เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
อ่าน: 27996 กัปตันบุช ทหารเรือเชื้ออังกฤษที่คนไทยรู้จักเพียงชื่อตรอก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 08:40

^
แหล่ม ค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10809



ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 09:12

ในกระทู้นี้นวรัตนดอทซีให้ข้อมูลว่า พระคลังข้างที่เป็นผู้ผาติกรรมวัดแก้วแจ่มฟ้าไปอยู่ที่อื่น แล้วนำที่ดินนั้นมาลงทุนสร้างเป็นบ้านใหญ่ๆเพื่อให้ฝรั่งเช่าได้๔หลัง ดังหมายเลข๑ ๒ ๓ และ๔ ในแผนที่ที่คุณเพ็ญชมพูถาม
เดี๋ยวนี้ที่ดินผืนนี้ยังเป็นของทรัพย์สินฯรวมทั้งบ้านเลขที่๑ ส่วนใครเป็นผู้เช่าบ้าง ทราบแต่รายสุดท้ายของบ้านเลขที่๑ที่กล่าวไปแล้ว ปัจจุบันเหลือแต่คนเฝ้าบ้านพำนักอยู่  


เข้าใจแจ่มแจ้ง  ยิงฟันยิ้ม

หมายเลข ๓ ผู้เช่าคือ บริษัทหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11015


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 09:23

ลักษณะอาคารบริษัทหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ คล้ายๆบ้านเลขที่๑เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 09:52

ตำนานกรมศุลกากร โดยพระยาอนุมานราชธน

"โรงภาษี ตั้งอยู่ปากคลองผดุงกรุงเกษมแง้มใต้ ตรงที่เป็นธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงก์เดี่ยวนี้ ว่าเป็นเรือนปั้นหยาชั้นเดียวหันหน้าลงน้ำ ภายหลังโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่หลวงซึ่งเป็นโรงภาษีนี้แก่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ เพื่อทำตึกธนาคารฮ่องกงฯ ส่วนสถานที่เป็นกรมศุลกากรในบัดนี้ (โรงร้อยชักสาม) สถานที่เดิมเป็นตึกจีน ภายหลังเป็นของหลวง เป็นของนายนุดอาหารบริรักษ์ เห็นจะสร้างเมื่อ จ.ศ. ๑๒๔๖ (พ.ศ. ๒๔๒๗ - ๒๔๓๑) เรียกโรงภาษีซึ่งทำใหม่ มีผู้บังคับบัญชาคือ เจ้าพระยาภาสกรวงศ์
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 09 มี.ค. 13, 10:59

ครูบอกว่าให้หาที่ตั้งโรงภาษีเก่า ก่อนที่จะย้ายมาตั้งที่โรงภาษีชักสาม จะได้ปิดกระทู้ซะที แต่ไปเจอบทความนี้ จึงยกมาให้อ่านกัน

"ตัวที่ทำการศุลกากร (Customs House) หรือโรงภาษี เริ่มมีเป็นครั้งแรก หลังจากไทยได้ทำสนธิสัญญาบาวริงกับประเทศอังกฤษ ซึ่งในตอนหนึ่งระบุว่า จะต้องปลูกโรงภาษีให้ใกล้ท่าจอดเรือพอสมควร ถึงแม้ว่าภายหลังจากสนธิสัญญาบาวริง ได้มีที่ทำการศุลกากร (Customs House) หรือโรงภาษีขึ้นแล้ว แต่ก็ทราบได้แน่นอนราวปี พ.ศ. 2428 ว่าที่ทำการศุลกาการเวลานั้น เดิมเรียกว่า โรงภาษีร้อยชักสาม หรือเรียกสั้นๆ ว่าโรงภาษีนั้น ตั้งอยู่ปากคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งก็คือบริเวณช่วงปลายถนนสีพระยาที่มีท่าเรือข้าฝากในปัจจุบัน ลักษณะของอาคารเป็นเรือนปั้นหยาชั้นเดียว หันหน้าลงแม่น้ำ ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่หลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงภาษีนี้แก่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรย์ เพื่อทำตึกให้ฮ่องกงแอนด์เซียงไฮ้แบงค์เช่า (พระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ 5 ถึงเจ้าพนักงาน พระคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 7 ปีชวด สัมฤทธิศก พ.ศ. 2430) จึงได้ย้ายมาตั้ง ณ ที่อาคารเก่าศุลกากร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีตำรวจดับเพลิงบางรักในปัจจุบัน"

ที่มา http://catadmin.cattelecom.com/km/blog/choosiri/?p=26


ถ้าอ้างถึงตรงนี้แล้ว บ้านกัปตันบุชที่เคยอยู่ตรงธนาคารฮ่องกง ? ไปไหนหนอ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 09 มี.ค. 13, 11:20

อาคารอันเป็นที่ตั้งสถานทูตฝรั่งเศสในปัจจุบันนี้จัดเป็นอาคารที่อยู่ในกลุ่มอาคารอนุรักษ์มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2527   ในอดีตบ้านไม้ทรงยูโรคลาสสิคนี้เคยเป็นโรงภาษีเก่ามาก่อน อันเป็นที่มาของชื่อ "ซอยโรงภาษีเก่า" อีกชื่อหนึ่งของถนนแบรสต์ ตัวอาคารก่อสร้างโดยช่างชาวอิตาเลียน เป็นอาคารยกพื้นสูง และมีระเบียงด้านหน้าหันสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ที่มา มติชนออนไลน์


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10809



ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 05 ก.พ. 18, 10:35

ปุจฉา

ทิ้งเป็นปริศนาต่อไปว่า บ้านเลขที่ ๑ ตรอกกัปตันบุช เป็นบ้านของพ่อค้าวาณิชฝรั่ง หรือคหบดีไทยท่านใด    ฮืม


วิสัชนา

บ้านเลขที่ ๑ นี้สร้างระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๔๖๘ บนพื้นที่ที่เช่าจากพระคลังข้างที่ เป็นที่ทำการของบริษัทฝรั่งเศส ชื่อ “Societe Francaise des Distilleries de l’Indochine (SFDI)” ซึ่งดำเนินกิจการกลั่นสุราในช่วงล่าอาณานิคมอินโดจีน เนื่องด้วยทำเลบริเวณนั้นที่เป็นแหล่งชุมชนและที่ตั้งสำนักงานของชาวยุโรปที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้โอนมาเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผู้เช่าล่าสุดคือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งได้ให้บริษัทสุรามหาราษฎรจำกัดเช่าช่วงต่อจนหมดสัญญาเช่าใน พ.ศ. ๒๕๓๗ หลังจากนี้มา ไม่ปรากฏผู้เช่า แม้ว่าอาคารจะมิได้ถูกทิ้งร้างโดยสิ้นเชิงก็ตาม

ด้วยคุณค่าและความสวยงามของอาคารนี้ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก โดยใช้กระเบื้องรูปเพชรสร้างเป็นหลังคาทรงปั้นหยา ทาด้วยสีเหลืองนวลตา หากปล่อยให้เสื่อมโทรมไปก็เป็นที่น่าเสียดาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงได้ฟื้นฟูอาคารหลังนี้กรมศิลปากรยังได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าแก่การศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอีกด้วย

http://www.bangkokriver.com/th/place/house-no-1/
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=5389.msg119634#msg119634




บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง