอื่นๆ ทั้งหมดอีก


ตัวโซเฟีย โดโรเทียเองก็ไม่มีความต้องการแต่งงานกับอีตาจอร์จเลยซักนิด ถึงกับลั่นคำว่า "ชั้นจะไม่แต่งงานกับไอ้จมูกหมูเด็ดขาด" แต่ก็โดนบังคับจากพ่อใจร้ายจอร์จ วิลเลี่ยม ที่ทีตัวเองไม่แต่งได้ แต่ลูกสาวจะไม่แต่งมั่งไม่ยอม  ไม่หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราเอาเลย(ว้อย)


ดังนั้น การแต่งงานที่ทุกคนกำไรกันทั่วถ้วนหน้าโดยเฉพาะแม่สามีใจร้ายและอีตาจอร์จเอง ยกเว้นแต่ตัวเจ้าสาวโซเฟีย โดโรเทียแห่งเซลล์ผู้มีอายุน้อยกว่าจอร์จ 6 ปี เพราะเกิดในปี 1666 ก็ถูกจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 1682 ซึ่งเป็นการแต่งงานที่เป็นหายนะในชีวิตของเจ้าหญิงแสนงามโซเฟีย โดโรเทียยิ่งนัก


ภาพเจ้าสาวที่กลัวฝน น่าสงสารเหลือเกินกระซิกๆ



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 22:28

การแต่งงานเป็นหายนะในชีวิตของโซเฟีย โดโรเทียจริงๆ  เพราะเธอถูกเกลียดชังและดูถูกจากแม่สามี โซเฟียแห่งฮันโนเวอร์  ที่มองแต่ผลประโยชน์ด้านการเงินจากการแต่งงานเท่านั้น  ตัวเจ้าบ่าวเองคือจอร์จส้มหล่นก็ปฏิบัติอย่างกักขระกับเธอ ชอบดูถูกหรือดุด่าภรรยาอีกต่างหาก แถมรูปร่างหน้าตาจอร์จเองก็ไม่มีส่วนใดน่าพิศมัย  ทั้งคู่จึงทะเลาะเบาะแว้งด่าทอกันเป็นประจำ


แต่แม้จะทะเลาะเกลียดกันขนาดนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อคู่ผัวหนุ่มเมียสาวยังมีลูกด้วยกันได้ถึง 2 คน  คนโตเจ้าชายจอร์จ ออกัสตัสที่ต่อมาจะเป็นพระเจ้าจอร์จที่ 2 แห่งอังกฤษประสูติในปี 1683 และมีพระธิดาชื่อโซเฟีย โดโรเทียเช่นกันที่ต่อมาจะไปแต่งงานและเป็นราชินีแห่งปรัสเซียในปี 1686


เมื่อมีบุตรด้วยกันแล้ว ก็เหมือนหน้าที่ผลิตรัชทายาทสำหรับอาณาจักรจะจบลง จอร์จส้มหล่นก็หันไปคั่วกับนางสนมแทน ไม่สนใจใยดีภรรยาสาวอีกต่อไป  แม้เออร์เนสหรือโซเฟีย โดโรเทียจะตักเตือนว่าให้หัดสนใจภรรยาบ้าง เพราะเดี๋ยวถ้าต้องหย่าร้างไปสินสมรสรายปีจากทางเจ้าสาวปีละไม่น้อยมันจะลอยหนีไปด้วย จอร์จก็ไม่สน  เคยปฏิบัติกับภรรยาอย่างเลวร้ายอย่างไร ก็ยังเป็นเช่นนั้น


ภาพแม่และลูกๆ โซเฟียโดโรเทียกับเจ้าชายจอร์จ ออกัสตัสและเจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเทีย


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 30 ธ.ค. 12, 05:06

เจ้าชายจอร์จ หลุยส์ ลูกชายคนโตของเออร์เนสและเจ้าหญิงโดโรเทีย หรือจอร์จส้มหล่นของเราประสูติเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1660 ที่เมืองฮันโนเวอร์

แก้ไขนะครับ มารดาของจอร์จส้มหล่นคือโซเฟียแห่งฮันโนเวอร์  เผลอไปหน่อยใส่ชื่อผิด ชื่อโซเฟียมันเยอะจนเผลอไผลไป


บุคลิกส่วนตัวของจอร์จส้มหล่นของเรา ถ้าไม่นับว่าเกิดมาบนกองเงินกองทองก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเด่นหรือดีเลย จากบันทึกของนักการทูตจากต่างแดน นิยามจอร์จไว้ว่าเป็นผู้ชายที่ไม่สูง หน้าตางั้นๆ แถมดูทึ่มๆ พูดง่ายๆ อะไรที่เจ้าชายรูปงามในนิทานมี จอร์จไม่มี


ก่อนจะแต่งงานในปี 1682 นั้น  ในปี 1680 จอร์จเคยเดินทางไปอังกฤษเพื่อไปดูตัวกับเจ้าหญิงแอนน์แห่งอังกฤษ เจ้าหญิงแอนน์คือคนที่ต่อมาเป็นพระราชินีแอนน์ ราชินีองค์สุดท้ายของราชวงศ์สจ๊วต ซึ่งก็แหงแก๋อยู่แล้วว่าผู้ชายทื่อๆ หล่อก็ไม่หล่อ ความเป็นสุภาพบุรุษก็ไม่มี ต่อให้เกิดบนกองเงินกองทอง หญิงสูงศักดิ์ฉลาดๆ ที่ไหนจะเอา  จอร์จเลยส้มไม่หล่น แห้วหล่นแทน ล้มเหลวกลับฮันโนเวอร์ไป  สุดท้ายก็ไปแต่งกับลูกพี่ลูกน้อง เจ้าหญิงโซเฟีย โดโรเทียแทน
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 30 ธ.ค. 12, 05:45

ชีวิตสมรสที่ไร้ความสุขของโซเฟีย โดโรเทียมาถึงจุดหักเหที่จะนำพาไปสู่ความพลัดพราก ความเศร้า ความตาย และความเกลียดชังกันในอนาคต  เมื่อเคานท์ฟิลิป ฟอน โคนิกส์มาร์ก ทหารหนุ่มสุภาพบุรุษรูปงามชาวสวีเดน ที่อดีตเคยรู้จักกันในสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นวัยรุ่น  ท่านเค้าท์เดินทางมายังฮันโนเวอร์อีกครั้งในฐานะเพื่อนสนิทของน้องของจอร์จส้มหล่นเองเพื่อมารับราชการทหารที่นั่น  ทำให้โซเฟีย โดโรเทีย ภรรยาผู้อาภัพรัก ได้พบกับหนุ่มหล่อผู้เคยเป็นเพื่อนกันมาอีกครั้ง


ภาพท่านเคานท์ หล่อเหลากว่าจอร์จส้มหล่นจริงๆ ด้วย


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.099 วินาที กับ 19 คำสั่ง