เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 45 46 [47] 48 49 ... 52
  พิมพ์  
อ่าน: 132509 รำลึกถึงดาวเสียงต่างชาติต่างภาษาที่ดับแสงไปแล้ว
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 690  เมื่อ 01 ธ.ค. 22, 12:12

เมื่อเช้าอ่านเจอข่าวใหญ่ในวงการเพลงของอเมริกา คือการเสียชีวิตของ นักร้อง/นักดนตรีและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษชื่อ Christine McVie  ชื่อนี้เงียบกริบในบ้านเรา  ใครอ้ะ...

CM เป็นสมาชิกคนสำคัญของวง Fleetwood Mac ที่ดังลือลั่นในหมู่นักฟังเพลงฝรั่ง  ในยุคของผม เธอเป็นเมียของหัวหน้าวงคือ John M   นักร้องนำของวงฯ นี้มีหลากหลาย  รวมถึง CM  แต่ที่ร้องเพลงดังให้กับวงฯ คือ Stevie Nicks สาวสวยแสนน่ารักที่ผมเคยเอ่ยถึงไปไม่นาน

ตามสถานีวิทยุบ้านเราในยุคนั้นเปิดเพลงของวง FM อยู่เนือง ๆ  ผมไม่เคยสนใจวงนี้  แต่ความที่เป็นผีเพลง  เพลงของวงนี้ก็เข้าออกผ่านรูหูผมอยู่เป็นประจำไม่มีพลาด  เพียงแต่ไม่เก็บ (ภายหลังเมื่อหมดยุคผมถึงซื้อ CD เก็บไว้เป็นอนุสรณ์)

ตอนอ่านข่าวก็นึกสงสัยว่า เอ... เพลงไหนบ้างหว่าที่ CM ร้องที่ข้าเคยได้ยินทางวิทยุ  ก็ถามอากู๋  ผลที่ได้มาก็มากจนนึกไม่ถึง  แต่ตอนฟังในครั้งนั้น  ให้ความรู้กับตัวเองเพียงว่านี่เป็น ‘เพลงของ FM’


(นักร้องชายคือ Lindsey Buckingham ในยุคผมเธอคั่วกับ SN  ตอนมีหนวดมีเครา ล้อหล่อ  ภายหลังเธอโกนหนวด  ‘เฮ้ย…ไรฟะ’)






(ตอนนี้ LB โกนหนวดเคราแล้ว  ไงล่ะ  บ้องแบ๊วเชียว)



(เพลงนี้วิทยุบ้านเราเปิดบ่อยมากที่สุด)





หมายเหตุ - ผมว่าหลังจากลงเรื่องหนังจนหมดคลังแล้ว  ผมคงป้วนเปี้ยนอยู่กับ  กระทู้อนุสรณ์นักแสดง/นักร้องที่ตาย  ท่าทางจะทยอยกันมาเรื่อย ๆ  เพราะต่างก็เล่าเหลากันหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 691  เมื่อ 01 ธ.ค. 22, 14:45

ฟังเพลงนักร้องคนละคน คนละกลุ่ม คนละยุคค่ะ
ดิฉันจะโพสต่อเมื่อดาวเพลงดวงใดดวงหนึ่งสิ้นแสงไป    ไม่ไปเปิดกูเกิ้ลดูมานานแล้ว  เปิดอีกทีสงสัยไม่มีใครเหลือ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 692  เมื่อ 08 ธ.ค. 22, 12:49

ในปี 1974 ผมเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น  ตอนนั้นผีเพลงฝรั่งเข้าสิงเต็มรูปแบบ และผมกำลังเริ่มต่อยอดด้วยการแสวงหาความรู้จากสื่อต่าง ๆ  ฟังดูหลากหลาย  แต่สมัยนั้นสื่อเกี่ยวกับเพลงฝรั่งมีอยู่ประเภทเดียวคือ หนังสือ SP และหนังสือเพลง 3 ชื่อที่เคยกล่าวมาแล้ว  และอีกสิ่งหนึ่งที่แปลกใหม่คือการสะสมแผ่นเสียง  ความจริงเรื่องแผ่นเสียงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับผม  เพราะตอนนั้นเรามีเครื่องเล่นแผ่นเสียงอยู่แล้ว  เป็นขนาดพกพาหรือที่เรียกว่า pickup turntable  ที่เหมาะสำหรับเล่นกับแผ่นเล็กมากกว่าเพราะแป้นรองแผ่นมันเล็ก

ผมมาเริ่มซื้อแผ่นเสียงแผ่นใหญ่ในปีนั้น  แรงกระตุ้นมาจาก Agnes Chan  สมัยก่อนผมอายเวลาคนถามว่าแผ่นเสียงแผ่นแรกในชีวิตเป็นแผ่นของใคร  กลัวคนหาว่าเสี่ยว  แต่เดี๋ยวนี้แก่แล้ว  หน้าด้านขึ้นเป็นกอง  แต่แผ่นเสียงแผ่นที่ 2 ที่ซื้อนี่ คนฟังแล้วทำสีหน้าเลื่อมใส  มันคือแผ่นของ Helen Reddy  ซุป'ตาร์ ในยุคนั้น

ตะเริ่มแรกผมอยากได้อีกแผ่น  แผ่นที่บรรจุเพลง Keep on singing  ที่ผมโปรดปราน  แต่ไปหาซื้อไม่มี  ความจริงแล้วคงมีแต่ผมเพิ่งเตาะแตะหาแหล่งขายแผ่นเสียงไม่เป็น  ร้านที่ไปหาก็ในย่านวังบูรพา  เพราะทำเลอยู่ใกล้บ้านคือวงเวียนใหญ่  ก็เลยไปได้แผ่นนี้มาซึ่งเป็นแผ่นออกมาตั้งแต่ปีก่อน (1973)  ที่จริงแผ่นนี้ดังกว่าด้วยซ้ำไป  มีเพลงฮิตกระหน่ำถึง 2 เพลงคือ Delta Dawn กับ Leave me alone  เพียงแต่ว่าตอนที่เพลงกำลังดังนั้นผีเพลงฝรั่งยังเข้าสิงไม่เต็มที่  เลยไม่คุ้นเคย




ตอนนั้นเด็กไม่มีเงิน  แล้วแผ่นเสียงก็ราคาแพง  แผ่นละตั้ง 100 กว่าบาท  เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน  ค่ามันไม่ใช่ย่อย  ผมก็เลยนาน ๆ ซื้อแผ่นที  เอาที่อยากได้จนสุดจะทน

จบเรื่องเกริ่น...

วันหนึ่งในปี 1974 นั้นก็มีสถานีวิทยุเพลงฝรั่งเปิดเพลงของนักร้องหญิงที่มีเสียงหวานกังวาน (เพิ่งรู้ว่า สะกดด้วย น.หนู) ทำนองเพลงก็ติดหูมาก  หลังจากนั้นไม่นานแทบทุกสถานีวิทยุเพลงฝรั่งก็กระหน่ำเปิดเพลง ๆ นี้  ยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะ  จำได้ว่าได้ข้อมูลของเพลงนี้มาจากดีเจคนหนึ่ง  เธอบอกว่าคนร้องเป็นแม่ชี  แหม... ข้อมูลแบบนี้  สำหรับผมแล้วหูผึ่ง  อีกไม่นาน นส. SP ผู้นำสมัยในเรื่องบันเทิงต่างประเทศ  ก็ลงเรื่องราวย่อ ๆ ของแม่ชีคนนี้  เธอเป็นชาว Australia ชื่อ Sister Janet Mead  เพลงนี้เริ่มแรกออกสู่ตลาดที่ Australia บ้านเกิด  ความดังของมันทำให้ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาทดสอบหูชาวอเมริกัน  ซึ่งก็ โป๊ะเช้ะ  ดีเจทุกสถานีวิทยุพร้อมใจกันเปิดเพลงนี้  ซึ่งทำให้มันดังระเบิดเถิดเทิง  สามารถไต่อันดับ Billboard เข้าไปอยู่ใน top 5 และคว้าแผ่นเสียงทองคำมาได้

อะไรที่ดังที่อเมริกาอีกไม่นานความดังก็แผ่ไปทั่วโลกแล้วมันก็มาถึงเมืองไทย  เพลงที่ว่านี้ชื่อ The Lord’s Prayer



พอเพลงนี้เริ่มคุ้นหูนักฟังเพลง (ชาวไทย) อีกเพลงก็ตามมา



เพลงที่ 2 นี้มีข้อมูลเสริมที่ตอนนั้นนักฟังเพลงฝรั่งชาวไทยรวมถึงผมไม่รู้เรื่อง  คือมันเป็นเพลงจากหนังเรื่อง Brother Sun and Sister Moon  ต้นฉบับนั้นร้องโดยนักร้องจากอังกฤษ Donovan  หนังมาฉายบ้านเราด้วย  แต่ผมไม่ได้ดู

สำหรับ 2 เพลงที่ว่าก็มีข้อมูลเสริมที่ตอนนั้นนักฟังเพลงฝรั่งชาวไทยรวมถึงผมไม่รู้เรื่องเช่นกัน  คือเริ่มแรก บ. แผ่นเสียงต้องการ promote เพลง Brotherฯ นี้จึงจัดไว้ในหน้า A  แล้วเอาเพลง The Lordฯ ไว้หน้า B  แต่เหล่าดีเจ (เริ่มตั้งแต่ที่ Australia มาเลย) เห็นพ้องต้องกันว่าเพลงหน้า B  เพราะเด่นกว่ามากก็เลยรวมหัวกันเปิดแต่เพลง The Lordฯ  เหตุการณ์การตัดสินใจที่ผิดพลาดของ บ. แผ่นเสียงนี้เกิดบ่อยมากในยุคแผ่นเสียงฯ
 
ดังนั้นนักฟังเพลงต่างชาติจึงได้ยินแต่เพลง The Lordฯ  แต่เมืองไทยห่างไกลลิขสิทธิ์เลยกำไร  ได้ยินทั้ง 2 เพลง

วงการเพลงไม่เคยหยุดนิ่ง  พอความดังของเพลง The Lordฯ ขึ้นถึงขีดสุดก็เริ่มจาง  เพลงใหม่ที่พร้อมจะดังก็เข้ามาแทนที่  แต่ใจผมยังไม่พร้อมที่จะละทิ้งเพลงนี้  ยังอยากฟังเพลงนี้อีกบ่อย ๆ  แต่ความถี่ในการเปิดก็น้อยลง ๆ 
 
ผมสงสัยว่า SJM นี้จะมีเพลงอะไรออกมาอีก  อีกไม่นานผมก็ได้ยินเพลงใหม่ของเธอ


แต่เพลงนี้ไม่ดัง  ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน  ผมเคยได้ยินอยู่ 2-3 ครั้งเอง  แล้วก็ไม่มีใครพูดถึงเลย  สรุปแล้ว SJM มีเพลงดังเพียงเพลงเดียว  เข้าข่ายนักร้อง One hit wonder

เพลงของเธอหายไปจากหน้าปัดวิทยุ  แต่ไม่ได้หายไปจากใจของผม  มาถึงขั้นนี้ผมต้องยอมอดข้าวอดน้ำเพื่อสะสมเงินไว้ซื้อแผ่นเสียงของเธอ 

สมัยนั้น  ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาของเธอ  นอกจากคนที่ซื้อ นส.SP แต่ก็เป็นรูปขาวดำเล็ก ๆ  ถ้าผมไม่ได้ซื้อแผ่นเสียงก็คงไม่ได้เห็นภาพสีของแม่ชี



ด้านหลังของซองแจ้งไว้ว่าอัดเพลงลงแผ่นด้วยระบบทันสมัย (กรุณาอ่านรายละเอียดเอาเอง)  แต่ตอนนั้นเครื่องเล่นแผ่นเสียงของผมกระจอกงอกง่อย  เลยฟังไม่รู้เรื่องราว  มาภายหลัง (ก็อีกหลายสิบปีต่อมา) ผมปีกกล้าขาแข็งขึ้น (หมายถึงด้านการเงิน)  มีเครื่องเสียงแบบเจ๋ง ๆ  มาได้ฟังแผ่นนี้แล้ว  ระบบอัดเสียงดีจริง ๆ  ทั้ง ๆ ที่อัดมานานแล้ว  เสียงกระหึ่มเชียวละ

แผ่นเสียงแผ่นนี้จึงเป็นแผ่นที่ 3 ในชีวิตการสะสมแผ่นฯ ของผม  ตอนฟังครั้งแรก ๆ รู้สึกผิดหวังไม่น้อยคือ นอกจากไม่มีเพลง Brotherฯ แล้ว  เพลงอื่น ๆ ก็ไม่เพราะเท่าไร  แต่ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน  ในที่สุดผลปรากฏว่าเพลงทุกเพลงในแผ่นฯ นี้เพราะถูกหู  ผมฟังแล้วฟังอีกจนเสียง ‘ฝนตกฟ้าร้อง’ เกือบจะดังกลบเสียงเพลงไปแล้ว  แผ่นเสียงแผ่นนี้กลายเป็นแผ่นโปรดที่สุดแผ่นหนึ่งของผม  ผมฟังอยู่เนือง ๆ  ต่อมาหลังจาก technology ทางคอมพิวเตอร์ครอบครองโลกแล้ว  ก็เอาเพลงมาดัดแปลงเป็น file สำหรับฟังทางคอมพิวเตอร์  แล้วเก็บแผ่นฯ เข้าคลัง

มาเมื่อวานนี้เองก็ฟังเพลงชุดนี้อีกเป็นครั้งที่หลายร้อยแล้ว  จู่ ๆ ก็สงสัยว่า Sister แกเป็นไงบ้าง  ผมเคย check เมื่อ 2-3 ปีก่อน  เธอก็อยู่ดีกินดี  ว่าแล้วก็ถาม Wilki ฯ  อ้าว... ไปร้องเพลงให้พระเจ้าบนสรวงสวรรค์เสียแล้ว



ตัวอย่างเพลงอื่น ๆ ที่ผมว่าเพราะ เธอเสียงหวานมาก



เพลงของเธอเด่นตรงที่จับเอาท่อนความใน bible แล้วนำทำนองมาใส่  เพลงของเธอจึงอยู่ในข่าย Gospel music

เกือบลืมเล่าว่า  จำได้ (จากการอ่าน นส SP) ว่าตอนที่เธอกำลังดัง  พวกนักข่าวประโคมกันว่า  ในยุค 60s มี Singing Nun (ที่ร้องเพลง Dominique นักฟังเพลงฝรั่งร่วมยุคบ้านเรารู้จักดี)  มายุค 70s ก็มี Rocking Nun  เธอเป็นแม่ชีคนที่ 2 ที่นำเพลงเข้า top 10 ในอันดับ billboard



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 693  เมื่อ 09 ธ.ค. 22, 13:00

ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘คำพูด’ ของ ‘จาร  เลยลองค้นหา ‘whereabouts’ นักร้องประเภท golden oldies ดู  คนแรกที่เจอ

Bobby Vee เพลงของนักร้องคนนี้เรียกได้ว่าเป็นที่คุ้นเคยของนักฟังเพลงฝรั่งร่วมยุค  บ้านเราเปิดเพลงของเธอมากมาย  สำหรับผม  เพลงนี้ได้ยินมาพร้อมกับ ‘กอเอ๋ยกอไก่’ เลยละ



เพลงนี้ไม่ดังในอันดับเพลง billboard   อีกหลาย 10 ปีต่อมา Leo Sayer  นำมาปลุกชีพ  และดังสนั่นหวั่นไหวไปครึ่งค่อนโลกรวมถึงบ้านเรา



เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ดังสนั่นตามคลื่นวิทยุเพลงฝรั่งในบ้านเรา  แต่บ้านเขาไม่เคยได้ยินเพราะมันไม่ใช่ single  



อีก 2 เพลงที่ในวงจรการฟังเพลงฝรั่งของผมไม่ฮิตเท่า 2 เพลงแรก  แต่ดังหูดับที่บ้านเขา






(เสียงทั่วไปบอกว่าท่ามกลางนักร้องชื่อ Bobby   BV หล่อที่สุด  แต่ผมเห็นต่าง  ผมชอบ Bobby Rydell มากกว่า)
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 694  เมื่อ 12 ธ.ค. 22, 10:53

ย้อนไปถึงช่วงเวลาของเพลงฝรั่งแนว golden oldies ในบ้านเรา  ในวงจรชีวิตการฟังเพลงของผม  มีนักร้องฝรั่ง (ผิวขาว) ที่มีชื่อว่า Bobby อยู่ 4 คน  ตอนนี้เหลืออยู่ Bobby เดียวเป็น Bobby ที่แก่ที่สุดในจำนวน 4  Bobby  อีกไม่นานคงได้เขียนถึง  อายุเธอเข้าใกล้ 90 ไปแล้ว

ผมเคยเอ่ย Bobby ที่ตายไปแล้ว 2 คน  เหลืออีกคนที่จากข้อมูลที่สะสมมา  เป็น Bobby ที่มีชื่อเสียงที่สุด  ขนาดมีคนเอาชีวิตของเธอมาสร้างหนังออกฉาย  เธอเป็นคนแรกที่ตาย  และตายเร็วมากคือ B. Darin ตายไปชาติเศษแล้ว เมื่อปี 1973  ในอายุ 37 ปี

ในวงจรชีวิตฟังเพลงฝรั่งของผม  เพลงของ BD ที่ได้ยินบ่อยมากคือ



แล้วก็เพลงนี้



2 เพลงที่ว่าเป็นเพลงดังที่บ้านเขาด้วยเช่นกัน

แต่เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เธอในฐานะนักร้อง  ผมไม่เคยได้ยินในตอนนั้น

(เห็นท่าเต้นแล้วนึกถึง Bobby Rydell แฟนผม)


และเพลงที่ได้ชื่อว่าเป็น signature ของเธอ  ผมก็ไม่เคยได้ยินจากวิทยุในตอนนั้นเช่นกัน  ในบรรดา cassette tape เพลง golden oldies ที่มีอยู่ก็ไม่มีเพลงนี้บรรจุอยู่  ข่าวว่าเป็นเพลงแนว standard pop ที่เพราะมาก  ผมได้ยินชื่อเสียงของเพลงนี้มานานนม  ตั้งแต่ยังใส่ขาสั้นอยู่  แล้วก็อยากได้ยินมาตลอด  เพิ่งสมใจเมื่อ youtube เจริญพันธุ์แล้ว  เพราะจริง ๆ



นี่คือตัวอย่างหนังที่คนนำชีวิตของเธอมาสร้างออกฉายในปี 2004  เมียของเธอคือ Sandra Dee



นี่คือโฉมหน้าของรถหรูของเธอ  เป็นรถประเภทที่เรียกว่า custom car  คือไม่ได้สร้างจากสายพานการผลิต





ควันหลง - ที่ผมเน้นว่า Bobby ผิวขาวเพราะในช่วงนั้นมี Bobby อีก 1 แต่ผิวดำ (ความจริงมีมากกว่านี้  แต่ผมมารู้จักในตอนหลัง)  เพลงนี้ได้ยินมาแต่อ้อนแต่ออก

(Bobby Day, 1930-1990)


ในปี 1972 หนู Michael Jackson นำมาร้องซ้ำออกขายในฐานะศิลปินเดี่ยว  ทั้ง 2 ฉบับดังประมาณกัน  โดยส่วนตัวผมว่าเพราะพอ ๆ กัน
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 695  เมื่อ 20 ธ.ค. 22, 12:12

ผมจำไม่ได้แล้วว่าจาก สถน.วิทยุ คลื่นไหน  แต่ในวัยเด็กผมได้ยินเพลงฝรั่งที่มาภายหลังรู้คำนิยามว่าเป็นเพลง soul/R&B อยู่เนือง ๆ  3 เพลงนี้ได้ยินบ่อยมาก  ตอนนั้นไม่ชอบเลย (ขนาดไม่ชอบ  ยังจำได้ไม่ลืม  หรือเป็นเพราะไม่ชอบถึงจำได้ไม่ลืมก็ไม่รู้)  รู้สึกว่าเป็นเพลงห้ามห่าม  มาภายหลังมีเพื่อนฝรั่งแถมเป็นผีเพลง soul/R&B  มันเป่าหูจนผมชอบจนได้  และดีใจที่เคยแว่วเข้าหูมาตั้งนานแล้ว


(Intro ของเพลงนี้  เป็นที่นิยมมาตลอด)


จังหวะอมตะแบบนี้ฟังยุคไหนก็อยาก 'เต้น'

(หมายเหตุ: - เป็นเพลงนำมาร้องใหม่)











หมายเหตุ:  แอบเห็น 'จาร ทำหน้าเบ้ครับ
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 696  เมื่อ 24 ธ.ค. 22, 05:22

ตอนนี้หนังสร้างจากประวัตินักร้องดังระดับโลกคนหนึ่งคือ Whitney Houston สร้างเสร็จแล้วและกำลังอยู่ในแผนการตลาดที่จะนำออกฉาย  ผมไม่ดูหรอก  เวลาของเธออยู่นอกวงจรการฟังเพลงของผม  อย่างไรก็ตามตอนที่เธอดังมาก ๆ ยังอยู่ในยุคเสียงเพลงจากวิทยุและในยุคแผ่นเสียงซึ่งผมก็ซื้อมาฟังอยู่ 2 แผ่น  คือแผ่นแรกและแผ่นที่ 2  ตอนนี้ขายแผ่นไปเรียบร้อยแล้ว  จำได้ว่าชอบแผ่นแรกมาก  มีเพลงดังแบบ Ballad เยอะแยะไปหมด  ทำให้อดใจรอแผ่นที่ 2 ไม่ได้  ซึ่งตอนออกมาก็ขึ้นอันดับ 1 ในตารางแผ่นเสียง billboard เลย  นับเป็นนักร้องหญิงคนแรก  แผ่นนี้ก็ผลิตเพลง ballad ดังๆ  เช่นกัน

วันนี้ได้อ่านข่าวพวกนักวิจารณ์เพลงฝรั่งเมืองนอกเขาจัดอันดับเพลงของ WH  ทำให้นึกถึงบรรดาเพลงของเธอที่ผมชอบฟัง  ผมไม่จัดอันดับเพลงในความเห็นของตัวเองหรอก  ผมเป็นแค่ผีเพลงตัวเล็ก ๆ แก่ ๆ   แค่จะเล่าว่าเพลงแรกที่ผมได้ยินและติดใจทันทีคือเพลงนี้  ส่งเสียงมาในปี 1984


นั่นเป็นเพลงคู่  ร้องกับนักร้องเพลง R&B ชื่อดังคนหนึ่งของวงการ Teddy Pendergrass ซึ่งนักฟังเพลงฯ บ้านเรารวมถึงผมในตอนนั้นไม่รู้จัก  ต่อมาไม่นานอีกเพลงเสียงร้องเดี่ยวของเธอมาออกมา



แค่ 2 เพลงนี้ผมก็ร่อนออกไปหาแผ่นเสียงมาฟังแล้ว  หลังจากนั้นเพลงฮิตของเธอก็ตามมาเป็นพรวน รวมถึง เพลงดังสำหรับหูทุกนักฟังเพลงฝรั่งชาวไทย คือ Saving all my love for you และ The greatest love of all  แล้วก็



จบจากแผ่นนี้ผมก็คอยการมาถึงของแผ่นฯ ที่สองของเธอ  แผ่นนี้ดังก้องโลกแต่สำหรับผม  มันสู้แผ่นแรกไม่ได้  แต่ยังมีเพลงประทับใจผมเป็นอย่างมาก  และมากที่สุดคือ



ส่วนเพลงที่เพราะที่สุดในความเห็นของผมคือเพลงนี้  เป็น dance music ที่หาใครที่ฟังแล้วไม่ชอบยาก



อีกไม่นานก็ได้ยินเพลง ballad อีกเพลงของเธอที่เพราะไม่แพ้กันแต่เพลงนี้ไม่มีรวมอยู่ใน album ของเธอ  ผมต้องรอจนกระทั่ง youtube ถึงวัยเจริญพันธุ์ถึงมีโอกาสได้ฟังแบบเต็มอิ่ม  เป็นเพลงร้องสำหรับงาน Summer Olympic ปี 1988



ในช่วงนั้นผมก็ได้ข่าวมาว่าพวกนักวิจารณ์ไม่ค่อยพอใจเพลงของเธอโดยอ้างว่า เพลงของเธอ 'ดำ' ไม่พอ  หมายถึงฟังแล้วไม่เป็นเพลงของคนดำคือ soul/R&B  ผลงานต่อ ๆ มาของเธอจึงออกแนวเพลงของคนดำมากขึ้น  พอมาถึงยุคที่เธอดังสุดขีดที่เพลง I'll always love you  ผมก็ซื้อทั้งแผ่นและไปเสียเงินดูหนัง  มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยส่วนตัวของผม  เพราะบรรยากาศหนังเลี่ยนจนรู้สึกคลื่นไส้อยากอ้วกใส่จอ  ผมก็เลยเกลียดหนังและเพลงนี้เข้าไส้ไปเลย

ผมจบการสนใจเพลงของ WH ตรงนี้







บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 697  เมื่อ 26 ธ.ค. 22, 05:43

หนึ่งใน สถน. วิทยุเพลงฝรั่งที่บ้านผมเปิดเป็นประจำคือ รายการ Golden Oldies  ต่อมาพอผมโตพอรู้จักการหมุนคลื่นวิทยุเอง  ผมก็เปิดรายการฯ นี้ฟังเอง  วันหนึ่งในปี 2518 (รู้แม่นยำเพราะมีการแจ้งไว้) ดีเจรายการนี้คือ (ชื่อตามในภาพ) ก็ประกาศว่าจะทำหนังสือเพลง Golden Oldies ออกขาย  ราคา 25 บาท ใครสนใจก็ซื้อตั๋วแลกเงินหรือธนาณัติ (ชื่อหลังนี้ไม่ได้ยินมานาน) แล้วส่งไปที่ สถน.ฯ  ผมทำตามโดยไม่รอช้า  แล้วผมก็ได้หนังสือเพลงนี้มา






ในยุคนั้นมันเป็นหนังสือทำได้สวยมาก ๆ  ประณีตน่าจับต้อง  ข้างในนอกจากจะมีเนื้อเพลงแล้ว  ยังมีสถิติในตารางอันดับเพลงของเพลงนั้น ๆ รวมถึงแจ้งว่าเพลงไหนได้แผ่นเสียงทองคำด้วย  ในยุคต้น 70s นี่  คนไหนในบ้านเราสามารถรวบรวมข้อมูลแบบนี้ได้  ไม่ธรรมดา  น่านับถือในความสามารถมากนะครับ

ผมละนั่งพิจารณาหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย  ทุกครั้งที่ถึงเวลาของรายการนี้  ผมก็จะเอาหนังสือเล่มนี้ออกมาเปิดกางหาเพลงที่ดีเจนำมาเปิดให้ฟัง สนุกดี

แล้วผมก็เกิดความคิด  ตามหัวข้อของกระทู้นี้และแรงบันดาลใจจาก ‘จาร  ผมจะลองหาดูซิว่า  มีนักร้องเก่า ๆ ประมาณ Golden Oldies และนอกเหนือจากช่วงเวลานั้นคนไหนบ้างที่ตายแล้ว

ก่อนหน้านี้ผมลง 3 ใน 4 ของ Bobby ไปแล้ว  จำได้ว่าเคยลง Sue Thompson, Leslie Gore, Ray Charles (คนนี้เล่าในหนังที่เคยดู)
 
ตานี้ก็จะทะยอยลงคนอื่น ๆ  เลือกคนที่ผมได้ยินเพลงของพวกเขาบ่อยหรือมีความประทับใจในเพลงของพวกเขา  ผมไม่ได้ทำสารคดีจึงไม่เล่าประวัติเรื่องปลีกย่อย  จะแค่นำเสนอเพลงบวกสิ่งละอันพันละน้อยที่เกิดขึ้นกับผมอันเนื่องมาจากเพลงนั้น ๆ

ประเดิมด้วยคนนี้  อันสืบเนื่องมาจากกระทู้ เพลงคริสต์มาส/เพลงปีใหม่  ฉบับที่ให้เกียรติลงโดย ‘จาร

เพลงที่ผลิตโดย Lawrence Welk โด่งดังมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์  มีเพลงหนึ่งที่ก้องหูผมมาตั้งแต่จำความได้ไม่มีสร่างซาคือเพลงนี้  นักฟังเพลงฝรั่งชาวไทยยุคเก่าทุกคนรู้จักเป็นอันดี




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 698  เมื่อ 26 ธ.ค. 22, 09:25

คุณโหน่งเป็นคนไทยคนแรกที่ดิฉันพบว่า รู้จัก Lawrence Welk
คุณปู่เป็นความทรงจำในสมัยไปเรียน   เจ้าของบ้านชอบดูรายการเพลง The Lawrence Welk S้how ตอนค่ำวันเสาร์   พอไปนั่งดูด้วย
ติดใจบรรยากาศของบิ๊กแบนด์  นักดนตรีสวมเสื้อนอกแบบเดียวกันเป็นระเบียบเรียบร้อย   นักร้องหญิงสวมชุดราตรีชีฟองกรุยกราย  ฝ่ายชายก็สวมสูท     เพลงในยุค 50s  ก็ไพเราะมาก
มารู้ทีหลังว่าเป็นรายการคนแก่ดูกัน     หนุ่มสาวเมกันไม่ดูเลย   หาว่าเชยและไร้รสนิยม  ตรงกันข้ามกับคนไทยที่มองว่าคลาสสิค

หลายสิบปีผ่านไป   ยูทูปทำให้มาเจอหน้าคุณปู่อีกครั้ง   ดูคลิปเก่าๆที่นักร้องในวงนี้ยังหล่อยังสวยสดงดงาม   ก็ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆอีกครั้งค่ะ
ปัจจุบัน นักดนตรีและนักร้องเกือบทั้งหมดตามคุณปู่ไปบรรเลงกันบนสวรรค์แล้วค่ะ  เหลือไม่กี่คนก็อยู่ในวัยเกษียณหมดแล้ว

ข้างล่างนี้คือคลิปเพลง The Anniversary Song  ที่คุณปู่วอลทซ์กับนักร้องนำฝ่ายหญิง   เอามาให้ดูกันว่าลีลาคู่วอลทซ์สมัยก่อนสงครามโลกว่าเขาเต้นกันยังไง     คุณปู่วอลทซ์ตามแบบแผนเป๊ะเลยค่ะ  คือห่างกับฝ่ายหญิงเป็นช่วงตัว  ไม่ได้กอดกันแน่นอย่างรุ่นหลังๆเข้าใจกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 699  เมื่อ 26 ธ.ค. 22, 09:28

เอาลีลาวอลทซ์ของคุณปู่มาให้ดูอีกครั้ง   ว่าทำนองเพลงนุ่ม  ลีลาลีลาศก็นุ่มพอกัน
เป็นยุคที่ทีวียังขาวดำอยู่ค่ะ  น่าจะประมาณทศวรรษ 50s

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 700  เมื่อ 26 ธ.ค. 22, 09:55

มีดารานักร้องในอดีตยุค 1960s-1970s คนหนึ่งที่อเมริการู้จักดีมาก    แต่คนไทยไม่รู้จักเพราะหนังทีวีที่เขาแสดงทั้ง 2 เรื่อง ไม่มาฉายในไทย   ทั้งๆมีเรตติ้งสูงอันดับท็อปไฟว์ตอนออกอากาศ   
ดาราคนนี้มีคุณสมบัติที่หายากในฮอลลีวู้ด  คือเป็นดาราตลกที่ร้องเพลงได้ไพเราะระดับแถวหน้า  เล่นเป็นตัวประกอบในหนังชุดเรื่องแรกก็ดังระเบิดจนผู้สร้างหนัง ทำหนังแยกออกจากเรื่องแรกให้เขาเล่นเป็นตัวเอก ถึง 5  ปี เรตติ้งไม่เคยตก
เขาชื่อ Jim Nabors   พรสวรรค์แต่กำเนิดคือเสียงแบริโทนที่เหมาะจะร้องเพลงในละครเวทีระดับบิ๊ก   แต่ความที่พี่แกไม่หล่อ แถมกำเนิดเป็นชาวใต้  มีสำเนียงเหน่อมากสำหรับหูชาวอเมริกัน   อนาคตในฮอลลีวู้ดจึงอับแสง
แต่จิมก็ได้บทเล็กๆในหนังชุดเรื่อง The Andy Griffith Show   เป็นหนังชีวิตเบาๆของชาวบ้านที่คนอเมริกันชอบมาก เลยยืนยงถึงสิบกว่าปี     แววของจิมฉายออกมาในเรื่องนี้ว่าขโมยซีนดารานำไปได้เลย ในบทตลกบ้านนอกเด๋อด๋า แถมพูดเหน่อได้ถูกใจคนดู   
ชื่อตัวละครที่เขาเล่นคือ Gomer Pyle ก็เลยถูกแยกออกมาเป็นซีรี่ส์ต่างหาก   ชื่อ     Gomer Pyle, U.S.M.C. คือหนุ่มโกเมอร์อำลาเมืองเล็กไปสมัครเป็นพลทหารนาวิโยธิน    เจอจ่าจอมเฮี้ยบที่เป็นคู่หูคู่ฮาตลอด 5 ปี   เล่นดีจนได้นาวิกโยธินอเมริกามอบยศให้เป็นนาวิกโยธินกิตติมศักดิ์

แต่จิมอยากเป็นนักร้อง ก็เลยอำลาบทตลกมาร้องเพลงในรายการของตัวเอง    ประสบความสำเร็จด้วยดี

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 701  เมื่อ 27 ธ.ค. 22, 05:21

คุณโหน่งเป็นคนไทยคนแรกที่ดิฉันพบว่า รู้จัก Lawrence Welk


ตื่นเต้นครับ...

ตอนนั้นไม่รู้หรอกครับว่าเป็นผลงานของใคร  รู้แต่เป็นเพลงบรรเลงที่เพราะติดหูเท่านั้น  ประมาณว่ารู้จัก Lawrence Welk โดยไม่รู้ตัว

จะเล่าว่า ในความเห็นส่วนตัว เพลงบรรเลงนี่เป็นตัวแสบเลยล่ะครับ  สมมติวันหนึ่งเกิดได้ยินเพลงบรรเลงเพลงหนึ่งโดยบังเอิญแล้วชอบขึ้นมาละก็  จบแค่นั้น  ไม่สามารถหาต่อได้ว่าใครเป็นศิลปินหรือชื่อเพลงอะไร  เพราะไม่มี ‘keywords’ เอาไปหา  คือไม่มีท่อนเนื้อเพลงเอาไปถามชาวบ้าน หรือจะฮัมให้ฟังก็เพี้ยนเพราะไม่ได้ยินเป็นประจำ  หรือแม้แต่ในปัจจุบันเรามี อากู๋ ก็ยังแบ๊ะ ๆ  

เหล่าเพลงบรรเลงที่โหน่งนำมาเสนอนี้  ก่อนถึงยุค youtube ไม่มีทางรู้รายละเอียดแบบนี้หรอกครับ  แต่ความที่มันเพราะหู  สมองมันก็จำ  จำทำนองได้คร่าว ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ  

ต่อมาได้สะสมหนังสือสถิติเพลงของ Joel Whitburn  ซึ่งก็มีแค่รายชื่อเพลง  ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเพลงบรรเลงชื่อนั้นชื่อนี้ มันมีทำนองอย่างไร  

จนกระทั่ง  youtube เจริญพันธุ์แล้วนั่นแหละ  ถึงสามารถจับแพะชนแกะได้  คือเอารายชื่อเพลงบรรเลงในหนังสือฯ มาหาใน youtube  มีเพลงบรรเลงมากมายที่จำไว้ตั้งแต่เด็ก  ที่เมื่อจับแพะชนแกะแล้วอดอุทานในใจไม่ได้ว่า ‘อ๋ออออออ  เพลงนี้นี่เอง  ฉันเคยได้ยินมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก’ บ่อยมาก  

ยกตัวอย่างเพลงนี้ที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ  มันดังทั่วกรุงเทพฯ  อยู่ในโฆษณาเบียร์สิงห์ขั้นในรายการ Andy Williams (หรือ Engelbert Humperdinck จำไม่ได้แล้ว) Show  ทำนองติดหูมากว่า 30 ปี  เพิ่งมาจับแพะชนแกะได้เมื่อ 20 กว่าปีมานี้เอง




หรือเพลงนี้  ทุกคนฟังแล้วจำได้หมดว่าเป็นเพลงปิดสถานีทีวีช่องหนึ่ง  ตอนตั้งใจหาคิดว่าเป็นผลงานของ Herb Alpert แนวเดียวกันเลย  ปรากฏว่าไม่ใช่  หาอยู่แสนนาน  มาเจอโดยบังเอิญใน Pantip เมื่อ 10 กว่าปีก่อน




ตอนจับแพะชนแกะเป็นช่วงเวลาที่สนุกครับ

ยังมีอีกเพลง  เป็นเพลงบรรเลงทำนองคล้าย Theme from a summer place ของ Percy Faith  ทำนองคล้ายกันมาก  ตอนแรกคิดว่าเป็นของเธอ  แต่ค้นจนหมดแล้วก็ไม่มี  ป่านนี้ยังไม่รู้เลย  เคยได้ยินทางทีวี  เป็น spot โฆษณา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 702  เมื่อ 27 ธ.ค. 22, 08:58

คริสต์มาสเพิ่งผ่านไป กลิ่นอายยังไม่จาง   เลยเอาเพลงคริสต์มาสของ Lawrence Welk มาฝากอีกครั้งค่ะ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33408

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 703  เมื่อ 27 ธ.ค. 22, 09:07

ดาวเสียงดวงนี้ดับแสงไปนานแล้ว  แต่เพลงของเธอยังมีให้ฟังในยูทูป
คุณโหน่งเกิดไม่ทัน  เลยไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินชื่อ Rosemary Clooney  ไหม

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 12


ความคิดเห็นที่ 704  เมื่อ 27 ธ.ค. 22, 12:52

ดาวเสียงดวงนี้ดับแสงไปนานแล้ว  แต่เพลงของเธอยังมีให้ฟังในยูทูป
คุณโหน่งเกิดไม่ทัน  เลยไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินชื่อ Rosemary Clooney  ไหม


ว่าจะตอบในช่วงเช้า  เวลาเพลง  แต่อดใจไม่ไหว

เคยได้ยินอย่างแน่นอนครับ  มาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย  ได้ยินมาจากพ่อ  เพลงที่พ่อเอ่ยถึงซึ่งตอนนั้นโหน่งอายุยังไม่ถึงเลข 10 ไม่เคยได้ยิน  กว่าจะได้ยินก็เข้ายุค Youtube

มาถึงยุค Wikiฯ ก็ได้ความรู้เพิ่มเติมว่าเพลงนี้เป็น signature ของเธอ  มิน่าถึงข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่

สมัยพ่อ คาดว่า สถานีวิทยุเพลงฝรั่งคงมีน้อย  พ่อเคยได้ยินอยู่เพลงเดียวแล้วก็ติดใจ  มาสมัยโหน่ง  สถน. วิทยุฯ  มีมากขึ้น  เพลงที่พ่อชอบยังไม่เคยได้ยิน  ที่ได้ยินมี 2 เพลงนี้

จำได้ว่าเคยเห็น คุณผุสดี อนัคฆมนตรี ร้องเพลงนี้ทางทีวี

แล้วก็เพลงนี้

(ชอบชุดมาก สวยจัง)





บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 45 46 [47] 48 49 ... 52
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง