เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
อ่าน: 38789 สมาชิกใหม่แนะนำตัวพร้อมถามข้อข้องใจเรื่องรัตนชาติ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30779

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 24 มี.ค. 15, 08:54

ดิฉันเอารูปคุณออก ตามที่ต้องการแล้วนะคะ
บันทึกการเข้า
ทิพยุทธ
อสุรผัด
*
ตอบ: 26


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 25 มี.ค. 15, 01:44

ขอบคุณครับท่านเจ้าบ้าน ที่นี้ผมจะมาจบเรื่องที่ผมดันก่อไว้แล้วนะครับ ทีแรกคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้างแต่ตอนนี้ชักไม่ใจแล้วครับเพราะสมาชิกแต่ละท่านเป็นผู้มีวิชาการทั้งนั้นแต่ผมกำลังจะนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อล้วนๆ แต่ยังไงผมคงต้องมาต่อให้จบจนได้ครับ

เอาละครับผมจะนำท่านๆออกตามหาทับทิมไทยกัน ผมคิดว่าคุณทับทิมไทยกับผมก็คงจะมีความสนใจในทับทิมไทยพอๆกัน ในเมื่อการตามหาทับทิมไทยในทางวิชาการไม่สามารถนำเราไปหาสิ่งที่เราต้องการได้แล้วอย่างที่คุณทับทิมไทยบอกว่าอาจถึงทางตันงั้นเราลองหาทางอื่นที่ไม่ใช่ทางวิชาการมาวิเคราะห์กันดีกว่าไหมครับ ความเชื่อต่างๆของไทยแต่โบราณเชื่อว่าของทุกสิ่งมีสิ่งศักสิทธิ์คุ้มครองอยู่ รถก็มีแม่ยานาง ตามต้นไม้ภูเขาก้อนหินก็มีทั้งนั้น เวลาคนไทยจะเริ่มทำการอะไรก็จะกราบไหว้ขอพรเจ้าที่เจ้าทางก่อนเสมอ พวกเราคนไทยทุกคนต่างรู้กันดีครับ ซึ่งถ้าเป็นชาวต่างชาติเห็นสิ่งที่พวกเราทำก็คงไม่เข้าใจ แล้วพวกเราก็ไม่รู้จะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้อย่างไร

พวกที่ขุดหาของโบราณ ขุดพระ หรือแม้กระทั่งการขุดพลอยผมคิดว่าพวกเขาก็คงทำเหมือนกัน ผมเคยได้ยินมาว่าพวกที่ขุดพระบางคนขุดเป็นวันๆก็ไม่เจออะไร แต่พออีกคนมาเขี่ยๆเศษดินเอามาปัดๆกลับได้พระไปเรื่องพวกนี้ได้ยินมาบ่อยในบ้านเราครับ เปรียบเสมือนว่าของสิ่งนั้นเลือกคนที่จะมาเจอแสดงว่าของสิ่งนั้นเลือกคนที่คู่ควรหรือเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆ ทีนี้ผมจะลองโยงเรื่องคุณค่ากับความเชื่อดูนะครับ

ทีนี้ท่านลองนึกภาพของผู้หญิงไทยขึ้นมาคนหนึ่งนะครับเอาแบบไทยๆเลยนะครับ ผมจะตั้งชื่อน้องคนนี้เขาว่าทับทิมนะครับ ถ้าทุกครั้งที่น้องทับทิมได้ยินที่ผมพูดกับน้องว่า ถ้าน้องขาวกว่านี้น้องคงจะสวยกว่านี้ หรือถ้าน้องสูงกว่านี้คงดีกว่านี้ หรือถ้าน้องแต่งหน้าทำผมซะหน่อยคงสู่้เขาได้ ท่านคิดว่าน้องเขาจะรู้สึกอยากที่จะอยู่กับผมไหมครับ แต่ถ้าให้ผมถามน้องเขาว่าทำไมถึงเลือกที่จะมาอยู่กับผมหล่ะ ผมว่าคำตอบอาจเป็นเพราะว่าผมไม่เคยสนใจว่าน้องเขาจะเป็นเช่นไร ผมชอบที่น้องเป็นของน้องมีคุณค่าของน้องเอง สวยในแบบของน้อง นี่คือเหตุผลที่ผมดูพลอยไม่เป็นครับ

หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมผมดูพลอยไม่เป็นทั้งๆที่ก็คลุกคลีมานาน ผมเข้าไปอยู่ร้านพลอยเพราะผมอยากเห็นครับว่าพลอยที่เขาซื้อหากันราคาแพงเป็นเช่นไรเพราะผมไม่เคยเห็น แต่ถ้าถามว่าผมดูเป็นไหม ผมจะดูไปเพื่ออะไรหล่ะครับในเมื่อดูเป็นแต่ไม่มีปัญญาซื้อผมจะดูไปทำไม  ที่ผมไปเรียนจนอาจารย์บอกให้พอแล้วหน่ะ ผมแค่อยากรู้ว่าเค้าส่องอะไรกัน ถ้าถามผมว่าแร่ไหนกำเนิดอะไร ซัฟไฟร์คุณสมบัติเป็นเช่นไร ตำหนิแบบไหนผมตอบได้หมดครับ ผมใช้เวลาแค่ประมาณปีนึงคลุกคลีกับแวดวงพลอยแต่ให้คุยเรื่องพลอยผมก็คุยได้เป็นวันๆครับ เรื่องเผาใหม่เผาเก่า ผมก็คุยได้ เรื่องสีหนึ่งสีสองผมก็เห็นอยู่ทุกวันตอนทำงาน  คนไทยที่เผาพลอยก็บังเอิญเป็นเพื่อนคุณย่าครับ ชื่อปู่สามเมือง เมื่อตอนที่ผมสนใจเรื่องพลอยอยู่ผมก็ให้ย่าพาไปแกมาครับ  

ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องบังเอิญหรืออะไรนะครับ แต่ผมก็ได้มาอยู่ใกล้ๆเรื่องพลอยแต่ดันดูพลอยไม่เป็น  บางทีเวลาผมนึกว่าตัวเองโง่ผมนึกว่าผมเหมือนก๊วยเจ๋งในเรื่องมังกรหยกเลยครับ  ความจริงผมมีอะไรมากมายอยากจะเขียนจะเล่าจะสื่อให้เห็น แต่ผมว่าผมเอาแบบนี้พอดีกว่าครับจะได้ไม่เป็นการรบกวนพื้นที่บ้านหลังนี้ เผื่อคนอื่นมาอ่านจะคิดว่าเอาอะไรมาเล่าไม่รู้ไม่มีสาระเลย ผมอยากจะอธิบายเรื่องคุณค่าให้มากกว่านี้เพราะคิดว่าน่าจะนำไปใช้ประโยขน์ได้กับทุกเรื่อง ถ้าคุณได้ให้คุณค่ากับสิ่งใดจริงๆแล้วผมว่าคุณได้สิ่งนั้นกลับคืนมาแน่นอนครับ แต่ผมไม่ทราบว่าจะเรียบเรียงยังไง
อย่างทับทิมไทยนี่แหละครับอยู่กับแม่ผมๆยังไม่รู้เลยว่าคือทับทิมไหม บอกแต่ว่าสีแดงจะใช่ทับทิมหรอ ผมว่าคนอย่างแม่ผมมีอีกเยอะครับ ได้ของพ่อของแม่มาก็เก็บไว้ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นของดีของแพงแต่มันคือของพ่อของแม่  มีแต่ผมนี่แหละครับที่เริ่มออกนอกลู่นอกทางไทยกลายพันธ์ตอนเด็กๆก็ชอบแอบเอาพระไปปล่อย นี่ไงครับการเล็งเห็นมูลค่าเป็นอย่างไรได้เงินมากินขนมนิดหน่อยคุ้มกันไหมครับ
 
ผมว่าผมขอพอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับ ผมถือว่าผมส่งการบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ...ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ให้พื้นที่ผมในการเล่าเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเอาซะเลย

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30779

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 28 มี.ค. 15, 20:59

อ้างถึง
หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมผมดูพลอยไม่เป็นทั้งๆที่ก็คลุกคลีมานาน ผมเข้าไปอยู่ร้านพลอยเพราะผมอยากเห็นครับว่าพลอยที่เขาซื้อหากันราคาแพงเป็นเช่นไรเพราะผมไม่เคยเห็น แต่ถ้าถามว่าผมดูเป็นไหม ผมจะดูไปเพื่ออะไรหล่ะครับในเมื่อดูเป็นแต่ไม่มีปัญญาซื้อผมจะดูไปทำไม

ไม่เคยคิดจะเขยิบอาชีพที่เป็นอยู่  ขึ้นเป็นคนขายพลอย  หรือต่อไปเป็นผู้ค้าพลอยรายย่อยบ้างหรือคะ    พวกนี้ต้องดูพลอยเป็น 
คุณมีโอกาสคลุกคลีกับพลอยมาตั้งนาน  สตางค์ค่าเรียนก็ไม่ต้องเสีย   มีสิทธิ์โกยความรู้ตามใจชอบ นับเป็นโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นๆที่อยากทำแต่ไม่มีโอกาสทำ
ไม่จำเป็นว่าต้องมีปัญญาซื้อจึงต้องหัดดูพลอยให้เป็น
สุนทรภู่เคยสอนว่า
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว              แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์                        ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
บันทึกการเข้า
ทิพยุทธ
อสุรผัด
*
ตอบ: 26


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 28 มี.ค. 15, 23:08

ขอเรียนตอบท่านเทาชมพูนะครับ ถูกต้องครับที่ท่านเทาชมพูยกคำกล่าวของท่านสุนทรภู่ขึ้นมาว่าถ้าผมเชี่ยวชาญจริงๆจะบังเกิดผลแก่ตัวผม ผมอาจหากำไรได้อีกมากมายโดยอาศัยความรู้ในเรื่องพลอยเพื่อนำมาขาย

แต่สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมเล็งเห็นผลประโยชน์ได้และผมก็เห็นหลายด้านของคนที่ทำธุรกิจนี้ อย่างร้านที่ผมเคยอยู่เค้าร่ำรวยมาจากการขายพลอยแต่ผมรู้สึกได้ว่าความร่ำรวยมิได้ช่วยให้ผมมีความสุขมากขึ้น ถึงแม้ผมจะไม่ร่ำรวยและอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำให้รวยแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันความสุขในบั้นปลายชีวิตผมครับ


ทุกวันนี้ผมได้มาทำเกี่ยวกับขนมปัง เบเกอรี่ครับ ถึงเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดา แต่ผมมีความสุขที่ได้เห็นแขกที่มาใช้บริการ รับประทานขนมผมจนหมดผมต้องเติมบ่อยๆแต่แปลกครับที่ผมไม่รู้สึกคิดว่าผมต้องเหนื่อยเพื่อทำขนมเพิ่มขึ้นเลยครับ

ผมเห็นกระทู้ใหม่ในเรือนไทยเกี่ยวกับชีวิตหลังเกษียณ ผมก็ยังนึกภาพผมตอนนั้นไม่ออกเหมือนกันครับ แค่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ได้สอนอะไรบางอย่างเพื่อเป็นแนวทางให้ผมใช้ชีวิตช่วงที่หมดชีวิตวัยทำงานได้อย่างมีความสุขก็พอครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 31 มี.ค. 15, 20:01

เข้าทางคุณนายตั้งพอดี ท่านนี้บอกได้แน่

ว่าแต่ว่าไม่ถ่ายให้ชัดๆหน่อย แล้วเอามาลงใหม่หรือครับ จะได้เห็นสาแหรกด้วยถ้ามี

คุณนายตั้งกลับเข้าเรือนไทยแล้ว
ขอดันกระทู้ขึ้นมาให้คุณนายตั้งเห็น จะได้ตอบแบบนักวิชาการหน่อย
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 31 มี.ค. 15, 22:17

ท่าน อ.นวรัตน์ ขอความเห็น เลยจะต้องตอบตามความรู้ที่พอมี แต่จะขอเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้นะครับ

 

 
บันทึกการเข้า
ทิพยุทธ
อสุรผัด
*
ตอบ: 26


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 31 มี.ค. 15, 22:45

ขออนุญาติมาปูเสื่อรอรับความรู้จากอ.คุณนายตั้งด้วยครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 01 เม.ย. 15, 19:49

ขอเริ่มต้นแบบกวนๆหน่อยครับ

ภาษาไทยมีคำว่า พลอย อัญมณี แก้ว (แหวนเงินทอง) หินสี และรัตนชาติ    แต่ละคำคงมีความหมายไม่เหมือนกัน

สำหรับผม เห็นว่าคำว่า พลอย นั้น มีคำคู่นำหน้ามาคือคำว่า เพชร (เพชร พลอย) เป็นคำสองคำตรงกับที่ผู้ทรงอำนาจหรือผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรต่างๆในโลกต้องการ ซึ่งก็คือ Diamond & Sapphire   

คำว่าพลอยในความหมายแต่ดั้งเดิมจึงน่าจะตรงกับคำว่า Sapphire ส่วนคำว่าเพชรนั้นก็คือ Diamond อยู่แล้ว   แต่เมื่อจะให้มีความยิ่งใหญ่กว่าผู้อื่น พลอย sapphire ซึ่งส่วนมากจะมีสีขาบก็คงจะไม่เพียงพอ ก็จะต้องเป็น ruby ซึ่งมีสีแดง ซึ่งก็สะสมอยู่ในแหล่งแร่เดียวกันกับพลอยสีขาบ แต่ในปริมาณที่น้อยกว่ามาก    ทับทิม หรือ ruby จึงถูกยกขึ้นให้เหนือชั้นกว่า sapphire  กลายเป็นชื่อเรียกแยกเฉพาะออกมาว่า Ruby & Sapphire (สีแดง กับ สีขาบ)    คำของไทยเราก็เรียกแยกกันว่า ทับทิม กับ ไพลิน 

ทั้งทับทิมกับไพลิน หรือ Ruby & Sapphire ต่างก็เป็นแร่ Corundum ซึ่งมีสูตรทางเคมีว่า Al2O3   
เพียงแต่ทับทิมมีธาตุโครเมียมอยู่ในเนื้อ จึงให้สีแดงก่ำ  ส่วนไพลินมีธาตุเหล็กและไทเทเนียมอยู่ในเนื้อ จึงให้สีน้ำเงินฉ่ำ

   
บันทึกการเข้า
ทิพยุทธ
อสุรผัด
*
ตอบ: 26


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 01 เม.ย. 15, 20:05

มาเข้าห้องเรียน เก็บข้อมูล ขอบคุณครับอาจารย์
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 01 เม.ย. 15, 22:05

แร่มากมายหลายชนิดมีธาตุอลูมินัม (Al) และออกซิเจน (O) ร่วมกับธาตุอื่นๆ จับตัวกันเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีโครงสร้างของเนื้อใน (unit cell) แบบต่างๆ ซึ่งในสภาพของสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน (pressure, temperature, pH, Eh, ฯลฯ) ทำให้เกิดแร่ชนิดต่างๆ รูปผลึกชนิดต่างๆ สี ความแข็งต่างๆ ฯลฯ

ทับทิมและไพลินนั้น เรารู้ว่าเกิดภายใต้สภาพที่มีความร้อนสูงและแรงดันสูงมาก แต่เม็ดขนาดที่เอามาทำเครื่องประดับได้นั้น ไม่แน่ใจกันนักว่ามันอยู่ในหินอะไรกันแน่ เนื่องจากเราพบทับทิมและไพลินพวกนี้เป็นเม็ดอิสระสะสมอยู่ลึกใต้ผืนดินในพื้นที่ร่องน้ำหรือพื้นที่ๆเป็นแอ่ง (แม้ว่าจะพบเม็ดเล็กๆ(เล็กมาก)อยู่ในเนื้อหินหลายชนิดก็ตาม)  และก็พอจะรู้ว่าแหล่งที่พบนั้นมีจำกัดอยู่ไม่กี่แห่งในโลก ซึ่งแหล่งที่สำคัญขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพและความสวยงามก็คือ Mogok และ Mong Hsu ในพม่า จันทบุรี ตราด ในไทย และไพลิน ในเขมร  สรุปง่ายๆก็คือมีสองพื้นที่ พม่าและไทย
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 01 เม.ย. 15, 22:28

แล้วก็มาถึงคำถามว่าแล้วของใครเจ๋งกว่ากัน ระหว่างของพม่ากับของไทย   

ผมเห็นว่า ก็น่าจะสุดยอดทั้งคู่  เขาว่ากันว่าของไทยออกสีแดงก่ำกว่า (deep red) จนออกไปทางมืด และโดยรวมมีมลทินหรือตำหนิน้อยมาก (ไร้มลทิน_Flawless) ส่วนของพม่านั้นออกไปทางสีแดงอมม่วง (pigeon blood) และโดยรวมมีมลทินและตำหนิมากกว่า

ส่วนเม็ดที่มีสตาร์นั้น ทั้งสองแหล่งพบเหมือนกัน

ในด้านของความต่างที่ผมเห็นก็คือ ของไทยนั้นจะเป็นประเภทเม็ดเล็ก ของพม่านั้นจะเป็นประเภทเม็ดเขื่องๆเลยทีเดียว

ค่อยๆไปนะครับ

บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 19:32

ความสวยงามนั้นเป็นเรื่อง นานาจิตตัง  แถมความสวยงามนั้นยังไปขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่จะช่วยในการเปล่งประกาย (enhance)  ซึ่งมีหลายกรณีที่องค์ประกอบเปลี่ยนไปแล้วทำให้ความสวยงามลดลงไป     ทับทิมและพลอยพม่าอยู่ทั้งในเรือนทองและเรือนที่ล้อมเพชร แต่ทับทิมและพลอยไทยเกือบจะอยู่ในเรือนที่ล้อมด้วยเพชรเพียงอย่างเดียว

เมื่อทับทิมของแหล่งในพม่าเริ่มเป็นที่นิยมสูง แหล่งแร่ก็เข้าสู่สภาพของการถูกเข้าครอบครองโดยอำนาจและภายใต้อิทธพล (กษัตริย์พม่า และต่อมาอังกฤษ) ปริมาณที่พบก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ของดีๆก็ถูกเลือกออกไปก่อน เกิดสภาวะอุปสงค์มากกว่าอุปทานมากขึ้นมากๆ  ก็บังเอิญเกิดมีการพบแหล่งทับทิมใหม่แถวไพลินในเขมร  ก็แน่นอนว่าอุปสงค์หันมาหาแหล่งนี้ ก็ต้องมีการข่มกันว่าของจากแหล่งใหนดีกว่ากัน ซึ่งส่งผลไปถึงด้านราคาด้วย   แหล่งในพม่าใหญ่กว่าแหล่งในไพลิน

ขุดกันไปขุดกันมา ทับทิมในแหล่งไพลินก็น้อยลง แต่ในพม่าก็ยังพบเรื่อยๆ   (เรื่องราวก็ไปผนวกกับเรื่องทางการเมืองระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส พม่า และไทย)     ความเป็นของเจ๋ง ของดี ของสวยสุด ของหายาก ก็จึงกลับไปกลับมาระหว่างทั้งสองแหล่งนี้ในช่วงเวลาต่างๆ   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 19:54

แหล่งพลอยในไพลิน จันทบุรี และตราด จัดได้ว่าเป็นแหล่งในพื้นที่เดียวกัน
 
คำว่า Thai Ruby นั้นคงจะมีการใช้กันมานานมากๆแล้ว (เพื่อแยกระหว่างทับทิมของแหล่งในพม่ากับของไทย)

แต่คำว่า ทับทิมสยาม นั้น ผมไม่ทราบว่าเริ่มใช้กันมาแต่เมื่อใด (ไม่มีความรู้จริงๆ)   ก็คิดว่าเมื่อเราเริ่มมีการขุดหาพลอยกันอย่างจริงจังเมื่อช่วง พ.ศ.2500++ จึงเกิดคำว่า ทับทิมสยาม ขึ้นมา เพื่อแสดงถึงความสุดยอดของทับทิมไทย โดยนำเอาทั้งของเก่าและของใหม่มาแสดงและทำการประชาสัมพันธ์คุณภาพของพลอยไทยในองค์รวม 
บันทึกการเข้า
ทิพยุทธ
อสุรผัด
*
ตอบ: 26


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 02 เม.ย. 15, 21:50

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ อย่างที่อ.naitangบอกว่าเราเริ่มขุดอย่างจริงจังเมื่อประมาณ60ปีที่ผ่านมา
แสดงว่าพลอยที่ได้มาก่อนหน้านั่นได้มาจากแหล่งทุติยภูมิ คือไหลมาจากแหล่งปฐมภูมิใช่ไหมครับถ้าผมเข้าใจไม่ผิด
ยังไงรบกวนขอความรู้จากอาจารย์เรื่องแหล่งแร่ด้วยครับ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผมและคนที่สนใจเรื่องนี้ ขอบคุณอีกครั้งครับ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4034


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 03 เม.ย. 15, 19:52

ที่เรียกว่าพลอยทั้งหลายนั้น ส่วนมากจะพบอยู่ใต้ผืนดินในชั้นกรวดทรายที่เรียกว่าชั้น กะสะ    แหล่งแร่ลักษณะนี้ ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า Placer deposit     จะเรียกว่าเป็นแหล่งทุติยภูมิก็อาจจะไม่เหมาะ เพราะมันมีโอกาสที่จะเป็นตะกอนที่ถูก rework มาแล้วหลายครั้งก็ได้ (secondary , tertiary etc.)       สำหรับอัญมณีที่มาจากแหล่งปฐมภูมิ หรือจากหินโดยตรงนั้น มีไม่มากนัก ก็มีอาทิ เพชร โอปอล การ์เน็ต (เพทาย) Tourmaline

ทับทิมของพม่าและของไทยต่างก็อยู่ในแหล่งแร่ที่เรียกว่า placer deposit
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง