เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 30681 เรื่องของจอร์จส้มหล่น
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


 เมื่อ 30 พ.ย. 12, 00:18

ตั้งชื่อแปลกๆ แบบนี้ไม่ได้จะพูดถึงจอร์จไหนหรอกครับ  ว่าจะเอาเรื่องของพระเจ้าจอร์จที่ 1 แห่งอังกฤษมาเล่าสู่กันฟังบ้าง


ก่อนหน้านี้ได้อ่านเรื่องโรแมนติคจากที่เรือนไทยนี่แหละ ระหว่างบอนนี่ปรินซ์ชาลี ที่มาทวงบัลลังก์อังกฤษแต่ก็พ่ายแพ้ ต้องระหกระเหเร่ร่อนหนีการตามล่าจากทหารอังกฤษเพื่อลงเรือหนีไปฝรั่งเศส โดยได้รับการช่วยเหลือและพาหลบหนีจากน้องนางสาวสวยชาวสก๊อต จนเป็นตำนานรักสุดหวานที่จบลงแบบทั้งคู่ต้องจากกันชั่วชีวิต   นำมาสู่ความประทับใจและสงสัยว่าเอ๊ะ กษัตริย์อังกฤษราชวงศ์ฮันโนเว่อร์นี้เค้ามาจากไหนกัน ไหงจู่ๆ มาครองบังลังก์ฝรั่งอังกฤษได้


ตามประสานักเรียนโข่ง นานๆ ครั้งขอเสนอหน้ามายืนรายงานหน้าชั้นหน่อย  และเพื่อเป็นการเพิ่มภาระท่านอาจารย์หลายๆ ท่านในเรือนไทยไปด้วย  โดยเฉพาะท่านอาจารย์ใหญ่เทาชมพูของกระผม ให้ท่านต้องคอยหาข้อมูล เกร็ดประวัติศาสตร์ เพลง คลิปต่างๆ มาเสริมในกระทู้ไปด้วย เป็นทุกขลาภยิ่งนัก  ก็รอเริ่มเรื่อง ณ บัดนี้   น่าน ไม่ทันไรนักเรียนสั่งการบ้านให้เหล่าท่านอาจารย์ก่อนแล้ว


กระทู้นี้คงไปแบบช้าบ้างเร็วบ้าง สะกดผิดๆ ถูกๆ บ้าง ตามประสานักเรียนขี้เกียจแถมขี้หลงขี้ลืมนะคร๊าบบ ขออภัยไว้ก่อนด้วย

ภาพของจอร์จส้มหล่น หรือพระเจ้าจอร์จที่ 1 แห่งอังกฤษ


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 00:27

จะเข้าใจระบบการสืบราชสมบัติของอังกฤษช่วงสมัยจอร์จที่ 1 ได้ อาจต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจย้อนหลังกันไปซักเล็กน้อยร้อยกว่าปีก่อนสมัยของจอร์จ   คือตั้งแต่สมัยกษัตริย์ที่ใช้ราชินีเปลืองมากคือเฮนที่ที่ 8 ก่อน  เฮนที่ที่ 8 (1491 –1547) ขึ้นครองราชน์ในปี  1509  ตั้งแต่ก่อนยุคที่เฮนรี่เป็นกษัตริย์นั้น อังกฤษเป็นประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ดังนั้นจึงนับถือโป๊ปที่กรุงโรมด้วยในฐานะประมุขของศาสนจักร   ศาสนจักรคาธอลิกมีอำนาจและอิทธิพลไม่เบาในเกาะอังกฤษ   ราชินีองค์แรกของเฮนรี่ คือราชินีแคธเธอรินแห่งอารากอนก็มาจากสเปน และได้ชื่อว่าเป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก


แคธเธอรินราชินีพระองค์แรกของพระองค์นั้นที่จริงเดินทางมาที่อังกฤษเพื่ออภิเษกกับเจ้าชายอาเธอร์ รัชทายาทของอังกฤษในขณะนั้น ซึ่งเป็นพี่ชายของเฮนรี่ที่ 8  แต่หลังแต่งงานไม่นาย เจ้าชายอาเธอร์ก็สิ้นพระชนม์ไป ทำให้เฮนรี่เจ้าชายหนุ่มได้เป็นรัชทายาทแทน และพ่วงรับเอามเหสีของพี่ชายมาด้วย  ต่อมาเฮนรี่ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ที่ขึ้นครองราชน์ตั้งแต่วัยยังหนุ่มแน่น แคทเธอรินก็กลายเป็นราชินีแคทเธอรินไป


ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาเกิดขึ้น เมื่อเฮนรี่ต้องการหย่าขาดจากแคธเธอรีนแห่งอารากอน เพื่อไปแต่งงานกับเอ๊าะๆ แอนน์โบลีน  เนื่องจากแอนน์ตั้งเงื่อนไขไว้ว่า เธอจะยอมโอเคซิกกาแร็ตด้วยก็ต่อเมื่อเฮนรี่แต่งงานกับเธออย่างเป็นกิจลักษณะเท่านั้น  เมื่อความมักใหญ่ใฝ่สูงมาเจอกับตัณหา  ความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องกระทบต่อคนจำนวนมากและประวัติศาสตร์อีกหลายร้อยปีให้หลังจึงเริ่มขึ้น

ภาพเฮนรี่ที่ 8 สมัยยังเอ๊าะๆ ขึ้นครองราชน์ใหม่ๆ อายุ 18 ปี ในปี 1509
ภาพแคทเธอรินแห่งอารากอน สมัยยังเอ๊าะๆ เช่นกัน



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 00:33

จริงๆ จะบอกว่าเฮนรี่ต้องการหย่าเพียงเพราะต้องการแต่งงานกับแอนน์ก็คงไม่เป็นธรรมนัก  เพราะแม้จะละโมภโลภมากเต็มไปด้วยตัณหาแต่เฮนรี่ไม่ใช่กษัตริย์ที่โง่เง่าหรือไร้ความสามารถ  แต่เป็นนักการเมืองรอบจัด อำมหิต และมีใคร่ครวญผลได้ผลเสียก่อนเสมอ 


ปัญหาของเฮนรี่ในขณะนั้นคือ แม้จะครองราชน์มานานกว่า 10 ปีแล้ว เฮนรี่ก็ยังไม่มีเจ้าชายรัชทายาทเลย  ที่จริงเฮนรี่มีบุตรชายหลายคน แต่ล้วนแต่เกิดจากนางสนมลับๆ ทั้งนั้น เช่นมีลูกชายลูกสาวกับแมรี่ โบลีน พี่สาวของแอนน์ โบลีน แต่เฮนรี่ไม่ได้ยอมรับออกหน้าออกตา  คนที่เฮนรี่ยอมรับว่าเป็นลูกชายออกหน้าออกตาคือเฮนรี่ ฟิตรอยซ์  แต่ก็มีสถานะเป็นเพียงลูกนอกสมรส   


รัชทายาทที่ถูกต้องตามกฏหมายมีเพียงเจ้าหญิงแมรี่ที่เกิดกับราชินีแคทเธอรีนองค์เดียวเท่านั้น   ในขณะที่ตัวเฮนรี่เองไม่เคยเชื่อความสามารถของผู้หญิงและต้องการแต่รัชทายาทชาย ซึ่งเฮนรี่คิดว่าจะช่วยค้ำบังลังก์ของเฮนรี่ให้มั่นคงได้มากกว่า แถมราชินีแคทเธอรีนก็อยู่ในช่วงวัยกลางคนไปแล้ว พระนางอายุมากกว่าเฮนรี่เสียอีก  ความหวังที่พระนางจะให้กำเนิดรัชทายาทได้อีกนั้นเลือนลางเต็มทน


ทางเลือกของเฮนรี่ในขณะนั้นจึงมี 3 ทาง 

ภาพของเฮนรี่ ฟิตรอยซ์ (1519 - 1536) ต่อมาได้เป็นดุ๊คแห่งริชมอนด์และซัมเมอร์เซ็ต  ตายตั้งแต่ยังหนุ่มอายุแค่ 17


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 00:39

ทางแรกคือการยกเฮนรี่ ฟิตรอยซ์ ลูกชายนอกสมรสของเฮนรี่ที่เกิดจากนางสนมขึ้นเป็นทายาทที่ชอบธรรม  แต่ทางเลือกนี้ค่อนข้างมีอุปสรรค เพราะเฮนรี่ ฟิตรอยซ์เป็นลูกนอกสมรสที่เกิดจากนางสนมเท่านั้น ถ้ายกขึ้นมาจะเกิดความขัดแย้งทั้งจากเหล่าขุนนางเอง และกับศาสนจักร ทางเลือกนี้จึงตกลงไป


ทางเลือกที่ 2 ก็คือ หาทางให้เจ้าหญิงแมรี่อภิเษกสมรส และหวังว่าเจ้าหญิงจะให้กำเนิดบุตรชาย เพื่อจะให้หลานชายองค์นี้เป็นทายาทบัลลังก์สืบไป  แต่ทางเลือกนี้ช่างไม่แน่นอนและรับประกันอะไรไม่ได้ มิหนำซ้ำขณะนั้นเจ้าหญิงแมรี่ยังเป็นเพียงเด็กผู้หญิงอยู่เลย (ซึ่งในเวลาต่อมา แม้จะอภิเษกสมรส  เจ้าหญิงแมรี่ก็ไม่เคยให้กำเนิดบุตรเลย ไม่ว่าจะชายหรือหญิง)


ทางเลือกที่ 3 หย่าซะ แล้วหาเอ๊าะๆ วันเจริญพันธุ์มาเป็นราชินีแทน แน่นอน ว่าเฮนรี่ต้องยินดีจะเลือกทางนี้แน่ๆ อยู่แล้ว


ภาพเจ้าหญิงแมรี่ (1515 - 1558) สมัยยังเอ๊าะๆ อีกเช่นกัน  ต่อมาได้ขึ้นครองราชน์เป็นราชินีแมรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ  (1515 - 1558)


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 00:51

แม้เฮนรี่จะเลือกทางเลือกที่ 3 แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ นัก เพราะการหย่าต้องได้รับประกาศรับรองจากศาสนจักรในโรม เฮนรี่ใช้ข้ออ้างว่าการแต่งงานเป็นโมฆะเพราะราชินีแคทเธอรีนเคยแต่งงานกับเจ้าชายอาเธอร์ พี่ชายของเฮนรี่มาก่อน ภายหลังอาเธอร์ตายเจ้าหญิงจึงมาแต่งงานกับเฮนรี่ การที่น้องชายแต่งงานกับอดีตภรรยาของพี่ชายทำให้การแต่งงานต้องเป็นโมฆะ  


แน่นอนว่าเมื่ออ้างกันดื้อๆ แบบนี้ ทางราชสำนักสเปนหรือคริสตศาสนจักรคาธอลิกย่อมไม่ยินยอม   ดังนั้นเฮนรี่จึงประกาศปฏิรูปคริสตจักรในอังกฤษโดยแยกตัวให้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับศาสนจักรในโรมอีกต่อไป  ชาวคริสต์ในอังกฤษก็เลยแบ่งเป็นพวกคาธอลิกที่ยังยอมรับอำนาจของสันตปาปา กับพวกโปรแตสแตนท์ภายใต้ Church of England ไป ซึ่งทำให้เฮนรี่ยิงทีเดียวได้นกหลายตัว  คือสามารถหย่าและไล่ราชินีแคทเธอรินไปอยู่สำนักนางชี   ได้แต่งงานใหม่กับเอ๊าะๆ และได้ขจัดอำนาจของศาสนจักรในอังกฤษจากที่ขึ้นอยู่กับโป๊ป ให้มาอยู่ภายใต้อำนาจกษัตริย์แทน


พระนางแคทเธอรินยังคงยึดมั่นศรัทธาต่อคริสตจักรคาธอลิกอย่างเหนียวแน่น รวมถึงเจ้าหญิงแมรี่ด้วย ในขณะที่ขุนนางราษฎรส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเป็นโปรแตสแตนท์ตามกษัตริย์เฮนรี่ไป แต่คนที่ยังศรัทธาต่อศาสนจักรเดิมก็ยังมีไม่น้อย รวมทั้งในราชสำนักเอง ดังนั้นความขัดแย้งทางศาสนาจึงยังคงมีอยู่  แถมการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปศาสนาคริสต์ในสมัยเฮนรี่ ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างสงบราบลื่นด้วย มีผู้ที่ต่อต้านทั้งนักบวชตำแหน่งสูงๆ หรือขุนนางถูกขับไล่ ริบทรัพย์ ทรมาน กักขังและถูกสังหารไปด้วย


เมื่อขับไล่ราชินีแคทเธอรินออกไปแล้ว เฮนรี่ก็ได้แต่งงานกับแอนน์ โบลีนสมใจในปี 1533 ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุขสืบไป ทั้งสองมีพยานรักด้วยกัน 1 คน คือเจ้าหญิงอลิซาเบธ   อ้า จบแบบนี้มันนิทานแล้วครับ ไม่ใช่ของจริง

ภาพแอนน์ โบลีน สมัยยังเอ๊าะๆ อีกแล้วครับท่าน  จริงๆ แล้วมีแต่รูปสมัยเอ๊าะๆ เท่านั้นด้วย เพราะยังไม่ทันเลยวัยเอ๊าะ ราชินีแอนน์ โบลีนก็โดนตัดหัวซะแล้ว  อ้า หนีไปนอนก่อนครับ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 09:46

มิเสียแรงที่คุณประกอบถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักหลังไมค์มาหลายหน (ทั้งจากดิฉันและท่านอาจารย์ใหญ่กว่า)  เลยบรรลุเคล็ดวิชาได้เร็ว  ไม่ทันไรทำวิทยานิพนธ์ได้แล้ว
ระหว่างคุณประกอบไปพักผ่อนเอาแรง   ขอคั่นโปรแกรมด้วยเพลง I'm Henry the VIII  ของ- Herman's Hermits  เป็นกลุ่มนักร้องชาวอังกฤษในยุคเดียวกับสี่เต่าทอง คือช่วงทศวรรษ 1960s   วัยรุ่นไทยยุคโก๋หลังวังน่าจะรู้จัก แม้ไม่แพร่หลายเท่าสี่เต่าทอง   
ถ้าอยากรู้รายละเอียดคงต้องถามคุณ SILA ค่ะ   ตอนนี้เอาเพลงไปฟังฆ่าเวลาก่อนคุณประกอบกลับมา

บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 18:17

ฮิฮิ สำหรับนักเรียนเด็กเก(ไม่ใช่เกย์)  ถึงจะโดนเฆี่ยนโดนตีก็ไม่ค่อยหลาบจำ  ไอ้นิสัยเสียๆ นี่แก้ไม่ค่อยได้  เห็นท่าว่าครูบาอาจารย์ยังต้องอบรมสั่งสอนเฆี่ยนตีกันอีกหลายยกหละครับ ตามประสาพวกดื้อตาใส แต่โดนตีเท่าไหร่ก็ไม่หนีไปไหน วนเวียนแถวนี้แหละครับ  เจ๋ง


อ้า เข้าเรื่องกันต่อ

เมื่อได้แต่งงานกับแอนน์สมใจ จนได้บุตรสาวมาอีกหนึ่งคน คือเจ้าหญิงอลิซาเบธ เฮนรี่ก็เบื่อแอนน์อีกแล้ว   เพราะแอนน์ไม่สามารถมีรัชทายาทชายให้  แต่หลักๆ น่าจะเพราะหมดแรงจูงใจไร้แรงกระตุ้นกับแอนน์แล้ว คือพอได้แล้วมันก็เบื่อ มันไม่ท้าทายไม่เหมือนตอนยังไม่ได้ พระเจ้าเฮนรี่กับนายประกอบนี่มีอะไรเหมือนๆ กันอย่างน้อยก็ 2 อย่าง คืออ้วนกับขี้เบื่อเหมือนกันเลย   


หลังจากแอนน์แท้งบุตรชาย  เฮนรี่ก็หันไปเล็งสาวใหม่ๆ แทน ซึ่งทุกคนก็เห็นความสำเร็จของแอนน์แล้วว่าเป็นราชินีดีกว่าเป็นสนม   ในที่สุดเฮนรี่ก็หาเรื่องกล่าวหาว่าแอนน์คบชู้และก็ตัดหัวซะ จากนั้นเฮนรี่ก็แต่งๆ หย่าๆ  คือตกพุ่มม่ายเมียตายบ้าง หย่ากับราชินีใหม่บ้าง สั่งตัดหัวราชินีใหม่บ้าง ใช้ราชินีเปลืองมากๆ  จนเฮนรี่สิ้นพระชนม์ในปี 1547 แต่ก่อนหน้านั้นเฮนรี่ได้รัชทายาทชายสมใจ คือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ที่เกิดจากราชินีคนที่ 3 คือเจน ซีมัวร์  ราชินีคนที่ 3 นี้ได้ชื่อว่าเป็นคนอ่อนหวานจิตใจดี สิ้นพระชนม์จากการคลอดบุตร คือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด


หลังยุคสมัยเฮนรี่ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (1537 - 1553) ขึ้นครองราชน์เป็นยุวกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 6 ตั้งแต่พระชนม์แค่ 10 พรรษา จนสิ้นพระชนม์ในปี 1553 เมื่อมีพระชนม์ได้เพียง 16 พรรษาเท่านั้น ยังไม่ทันได้มีอำนาจจริงๆ เลย เพราะในยุคสมัยของเอ็ดเวิร์ดที่ 6 ยังเด็กนัก  อำนาจการปกครองอยู่ในมือของผู้สำเร็จราชการ   


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 18:41

วิทยานิพนธ์คุณประกอบโดดพรวดไปถึงรัชสมัยยุวกษัตริย์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 เสียแล้ว  ยังเห็นหน้าพระมเหสีทั้ง 6 ของพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดไม่ครบเลย    ดิฉันเลยไปหามาให้
คนแรกคือพระนางแคทเธอรีนแห่งอารากอน ที่ถูกหย่าขาดกลายเป็นแม่ร้างไปไม่รู้ตัว  แต่เธอก็ยังเคราะห์ดีกว่าคนอื่นๆ ตรงที่หัวยังตั้งอยู่บนบ่าได้ตามปกติตลอดชีวิต
คนที่สองคือแอนน์ โบลีนที่ถูกตัดสินประหารชีวิตข้อหาคบชู้   ซึ่งเธอไม่ยอมสารภาพจนแล้วจนรอด   ก็จะให้สารภาพยังไงในเมื่อเธอไม่ได้ทำ      หลังถูกประหารแล้ว วิญญาณของแอนน์ ก็ยังร่อนเร่ไปเยี่ยมบ้านโน้นบ้านนี้ที่เธอเคยอยู่ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วอังกฤษมาสี่ศตวรรษแล้ว   
ดิฉันเคยยุให้คุณประกอบไปพักตามสถานที่พวกนั้นบ้าง เผื่อจะเจอ  ได้กลับมาเล่าให้พวกเราฟังกันบ้าง ดังกันละคราวนี้
คนที่สามคือเจน ซีมอร์ หรือซีมัวร์    คนนี้โชคดีที่ไม่เคยทำให้พระเจ้าเฮนรี่ขัดพระทัย เป็นที่โปรดปรานเพราะผลิตรัชทายาทให้ได้ แต่เธอก็บุญน้อย คลอดเจ้าชายแล้วก็สิ้นชีพไป
คนที่สี่คือเจ้าหญิงแอนน์แห่งคลีฟ  จากเยอรมัน  พระเจ้าเฮนรี่ไม่เคยเห็นตัวจริง  เห็นแต่รูปที่มีผู้วาดมาถวายให้ทอดพระเนตร  เป็นภาพงามมาก  ก็หลงรักเหมือนพระอภัยหลงรูปนางละเวง   ตกลงเสกสมรสด้วย   
แต่พอเจ้าหญิงเดินทางมาถึงอังกฤษ เจอตัวจริง พบว่าไม่งามอย่างรูป    พระเจ้าเฮนรี่ก็ไม่โปรดอย่างยิ่ง แทบว่าจะไม่อยากมองหน้า   แต่ทำไงได้ในเมื่อตกปากขอแต่งไปแล้วก็ต้องแต่ง   แต่งได้พักหนึ่งก็ทรงขอหย่าอย่างประนีประนอมว่าจะทรงเลี้ยงดูเธออย่างดีเหมือนพระญาติ   พระราชินีแอนน์เห็นตัวอย่างจากแอนน์โบลีนแล้วก็ทรงยินยอมโดยดี    จึงรอดจากขวานในหอคอยลอนดอนไปได้จนตลอดชีวิต
คนที่ห้าเป็นหญิงสาวสามัญชนที่หน้าตาสะสวยชื่อแคทเธอรีน ฮาเวิร์ด   พระเจ้าเฮนรี่โปรดหล่อนมาก ทั้งๆหล่อนมีแฟนอยู่แล้ว  พอถูกเลือกเป็นราชินีก็เลยต้องเลิกกับแฟน มาอยู่ในวังกับพระเจ้าเฮนรี่   อยู่ได้พักหนึ่งก็ถูกกล่าวหาว่าคบชู้   บางกระแสบอกว่าเป็นแฟนคนเดิมกำลังจะไปศึกเลยมาขอล่ำลากัน   มีปากหอยปากปูไปทูลฟ้อง เลยกริ้ว   พระนางก็ถูกประหารเรียบร้อยไปเป็นเพื่อนแอนน์ในปรโลกอีกคน      แต่คนนี้ไม่ได้ข่าวว่าเป็นวิญญาณเฮี้ยนอย่างแอนน์
คนที่หกหรือคนสุดท้ายชื่อแคทเธอรีน พาร์ เป็นแม่ม่ายของขุนนางผู้ดีมีตระกูลมาก่อน     อยู่กินกับพระเจ้าเฮนรี่มาได้ ไม่ได้มีข้อหาหนักๆอะไร จนพระเจ้าเฮนรี่สิ้นพระชนม์ไปก่อน   แต่ก็มีเสียงก๊อสสิปว่า ถ้าพระองค์มีอายุยืนยาวกว่านี้ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าพระนางแคทเธอรีน พาร์จะรอดคมขวานไปได้      เพราะอย่างที่คุณประกอบว่า คือพระเจ้าเฮนรี่ท่านขี้เบื่อ
เมื่อพระเจ้าเฮนรี่สิ้นพระชนม์   เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดพระโอรสขึ้นครองราชย์   พระนางแคทเธอรีน พาร์ก็สมรสใหม่กับผู้สำเร็จราชการชื่อดยุคแห่งซอมเมอเซท   พี่ชายของพระราชินีเจน ซีมอร์   ซึ่งเป็นลุงของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 

คุณประกอบเข้าลอนดอน  เคยพาหนุ่มน้อย 7 ขวบไปดูพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซด์หรือยังคะ  มีหุ่นพระเจ้าเฮนรี่กับพระมเหสีทั้งหกด้วย


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 19:00

ก่อนหน้าจะสิ้นพระชนม์ไม่นาน เมื่ออาการป่วยของเอ็ดเวิร์ดเริ่มเด่นชัดและมีท่าทางแสดงว่าไม่รอดแน่ๆ   รัชทายาทก็ไม่มี  ความวิตกเรื่องผู้ที่จะสืบทอดราชสมบัติจึงเริ่มขึ้น คณะผู้สำเร็จราชการเริ่มกลัวว่าถ้าให้พระพี่นาง เจ้าหญิงแม่รี่ขึ้นเป็นกษัตริย์ ประเทศอังกฤษจะกลับไปเป็นคาธอลิก และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสันตะปาปาอีก ตัวเอ็ดเวิร์ดเองก็ไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเช่นกัน แถมเอ็ดเวิร์ดมีแนวคิดเหมือนพระบิดา คือไม่เชื่อมั่นว่าผู้หญิงสามารถเป็นผู้ปกครองที่ดีได้ แต่ตัวเลือกที่เป็นชายขณะนั้นก็ไม่มี


ดังนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงประกาศว่าผู้ที่จะสืบทอดราชสมบัติ ให้เป็นเลดี้เจน เกรย์ ลูกพี่ลูกน้องของเอ็ดเวิร์ด โดยข้ามลำดับของพระพี่นางทั้งสอง คือเจ้าหญิงแม่รี่ซึ่งเป็นคาธอลิก และข้ามเจ้าหญิงอลิซาเบธซึ่งเป็นโปรแตสแตนท์ไปด้วยเลย


ถึงตอนนี้บางคนอาจจะสงสัย เอ๊ะ ไหงข้ามกันไปได้แบบนี้ ก็ต้องบอกว่าการตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยการตัดสินใจของเอ็ดเวิร์ดคนเดียว แต่อยู่ภายใต้อิทธิพลของคณะที่ปรึกษาและผู้สำเร็จราชการด้วย และผู้ที่มีอิทธิพลมากขณะนั้นคือดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์  เพราะลอร์ดดัทลีย์ ลูกชายของท่านดุ๊คคนนี้ เป็นสามีของเลดี้เจน เกรย์ แต่งงานกันไม่ถึง 6 เดือนก่อนเอ็ดเวิร์ดจะสิ้นพระชนม์ ดังนั้นถ้าเลดีเจน ขึ้นเป็นราชินีเจน ผู้กุมบังเหียนอำนาจตัวจริงคือดุ๊คนั่นเอง แถมยังได้ปิดกั้นพวกคาธอลิกอีกด้วย



แล้วเลดี้เจน เกรย์นี่เป็นใครมาจากไหนอีก บางท่านอาจจะงง  เลนดี้เจน เป็นบุตรสาวของดุ๊คแห่งซัฟฟอร์ค ซึ่งสมรสกับเลดี้ฟรานซิส แบรนดอน เลดีฟรานซิสคนนี้เป็นบุตรสาวของแมรี่ ทิวดอร์ ราชินีแห่งฝรั่งเศส และเป็นน้องสาวของเฮนรี่ที่ 8 ด้วย   ดังนั้นเลดี้ฟรานซิสแม่ของเลดี้เจน  จึงมีศักดิ์เป็นหลานตาของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 7 และเป็นหลานลุงของเฮนที่ที่ 8   ทำให้เลดีเจน เข้ามาอยู่ในลำดับการสืบสันตติวงศ์กับเค้าด้วย


ภาพ Devise for the succession เป็นเอกสารที่เอ็ดเวิร์ดเขียนว่าจะยกบัลลังก์ให้เลดี้เจน ถ้าไม่มีผู้สืบทอดที่เป็นชาย และข้ามสิทธิพระพี่นางทั้งสองไปโดยหาว่าเป็นลูกนอกสมรส ทั้งหมดภายใต้การดูแลและบริหารจัดการของดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 19:16

โฮะโฮะ ข้อมูลท่านอาจารย์เรื่องผีของราชินีแคทเธอรีน ฮาเวิร์ดนี่ไม่แม่นซะแล้วครับ  ผีของแคทเธอริน ฮาร์เวิดนี่โด่งดังพอสมควร ผู้โชคดีจะได้เห็นเป็นหญิงสาววิ่งกรีดร้องไปตามห้องหับต่างๆ ในหอคอยลอนดอน เพราะตอนที่ถูกประหารชีวิต แคทเธอรินยังสาวยังสวยและไม่พร้อมจะตาย ไม่ได้นิ่งสงบยอมรับการประหารได้แบบแอนน์ โบลีน  ผมไปเที่ยวหอคอยแห่งลอนดอนมาหนนึง โชคไม่ดียังไม่ได้รับสิทธิพิเศษนั้น เลยยังไม่เจอผีๆ ที่นั่นเลย


ส่วนพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซด์ยังไม่เคยไปครับ คิดว่าจะไม่ไปด้วยเพราะไปดูแค่หุ่นมันยังไงๆ ไม่รู้ ค่าเข้ามันแพงด้วย ไปดูหลุมศพได้อารมณ์ความรู้สึกว่าได้กระทบไหล่เหล่ากษัตริย์ ราชินีมากกว่าครับ แถมได้ปลงไปด้วยว่าชีวิตมันก็แค่นั้น


พูดถึงเรื่องผีๆ เลยเอาภาพมาฝากกัน เป็นภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดในพระราชวังแฮมตั้นชานเมืองลอนดอนเมื่อปี 2003 เป็นคนแต่กายชุดโบราณเปิดประตูออกมา ที่นี่เคยเป็นที่พำนักของเฮนรี่ที่ 8  มีเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับผีๆ เยอะเลย ผมไปมาแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับสิทธิพิเศษได้เจออีกเช่นกัน


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 20:33

เจ้าหญิงแม่รี่มีหรือจำยอมง่ายๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาปี 1553 เมื่อได้เห็นอาการป่วยของเอ็ดดี้และประเมินดูท่าทางแล้วว่าไม่รอดแน่ๆ เจ้าหญิงก็เดินทางไปนอร์ฟอร์คซึ่งเจ้าหญิงมีที่ดินและมีผู้สนับสนุนจำนวนมากที่นั่น ดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์เองก็ไม่ใช่โง่ รีบส่งเรือรบไประวังป้องกันไม่ให้เจ้าหญิงหนีไปแผ่นดินใหญ่ทวีปยุโรปซึ่งอาจจะไปหาผู้สนับสนุนและกองทัพจากที่นั่นได้


เมื่อเอ็ดเวิร์ดตัดช่องน้อยแต่พอตัวสิ้นพระชนม์ไปแล้ว  คณะผู้สำเร็จราชการนำโดยดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ก็รีบจัดให้ลูกสะใภ้เลดี้เจน เกรย์ขึ้นครองบัลลังก์อังกฤษทันที  หลังรวบรัดทำพิธีแล้ว เลดี้เจนและพระสวามีก็ไปพักอาศัยอยู่ที่หอคอยแห่งลอนดอนเพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังง่อนแง่นอยู่มาก แม่รี่เองก็ไม่ยอม และได้อ้างสิทธิของเธอเช่นกัน และแจ้งไปยังคณะผู้สำเร็จราชการให้รองรับเธอด้วย คณะซึ่งผู้สำเร็จราชการต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์จึงปฏิเสธ และอ้างว่าการตั้งเลดี้เจนเป็นไปตามเจตจำนงค์ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดผู้ล่วงลับ


แม้ว่าจะกังวลเรื่องการเป็นคาธอลิกของแม่รี่ แต่แมรี่มีผู้สนับสนุนมากกว่าและเห็นด้วยมากกว่าว่าเธอคือผู้มีสิทธิอันชอบธรรมในการครองบัลลังก์  ดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์เองก็คาดการณ์ผิดพลาดและประมาทแมรี่มากไป ไม่ได้จัดการจับกุมหรือกักขังแม่รี่ไว้ก่อนตั้งแต่ตอนที่เอ็ดเวิร์ดยังไม่ตาย  ถึงตอนนี้ก็สายเกินการณ์แล้ว เพราะแมรี่มีผู้สนับสนุนจำนวนมากทั้งจากขุนนางและผู้คนทั่วไปที่เห็นว่าแมรี่มีสิทธิอันชอบธรรมมากกว่า  ดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์จัดกองทัพมีกำลังพลประมาณ 3000 นายเตรียมไปจัดการแมรี่ แต่แมรี่มีกองทัพที่มีกำลังพลมากถึง 2 หมื่นนายรอรับมือ


เมื่อเห็นๆ อยู่แล้วว่ากระแสลมพัดไปทางไหน คณะผู้สำเร็จราชการ(จริงๆ นึกคำที่เหมาะสมไม่ได้ อาจจะเรียกว่าคณะองคมนตรีก็ได้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Privy Council) ก็รีบยกมือสนับสนุนรัฐบาลแม้จะยังเป็นฝ่ายค้านอยู่ก็ตาม   อ้าว ไม่ใช่นี่  นี่มันคนละยุคคนละชาติกันแล้ว


คณะผู้สำเร็จฯ เริ่มมองเห็นอนาคตแล้วว่าได้สนับสนุนผิดฝ่ายไป ถ้าไม่รีบกลับลำมีหวังหัวหลุดจากบ่ากันเป็นแถว จึงประกาศใหม่รับรองให้แมรี่เป็นราชินี ทำให้เลดี้เจนซึ่งเป็นราชินีได้เพียง 9 วันต้องตกบังลังก์ดังพลั่กทันที  คณะ Privy Council เขียนจดหมายขออภัยไปยังแมรี่  แล้วแกนนำก็สั่งจับดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ ซึ่งก็ถูกตัดหัวไปตามระเบียบหลังจากนั้นไม่นาน


เลดี้เจนและสามีซึ่งย้ายไปอยู่ในหอคอยแห่งลอนดอนหลังขึ้นครองบังลังก์ เลยไม่ต้องย้ายออกได้อยู่ที่เดิมต่อ เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากราชินีเป็นนักโทษแทน แบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องย้ายข้าวของกันบ่อย สุดท้ายเลดี้เจนและสามี รวมถึงบิดาของเลดี้เจน ดุ๊คแห่งซัฟฟอร์กต่างก็ถูกตัดหัว ได้ตามเอ็ดเวิร์ดและดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ไปปรโลกด้วยกันทั้งหมด

ภาพนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นภาพฉากการประหารเลดี้เจน ใครอยากดูของจริงไปดูได้ที่ The National Gallory London ดูได้ฟรีไม่ต้องเสียสตางค์ ห้องน้ำห้องท่าสะอาดสะอ้าน มีรูปเด็ดๆ โด่งดังมากมาย ไปลอนดอนห้ามพลาดที่นี่นะคร๊าบ
อีกรูปเป็นรูปหัวของดุ๊คแห่งซัฟฟอร์กที่ถูกตัดหัวตามลูกสาว หัวนี้ถูกค้นพบในปี 1851 ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 21:06

เมื่อไปอังกฤษครั้งแรก    เขามีนิทรรศการ Lady Jane Grey กัน เห็นโปสเตอร์ติดอยู่ข้างทาง   อาจจะเป็นวันครบรอบการตายหรืออะไรสักอย่างของเธอ  ตอนนั้นไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร   เพราะไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์ส่วนที่เกี่ยวกับเธอ 
จากนั้นมีเวลาก็ไปเที่ยวหอคอยแห่งลอนดอน  จำได้รางๆซึ่งอาจจะผิดก็ได้  ว่าในห้องที่ลอร์ดดัดลีย์ถูกคุมขังอยู่  มีคำจารึกลงบนผนังหินว่า Ian  เป็นตัวสะกดแบบเก่า ตรงกับ Jane    น่าสงสารราชินีเก้าทิวา   ตอนถูกคุมขังเตรียมส่งประหาร  สามีเธอคงเป็นทุกข์ไม่น้อยกว่าเธอ

เพิ่งรู้จากคุณประกอบว่า วิญญาณของพระนางแคทเธอรีน ฮาเวิร์ดก็เฮี้ยนเหมือนกัน แต่อาจจะน้อยกว่าแอนน์ โบลีนเลยไม่ดังเท่า    ไปหาว่าเจน เกรย์ยังวนเวียนอยู่หรือเปล่า  ก็ได้คำตอบว่ายังอยู่เหมือนกันค่ะ
http://vdowww.dek-d.com/board/view.php?id=2412296

คุณประกอบอาจจะแจ๊กพ็อทแตก เจอเข้าสักครั้งก่อนกลับบ้านเกิดเมืองนอนนะคะ   เอาใจช่วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30820

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 21:27

อ้างถึง
เมื่อเห็นๆ อยู่แล้วว่ากระแสลมพัดไปทางไหน คณะผู้สำเร็จราชการ(จริงๆ นึกคำที่เหมาะสมไม่ได้ อาจจะเรียกว่าคณะองคมนตรีก็ได้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Privy Council) ก็รีบยกมือสนับสนุนรัฐบาลแม้จะยังเป็นฝ่ายค้านอยู่ก็ตาม   อ้าว ไม่ใช่นี่  นี่มันคนละยุคคนละชาติกันแล้ว

Privy Council จะเรียกว่าคณะองคมนตรีก็ได้ค่ะ เพราะคณะองคมนตรีของไทย ก็เรียกว่าThe Privy Council of Thailand  หมายถึงคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินของกษัตริย์ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราช   ในยุโรปก็มีกันทั้งนั้นไม่เฉพาะแต่อังกฤษ    ในเมื่ออังกฤษปกครองด้วยระบบราชาธิปไตย   คณะที่ปรึกษาฯจึงมีอำนาจมาก เพราะมีหน้าที่ถวายคำแนะนำทางกิจการต่างๆของราชอาณาจักร   ยิ่งถ้ากษัตริย์องค์นั้นเชื่อถือก็ยิ่งมีอำนาจกันใหญ่     แต่ถ้ากษัตริย์องค์นั้นแข็งแกร่ง รวบอำนาจมาไว้เสียองค์เดียว   คณะที่ปรึกษาฯก็อาจไม่ค่อยมีปากเสียงนัก
คณะที่ปรึกษาฯ เป็นคนละอย่างกับผู้สำเร็จราชการ (regent)  ผู้สำเร็จราชการเป็นตำแหน่งที่มีเฉพาะเมื่อแผ่นดินมีกษัตริย์ที่ยังทรงพระเยาว์   ยังไม่โตพอจะว่าราชการได้เอง    แต่ถ้าทรงเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผู้สำเร็จราชการก็พ้นตำแหน่งไปเอง
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 21:51

ราชินีแมรี่เกิดในปี 1516 เป็นบุตรสาวของเฮนรี่ที่ 8 กับราชินีแคทเธอรินแห่งอารากอน ในวันเด็กแมรี่เป็นเด็กที่ฉลาดและเรียนรู้เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แมรี่รู้ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และอาจจะภาษากรีกด้วย  กษัตริย์เฮนรี่ปลาบปลื้มและรักลูกสาวคนนี้ไม่น้อย และเคยชมเธอให้ทูตจากเวนิสฟังว่า แมรี่คือเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยร้องไห้  นี่อาจบ่งบอกความฉลาด อำมหิต ใจเย็นยะเยียบเป็นน้ำแข็งที่ดูเหมือนเหล่าลูกสาวของเฮนรี่จะได้รับมาจากบิดากัน


เมื่อสิ้นยุคของเอ็ดเวิร์ดที่ 6 พระอนุชา   ด้วยความฉลาดเฉลียวและความสามารถทางการเมืองในการดึงเสียงสนับสนุน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการเป็นคาธอลิก แต่แมรี่ก็สามารถดึงเสียงสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ และขึ้นครองบัลลังก์อังกฤษได้ตามที่เล่าไว้ก่อนหน้านี้ เขี่ยเลดี้เจน เกรย์ให้พ้นทางไปได้อย่างรวดเร็ว  


เมื่อขึ้นเป็นราชินีแล้ว แม่รี่เองก็ต้องการมีรัชทายาท และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พระน้องนางอลิซาเบท ที่นับถือคริสต์คนละนิกายขึ้นเป็นราชินีในอนาคต แมรี่เลือกอภิเษกสมรสกับกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน แม้จะเคยตั้งครรภ์แต่สุดท้ายทั้งคู่ไม่มีทายาทด้วยกัน และถึงเป็นคู่สมรส ฟิลิปก็ไม่มีสิทธิอ้างบังลังก์อังกฤษได้


ในยุคสมัยสั้นๆ แค่ 5 ปีของพระนางแมรี่ ได้มีการฟื้นฟูอำนาจของคริสตจักรคาธอลิกอีกครั้ง ในยุคสมัยนี้มีการเผาทั้งเป็นนักบวชหรือผู้ที่ต่อต้านคาธอลิก บังคับผู้คนให้กลับมาเป็นคาธอลิกอีก มีคนถูกเผาไปประมาณ 280 คน  จนศัตรูของพระนางขนามนามให้ว่า "แมรี่ผู้กระหายเลือด" (Bloody Mary)


สุดท้าย ราชินีแมรี่ที่ 1 ก็สิ้นพระชนม์ไปโดยไม่มีรัชทายาท ทำให้บัลลังก์ตกเป็นของพระน้องนาง คือเจ้าหญิงอลิซาเบธ ขึ้นครองราชน์เป็นราชินีอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ซึ่งพระนางเป็นโปรแตสแตนท์  และทำให้อำนาจของคริสตจักรคาธอลิกในอังกฤษเสื่อมไปอีกครั้ง


ภาพราชินีแมรี่หลังขึ้นครองราชย์ วาดในปี 1554 ไม่เอ๊าะแล้ว


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 30 พ.ย. 12, 22:13

ต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่มาไขข้อข้องใจครับ   ห้องเรียนนี้นักเรียนให้การบ้านอาจารย์จริงๆ  ยิงฟันยิ้ม

ที่ไม่แน่ใจเพราะเวลาอ่านจากพี่วิกิ หรือเวบอื่นๆ มักจะเรียกคณะพวกนี้ว่า Council ซึ่งในสมัยเอ็ดเวิร์ดที่ 6 นั้น มีทั้ง Council of Regency และ Privy Council  เวลาเอกสารเรียกว่า Council เฉยๆ จึงไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะอ้างไหนแน่ครับ


ในยุคสมัยของเอ็ดเวิร์ดที่ 6 นั้นมีผู้สำเร็จราชการสองคนแต่ต่างผลัดกันตกกระป๋องเพราะคนที่ได้ตำแหน่งก็มักเหลิมเอ๊ยเหลิงอำนาจ และมีผู้จ้องรอเสียบในตำแหน่งนี้กันอยู่  ผู้สำเร็จราชการ หรือถ้าให้ถูกน่าจะเป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการคนเรกคือเอ็ดเวิร์ด ซีมัวร์ ดุ๊คแห่งซอมเมอร์เซ็ต ลุงแท้ๆ ของเอ็ดเวิร์ดที่ 6  ซึ่งแน่นอนว่าจบไม่สวย คือหัวหลุดจากบ่าตามธรรมเนียมผู้แพ้เกมส์อำนาจสมัยนั้น
คนที่สองคือจอห์น ดั๊ดลีย์ ดุ๊คแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ คนที่อยู่เบื้องหลังการตั้งเลดี้เจน เกรย์เป็นราชินีนั่นแหละ ซึ่งก็ได้หัวหลุดจากบ่าตามเอ็ดเวิร์ด ซีมัวร์ไปเช่นกันเมื่อเจ้าหญิงแมรี่กลายเป็นราชินีแมรี่ที่ 1   ในยุคทิวดอร์นี่คนใหญ่คนโตเค้าหัวหลุดจากบ่ากันเป็นว่าเล่นจริงๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.072 วินาที กับ 19 คำสั่ง