เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 12494 ขอถามว่าจังหวัดทั้งหลายที่มีชื่อแปลว่าทองคำ จริงๆแล้วมีทองคำหรือเปล่าครับ
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


 เมื่อ 29 ก.ย. 12, 23:48


เช่น กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง เป็นต้น เพราะว่าผมเคยอ่านมา เห็นมีแต่....ทองบางสะพาน เสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ้ม



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 12:00

ทอง อาจมีความหมายถึงการเป็นอู่ข้าวอู่น้ำก็ได้ครับ

จขกท.คงเคยได้ยินคำว่า แผ่นดินทอง แหลมทอง เมืองทอง สุวรรณภูมิ คำเหล่านี้แปลว่าเกษตรสมบูรณ์เพาะปลูกงอกงาม คนมาอยู่แล้วไม่อดตาย ไม่ได้แปลว่าเป็นที่ๆควรมาทำเหมืองทองคำนะครับ
บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 13:53


ขอบคุณครับท่านเนาวรัตน์ แต่ สุวรรณภูมินี้น่าจะหมายความว่า แผ่นดินทองจริงๆครับ ม่ายฉะนั้นตอนพม่าคงไม่ยกเข้ามาตีเมือง เผาเอาฟางข้าวที่ประดับตามเจดีย์ต่างๆ

ตั้งแต่ สุโขทัย ก็มีร่องรอยเอาไฟเผา วัดต่างๆรอบกรุงศรีอยุธยา ก็เอาไฟเผา

ประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทองคำจริงๆครับ  อ่านจดหมายเหตุของ ร4 แล้วท่านพระราชทานทองบางสะพานให้ต่างชาติ ที่เข้าเฝ้าทุกคนไป

ยังอ่านไม่พบว่าท่านพระราชทาน ข้าวสาร ถั่ว งา ให้ กับชาวต่างชาติที่เข้าเฝ้า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 14:06


 เผาเอาฟางข้าวที่ประดับตามเจดีย์ต่างๆ

ตั้งแต่ สุโขทัย ก็มีร่องรอยเอาไฟเผา วัดต่างๆรอบกรุงศรีอยุธยา ก็เอาไฟเผา 
ไม่เข้าใจค่ะ  กรุณาขยายความหน่อยได้ไหม
บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 14:45


แฮ่ๆ คห. ข้างบนท่านเนาวรัตน์บอกว่า..
...สุวรรณภูมิ คำเหล่านี้แปลว่าเกษตรสมบูรณ์เพาะปลูกงอกงาม คนมาอยู่แล้วไม่อดตาย ไม่ได้แปลว่าเป็นที่ๆควรมาทำเหมืองทองคำนะครับ.

ผมเลยแย้งว่า เราไม่ได้เอา ข้าวหรือฟางข้าวไป ประดับเจดีย์ นะครับ  เราเอาทองคำต่างหากที่มีอยู่มากมาย ในประเทศเราไปพอก ห่อหุ้มพระพุทธรูป

ม่ายเช่นนั้น พม่าจะยกมาเผาเอาไปหมดหรือ

ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันว่า ....สุวรรณภูมิ คือ ดินแดนแห่งทองคำ

ไม่เช่นนั้น ทำไมเขาไม่ตั้งชื่อว่า..เกษตรสมบูรณภุมิให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 15:02

คุณตั้ง ผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยาประจำเรือนไทย เล่าเรื่องทรัพยากรต่างๆเอาไว้ในกระทู้นี้

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4734.45

ดิฉันเจอคำตอบเรื่อง ทอง จากคุณ Siamese ในกระทู้ข้างบนนี้   ก็เลยลอกเอามาให้คุณนอแรดอ่านในนี้ค่ะ

คัดจากเล่ม ๕ แผ่น ๓๓ วัน อาทิตย ที่ ๑ เดือน มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ ราคาแผ่นละ ๓๒ อัฐ

เรื่องธาตุวิไสย

ทอง

ทองที่เขาทำรูปภัณฑ์เครื่องประดับต่าง ๆ  คือ แหวน กำไล เปนต้น  แลทองนี้ คนทั้งปวงทุก ๆ ประเทศ เขา
ชอบใจนับถือหยากได้นัก  ไม่ว่าผู้ดีหรือคนยาก ผู้ใหญ่ เด็กชนิดไร  เหนเข้าแล้วก็มีความรักหยากได้  เพราะ
ว่าทองนี้เปนธาตุบริสุทธอย่างหนึ่ง  เขานับถือว่าเปนของงาม ของสอาด แลขายซื้อกันราคาแพงนัก  ด้วย
เปนของหายาก  ในแดนเมืองเรานี้  มีบ่อเกิดอยู่สองแห่ง  คือที่เมืองกำเนิดนพคุณแห่งหนึ่ง  เมืองกระบิน
บินทรบุรี แห่งหนึ่ง
  สีของทองมีเปนหลายชนิด  สีเหลืองอย่างหนึ่ง  สีขาวอย่างหนึ่ง  แต่สีเหลืองนั้น จัดออก
เปนสามอย่างตามกำหนดน้ำหนัก  คือสีเหลืองสุกมากเรียกว่า ทองเนื้อแปด  ที่เนื้ออ่อน ๆ ลงมาก็เรียกว่า
เนื้อเจ็ด  เนื้อหก  เนื้อสี่  ทองสีขาว เรียกว่า ทองคำขาวทองเปนธาตุอย่างหนึ่ง  เกิดขึ้นด้วยกำลังแร่ที่เกิด
ในแผ่นดิน  แร่ทองคำที่เกิดในแผ่นดินนั้น  ทำให้แผ่นดินคุมกันแขงเปนก้อนคล้ายหิน  คนพวกที่เขา
รู้วิธีถลุงแร่  เขาขุดดินแร่มาให้มาก ๆ  โขลกด้วยครกเหล็กแล้วสุมไฟ  เนื้อทองที่เกิดอยู่กับแร่  ก็
ละลายออกมาเปนเนื้อทอง  ที่บางแห่งก็เกิดขึ้นเปนเนื้อทองก่อนเท่าเมล็ดทรายบ้าง  เท่าเมล็ดงาบ้าง  เท่า
เมล็ดเข้าเม่าบ้าง  พวกช่างร่อนเขาร่อนมาคุมให้เปนก้อนมากแล้ว  ขายซื้อกันตามราคาพิกัดน้ำหนัก

ทองมีคุณอาจจะให้เปนประโยชน์  ใช้การได้มากนัก  คนเราได้ใช้ทองคำ  เปนเครื่องประดับตัวเราให้ดูงาม
ขึ้น  แลทองคำนั้นช่างเขาแผ่เปนทองคำเปลว  ใช้ปิดตามห้องตึก บานประตู บานน่าต่าง  หรือตู้โต๊ะ เปนต้น 
ก็ดูงามดี  เพราะว่าทองคำเปนแร่สอาดกว่าแร่อย่างอื่น ๆ
บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 15:26

โห ขอบคุณ ท่านเทาชมพูมากครับ ครับ ที่ให้ link เกี่ยวกับแร่ ธาตุต่างๆ มาให้อ่าน

ผมก็เลยเอาทองคำแถวกบินทร์บุรี มาให้ดูด้วย ตามที่อ้างถึง





บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3601


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 18:38

ต้องขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา  ผมมีข้อสังเกตอยู่หน่อยนึงว่า ชื่อสถานที่หรือชื่อชุมชนที่มีคำว่า ทอง อยู่ในชื่อ หรือที่มีความหมายแปลว่า ทองคำ นั้น เราจะพบอยู่มากอยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ ตั้งแต่ย่านเจดีย์สามองค์ลงไปจนถึงประจวบฯ และจะมีกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ราบใกล้เชิงเขาด้านตะวันตกของที่ราบภาคกลาง  ต่อลงไปถึงประจวบฯเช่นกัน   นอกจากนั้นแล้วก็มีอยู่ในภาคตะวันออก   ในภาคอิสานนั้นเห็นมีแต่ชื่อที่มีคำว่า คำ อยู่ในชื่อสถานที่หรือชุมชน  สำหรับในภาคใต้นั้น ไม่มีทั้งคำว่าทองและคำว่าคำปนอยู่ในชื่อต่างๆ
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือ สถานที่ๆมีชื่อเหล่านี้มักจะเป็นสถานที่หรือชุมชนเก่าแก่ในยุคประวัติศาสตร์ของเรา

ความเห็นและข้อเท็จจริง 
ทองในชื่อสถานที่หรือชุมชนนั้น มีความหมายตามที่คุณนวรัตน์ได้กล่าวไว้ และก็มีความหมายถึงสถานที่ๆมีการพบทองคำด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นความหมายที่แยกขาดออกจากกันไม่ขาดนัก
 
ทองคำเกิดร่วมกับสายแร่ที่เรียกว่า Pegmatite vein (หินฟันม้า) และ Quartz vein (หินเขี้ยวหนุมาณ) และในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้
 
สายแร่ทั้งสองนี้เกิดร่วมอยู่ในหินแกรนิตและในหินอื่นๆที่วางตัวสัมผัสหรืออยู่ใกล้ๆกับหินแกรนิต ซึ่งหินในตระกูลหินแกรนิตนี้ เป็นหินประเภทที่ให้แร่ที่สำคัญๆในการพัฒนาทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมของมนุษย์มาตั้งแต่ช่วงต่อของยุคหินไหม่กับยุคโลหะ 
     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3601


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 18:41

แร่ที่ให้โลหะธาตุต่างๆที่หลุดออกมาจากสายแร่ทั้งสองชนิดนี้ ได้ถูกนำพาไปตามทางน้ำ ไหลไปตกตะกอนรวมตัวกัน ณ.ที่ๆเหมาะสมแห่งหนึ่ง กลายเป็นแหล่งแร่ขึ้นมา  โลหะธาตุที่ได้จากแร่โลหะเหล่านี้มีอาทิ ทองคำ ทองแดง ปรอท ดีบุก และรวมทั้งรัตนชาติอีกหลายชนิด เช่น Garnet (โกเมน) Moonstone (feldspar_มุกดา ??) Berryl ทั้งหลาย (มรกต) Tourmaline, Amethys, Rose quartz ฯลฯ

เนื่องจากพื้นที่ภาคตะวันตกของไทยมีทิวเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นหินแกรนิต ดังนั้นจึงให้แร่ทองคำที่พัดพาไปตกตะกอนตามลำห้วยต่างๆ จะว่าไปแล้วแทบจะทุกลำห้วยก็สามารถร่อนหาทองคำได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งในแควน้อยบางจุดก็พบว่าร่อนทองคำได้ แต่จะได้ในปริมาณที่มากน้อยต่างกันและคุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปร่อนหากันหรือไม่ ในทำนองเดียวกันกับเทือกเขาขุนตาลในภาคเหนือก็พบได้เช่นกัน

สรุปในประเด็นแรกได้ว่า ชื่อสถานที่และชุมชนที่มีคำว่าทองหรือมีความหมายว่าทองคำอยู่นั้น มีทองคำพบอยู่ในธรรมชาติ
บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 20:46


ขอบคุณท่าน ตั้ง มากเลยครับที่มาให้ความรู้ ได้อ่านเจอว่าท่านเชี่ยวชาญเรื่องแร่ต่างๆ ทั่วประเทศ

เลยขอโอกาศนี้สอบถามเรื่อง..ทอง แถวกาญจนบุรี ว่าท่านเคยเดินเจอทองบ้างหรือเปล่าครับ หรือไม่ก็ได้ยินพวกกะเหรี่ยงหรือชาวเขาพบทองบ้างไหม
ตามภูเขา หรือถนนที่มีดินแดง หรือดินลูกรัง ( แบบเดินเจอนะครับ  )  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 21:10


สำหรับจังหวัดที่มีทองเยอะแต่ ไม่ได้มีความหมายว่าทอง ก็คือจังหวัดปราจีนบุรี  นอกจากจะมีเหมืองทองที่กบินทร์บุรีแล้ว  ยังมีที่บ้านบ่อนางชิง อ.วัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว(สมัยก่อนอยู่ในจว.ปราจีนบุรี )  ผมหาหลักฐานจากกรมทรัพย์ไม่ค่อยมีรายละเอียด   แต่ที่เห็นมากับตา ก็มีบ่อทองขนาดใหญ่ มีน้ำท่วมเต็ม ชาวบ้านเล่าว่า
สมัยก่อนมีรางรถไฟมาถึง และก็มีฝรั่งมาทำเหมืองด้วย
ทองที่เหลือตกค้างอยู่ถึงปัจจุบัน ผมว่ายังมีมากครับ ที่เป็นสีทองเป็นก้อนๆ ก็มี เป็นสีน้ำตาลเกือบม่วงก็มีก้อนใหญ่ๆ ขนาด 1-3 กก. ก็มี
ที่ติดกับหิน quartz ก็มี ลักษณะก็เป็นตามรูปนี้ครับ  ดูข้างนอกไม่รู้





บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 21:11


แต่พอทุบออกมา เห็นทองเหลืองอร่าม  ยิงฟันยิ้ม






บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 21:14


ส่วนพวกนี้ทองล้วนๆครับ มีสนิมเคลือบไว้ด้านนอก เท่านั้นเอง  ยิงฟันยิ้ม

ดูข้างนอกน่าเกลียดมาก



บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 21:45


ผมอยากหาหนังสือเก่าๆอ่านดูว่า เมืองไทยมีทองที่ไหนบ้าง
เคยอ่านเจอ ว่ามีพญาแล หรือพญาแร่ แถวเขาเขียว จว. ชัยภูมิ อะไรทำนองนี้ที่เคยส่งทองมาถวายประจำ
หนทางเข้าก็ลำบาก มากมายเนื่องจาก ป่าไม้ปิดป่าเสียแล้ว ชาวบ้านบอกว่า มีหลุมทองโบราณเต็มไปหมด
ผมเดินไปกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ระยะทางเพียง สามกม. เดินไม่ถึงครึ่งทางก็หมดสภาพ ตะคริวกิน ต้องขึ้นๆลงๆ ข้างตลิ่งชันทีเดียว
(  ตอนนั้นร่างกายก็ไม่ฟิตด้วย แต่ถ้าทางเรียบๆ นี่สบายมาก ) ผลสุดท้าย ยังไม่ถึงที่หมาย
คิดว่าหน้าหนาว ต้องฟิตร่างกายดีๆ ไปใหม่อีกรอบ
ผม เลยไปหาดูตามไร่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ทอง 1 ชิ้น น้อยๆ แต่ก็ยังดีให้รู้ว่าแถวนั้นมีทองจริง





บันทึกการเข้า
นอแรด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 99


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 22:08


สาเหตุที่ผมมาโพสต์นี้ก็ต้องการบอกให้รู้ว่าเมืองไทย ยังมีทองเป็นก้อนๆอยู่นะครับ แต่ไม่มีใครรู้ หรือ ไม่มีหลักฐานอะไรเลย

และอีกประการหนึ่ง อยากให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาล ขายทองของพวกเรา ไปให้ฝรั่งในราคาถูกๆ ไม่ถึง 30% ของราคาท้องตลาด

เข้าใจว่ารัฐบาลสมัยก่อนๆ อยากได้เงินมาก ก็เสนอสัมปทานให้ฝรั่งมาลงทุน ( ตอนนั้นเราไม่มี knowhow ) แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์เข้าไปดูงาน

ผ่านมาแล้วเป็นสิบปี ฝรั่งโกยเอาทองออกนอกประเทศ โดยเสียค่าภาคหลวงแร่ ค่าอะไรต่อมิอะไร รวมแล้วไม่เกิน 30% ของราคาทอง

ฝรั่งจดทะเบียนบริษัท ทำให้ดูเหมือนว่าคนไทยมีหุ้นเกิน 50% แท้จริงแล้ว เป็น nominee ทั้งนั้น (  ดูได้จาก web ของฝรั่งเอง ที่ไม่ได้บอกว่ามีหุ้นแค่ 49% )
แต่เขียนในทำนองว่า มีหุ้นทั้งหมด )

ถึงตอนนี้ ยังมีทองอีกมาก ควรขายทองให้คนไทยดีกว่าไหมครับ ให้สัมปทานกับบริษัทไทยล้วนๆ เงินก็ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ   เศร้า



บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง