เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 8754 อัลบั้มภาพและเพลงระลึกถึงแม่
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 ก.ย. 12, 22:17

มาติดตามด้วยความเพลิดเพลินค่ะ     พยายามจะนึกเพลงของแม่ที่มีชื่อเสียงของโลก  ก็นึกได้ถึงเพลงนี้

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 09:56

มีเพลงคลาสสิคเกี่ยวกับแม่มาเพิ่มเติม ครับ

                 Songs My Mother Taught Me
 
          เพลงนี้เป็นผลงานเพลงในปี  1880 ประพันธ์โดยคีตกวี  Antonin Dvorak
เป็นหนึ่งในบทเพลงชุด Gypsy Songs ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื้อร้องมาจากร้อยกรอง
ภาษาเยอรมันของกวีนาม Adolf Heyduk

เนื้อร้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ

      Songs my mother taught me,
In the days long vanished;
Seldom from her eyelids
Were the teardrops banished.
Now I teach my children,
Each melodious measure.
Oft the tears are flowing,
Oft they flow from my memory's treasure.

     จากเสียงของโซปราโนสาวแสนสวย Anna Netrebko

           
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 10:06

the fifth movement of Brahms’
         “A German Requiem, To Words of the Holy Scriptures”

           เพลงนี้คีตกวีบราห์มส์แต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการจากไปของแม่ที่ได้ยังความโศกเศร้า
อย่างใหญ่หลวงแก่เขา จน(อาจ)เป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่ง  Requiem นี้ที่ใช้ช่วงเวลา
ในการประพันธ์ระหว่างปี1865(ปีที่แม่เสียชีวิต) ถึงปี  1868 ประกอบด้วย 7 ท่อน(movement)

          Ihr habt nun Traurigkeit   You now have sadness

เสียงร้องโดย Dame Kiri Te Kanawa

           

You now have sorrow;
but I shall see you again
and your heart shall rejoice
and your joy no one shall take from you.

Behold me:
I have had for a little time toil and torment,
and now have found great consolation.

I will console you,
as one is consoled by his mother.
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 14:00

26)

                Mrs. Robert S. Cassatt, the Artist's Mother 1889

        ภาพแม่จากศิลปินอิมเพรชชั่นนิสม์ชาวอเมริกัน Mary Cassatt (May 22, 1844 – June 14, 1926)
ผู้มีผลงานเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปจากภาพวาดแนวแม่ลูกผูกพัน อาจจะกล่าวได้ว่าเธอคือศิลปินหญิง
ชาวอเมริกันผู้เป็นที่รู้จักมากที่สุด

        แม่ผู้มีการศึกษาและรอบรู้จากการเป็นนักอ่านคือผู้ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิตของ
แมรี่ คัสแสท คอยสนับสนุนกระตุ้นให้ลูกๆ สนใจในศิลปะวัฒนธรรม จนอาจกล่าวได้ว่า
ความสามารถโดดเด่นของแมรี่นี้คือมรดกตกทอดมาจากแม่แต่เพียงผู้เดียว

        แมรี่ได้เข้าเรียนในสถาบัน Pennsylvania Academy of the Fine Arts
แล้วยังได้รับการฝึกฝนฝีแปรงกับศิลปินมีชื่อ ในวัยสาวแรกรุ่นเธอปฏิเสธคำขอแต่งงานเพื่อ
ที่จะได้ทำงานด้านศิลปะที่เธอรักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครหรือภาระใดรบกวน

Self Portrait


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 14:02

27)

          พอร์เทรทรูปสุดท้ายของแม่นี้ แมรี่เสนอภาพแม่ในวัยชราแต่ยังคงมาดท่วงท่า(นั่งอย่าง)สง่า 
มือซ้ายจับใบหน้าลักษณาการครุ่นคะนึงของผู้ทรงภูมิ ดวงตาจ้องมองอย่างผู้ทรงอำนาจ สะท้อน
ความรู้สึกทับซ้อนทั้งความใกล้ชิด,ความรัก และความเคารพของลูกที่มีต่อแม่ 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 14:04

28)

           Martina McBride นักร้องเพลงคันทรี่เสียงหวานสื่อสารจากสายตาของลูกสาว

                           In My Daughter's Eyes

       

      In my daughter's eyes,
I am a hero,
I am strong and wise,
And I know no fear,
But the truth is plain to see,
She was sent to rescue me,
I see who I want to be,
In my daughter's eyes

      In my daughter's eyes,
Everyone is equal,
Darkness turns to light,
And the world is at peace,
This miracle god gave to me,
Gives me strength when I am weak,
I find reason to believe,
In my daughter's eyes

     And when she wraps her hand around my finger,
How it puts a smile in my heart,
Everything becomes a little clearer,
I realize what life is all about,
It's hanging on when your heart is had enough,
It's giving more when you feel like giving up,
I've seen the light,
It's in my daughter's eyes

      In my daughter's eyes,
I can see the future,
A reflection of who I am and what will be,
And though she'll grow and someday leave,
Maybe raise a family,
When i'm gone I hope you see,
How happy she made me,
For i'll be there,
In my daughter's eyes     
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 18 ก.ย. 12, 15:50



แม่ของ Pablo Picasso

ว่ากันว่าการเป็นจิตรกรของ Picasso นั้นเริ่มต้นจากการปลูกฝังของพ่อของเขาซึ่งเป็นครูศิลปะ แต่การที่ Picasso กลายเป็นจิตรกรชั้นแนวหน้าของโลกนั้นมีแรงบันดาลใจจากแม่เป็นกำลังผลักดันที่สำคัญครับ

แม่ของ Picasso ชื่อ Maria Picasso y Lopez ตอนที่ Picasso ซึ่งเป็นลูกคนแรกเกิดมา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รอด แต่เมื่อรอดมาได้ แม่สรุปว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเหล่านักบุญในศาสนาคริสต์ เจ้าหนูที่เรารู้จักว่าชื่อ Pablo นั้นจึงได้มีชื่อเต็มๆจากสารพักนักบุญว่า Pablo Diego Jose Francisco de Paula Juan Nepomuseno Maria de los Remedios Crispi Crispignano de la Santisima Trinidad Martir Patricio ส่วนนามสกุลนั้นเป็นเช่นชาวสเปนทั่วไปที่จะใช้นามสกุลพ่อและแม่มารวมกัน คือ Ruiz y Picasso (y แปลว่า และ)

แม่ของ Picasso เชื่อว่าลูกของเธอเป็นเด็กพิเศษผู้ได้รับพรจากพระเจ้า ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดเขาจะประสบความสำเร็จเหนือใคร ความคิดนี้ถ่ายถอดมายัง Picasso อย่างเต็มเปี่ยม ความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง ความกล้าหาญในการฉีกขนบ ไม่ยอมอยู่ในกรอบเหมือนใครๆทำให้ Picasso ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่อายุยังน้อย และดำรงความสำเร็จนั้นไว้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอันยืนยาวของเขาครับ

ชื่อสกุล Picasso ที่เขาเลือกใช้นั้นก็เป็นนามสกุลของแม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความผูกพันของเขาที่มีกับแม่ครับ

ในขณะที่เราคุ้นตากับรูปในยุคหลังๆของ Picasso ที่เป็นแบบ Cubism บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า Picasso ไม่เคยวาดหรือไม่มีความสามารถวาดรูปเหมือนได้ รูปเหมือนของแม่รูปนี้ที่ Picasso วาดเอาไว้ในวัยเพียง 15 ปี แสดงให้เห็นความสามารถอันเอกอุตั้งแต่วัยเยาว์ของเขาซึ่งเป็นที่มาของเรื่องเล่าลือว่าพ่อของเขาตัดสินใจแขวนพู่กันเลิกวาดภาพเด็ดขาดเมื่อพบว่าลูกชายวัยเพียง 13 ปีของตนมีความสามารถสูงส่งแซงหน้าตนเองไปได้เสียแล้ว
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 09:33

^  กำลังจะกล่าวถึงปิกัซโซ่พอดีครับ

29)

             ภาพแม่ของศิลปินก้องโลกแห่งศตวรรษที่ ๒๐     

         Pablo Picasso (25 October 1881 – 8 April 1973) ถือกำเนิดในครอบครัว
ชนชั้นกลางชาวสเปน ได้รับการสนับสนุนให้เป็นจิตรกรน้อยจากพ่อผู้เป็นอาจารย์วิชาศิลปะ ส่วนแม่นั้น
สืบเชื้อสาย Majorcan เป็นหญิงผู้มีรูปงามพร้อมความเฉลียวฉลาด ตั้งแต่วัยเด็กจนเริ่มโตเป็นวัยรุ่น
เขาสนิทกับแม่และรักแม่มาก แม่ซึ่งเลี้ยงดูและเป็นผู้ชื่นชมผลงานวาดของเขาเป็นคนแรก ลายมือชื่อ
ที่เขาลงไว้ในรูปวาดของเขาช่วงหลังปี 1900 นั้น คือนามสกุลเดิมก่อนแต่งงานของแม่(Picasso)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 09:36

30)
               Portrait of the Artist's Mother (1896)

           รูปแม่ภาพนี้เขาวาดขึ้นในปี 1896 เป็นหนึ่งในภาพพอร์ทเทรทที่สวยที่สุดภาพหนึ่ง
ซึ่งอุทิศให้แม่ Maria Picasso Lopez ผู้ที่เขาสนิทชิดเชื้อเสมอมา  
           ในภาพแม่กำลังนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ แสงเงา(โดดเด่นที่เส้นแสงสะท้อนสว่างบนเสื้อของแม่)
และสีสรรค์ให้ภาพงดงามพร้อมบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายสบาย สงบเงียบนิ่ง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 09:39

31)
               Picasso's Mother (1923)

       ภาพนี้เขาวาดในปี 1923 แม่ในภาพแลดูเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง นิ่ง ทะนง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 09:51

32)

                   Motherhood (1901)

          ปิกัซโซ่วาดภาพนี้ในปี 1901 ซึ่งอยู่ใน Blue Period(1901 - 1904) ที่เป็น
ช่วงเวลาที่เขาใช้"สีน้ำเงิน" เป็นสีหลักในภาพ  

            อบอุ่นไอสายใยรักจากใจแม่สู่ลูกน้อยผ่านรอยจุมพิตและสองมือสัมผัส สไตล์การวาดของ
ปิกัซโซ่แปรจากคลาสสิคสู่แอ็บสแตร็คท์

           ปิกัซโซเล่าว่า  
                                    My mother said to me,

            'If you are a soldier, you will become a general.
             If you are a monk, you will become the Pope.'
             Instead, I was a painter, and became Picasso.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 09:55

33)

            Helen Reddy ร้องเพลง You And Me Against The World
กับเจ้ากบเคอร์มิทในรายการฮิท The Muppet Show

           

   You and me against the world
Sometimes it seems like you and me against the world
When all the others turn their backs and walked away
You can count on me to stay

   Remember when the circus came to town
How you were frightened by the clown
Wasn't it nice to be around someone that you knew
Someone who was big and strong and looking out for

   You and me against the world
Sometimes it seems like you and me against the world
And for all the times we've cried I always felt that
God was on our side.

   *And when one of us is gone
And one of us is left to carry on
Then remembering will have to do
Our memories alone will get us through
Think about the days of me and you
Of you and me against the world

   Life can be circus
They underpay and overwork us
Though we seldom get our due
And when each day is through
I bring my tired body home
And look around for you

   You and me against the world
It feels like you and me against the world
And for all the times we've cried
I've always felt that God was on our side

*
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 12:16

กำลังจะเข้ามาโพสต์เพลงของเฮเลน เรดดี้ ในรายการเจ้ากบเฮอร์มิทอยู่พอดีค่ะ     เพราะชอบมาก   เพลงนี้พอเอามาร้องเป็นเพลงของแม่ลูก มันจับใจยิ่งกว่าเพลงของคนรักเป็นไหนๆ

มีเพลงทำนองสนุกๆเบาๆอยู่เพลงหนึ่งที่ Patti Page ร้องไว้นานแล้ว ชื่อ Mama From the Train
ขึ้นต้นว่า Throw mama from the train  ฟังประหลาดว่า โยนแม่ลงจากรถไฟทำไม  ความจริงคนแต่งเนื้อเขาเก่งมาก ขยายความในคำต่อไปว่า  a kiss, a kiss  คือส่งจูบให้แม่ ขณะลูกอยู่บนรถไฟกำลังจะเดินทางไป นั่นเอง  แม่ยืนส่งอยู่ที่ชานชาลา



เนื้อร้องบอกว่าแม่อยู่ในเมืองเล็กๆในเพนซิลวาเนีย   พูดอังกฤษผิดๆถูกๆ เสียงเหน่อแบบบ้านนอก คงจะเป็นผู้อพยพจากเนเธอแลนด์มาตั้งถิ่นฐานในรัฐนี้ละมัง   เพราะบอกเอาไว้ในเพลงว่า Pennsylvania Dutch
ลูกเติบโตเป็นหนุ่มสาว  ก็แบบเดียวกับคนอเมริกัน  คือเป็นนกบินออกจากรังในเมืองเล็กไปอยู่เมืองใหญ่   แม่มาส่งที่สถานีรถไฟพร้อมด้วยขนมพายเอามาให้ลูกกินในรถไฟ    ลูกยังจำภาพนั้นได้ดีเมื่อส่งจูบให้แม่เป็นครั้งสุดท้าย
หลายปีต่อมา   เมื่อผ่านมาที่เมืองเล็กอันเป็นบ้านเดิมอีกครั้ง   แม่ตายจากไปแล้ว   ลูกเห็นเมืองที่ไม่มีแม่อีกแล้วก็เหงา คิดถึงแม่ขึ้นมาจับใจ      แต่ก็รู้ว่าแม่คงมองลงมาเห็นจากสวรรค์  เพราะเมื่อผ่านเมืองนี้ ยังสัมผัสความอบอุ่นอย่างที่แม่เคยให้อีกครั้ง

เป็นเพลงง่ายๆ และไม่ค่อยจะดังนักเมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆของแพตตี้ เพจ   แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าฟังทีไรแล้วเห็นภาพจนใจหาย สะเทือนใจทุกครั้งค่ะ

Throw mama from the train a kiss, a kiss
Wave mama from the train a goodbye
Throw mama from the train a kiss a kiss
And don't cry, my baby, don't cry

How I miss that sweet lady with her old-country touch
Miss her quaint broken English called *Pennsylvania Dutch*
I can still see her there at the station that day
Calling out to her baby as the train pulled away

Throw mama from the train a kiss, a kiss
Dry mama all your tears, won't you try?
Throw mama from the train a kiss, a kiss
And eat mama up all her pie

Can't believe that she's gone now, it's a lonely old town
Yet I know that her heavenly love keeps looking down
'cause whenever I happen to be passing through
I could swear she was there with the warmth I once knew

And I
Throw mama from the train a kiss, a kiss
Wave mama from the train a goodbye
Throw mama from the train a kiss, a kiss
And she throws one back from up high


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 13:52

^       เป็นเพลงที่เศร้ามากครับ และเป็นเพลงที่อาจจะถือได้ว่าเป็นโหมโรงสำหรับ
ช่วงต่อไปที่จะเริ่มเข้าสู่โหมด 'Blue Period' ครับ

     
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 19 ก.ย. 12, 14:42

ระบบนามสกุลของสเปนจะใช้นามสกุลพ่อและแม่มารวมกันครับ

Maria Picasso Lopez (หรือ Maria Picasso y Lopez) Picasso จะได้จากพ่อของเธอ ส่วน Lopez จะมาจากทางแม่ครับ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะยังคงใช้นามสกุลเดิม ไม่เปลี่ยนตามสามี ดังนั้นจะไม่มีการใช้ maiden name ครับ

พ่อของ Pablo Picasso ชื่อ Don José Ruiz y Blasco ชื่อ Ruiz จะมากจากพ่อเขา ส่วน Blasco มาจากแม่เขาครับ

ตัว Picasso เอง เขียนชื่อสกุลอย่างสเปนก็จะเป็น Pablo Ruiz y Picasso ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง