เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 40
  พิมพ์  
อ่าน: 85897 รำลึกถึงดาวเสียงต่างชาติต่างภาษาที่ดับแสงไปแล้ว
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 300  เมื่อ 14 พ.ย. 12, 21:18

ปู่ดีน และตาเจอรี่ หลุยส์ ที่เราเรียกว่าเลวิส เป็นคู่หูที่เล่นบทดูโอ้ เป็นพระเอกคู่กันอยู่ในหนังถึง 16 เรื่อง ยาวนาน 11 ปี ตั้งแต่ค.ศ. 1946 ถึง 1957    ดีนเป็นพระเอกรูปหล่อร้องเพลงเสียงนุ่ม  เจอรี่เล่นบทตลกขโมยซีน   
คนดูก็ตามดูกันไม่เบื่อหน่าย

http://www.youtube.com/watch?feature=fvwp&v=Y6PDZseTjJk&NR=1
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 301  เมื่อ 21 พ.ย. 12, 15:48

ต่อจากปู่ดีน  ขอรำลึกถึงดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่ดับแสงไปอย่างน่าเสียดายที่สุดด้วยวัยเพียง 47 ปี  เคยเอ่ยถึงเธอในกระทู้อื่นไว้บ้างแล้วค่ะ
เธอคือจูดี้ การ์แลนด์ ที่คอหนังทั้งหลายไม่มีใครไม่รู้จัก

จูดี้เกิดเมื่อค.ศ. 1922 ในประเทศอังกฤษ    เป็นเด็กมีพรสวรรค์ในการร้องรำทำเพลงมาตั้งแต่รู้ความก็ว่าได้  แค่ 2 ขวบก็ขึ้นเวทีร้องเพลง Jingle Bells ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ยอมจบจนกระทั่งถูกลากตัวลงไป       แม่มองเห็นพรสวรรค์ในตัวลูกจึงผลักดันเต็มที่   ให้ร้องเพลงเต้นระบำเป็นนักแสดงรุ่นจิ๋วอยู่ตามเวทีต่างๆ จนเข้าฮอลลีวู้ดได้ในที่สุด   
แต่ว่าบริษัท MGM ยี่ห้อสิงโตคำรามจะมองเห็นพรสวรรค์ของหนูน้อย เธอก็โตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นอายุ 15  แล้ว   จูดี้ได้ร้องเพลงในงานวันเกิดของดาราใหญ่ คล้าค เกเบิล   เสียงเธอใสไพเราะ  มีพลังเกินกว่าวัยเด็กเป็นอันมาก
เพลงที่เธอร้องก็เลยมาเป็นฉากหนึ่งในหนัง เรื่อง 'BROADWAY MELODY' ในค.ศ. 1938

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 302  เมื่อ 21 พ.ย. 12, 15:55

จูดี้จึงได้รับบทเอกในหนังเพลงเรื่องยิ่งใหญ่ของ MGM  ชื่อ The Wizard of Oz   เป็นหนูน้อยโดโรธี ตัวเอกของเรื่อง ที่ถูกพายุหมุนหอบบ้านเธอไปตกปุ๊บลงในดินแดนมหัศจรรย์แห่งออซ 
ตอนนั้นจูดี้อายุ 17 แล้ว แต่ต้องแต่งเนื้อแต่งตัว   ทำรูปร่างหน้าตาให้เป็นเด็กหญิงอายุ 12       พลังเสียงมหัศจรรย์ของเธอนำความสำเร็จมาให้ จนเพลง Over the Rainbow กลายเป็น "ตำนาน" ของฮอลลีวู้ด
และคำพูดของโดโรธีที่ว่า  I've a feeling we're not in Kansas any more. ก็กลายเป็นคำพูดอมตะ  เอ่ยขึ้นมาชาวอเมริกันก็รู้ว่ามาจากเรื่องอะไร    ถูกนำไปใช้อีกสารพัดในฐานะสำนวนบ้าง ในคำพูดอ้างอิงบ้าง ในหนังและวรรณกรรมอีกนับไม่ถ้วน

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 303  เมื่อ 21 พ.ย. 12, 16:16

เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงลายเซ็นของจูดี้   เท่านั้นยังไม่พอ 'Over The Rainbow', ยังทำให้เธอได้ตุ๊กตาทองในฐานะดาราเด็ก(วัยรุ่น)ยอดเยี่ยมแห่งปีในปี 1940     ภาพลักษณ์ของจูดี้จึงถูกบริษัทหนังสร้างให้เป็นเด็กหญิงอ่อนเยาว์ สะอาดบริสุทธิ์อยู่ในหนังอีกหลายเรื่อง จนตัวเธอเองเบื่อเต็มที      จูดี้ก็เลยหนีไปแต่งงานเมื่ออายุ 19   อย่างเงียบๆ  แต่เมื่อตั้งครรภ์ บริษัทก็เกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้เธอทำแท้ง เพื่อจะรักษาภาพลักษณ์สาวน้อยเอาไว้   จูดี้จำต้องยอม แต่ก็กลายเป็นบาดแผลและฝันร้ายหลอกหลอนเธอไปตลอดชีวิต  เธอกับสามีคนแรกก็หย่ากันหลังแต่งกันเพียง 2 ปี

ชีวิตนักแสดงในยุคนั้นไม่ได้สวยงามอย่างหน้าฉาก    จูดี้เป็นขวัญใจประชาชน  เล่นหนังเพลง มีแต่บทสนุกสนาน ร้องเพลงเพราะๆ เต้นรำอยู่ในฉากสวยๆ     แต่ในชีวิตจริงเธอทำงานราวกับทาส   เข้าฉากออกแรงร้อง เล่น เต้นรำ เหน็ดเหนื่อยสาหัสในแต่ละวัน แต่เมื่อจำต้องเล่นฉากต่อเนื่อง ให้ดูสดชื่นรื่นเริงเหมือนฉากก่อนหน้านี้   หมอประจำโรงถ่ายหนังก็เลยให้ยาเธอหลายต่อหลายชนิด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอนหรืออิดโรย
เท่านั้นยังไม่พอ   เธอต้องกินยาแอมฟิตามีน เพื่อควบคุมน้ำหนักให้รูปร่างกะทัดรัดคงที่อยู่เสมอ  เหมาะจะร้องเพลงเต้นระบำอยู่ได้ทุกฉากอีกด้วย
ผลก็คือ จูดี้กลายเป็นทาสของยาและเหล้า   ถ้าไม่มียาก็ทำงานไม่ได้  หนักเข้าเธอก็ผิดนัด มาทำงานไม่ไหว หรือมาได้ก็ทำงานไม่ได้เรื่อง

ตัวอย่างหนังดังระเบิดอีกเรื่องของจูดี้    Meet Me in St. Louis (1944)

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 304  เมื่อ 22 พ.ย. 12, 16:25

              เพลงอมตะ Over The Rainbow มีนักร้องรุ่นต่อมานำไปร้องหลายคน
          หนึ่งในนั้นคือ Melissa Manchester นักร้องรางวัลแกรมมี่ ร้องเพลงนี้ในอัลบั้มชุด
Tribute รวมเพลงของนักร้องหญิงที่เธอชื่นชอบ

          น่าเสียดาย เวอร์ชั่นนี้ที่เธอร้องด้วยหัวใจ ถ่ายทอดด้วยเสียงทรงพลัง หาฟังชัดๆ แจ่มๆ
ในยูทูบได้ยาก เลือกคลิปนี้ที่ให้เสียงดีกว่าอีกคลิปหนึ่ง ครับ

       

                   

           
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 305  เมื่อ 22 พ.ย. 12, 16:29

        
อ้างถึง
หมอประจำโรงถ่ายหนังก็เลยให้ยาเธอหลายต่อหลายชนิด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอนหรืออิดโรย

          ชีวิตจริงส่วนนี้ของคุณย่าได้ถูกนำมาถ่ายทอดในนิยายและหนังเรื่อง Valley of the Dolls



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 306  เมื่อ 22 พ.ย. 12, 18:51

คุณ SILA น่าจะรู้จักจูดี้ การ์แลนด์ดีกว่าดิฉัน       อยากจะขอส่งไม้ต่อให้เลยได้ไหมคะ  ช่วยเล่าประวัติและเพลงเด่นๆของเธอให้พวกเราฟังมากกว่านี้หน่อย
ชีวิตเธอเต็มไปด้วยสีสัน แต่ก็แสนเศร้า   ถ้าให้เล่าเองก็หดหู่มาก    ราวกับว่าเธอต้องซื้อพรสวรรค์ชั้นเลิศ ด้วยราคาแพงแสนแพง ทั้งด้วยยา  เหล้า และโรคซึมเศร้า  ตลอดจนการหย่าร้างครั้งแล้วครั้งเล่า

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 307  เมื่อ 23 พ.ย. 12, 10:40

ไม่ค่อยถนัดเรื่องคุณย่าจูดี้ ครับ

             แต่ก็พอได้รับรู้ความเป็นตำนานในวงการและเรื่องราวชีวิตรันทดของคุณย่า

             คุณย่าได้รับบทเด่นเป็นนักแสดงอาวุโสคลื่นลูกเก่าในหนังเรื่อง Valley of the Dolls ด้วย
แต่ก็ไปไม่รอดด้วยปัญหาจากการติดเหล้าเมายาจนผู้สร้างต้องเปลี่ยนตัวแสดงเป็น Susan Hayward


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 308  เมื่อ 23 พ.ย. 12, 10:42

           ชุดที่คุณย่าสวมแสดงในหนังเมื่อไม่ได้ใช้ถ่ายทำแล้ว คุณย่าก็นำมาสวมต่อเวลาออกแสดง
คอนเสิร์ทของคุณย่า

             


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 309  เมื่อ 23 พ.ย. 12, 10:46

          คุณย่ามีลูกไม้หล่นใต้ต้นเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เสียงเสนาะ Liza Minnelli นักร้องนักแสดงรางวัลออสการ์
(Cabaret) ซึ่งมีบิดาเป็นผู้กำกับดัง Vincente Minnelli(Gigi)
           นอกจากการเป็นนักร้องนักแสดงแล้วทั้งสองแม่ลูกยังเป็นขวัญใจ Gay icon ด้วย

         


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 310  เมื่อ 23 พ.ย. 12, 11:04

        คลิปฉากประทับใจในเสียงและลีลาของคุณย่ากับเพลง The Man That Got Away
ในหนังดัง A Star Is Born ครับ

       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 311  เมื่อ 25 พ.ย. 12, 22:45

จูดี้เหมือนแมวเก้าชีวิต   แม้ว่าเธอล้มลุกคลุกคลานเรื่องส่วนตัว ทั้งติดยา ติดเหล้า หย่าร้างและมีเรื่องชู้สาวต่อเนื่องกับดาราชายหลายคน  แต่เรื่องการแสดงเธอไม่เคยตก    ต่อให้ถูกไล่ออกจาก MGM เธอก็ข้ามไปดังที่อังกฤษ   จากนั้นก็กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งในอเมริกา
จูดี้ยังคงอยู่ในวงการบันเทิงกับลูกสาว ไลซ่า มิเนลลี่ที่โตเป็นสาวพอจะทำงานร่วมกับแม่ได้   จนอายุ 47  จูดี้ก็เสียชีวิตกะทันหัน เป็นผลจากเสพยา barbiturates (คุณ SILA คงจะรู้ว่าเป็นยาอะไร ดิฉันไม่รู้รายละเอียดของยาตัวนี้ค่ะ) ซึ่งเธอติดมาตลอดชีวิต
ดาวดวงใหญ่ดวงนี้ก็ดับแสงไปก่อนเวลาอันควร


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 312  เมื่อ 26 พ.ย. 12, 10:22

           Barbiturate เป็นยากดประสาท(ส่วนกลาง) มีฤทธิ์ทำให้ง่วงหลับจนถึงระดับ
วิสัญญี หมดความรู้สึก, สิ้นสติ, สลบ เมื่อใช้ในการดมยาผ่าตัด ครับ

           ในปัจจุบันยาตัวนี้ถูกแทนที่ด้วยยากลุ่ม  benzodiazepines (ซึ่งมีหลายตัวๆ ที่ดัง
ก็คือ Valium) ยากลุ่มนี้มีอันตรายน้อยกว่าจึงถูกนำมาใช้สำหรับอาการเครียดกังวลและนอนไม่หลับ
            ส่วน Barbiturate ยังคงมีที่ใช้สำหรับเป็นยากันชัก ใช้ในการวางยาสลบ และ
ในขบวนการการุณฆาต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 313  เมื่อ 26 พ.ย. 12, 19:06

จูดี้อาจจะตอบแฟนๆเธอด้วยเพลงนี้ เมื่อมีผู้ห่วงใยปัญหาต่างๆที่รุมเร้าชีวิตเธอ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 314  เมื่อ 26 พ.ย. 12, 19:09

ข่าวมรณกรรมของจูดี้

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 40
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.287 วินาที กับ 19 คำสั่ง