เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 29817 เรื่องของจอร์จส้มหล่น
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 01 ธ.ค. 12, 17:16

ก่อนจะไปสมัยอลิซาเบธ ต้องย้อนไปในสมัยแมรี่อีกซักนิด


เมื่อขึ้นครองราชย์ แม่รี่เป็นสาวใหญ่วัย 37 แล้ว ไม่ใช่เอ๊าะๆ อีกต่อไป และสิ่งที่จำเป็นสำหรับกษัตริย์สมัยนั้นคือรัชทายาท  ถ้าแมรี่ไม่มีรัชทายาท เมื่อสิ้นเธอแล้วบังลังก์จะต้องตกเป็นของน้องสาวต่างมารดา ซึ่งนับถือศาสนาต่างนิกายกัน แมรี่ไม่ต้องการเช่นนั้น  ดังนั้นเมื่อขึ้นเป็นราชินีแล้ว แมรี่ก็ต้องเลือกเฟ้นหาเจ้าบ่าวทันที ถ้ายิ่งช้า โอกาสจะมีบุตรจะยิ่งเลือนลาง


แมรี่มีตัวเลือกหลายตัวเลือก ทั้งตัวเลือกที่เป็นขุนนางอังกฤษเอง หรือบรรดากษัตริย์เจ้าชายจากอาณาจักรหรือราชวงศ์อื่นๆ  ข้อเสนอที่น่าสนใจมาจากกษัตริย์ชาร์ลที่ 5 แห่งสเปน เสนอตัวลูกชายคือเจ้าชายฟิลิปแห่งสเปน  ส่งภาพที่วาดโดยศิลปินเอกของโลกคือไตตันมาให้ทอดพระเนตร  แมรี่เห็นภาพแล้วก็บอกโอเลย  ตัดสินใจจะเลือกฟิลิปเป็นพระสวามี แต่ทางขุนนางอังกฤษและสภาต่างไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ พยายามชักจูงแมรี่ให้เปลี่ยนใจ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมีทั้งพวกที่กลัวอิทธิพลของสเปน และพวกที่กลัวอำนาจของคาธอลิก


แต่แมรี่คือนางพญาสิงห์ ไม่ใช่คนหัวอ่อน ยืนกรานฉันจะเอาฟิลิปๆๆๆๆๆ ทำให้ผู้ไม่เห็นด้วยบางส่วนเตรียมปฏิวัติปลดแมรี่ออกและยกเจ้าหญิงอลิซาเบธขึ้นแทน แต่คณะปฏิวัติล้มเหลวแผนแตกซะก่อน เลยถูกตัดหัวกันไปหลายคน  ติดคุกก็ไม่น้อย  เจ้าหญิงอลิซาเบธเองถูกคุมขังไว้ในหอคอยลอนดอนเพราะสงสัยว่ารู้เห็นเป็นใจ หวุดหวิดจะหัวหลุดเช่นกัน  แต่เจ้าหญิงก็รอดมาได้


ระดับเขี้ยวแบบแมรี่ไม่ใช่หมู ก่อนแต่งฟิลิปต้องลงนามทำสัญญาไว้ก่อนว่า ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มีสิทธิในสินสมรสของเจ้าสาว แม้จะใช้นามว่าเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษได้ แต่อำนาจบริหารใดๆ เป็นของแมรี่ทั้งหมด ฟิลลิปไม่พอใจนักแต่ก็ต้องยอม การแต่งงานสำหรับคนใหญ่คนโตไม่ใช่ด้วยความรัก ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น


ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันสมใจ ฟิลิปไม่ได้รักแมรี่เลย แต่แมรี่คลั่งไคล้ฟิลิปไม่น้อย แมรี่มีอาการเหมือนจะตั้งท้องหนหนึ่งแต่สุดท้ายแล้วก็แท้งไป ฟิลิปถือโอกาสล่ำลาแมรี่ไปทำสงครามกับฝรั่งเศส สร้างความเศร้าโศรกให้แมรี่ยิ่งไปอีก  


หลังยุคสมัยสั้นๆ ของควีนแมรี่ เมื่ออลิซาเบธได้เป็นราชินีแห่งอังกฤษ ฟิลิปได้สิบทอดราชสมบัติสเปนเป็นกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 แห่งสเปน ซึ่งอยู่ในยุคทองเรืองอำนาจของสเปน สเปนแผ่อำนาจไปทั่วโลก ชื่อฟิลิปปินส์นี่ก็มีที่มาจากฟิลิปนี่แหละ  และฟิลิปนี่เองที่ลงทุดจัดสร้างกองเรือขนาดมหึมามาบุกเกาะอังกฤษ กะยึดเกาะในสมัยของอลิซาเบธ  แต่กองเรืออามาดาของสเปนเจอพายุถล่ม แถมแพ้กองเรืออังกฤษต้องแตกพ่ายเหลือเรือกลับสเปนไปได้ไม่กี่ลำ  งานนี้ทำให้ท้องพระคลังของสเปนแทบจะล่มจมเจ๊งจากการลงทุนครั้งมโหฬารนี้ จนไม่อาจฟื้นตัวเป็นมหาอำนาจใหญ่ได้อีก

ภาพฟิลิปวาดโดยไตตันครับ หล่อเหลาแค่ไหนดูเอาเอง


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 03:11

รัชสมัยของอลิซาเบทเป็นช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดอีกช่วงของอังกฤษ อังกฤษได้เริ่มแผ่อิทธิพลและอำนาจผ่านทางกองเรือในขณะที่อำนาจของสเปนเสื่อมลง ยุคนี้เป็นยุคที่ทั้งการค้า ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เช่นงานวรรณกรรมหรือการแสดงละครก็ได้รับความนิยม เป็นยุคทองจริงๆ การปกครองภายในก็มั่นคงดีมาก แต่ปัญหาคือราชินีอลิซาเบธไม่ได้แต่งงาน จึงไม่มีรัชทายาท แม้จะมีขุนนาง เจ้าชายหนุ่มๆ หรือกษัตริย์ ต่างๆ เสนอตัวมาให้เลือกแต่อลิซาเบทก็ไม่เลือกใคร


มีเรื่องซุบซิบนินทากันว่าแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเวอร์จิ้นควีน  แต่ที่จริงอลิซาเบธก็มีชู้รักกับเค้าด้วย คือโรเบิร์ต ดัดลี้ย์ เอิร์ลแห่งเลสเตอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่วัยเด็ก เพียงแต่ไม่ได้แต่งงานกัน


เอ กระทู้นี้มันเรื่องของจอร์จส้มหล่น แต่ตอนนี้ยังไปไม่ถึงไหนเลย ทีแรกว่าจะย่อๆ รวบรัดไปเร็วๆ แต่ยิ่งอ่านเอกสารประกอบยิ่งพบว่ามีหลายเรื่องที่น่าสนใจและไม่เคยรู้  ท่าทางต่อไปอาจจะยาวพอสู้กับกระทู้อื่นๆ ได้เลยนะครับเนี่ย


เมื่ออลิซาเบธไม่มีรัชทายาท ผู้ที่อยู่ในลำดับการสืบสันตติวงศ์ลำดับถัดไปก็คือราชินีแมรี่แห่งสก๊อตแลนด์  เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกับอีกแมรี่กันหน่อย ราชินีแมรี่แห่งสก๊อต เพราะจะส่งผลไปถึงผู้สืบราชสมบัติในราชวงศ์ถัดไปด้วย

ภาพโรเบิร์ต ดัดเลย์ (1533 - 1588)


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 05:03

ในยุคสมัยทิวดอร์นั้น อังกฤษและสก๊อตแลนด์เป็นคนละอาณาจักรแยกจากกัน ต่างฝ่ายต่างมีราชวงศ์ของตัวเองปกครองประเทศ และกษัตริย์ที่มีสีสันเรื่องราวมากหน่อยก็คือแมรี่แห่งสก๊อตนี่เอง

แมรี่แห่งสก๊อต หรือแมรี่ สจ๊วตเป็นบุตรสาวของกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่งสก๊อตแลนด์ และมารีเดอกีส ซึ่งตระกูลเดอกีสเป็นตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลมากในฝรั่งเศส กษัตริย์เจมส์ที่ 5 สิ้นพระชนม์เมื่อแมรี่มีอายุได้เพียง 6 วัน ทำให้แมรี่ได้สืบทอดราชสมบัติเป็นราชินีแห่งสก๊อตแลนด์ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 1 ขวบ


เมื่อเป็นราชินีตั้งแต่อายุน้อย แมรี่จึงมีพระมารดา มารีแห่งกีสเป็นผู้สำเร็จราชการ  มารีส่งแมรี่ไปอยู่ในราชสำนักฝรั่งเศสของพระเจ้าอองรีที่ 2 และพระนางแคทเธอรินเดอเมดิซี่ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เพื่อศึกษาเล่าเรียนในราชสำนักที่หวือหวาที่สุดในยุโรปขณะนั้น ต่อมาแมรี่ได้มั้นหมายกับดูแปง คือเจ้าชายฟรองซัวส์ รัชทายาทแห่งฝรั่งเศส


แมรี่เป็นผู้หญิงสวย สง่า พูดจาเก่ง ผมสีแดงตาสีน้ำตาล ร่างสูงถึง 180 ซม. เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้คน ใครๆ ก็รักใคร่นิยมแมรี่ ยกเว้นว่าที่แม่สามี คือแคทเธอรินเดอเมดิซี่  แมรี่ได้เข้าพิธีสมรสกับดูแปงในปี 1558 เป็นคู่บ่าวสาวที่หวานแหววรักใคร่กันดี แม้เจ้าหญิงจะสูง แต่เจ้าชายตัวเตี้ย


ในปี 1559 พระเจ้าอองรีที่ 2 ได้สิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันจากการบาดเจ็บจากกีฬาดวลต่อสู้บนหลังม้าแบบอัศวิน ตรงนี้ใครเคยอ่านพวกคำทำนายนอสตราดามุสคงจำได้ ที่ทำนายไว้ว่าอองรีที่ 2 จะสิ้นพระชนม์ ราชสีห์หนุ่มสู้กับราชสีห์แก่อะไรเทือกนั้น


เมื่ออองรีที่ 2 สิ้นพระชนม์ ดูแปงก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 2 แห่งฝรั่งเศสเมื่อมีอายุเพียง 15 ปี แมรี่จึงมีสถานะเป็นควีนรีเจ้นท์ คือราชินีที่มีอำนาจปกครองด้วยตัวเองแห่งสก๊อตแลนด์ และควีนคอนสอร์ท คือราชินีที่เป็นราชินีจากการแต่งงานกับกษัตริย์  

ภาพคู่แต่งงานหวานแหวว กับภาพแม่สามีใจร้าย แคทเธอรินเดอเมดิซี่



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
noomxman
อสุรผัด
*
ตอบ: 6


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 15:05


 ขอบคุณทุกท่านมากเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 16:08

           อ่านแล้วนึกถึงหนัง"ลิเกฝรั่ง" ที่นิยมหยิบเรื่องราวช่วงนี้มาสร้าง ครับ

           ล่าสุดเป็นซีรี่ส์ The Tudors


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 16:16

             Mary,Queen of Scots

        หนังเก่านานมากแล้ว นำแสดงโดยสองนักแสดงใหญ่ของอังกฤษ Vanessa Redgrave
และ Glenda Jackson

       


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 16:17

       ยูทูบมีให้รับชมด้วย

         
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 16:24

         นอกจากนี้ยังมี ราชินีพันทิวา,เก้าทิวา และอื่นๆ อีก ครับ

Cate Blanchett รับบทนำใน   Elizabeth   


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 17:24

เนื่องจากกษัตริย์ฟรองซัวส์ยังเด็ก อายุเพียง 15 ปี การปกครองฝรั่งเศสจริงๆ จึงตกอยู่ภายใต้อำนาจของตระกูลกีส โดยมีพระนางแคธเธอรินร่วมมือด้วยอย่างไม่เต็มพระทัยนัก

แมรี่กับเจ้าหญิงอลิซาเบทแห่งอังกฤษมีศักดิ์เป็นญาติกัน ทั้งคู่ไม่มีปัญหาต่อจนมาก่อน จนกระทั่งเมื่อราชินีแมรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษสวรรคต  ตามสิทธิโดยชอบธรรมเจ้าหญิงอลิซาเบทต้องขึ้นครองราชย์ต่ออยู่แล้ว  แต่แมรี่แห่งสก๊อตกลับอ้างสิทธิในการเป็นราชินีแห่งอังกฤษด้วย  ภายใต้แรงสนับสนุนจากฝรั่งเศส และขุนนางอังกฤษที่เป็นคาธอลิก เพราะแมรี่แห่งสก๊อตเป็นคาธอลิก เรื่องนี้จึงเป็นรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างแมรี่แห่งสก๊อต และอลิซาเบทแห่งอังกฤษ


แต่งงานกันหม้อข้าวไม่ทันจะดำ  ฟรองซัวส์เป็นกษัตริย์ได้เพียงปีกว่าๆ ก็สิ้นพระชนม์จากอาการหูอักเสบ ราชินีแมรี่จึงตกพุ่มม่ายตั้งแต่ยังสาวเอ๊ะๆ กษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์ต่อมาคือกษัตริย์ชาลส์ที่ 9 วัย 9 พรรษา พระอนุชาของฟรองซัวส์ โดยมีพระนางแคทเธอรินเป็นผู้สำเร็จราชการ


แมรี่จึงเดินทางกลับสก๊อตแลนด์ในปี 1561 ซึ่งในปีก่อนหน้านั้นเอง พระมารดาของเธอคือมารีเดอกีสก็ตายพอดีอีก  มารีเดอกีสทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองสก๊อตแลนด์ในระหว่างที่แมรี่ใช้ชีวิตในฝรั่งเศส  มารีปกครองสก๊อตแลนด์โดยอาศัยกองทหารจากฝรั่งเศส  แต่ในช่วงเวลานั้น อำนาจของโปรแตสแตนท์ในสก๊อตแลนด์ค่อยๆ เพิ่มขึ้น และเมื่อมารีตายลง อำนาจของพวกโปรแตสแตนท์ยิ่งเพิ่มมากขึ้น


ปัญหาเรื่องการปฏิรูปศาสนาไม่ได้มีแค่ในอังกฤษหรือสก๊อตแลนด์  แม้แต่ในฝรั่งเศสก็มีความพยายามปฏิรูปเช่นกัน  พวกโปรแตสแตนท์ในฝรั่งเศสเรียกว่าพวกอูโกโนทเลยเกิดความวุ่นวายเช่นกัน ทำให้ฝรั่งเศสต้องถอนทหารจากสก๊อตแลนด์ แมรี่จึงมาถึงสก๊อตแลนด์ในช่วงที่อำนาจกำลังสั่นคลอน


แม้แมรี่จะสวย แต่ในเชิงการเมืองแล้วอ่อนด้อยยิ่งนัก ไม่มีแบ็คอัพที่แข็งแกร่งเหมือนผู้นำหญิงบางประเทศที่ไม่ต้องรู้อะไรก็เป็นผู้นำได้ แค่ยิ้มสวยออกงานพิธีเป็นก็พอ   อายุก็เพียง 15 -16 ปี ไอ้จะไปรู้ทันเหลี่ยมพวกขุนนางเขี้ยวลากดินย่อมเป็นไปไม่ได้ แมรี่ไม่ได้รับความนิยมในสก๊อตแลนด์นัก แถมเธอเป็นคาธอลิกและเคยอ้างสิทธิบัลลังก์อังกฤษ ทำให้เสียงสนับสนุนเธอหายากเต็มทน น่าสงสารมากๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 18:25

ว่ากันว่า แมรี่ สจ๊วต หรือพระราชินีแมรี่แห่งสกอตแลนด์เป็นสตรีที่ทรงโฉมงดงาม มีเสน่ห์ และมีชีวิตส่วนตัวที่มีสีสันมากกว่าพระราชินีแมรี่และเอลิซาเบธหลายเท่า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 02 ธ.ค. 12, 18:32

คุณ SILA เข้ามาแนะนำหนังอิงปวศ.อังกฤษ ที่ฮิทๆหลายเรื่องในยุคปัจจุบัน    ดิฉันจึงขอเสนอหนังเก่าเกี่ยวกับสมัยเอลิซาเบธที่ ๑ บ้าง   ชื่อ Young Bess   
ขอนำฉากหนึ่งในยูทูบมาให้ดูกัน  เป็นฉากที่เจ้าหญิงเอลิซาเบธปลอบใจน้องชายตัวน้อย  เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดกำลังหวาดหวั่นเสียขวัญที่พระบิดาสิ้นพระชนม์  ตัวเองต้องขึ้นเป็นกษัตริย์  ซึ่งเป็นภาระน่าสะพึงกลัวมากสำหรับเด็กวัยสิบขวบ
 จีน ซิมมอนส์ ดาราสาวฝีมือดีชาวอังกฤษเล่นเป็นควีนเอลิซาเบธสมัยรุ่นสาว   เล่าถึงชีวิตในวัยต้น เมื่อเกิดมาเป็นลูกชังของพ่อ   พบรักแรกกับโทมัส ซีมอร์ ดยุคแห่งซอมเมอเซท และหวุดหวิดจะถูกพระพี่นางส่งเข้าห้องประหารในหอคอยแห่งลอนดอน



บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 17:05

เมื่อแมรี่มาถึงสก๊อตแลนด์ อำนาจของคาธอลิกกำลังเสื่อมลง ในขณะที่โปรแตสแตนท์กำลังผงาด เช่นคณะองคมนตรี 16 คนของแมรี่ มีที่เป็นคาธอลิกแค่ 4 คน และเรื่องศาสนายังคงเป็นประเด็นใหญ่  แมรี่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องอดทน กำลังสนับสนุนจากฝรั่งเศสก็ไม่มีเพราะฝรั่งเศสเองก็มีปัญหา แถมอดีตแม่สามีก็ไม่ได้ปลื้มแมรี่นัก แมรี่อ้างตัวเป็นผู้สืบทอดราชสมบัติอังกฤษต่อจากราชินีอลิซาเบทด้วยซึ่งตามสิทธิแมรี่สามารถทำได้และมีสิทธิจริงๆ  


นี่ยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงให้กับราชินีอลิซาเบทว่าอาจมีคนรวมตัวกันกบฏ ถอดอลิซาเบทออกจากตำแหน่งและยกแมรี่ขึ้นเป็นราชินีแห่งอังกฤษแทนได้ ดังนั้นถ้าต่อไปแมรี่จะหวังการสนับสนุนจากอังกฤษเพื่อต่อกรกับบรรดาขุนนางสก๊อตเองจะยิ่งเป็นเรื่องยากไปอีก ดังนั้นแมรี่ต้องหากำลังสนับสนุน วิธีที่ง่ายที่สุดคือต้องหาสามีที่มีอำนาจหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ง่าย อลิซาเบทเสนอให้แมรี่แต่งงานกับโรเบิร์ต ดัดเลย์ ชู้รักของพระนางเอง ซึ่งจะทำให้แมรี่ได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษ แต่แมรี่ก็ไม่เอา


ในที่สุดแมรี่เลือกเอาเฮนรี่ สจ๊วต หรือลอร์ดดาร์นเลย์ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นคาธอลิกด้วยกันเป็นคู่สมรส เพราะบิดาของท่านลอร์ดคือเอิร์ลแห่งเลนนอกซ์เป็นขุนนางที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากทั้งในสก๊อตแลนด์และอังกฤษ  ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1565  ซึ่งยิ่งทำให้ราชินีอลิซาเบทหวาดระแวงแมรี่ยิ่งขึ้นไปอีก การแต่งงานนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่าการคำนวณอย่างรอบคอบของแมรี่เพราะทำให้สถานะของเธอเสี่ยงมากขึ้นอีก


ดาร์นเลย์เองก็เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ต้องการป็นแค่คิง คอนสอร์ท คือกษัตริย์ที่ได้สถานะจากการแต่งงานกับราชินีที่มีอำนาจปกครองเอง แต่ดาร์นเลย์ต้องการเป็นผู้ปกครองเองด้วย แต่แมรี่ไม่ยินยอม ความรักของทั้งคู่จึงจืดจางอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ดานเลย์ยังขี้หึงอีก ได้ลงมือสังหารเดวิด ริซซิโอ เลขาส่วนตัวและชู้รักของแมรี่  ที่มีข่าวลือว่าอาจจะเป็นพ่อที่แม้จริงของลูกในท้องแมรี่ที่กำลังทรงพระครรภ์อยู่ในขณะนั้น


ภาพบนลอร์ดดาร์นเลย์  ภาพล่างริซซิโอชู้รัก




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 21:47

แมรี่ให้กำเนิดรัชทายาทชาย เจ้าชายเจมส์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 1566 ที่ปราสาทเอดินเบอระ

ข้อดีของทารกที่มีมารดาเป็นควีนรีเจ้นท์ คือยังไงตัวก็เป็นลูกตามกฏหมาย ไม่ว่าพ่อที่แท้จริงจะเป็นใคร  ทารกนี้ได้ชื่อว่าลอร์ดดาร์นเลย์เป็นบิดา อันนี้ต่างจากลูกของกษัตริย์ ถ้ามารดาไม่ใช่ราชินีหรือมเหสี ลูกก็มีฐานะแค่ลูกนอกกฏหมาย หมดสิทธิเป็นรัชทายาท


ถ้าฟรองซัวส์ สวามีคนแรกของแมรี่ไม่ด่วนหูอักเสบตายซะก่อน แล้วทั้งสองมีรัชทายาทชายด้วยกัน  แถมราชินีอลิซาเบธไม่ได้แต่งงานและไม่มีทายาทแบบที่เป็นจริงในกระวัติศาสตร์ คิดไม่ออกเลยว่าประวัติศาสตร์ยุโรปจะเป็นยังไง เพราะรัชทายาทชายคนนั้นจะเป็นรัชทายาทของทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และสก๊อตแลนด์ ประวัติศาสตร์โลกต้องแตกต่างกว่าปัจจุบันแบบยากจะจินตนาการ


การมีรัชทายาทเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กษัตริย์องค์อื่นยกเว้นแมรี่ ที่การมีรัชทายาทชายยิ่งทำให้บัลลังก์ของกระนางสั่นคลอนมากไปกว่าเดิม เพราะตอนนี้กลายเป็นว่ามีตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมและมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะครองบัลลังก์ได้ขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่ซะแล้ว สถานการณ์ยิ่งไม่ดีสำหรับแมรี่มากขึ้นไปอีก


ความสัมพันธ์ระหว่างลอร์ดดาร์นเลย์กับแมรี่ก็เรียกได้ว่าเตียงหักหลังการตายชองริซซิโอ้  แมรี่ไปสานสัมพันธ์กับเจมส์ เฮปเบิร์น เอิร์ลแห่งบอทเวลล์ ถึงกับยอมขี่ม้าวันละ 4 ชั่วโมงไปหา


ในเดือนกุมภาพันธ์ 1667 เกิดระเบิดขึ้นที่เคิร์ก โอ ฟิลด์ เป็นโบสก์เก่าที่ดาร์นเลย์นอนป่วยอยู่ ผลปรากฏว่าดาร์นเลย์นอนตายแหงแก๋อยู่ในสวน แมรี่และเอิร์ลแห่งบอทเวลล์เป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการตายครั้งนี้ แล้วในที่สุดแมรี่ก็ทำพิธีสมรสกับบอทเวลล์ที่เพิ่งหย่ากับเมียเก่า 12 วันก่อนหน้า ในโบสก์และพิธีแต่งงานแบบโปรแตสเตนท์  


ในเบื้องต้นแมรี่คิดว่าการแต่งงานนี้จะทำให้แมรี่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพวกโปรแตสเตนท์ แต่แมรี่คาดการณ์ผิด เพราะทั้งชาวคาธอลิกและโปรแตสแตนท์ต่างรับไม่ได้ที่แมรี่แต่งงานกับไอ้ปื๊ดคนที่อยู่เบื้องหลังการสังหารสามีเก่าตัวเอง ตระกูลขุนนางสก๊อต 26 ตระกูลจับมือกันต่อต้านแมรี่ บีบให้แมรี่ต้องสละราชสมบัติให้เจมส์บุตรชายที่เพิ่งอายุขวบเดียว ส่วนบอทเวลล์ถูกเนรเทศ ต้องลี้ภัยไปอยู่เดนมาร์กและตายที่นั่นในปี 1578

ภาพเจ้าชายเจมส์ กับภาพไอ้ปื๊ดบอทเวลล์



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 03 ธ.ค. 12, 22:35

คนเคยมีอำนาจ จะให้ลงจากอำนาจไม่ใช่เรื่องง่าย แมรี่รวบรวมกำลังจากผู้สนับสนุนได้จำนวนหนึ่ง ยกทัพไปยึดบังลังก์คืน แต่กองทัพของแมรีพ่ายแพ้ต่อกองทัพของผู้สำเร็จราชการสก๊อตแสนด์ขณะนั้น คือเจมส์ สจ๊วต เอิร์ลแห่งมอเรย์ พี่ชายต่างมารดาเพราะเป็นลูกนอกสมรสของกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่งสก๊อตแลนด์ พระบิดาของแมรี่เอง


คราวนี้แมรี่หมดหนทาง ต้องหนีลงใต้ไปพึ่งพิงญาติของนาง คือพระราชินีอลิซาเบธแห่งอังกฤษ หวังว่าอลิซาเบธจะช่วยพระนางกอบกู้บัลลังก์ แต่เนื่องจากแมรี่เองก็อาจจะเป็นภัยได้ในอนาคต อลิซาเบธจึงกักบริเวณแมรี่ไว้เป็นเวลาถึง 18 ปี แต่ก็ยกย่องให้เกียรติญาติผู้น้องไว้ในสถานะที่เหมาะสมตามสมควร แต่แมรี่เองก็เป็นภัยต่ออลิซาเบธจริงๆ  เพราะมีความพยายามจะล้มล้างอำนาจอลิซาเบธและยกแมรี่ขึ้นเป็นราชินีเองโดยการสนับสนุนของสเปน ผู้เกี่ยวข้องกับแผนนี้ถูกตัดหัวไปหลายคน


ในปี 1586 หลัง 18 ปีที่ถูกกักตัวไว้ แมรี่ก็ติดกับดักที่วอลเลซ วอลซิ่งแฮม ที่ปรึกษาของอลิซาเบธวางแผนไว้ สร้างแผนลอบสังหารปลอมหลอกให้แมรี่ลักลอบส่งจดหมายวางแผนลอบสังหารอลิซาเบธ  เมื่อกับดักถูกเปิดเผย แมรี่ไม่สามารถปฏิเสธการรับรู้ได้ ถูกตัดสินว่าผิดและต้องรับโทษประหาร


ราชินีอลิซาเบธเองไม่ต้องการประหารชีวิตแมรี่ แต่ไม่มีทางเลือก ในที่สุด พระราชินีแมรี่แห่งสก๊อตแลนด์ก็ถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1587 ปิดฉากชีวิตเจ้าหญิงและราชินีสาวสวยที่เดินเกมส์การเมืองผิดพลาดตลอดชีวิตไปเมื่อายุได้เพียง 45 ปี


ฉากการประหารชีวิตแมรี่โดยการตัดหัวนั้นสยดสยองมาก  ดาบแรกที่ลงไปพลาดคอแมรี่แต่โดนด้านหลังของหัวแทน ดาบที่สองโดนคอแต่ยังไม่ขาด มีเส้นเอ็นยังยึดไว้จนเพชรฆาตต้องใช้ขวานตัดอีกทีถึงขาด เมื่อเพชรฆาตชูหัวของแมรี่ขึ้นมาประกาศการตาย ปรากฏว่าเพชรฆาตดึงผมของแมรี่ซึ่งที่จริงเป็นวิก ทำให้หัวจริงๆ หล่นล่วงลงไปเปิดเผยว่าที่จริงตอนนั้นแมรี่มีแต่ผมสีเทาสั้นๆ


ภาพฉากการประหารชีวิตแมรี่ และภาพ death mask คือหน้ากากที่หล่อจากหน้าของผู้เสียชีวิตหลังเสียชีวิตแล้วของแมรี่




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 04 ธ.ค. 12, 09:22

ซีนประหารจาก BBC series 'Elizabeth R' (1971)

         
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง