เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 12277 บันทึกบางตอนของชีวิตเด็กในพระบรมมหาราชวัง
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 28 ก.ย. 12, 20:12

สวัสดีครับคุณวันดี เห็นกล่าวถึงหมูแล้ว ไม่ทราบว่าในเนื้อหาพูดถึง พระพันปีหลวงทรงเลี้ยงหมูตัวอ้วน  ๆ สีชมพูด้วยหรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 28 ก.ย. 12, 20:37




ในเล่มนี้  ไม่มีค่ะคุณณล   
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 28 ก.ย. 12, 20:55




        คุณประจวบเล่าว่าได้เล่นกับพระองค์อาทิตย์  ซึ่งในขณะนั้นทรงพระเยาว์และพักอยู่กับ "คุณย่า"  เจ้าจอมมารดาโหมด

อยู่ในวัยเดียวกัน  คือเกิดปีมะโรง    ท่านแก่กว่าประมาณ ๗ เดือน        โดนพระองค์อาทิตย์รังแกและต้องร้องไห้เสมอ ๆ




จนวันหนึ่ง  เจ้าคุณอนิรุทเกิดรำคาญขึ้นมาอย่างไรก็ไม่ทราบ    จึงให้ปล้ำกับพระองค์อาทิตย์เพื่อลองกำลังกันดู 

โดยที่พระองค์ท่านแบบบาง   จึงต้องตกเป็นเบี้ยล่างและตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ถูกรังแกอีกต่อไป    และในคืนวันนั้นเองแทนที่



พระองค์ท่านจะมีพระทัยโกรธเคือง   กลับรับสั่งเรียกไปที่ตำหนักคุณย่า   และบอกกับคุณย่าว่า  "จวบปล้ำเก่งมาก  ชายสู้ไม่ได่"

ก็เลยทำพิธีสบถเป็นเพื่อนน้ำมิตรกันโดยพระองค์ท่านเป็นผู้ประกอบพิธี   ซึ่งจำรายละเอียดไม่ได้ว่าได้ทำอะไรไปปบ้าง

แต่ที่จำได้ดีก็คือท่านเอาน้ำชาราดที่หลัง  เพราะพอกลับมานอนยังคันหลังอยู่         และได้ประทานหมีของเล่นมีลานหกคะเมนได้ตัวหนึง

ซึ่งได้รักษาไว้จนรุ่นหนุ่ม  แล้วได้ให้แก่หลานไป   
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 29 ก.ย. 12, 13:31



        ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ยังดำรงพระอิสริยศเป็นมงกุฎราชกุมาร   และประทับ

อยู่ที่วังสราญรมย์     มักจะได้เข้าไปเล่นกับบรรดาเด็ก ๆมหาดเล็กข้าหลวงเดิม      และยังจำได้ว่าได้วิ่งแก้ผ้าอาบน้ำ

ตรงน้ำพุที่ลานชั้นล่างของพระตำหนัก   


        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ ได้ทรงโปรดนาฎศิลป์มาก่อนเสวยราชย์แล้ว         ในขณะประทับอยู่ที่วังสราญรมย์

ได้ทรงจัดตั้งโขนสมัครเล่นโดยโปรดเกล้าให้ฝีกบรรดามหาดเล็กข้าหลวงเดิมรุ่นโต ๆ ที่พอออกโรงได้แล้ว   โดยใช้ครูฝีมือ

ฝีเท้าชั้นเยี่ยมทั้งนั้น  มี   พระยานัฎกานุรักษ์   พระยาพรหมมาภิบาล   พระพานักนัจนิกร   ซึ่งแต่เดิมท่านเหล่านี้ได้เป็นโขนของคุณตา

ตลอดจนนักดนตรีฝีมือชั้นเยี่ยม  เช่น  พระยาประสาน   และพระยาเสนาะ   ก็เคยอยู่ในความควบคุมดูแลของคุณตามาแล้วทั้งสิ้น

ผู้ที่ได้รับการฝึกหัดให้เป็นโขนนี้เท่าที่จำได้มี   เจ้าพระยาราม   เจ้าคุณอนิรุทธ   นายกุหลาบโกสุม   นายช่วงวัลลภ

พระดำรงวิธีรำ   หม่อมเจ้าชัชวลิต   พระยาสุเรนทรราชา   นายคลาย บุนนาค บุตรเจ้าพระยาสุรพันธ์     เวลาที่ออกโรงก็ได้ดูเสมอ

ครั้งหนึ่งจำได้ว่าท่านผู้หญิงตลับ     สุรวงศ์วัฒนศักดิ์   ได้พาไปดูโขนสมัครเล่นนี้ครั้งหนึ่งที่วังสราญรมย์
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 29 ก.ย. 12, 14:02



        คุณแม่มีลูกคนเดียวก็ตามแต่มักจะปล่อยให้ไปไหนมาไหนคนเดียว   เข้าออกทั้งข้างหน้าข้างในตามสดวก

จึงเป็นที่รู้จักมักคุ้นกับบรรดาข้าหลวงเดิมของพระมงกุฎเกล้า ฯ  มาตั้งแต่เด็ก          แม้ผู้จะไม่ได้อยู่ในวัยเดียวกัน

แต่ที่เคยเล่นหัวหยอกล้ออยู่เป็นนิจนั้นก็มี  เจ้าคุณอนิรุทธ   เจ้าคุณชาติเดชอุดม  และนายกุหลาบโกสุม

เจ้าคุณอุดมนั้นมักชอบเล่นรังแก   มีการจิกหัวบ้าง  เขกหัวบ้าง   ถ้าบางคราวมือหนักไปหน่อยถึงกับร้องไห้

ก็ไปฟ่องผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ว่า  "โถรังแก" (โถนั้นเป็นชื่อเดิมเจ้าคุณอุดม ฯ )      ส่วนเจ้าคุณชาตินั้นชอบเล่นทำเป็นยักษ์

ที่ชอบกินเด็ก     ซึ่งก็ทำเอาใจหายใจคว่ำไปพักหนึ่ง


        คนที่โอบอ้อมอารีและใจดีซึ่งคุณแม่เคยพูดอยู่เสมอว่าจะไม่ลืมบุญคุณ   คือนายกุหลาบโกสุม          คืนวันหนึ่ง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เสด็จเป็นการไปรเวทไปทอดพระเนตรภาพยนต์ที่วังกรมหลวงสรรพศาสตร์   ที่ตำบลแพร่งสรรพศาสตร์

พอหนังเล่นไปได้ไม่นานนักคุณประจวบก็ไปหลับอยู่ใต้โต๊ะตัวหนึ่ง     ซึ่งยากจะแลเห็น          เมื่อหนังเลิกแล้วบรรดา

ผู้ที่ตามเสด็จต่างก็รีบวิ่งกันขึ้นรถกลับ  ไม่มีผู้ใดสังเกต             แต่บังเอิญนายกุหลาบโกสุม  ซึ่งในขณะนั้นเป็นคนโปรดปรานคนหนึ่งในราชสำนัก

(เคยมีบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นมหาดเล็ก   ภายหลังเป็นหลวงสถานพิทักษ์   ต่อมาได้เลื่อนเป็นพระราชวรินทร์)  ได้มองเห็นเข้า  จึงอุตส่าห์อุ้มเอากลับ

มาส่งที่พระแกลฝ่ายใน   แล้วคุณประจวบก๋็เดินกลับมาหาคุณแม่ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เลิกจากการปักสะดึง

(เรื่องพระราชวรินทร์นี้มีข้อมูลปรากฎไม่มาก  จึงนำมาลงไว้เผื่อท่านที่สนใจจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง/นักอ่านหนังสือเก่า)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 29 ก.ย. 12, 14:31



        บรรดามหาดเล็กข้าหลวงเดิมรุ่นเล็ก ๆ นั้น    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ โปรดเกล้า ฯ ให้ตัดยูนิฟอร์มกลาสี

พระราชทาน   คือหมวกสีขาว  พันผ้าสีน้ำเงินแก่   มีชื่อเรือพระที่นั่งต่าง ๆ กันติดที่ขอบหมวก    เสื้อเชิ้ตผ้าสีน้ำเงิน

กางเกงขาว    รองเท้าและถุงเท้าตลอดจนสายนกหวีดก็สีขาว      ผู้ที่ได้รับพระราชทานฟอร์มนี้มีบั้งทำด้วยดิ้นเงินติดตามชั้นของเสมา

" ม.ว."  ที่ได้รับพระราชทาน    คือถ้าได้เสมาทองคำลงยาฝังเพชรหรือทองคำลงยา  ติดสามบั้ง     เสมาเงินติดหนึ่งบั้ง


คุณประจวบเห็นเด็ก ๆ เขาแต่งตัวกันดังนั้น     จึงได้เข้าไปขอพระราชทานยูนิฟอร์มบ้าง


        จึงตรัสถามว่า  "จะเอาไปทำไม"

        "เอาไว้ใส่ตามเสด็จที่พระที่นั่งอมรินทร์"   

         เลยทรงพระสรวล    และตั้งแต่นั้นมาก็เลยขนานนามว่า  "อ้ายอมรินทร์"

ทั้งนี้เจ้าคุณรามและเจ้าคุณอนิรุทธก็พลอยเรียกด้วย          ซึ่งท่านทั้งสองนี้ถ้าพบกับคุณประจวบแล้วพูดถึงความหลัง

ก็ยังล้อเรื่อง "อ้ายอมรินทร์"  อยู่ตลอดมา
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 29 ก.ย. 12, 17:33

นายกุหลาบ  โกสุมนั้น มีพระราชบันทึกในรัชกาลที่ ๖ ว่า เมื่อเป็นพระราชวรินทร์ แล้ว
ต้องรับพระราชอาญาถอดจากบรรดาศักดิ์ แล้วไปหากินทางเล่นลิเก สุดท้ายถูกแทงเสียชีวิต

ท่านผู้นี้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่แสดงโขนเป็นทศกรรฐ์ได้สามารถมาก  สามารถแสดงจนผู้ชมรู้สึกว่า
หัวโขนที่ท่านสวมอยู่นั้นยิ้มให้ผู้ชมได้  คุณธนิต  อยูโพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากรเล่าไว้ว่า
จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม  เศวตนันทน์) ได้เคยเลียนท่ารำของนายกุหลาย  โกสุม
ให้คุณธนิตได้ชม  ถึงขนาดจทื่นมานิตย์ฯ ออกตัวว่า ที่แสดงให้ชมนั้นยังไม่ถึงขนาดที่
นายกุหลาบเคยรำไว้  คุณธนิตก็ยังออกปากว่า ไม่เคยให้ใครรำได้งามเยี่ยงนี้  ถ้าเป็น
นายกุหลาบรำเองจะวิเศษสักปานใด
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 09:40


นึกแล้วว่าคุณวีมีที่เคารพต้องแวะมาช่วย   ขอบคุณค่ะ


        จมื่นมานิตย์นเรศเล่าเรื่องนายกุหลาบโกสุมอย่างละเอียดไว้ในหนังสือของท่าน

ท่านที่เกิดทันในยุคนั้นก็เล่าว่า  นายกุหลาบแต่งตัวแพรวพรายประดับของมีค่าเช่นสร้อยทองนาฬิกาแหวนหลายวง

เข็มต่างๆมากมายเวลาไปกินโต๊ะจีน   จะถอดเสื้อนอกผู้ติดตามสองคนก็ถอดและนำไปแขวนให้   ผู้คนเกรงบารมี

นิทานชาวไร่ก็เล่าเรื่องตอนตกต่ำ   แต่เนื่องจากเป็นนิทานและข้อมูลเคลื่อนมากในหลายเรื่องจึงไม่สมควรจะนำมาเล่า

คดีที่นายกุหลาบโดนคือจ้างวานฆ่าแม่เลี้ยง  สาเหตุคือแย่งมรดกกัน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 10:10



        ในตอนบ่ายประมาณบ่ายสามโมง     มักจะขึ้นไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าที่พระที่นั่งวิมานรัตยา

เวลาเสวยพระกระยาหารกลางวัน    ซึ่งการเสวยมื้อนี้เสวยแบบไทยแท้       คือพระองค์ประทับบนพระแท่นที่

ยกพื้นขึ้นไปไม่มากนัก   มีเบาะรองพระที่นั่งชนิดที่มีพนักพิง   แล้วประทับขัดสมาธิ   เสวยข้าวไทยโดยพระหัตถ์ใน

ชามสังคโลกกลม    แล้วก็มีเครื่องไทยล้วน ๆ ถวาย         ถัดลงไปทั้งสองข้างมีบรรดาข้าราชบริพารร่วมด้วยโดย

นั่งพับเพียบตามลดหลั่นกันไป    เท่าที่จำได้ก็มี   เจ้าคุณราชศุภมิตร    เจ้าคุณบำเรอบริรักษ์    เจ้าคุณคธาธร 

เจ้าคุณราม   ท่านปิยะบุตร   และมหาดเล็กรุ่นใหญ่ ๆ อีกหลายคน           เด็ก ๆ ที่เฝ้าอยู่ในขณะเดียวกันจำได้ว่ามี 

นายสมหมาย  ณ มหาชัย กับนายศิริ   เลขศิริ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 30 ก.ย. 12, 10:26



ได้เรียนรู้คำว่า "สตึ"  เป็นครั้งแรก


       ขณะที่ค้างอยู่ในวังกับคุณแม่     มักจะไปมาหาสู่ คุณน้าเลียม         เห็นเธอใส่นาฬิกาข้อมือ

ก็เกิดอยากใส่ขึ้นมาบ้าง    คุณน้าเลียมผู้เป็นช่างประดิษฐของเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยฝีมือประณีต

จึงตกลงมำนาฬิกาข้อมือให้ใส่


หน้าปัดนาฬิกานั้นเขียนด้วยกระดาษแข็งและหมึก    ส่วนขอบและสายนาฬิกานั้นทำด้วยดิ้นเงินดิ้นทองดู

แพรวพรายไปหมด    ถ้ามองดูไกล ๆ แล้วเกือบจะเป็นนาฬิกาทองฝังเพ็ชร


วันหนึ่งได้ใส่นาฬิกาติดข้อมือออกไปเฝ้าในเวลาอาหารกลางวัน          ชะรอยจะเห็นมันวูบวาบนักหรืออย่างไร

ไม่ทราบรับสั่งให้เจ้าพระยารามมาดูที่ข้อมือ      แล้วรับสั่งเป็นเชิงถามว่า  "สตึหรือ"


เจ้าพระยารามกราบทูลว่า "สตึ"             จึงเป็นอันได้รู้ศัพท์ "สตึ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 01 ต.ค. 12, 09:31




        เมื่อไปเข้าโรงเรียนมหาดเล็กหลวงนั้น   คราวใดที่พระเจ้าอยู่หัวจะทรงลครแบบ "musical comedy"

ซึ่งมีตัวลครมาก ๆ แล้ว   ก็โปรดเกล้าให้นักเรียนมหาดเล็กไปเล่นเป็นตัวประกอบด้วย    ซึ่งการซ้อมครั้งหนึ่ง ๆ

กินเวลาตั้งเดือนหรือเดือนเศษ       และในระหว่างนั้นก็ปิดการเรียนแต่ต้องนอนค้างอยู่ประจำ   คงกลับบ้าน

ได้แต่วันเสาร์และวันอาทิตย์          ลครที่ซ้อมมากที่สุดและเล่นอยู่นาน ๆ  ก็คือเรื่องหนามยอกเอาหนามบ่ง 

และวิวาห์พระสมุทร         จากลครสองเรื่องนี้  คุณประจวบเรียนแบบตัวลครที่สำคัญ ๆได้ทุกตัว  ทั้งพระและนาง   

จนเป็นที่ลือต่อ ๆ  ไปว่าทำท่าล้อคนได้แนบเนียนตั้งแต่อายุได้ ๑๐ ปีเศษ         บรรดาผู้ที่ได้เคยเห็นแล้วก็พูดกันต่อ ๆ ไป

เจ้านายฝ่ายในในพระบรมมหาราชวังและวังสุนันทาโดยมากได้ทอดพระเนตรและรู้สึกว่าจะพอพระทัยกันทั้งนั้น


       ที่จำได้แม่นยำก็คือวันหนึ่ง   คุณน้าเลียมได้พาไปเฝ้าสมเด็จพระปิตุฉา   ทูลกระหม่อมหญิงสุธาทิพย์  และเสด็จ

กรมหลวงทิพยรัตน์  ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระองค์เจ้านภาพร        ถูกเกณฑ์ให้ทำท่าเจ้าคุณรามและเจ้าคุณอนิรุทธตามบทบาทในเรื่องลคร

ซึ่งพอพระหฤทัยมากถึงกับทูลกระหม่อมหญิงประทานล็อคเก็ตลูกโลกทองคำ   และสมเด็จพระนาง ฯ ประทานกางเกงแพรสองตัว

แล้วรับสั่งให้รอคอยทูลกระหม่อมชาย (กรมพระนครสวรรค์) ให้ได้ทอดพระเนตรบ้างเพราะในขณะนั้นยังทรงงานอยู่ที่กระทรวงทหารเรือ

พอเสด็จกลับจากกระทรวงโดยเสด็จขึ้นทางตำหนักน้ำแล้วก็ต้องตั้งต้นกันอีกพักหนึ่ง      และทำให้ทรงพระสรวลอยู่ตลอดเวลา


ข่าวเล่าลือกันต่อ ๆ ไปจนต้องถูกเรียกไปเฝ้าพระวิมาดาและสมเด็จหญิงกลาง  และสมเด็จหญิงน้อยอีกคราวที่ไปทำความสำราญ

ให้ท่านก็ได้รับรางวัลของงาม ๆ เสมอ


วันหนึ่งในขณะอยู่ที่โรงเรียน    มีคนมารับให้ไปที่ตำหนักเจ้าคุณประยูรวงศ์ที่สามเสน          พอไปถึงจึงทราบว่าลูกสาวของท่าน 

"เสด็จพระองค์กลาง"  ซึ่งเคยเรียกท่านว่า  "เสด็จป้า" รับสั่งให้ทำท่าใครต่อใครให้ดู      แต่คราวนี้ดูเหมือนไม่ได้รางวัลอะไรเลย
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 01 ต.ค. 12, 15:21




        สำหรับไพ่ตองนั้น   เมื่ออายุสิบปีเศษ ๆ  ผู้ใหญ่ไว้ใจ   ให้ถือแทนในวงใหญ่ ๆ    ในสมัยก่อน

ถ้าจะเล่นไพ่ตองแล้วต้องขออนุญาตจากอำเภอโดยเสียค่าธรรมเนียมกลางวัน ๖ บาท  และกลางคืน ๑๒ บาท

การเล่นนั้นเขาเล่นขนาดข้ามวันกันทีเดียว      จึงจำเป็นว่าถ้าผู้เล่นเกิดหาวนอนหรือเมื่อยขบขึ้นมา  จึงจำเป็น

ต้องหามือเปลี่ยนที่ไว้อกไว้ใจได้เพราะเขาเล่นกันแพง   จึงเป็นโอกาสให้ใจเติบ    ในขั้นแรกก็มีคนคอยควบคุมอยู่ข้างหลัง

และเมื่อเขาไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็ไม่ต้องคุม     ครั้งหนึ่งขณะเมื่ออยู่ที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง   เจ้าคุณอภิบาลราชไมตรี

ได้มาขอรับตัวไปเพื่อให้ไปคอยเปลี่ยนมือในเวลาหาวนอนที่บ้านถนนสีลม          นอกจากนั้นที่ชอบวานให้ถือแทนคือพระราชชายา

และคุณยายท่านเล็ก(คุณจอมมารดาโหมด)           สถานที่ที่ท่านไปเล่นก็คือบ้านของเจ้าจอมมารดาเลื่อนที่อยู่ริมคลองสามเสน

ตรงข้ามอำเภอดุสิต             ผู้เข้าร่วมวงจำได้ว่ามีคุณหญิงทรามสงวน   คุณจอมประคอง   คุณท้าวภัฒฑสาร   และคุณหญิงผัน

วิสูตรสาครดิศ               ที่ถือแทนให้มากที่สุดคือพระราชชายา    เนื่องจากเป็นคนโปรดมาตั้งแต่เป็นเด็ก ๆ     ตามทางสันนิษฐานแล้ว

ท่านโปรดลครกรมพระนรา  คือตัว "แม่ช้อย" เหมือนกันเช่นเดียวกับคุณแม่   และก็ได้ทำท่าเลียนแบบถวายให้เป็นที่พึงพอพระทัย

และอีกประการหนึ่งท่านใช้สอยไหว้วานคุณแม่ในกิจการที่เกี่ยวกับการช่างได้ทุกอย่าง   ประกอบกับพระองค์ท่านเป็นผู้มีน้ำพระทัยกว้างขวาง

และโอบอ้อมอารีหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก             ท่านโปรดเด็ก ๆและคุรแม่ก็ยอมให้ไปค้างอยู่ในวังกับท่านที่พระราชวังดุสิตคราวละหลาย ๆ วัน

และคราวใดที่ท่านจะทดแทนบุญคุณแม่ที่ท่านใช้ให้ทำงานบางสิ่งบางอย่างเป็นที่พอพระราชหฤทัยก็มักจะให้ของกับลูกเป็นการตอบแทน


จำได้ว่าคราวหนึ่งท่านกำลังเปิดหีบเครื่องเพชรจะให้ใครแต่งตัวก็ไม่ทราบ           ในขณะนั้นคุณประจวบได้เฝ้าอยู่ด้วย  ก็คลานเข้าไปดู

ท่านหยิบแหวนปลอกมีดขนาดมีเพชรเม็ดเขื่องคู่กับทับทิมพม่าวงหนึ่งให้ลองใส่ดู   พอเห็นว่าใส่ได้ท่านก็เลยประทานให้         เมื่อเอามาอวดให้คุณแม่ดู

จำได้ว่าขณะนั้นคุณป้าจวงอยู่ด้วย     คุณป้าจวงยังไม่เชื่อบอกว่าท่านให้ลองใส่เล่น    จนกระทั่งเจ้าลัดดามาบอกว่า  "จ้าวย่า" ประทานจริง ๆ

จึงทำให้ทุกคนงงไปหมด         นอกจากนี้แล้วก็ได้ของแต่งตัวประทานอีกหลายอย่าง   แม้กระทั่งไปเมืองนอกแล้วก็ยังเป็นคนโปรดปรานเช่นเคย   

ทรงมีลายพระหัตถ์ประทานไปที่ประเทศอังกฤษในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๐

                              ถึงประจวบ

                              ..............
                              ฉันดีใจมากที่ประจวบไม่ลืมฉัน              ถึงอย่างไรก็ดีขอให้ประจวบนึกว่า    ฉันคงเป็นท่าน

                              ของประจวบอยู่ตลอดไป     และจวบเป็นเด็กที่น่าเอ็นดูของฉันเสมอ            แต่ไม่ทราบจะหาอะไรมาฝากให้

                              เพราะการหาของมาให้คนเมืองนอกนั้นลำบาก              ถ้าต้องการอะไรก็บอกมาเถิด          มีความยินดี

                              และเต็มใจที่จะปฏิบัติตามใจจวบทุกอย่าง

                              สุดท้ายนี้    ขอฝากความรักและคิดถึงมาให้

                                                        (ลงพระนาม)                  ดารา






บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 15:20




       ขณะที่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น

คุณประจวบแต่งตัวนุ่งขาวใส่เสื้อคอปิดสวมถุงน่องรองเท้าตามเสด็จด้วย     แล้วก็คลานออกจากฝ่ายในไป

เล่นกับเด็ก ๆ มหาดเล็กที่ตามเสด็จพระมงกุฎเกล้าทางฝ่ายหน้า    ซึ่งจำได้ว่ามีท่าน ดิศานุวัตร์   ท่านแววจักร์

ท่านเศรษฐพันธุ์   ท่านวงอดิศร  และพระองค์อาทิตย์   ซึ่งขณะนั้ยท่านยังทรงพระเยาว์อยู่และประทับอยู่กับ "คุณย่า"

(คุณจอมมารดาโหมด) ที่ตำหนักในวังกลวงที่มีมุขยื่นออกมา        พวกชาววังจึงขนานนามท่านว่า  "ท่านที่มุข"
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 15:46




        เจ้าคุณราชอักษร  ซึ่งในขณะนั้นเป็นนายลิขิตสารสนอง    ชอบพอกับพี่สาวต่างมารดาคนใหญ่คือ

พี่เจือ    เจ้าคุณราชอักษรเป็นคนชอบเด็กและมักขออนุญาตคุณแม่รับเอาไปนอนค้างด้วยที่บ้านบางกระบือ

ซึ่งในเวลานั้นอาศัยอยู่กับเจ้าคุณคธาธรในขณะนั้นเป็นพระอัศวบดี    บ้านนั้นในบัดนี้ก็คือบ้านของ

พระยากลาโหมราชเสนา          เวลาที่เจ้าคุณราชอักษรเข้าไปนอนเวรในพระราชวังดุสิตคือ

พระที่นั่งอัมพรนั้นบางคราวก็เอาคุณประจวบติดตัวไปด้วย         โดยที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ

โปรดทรงพระราชกิจในเวลากลางคืน           เจ้าคุณราชอักษรจึงมีหน้าที่ตระเตรียมดูแลห้องทรงพระอักษร

ในขณะที่เจ้าคุณราชอักษรทำงานอยู่นั้นภายหลังได้เล่าให้คุณแม่ฟังว่า   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า

ได้เสด็จมาที่ห้องทรงพระอักษรเห็นคุณประจวบนอนหลับอยู่ที่เก้าอี้นวมตัวหนึ่ง     จึงรับสั่งเป็นเชิง

สัพยอกว่า   "อ้อ  คิ้ว  (ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกเจ้าคุณราชอักษรเป็นประจำ)  เอาศรียาตรามาด้วยรึ"


((เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประทับใจนักอ่านหนังสือเก่ามากที่สุด))
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 03 ต.ค. 12, 16:04



        คุณประจวบเล่าเรื่องเจ้าคุณราชอักษรต่อไปว่า    เจ้าคุณมาบ้าน  บางครั้งก็รับไปบ้านเยาวราช

ซึ่งเป็นบ้านดั้งเดิมของสกุลอัศวรักษ์   และบางครั้งก็รับไปบ้านบางกระบือ     ท่านเป็นคนชอบแต่งตัวหรูหรา 

และใช้ของแพงๆในวัยหนุ่ม           วันหนึ่งไปตัดเสื้อโอเวอร์โค้ตให้คุณประจวบตัวหนึ่งที่ร้านสุนทรภัณฑ์วิกินิยะสถาน

(เกี้ยนเฮง)   ซึ่งในปัจจุบันเปลี่ยนกิจการไปแล้ว        เมื่อได้ของมาแล้ว  ความเห่อของเด็กในสมัยนั้น

ไม่ว่าร้อนหรือหนาวก็หอบหิ้วเจ้าโอเวอร์โค้ตตัวนั้นไปด้วยตลอดเวลา           ครั้งหนึ่งเมื่อข้ามฝากจากฝั่งธนบุรี

มากับเจ้าคุณราชอักษร    โดยข้ามที่ฝั่งกุฎีจีน     ก็หอบหิ้วเสิ้อโอเวอร์โค้ตตัวโปรดตัวนั้นมาด้วย    พอก้าวขึ้นโป๊ะ

จะอย่างไรก็ไม่ทราบ   พลาดตกไปลอยคออยู่ในแม่น้ำ  ทั้งๆเช่นนั้นแล้วก็ยังไม่ปล่อยเสื้อ     เจ้าคุณราชอักษรว้ายน้ำไม่เป็น

ก็ได้แต่ร้องโวยวายให้คนช่วย    เคราะห์ดีคนเรือจ้างฉุดขึ้นมาได้   จึงรอดจากการเป็นเหยื่อแม่พระคงคาไปได้ 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง