เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 53963 "คำถามจากหนังสือ "การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี" - "วีรกรรมนี้เกิดขึ้นจริงหรือ?"
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



 เมื่อ 03 ก.ย. 12, 10:17

และการเรียนประวัติศาสตร์ ไม่พ้นการคิดวิเคราะห์และวิจารณ์ ปัญหาก็คือสังคมไทยจะยอมรับการวิจารณ์บางกรณีได้หรือเปล่า ?

ตัวอย่างนี้อาจเป็นคำตอบสำหรับคำถามของคุณ samun007

คำถาม วีรกรรมของท้าวสุรนารีเกิดขึ้นจริงหรือ ?”
 
เมื่อคอมมิวนิสต์ไม่เป็นภัยคุกคามแล้ว การห้ามหนังสือก็ดูเหมือนจะคลี่คลายลง แต่จู่ ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์การห้ามโดย “ภาคประชาชน” มูลเหตุเกิดจากข้อความสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนปกหลังหนังสือ การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ของ สายพิน แก้วงามประเสริฐ ว่า “วีรกรรมนี้เกิดขึ้นจริงหรือ ?”

นี่มิใช่คำถามใหม่ แม้แต่ปราชญ์สยามอย่างสมเด็จฯ เจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ก็เคยทูลถามสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า “เรื่องท่านผู้หญิงโม้นี้ดูก็ประหลาด ...ไม่เห็นว่าแสดงแผลงอิทธิฤทธิ์อะไร เป็นแต่ว่าคุมพวกผู้หญิงเป็นกองหลังเท่านั้น ทำไมยกย่องกันหนักหนาไม่ทราบ”

แต่สายพินไปไกลกว่านั้นด้วยคำถามใหม่ ๆ เช่น ทำไมจึงต้องเร่งสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีขึ้นในปี ๒๔๗๗, ทำไมต้องเร่งเปิดอนุสาวรีย์ทั้งที่เป็นเพียงรูปปูนปลาสเตอร์ปั้นแล้วทาสีทองทับเท่านั้น, เหตุใดต้องเปลี่ยนท่าทางของท้าวสุรนารี ฯลฯ

จากคำถามเหล่านี้ สายพินได้เริ่มค้นหาคำตอบด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์จนพบว่า วีรกรรมของท้าวสุรนารีถูกนำมาใช้เพื่อเป้าประสงค์ทางการเมืองในทศวรรษ ๒๔๗๐ และนั่นก็คือที่มาที่ทำให้ท้าวสุรนารีเป็นสามัญชนคนแรกที่ทางการสร้างอนุสาวรีย์ให้

งานวิจัยชิ้นนี้ได้เป็นวิทยานิพนธ์ดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี ๒๕๓๖ และอีก ๒ ปีต่อมา สำนักพิมพ์มติชนก็ได้นำมาปรับปรุงเรียบเรียงเป็นหนังสือชื่อ การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ก็มีชาวโคราช ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชน ออกมาประท้วงผู้เขียนและสำนักพิมพ์ว่าลบหลู่สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เคารพ ก่อให้เกิดการแตกแยกในสังคม พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากย่างเท้าเข้ามาเมืองโคราชจะถูก “ต้อนรับ” อย่างสาสม มีการรวมพลังคนนับหมื่นที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ทำให้สำนักพิมพ์มติชนต้องเก็บหนังสือออกจากท้องตลาด ขณะที่ผู้เขียนก็ถูกย้ายจากโรงเรียนสะแกราชธวัชศึกษา อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

สายพินสรุปว่าเรื่องของท้าวสุรนารียังคงถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของวิชาประวัติศาสตร์ ที่ไม่ช่วยให้คนในสังคมแก้ปัญหาด้วยการค้นหา “ความจริง” มาโต้แย้ง “ความจริง” ที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์


นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกที่หนังสือเรื่องเดียวกัน เมื่ออยู่ใน “พื้นที่” มหาวิทยาลัย ใน “รูปแบบ” วิทยานิพนธ์ ไม่มีปัญหา แต่เมื่อกลายเป็นหนังสือเล่มวางขายทั่วไปในท้องตลาด กลับก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง ความผิดของหนังสือเล่มนี้คืออยู่ผิดที่ผิดทาง หรือว่าอยู่ในสังคมที่ไม่ยอมรับความเชื่อที่แตกต่าง และพร้อมที่จะจัดการความเชื่อที่แตกต่างด้วยกำลัง

ผลจากกรณีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดขนบบางอย่างขึ้นในการทำงานวิชาการว่า บางเรื่อง “ไม่เชื่อก็อย่า (แม้แต่) ตั้งคำถาม”

จาก บทความเรื่อง "หนังสือต้องห้าม ความรู้ที่ถูกจองจำ" นิตยสารสารคดี ฉบับที่ ๒๖๐ ปีที่ ๒๒ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

 ตกใจ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 10:33

^
คือ ไอ้คำถามของคนพิมพ์หนังสือขายนี้แหละครับ ที่ไปยุให้คนทะเลาะกัน ความจริงมันก็แค่ยั่วยุจะขายหนังสือ สื่อสมัยนี้เป็นอย่างนี้หมด

ถ้าบอกความจริงที่เป็นข้อสรุปของผู้เขียนว่า คุณหญิงโมมีจริง วีรกรรมมีจริง ได้รับพระมหากรุณาฯให้เป็นท้าวสุรนารีจริง แต่รายละเอียดของวีรกรรมในวันนั้น อาจไม่เป็นไปตามความที่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าก็ได้ (แต่จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน)

เห็นทีจะมีผู้สนใจน้อยลง หนังสือขายไม่ค่อยจะออกก็ได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 10:52

^
คุณ NAVARAT.C ฟันธงลงไป     คุณเพ็ญชมพูจะว่าอย่างไรคะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 11:45

ถ้าบอกความจริงที่เป็นข้อสรุปของผู้เขียนว่า คุณหญิงโมมีจริง วีรกรรมมีจริง ได้รับพระมหากรุณาฯให้เป็นท้าวสุรนารีจริง แต่รายละเอียดของวีรกรรมในวันนั้น อาจไม่เป็นไปตามความที่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าก็ได้ (แต่จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน)

คุณสายพิน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สรุปดังที่คุณนวรัตนว่า

แต่จะสรุปว่ากระไรนั้น  โปรดติดตามตอนต่อไป

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 14:05

คุณสายพิน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สรุปดังที่คุณนวรัตนว่า

แต่จะสรุปว่ากระไรนั้น  โปรดติดตามตอนต่อไป

ต่อจากตอนที่แล้ว (อาจจะมีบางส่วนของตอนนี้ที่ตอบคำถามของคุณเทาชมพู)

หลักฐานปฐมภูมิ (ของฝ่ายไทย) เกี่ยวกับวีรกรรมที่ทุ่งสัมฤทธิ์ มีดังนี้

๑. ใบบอกของพระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ทศทิศวิไชย (ทองคำ) ปลัดเมืองนครราชสีมา หรือที่เรียกว่า "พระยาปลัด"

๒. คำให้การของขุนโอฐผู้ถือใบบอกของพระยาปลัดรายงานเหตุการณ์มายังค่ายหลวงเมื่อวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕

๓. คำให้การของขุนเวด กรมการเมืองนครราชสีมา

๔. รายงานพระยายกกระบัตรซึ่งได้ร่วมกับพระยาปลัดกวาดต้อนชาวครัวนครราชสีมากลับเข้าเมืองนับตั้งแต่วันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕  รายงานต่อเจ้าพญามหาโยธาแม่ทัพหน้า

๕. คำให้การของนายอิน ข้าของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ที่ส่งให้ขึ้นไปสืบราชการที่เมืองนครราชสีมา แล้วถูกพวกลาวจับตัวได้นับเข้าไปเฝ้าเจ้าอนุวงศ์

ใบบอกและคำให้การของบุคคลที่มีส่วนรับรู้เหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์ต่างให้ภาพที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการต่อสู้ของชาวนครราชสีมาที่ทุ่งสัมฤทธิ์ตลอดจนการที่กรมการเมืองนครราชชสีมายอมเข้าหาเจ้าอนุวงศ์โดยดีมิได้ต่อสู้ในตอนแรก นอกจากนี้พระยาปลัดยังเข้ามาหาเจ้าอนุวงศ์เพื่อขอติดตามครัวไปเวียงจันท์ และพระยาปลัดเป็นผู้นำการสู้รบกับกรมการเมืองคนอื่นจนสามารถกอบกู้อิสรภาพให้กับชาวครัวที่ถูกกวาดต้อนไปได้ และนำชาวครัวกลับเข้าเมืองนครราชสีมาหลังจากที่เจ้าอนุวงศ์ทราบว่ากองทัพจากกรุงเทพฯกำลังยกมา จึงยกทัพออกจากเมืองไป

สิ่งสำคัญของความสอดคล้องกันของใบบอกและคำให้การเหล่านี้คือ ต่างไม่ได้กล่าวถึงตัวตนของวีรกรรมคุณหญิงโมเลย หรือแม้แต่บทบาทของผู้หญิงโดยส่วนรวมก็แทบไม่ได้กล่าวถึง มีเพียงขุนโอฐและขุนเวด กรมการเมืองนครราชสีมาเท่านั้นที่กล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงในคราวที่เกิดการสู้รบกับกองทัพเจ้าสุทธิสารว่า "ผู้หญิงในครัว หนุนโห่ร้องไล่อ้ายลาวแตก" ซึ่งการกล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงก็เป็นการกล่าวถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้แสดงว่ามีบทบาทที่โดดเด่นเท่าใดนัก

ยังไม่ถึงข้อสรุปของคุณสายพิน  เห็นจะต้องรอติดตามตอนต่อไป

 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 14:24

3. ย่าโมมีจริงไหม

ก่อนจะถึงขัอสรุปเรื่องวีรกรรมของคุณหญิงโม ขออนุญาตแวะตอบคำถามข้างบนก่อน  คุณสายพินตอบไว้ดังนี้

ถ้าหากยอมรับว่าคุณหญิงโมเป็นภริยาของพระยาปลัดจริง ตัวตนของคุณหญิงโมก็น่าจะมีจริง เนื่องจากพระยาปลัดเข้าหาเจ้าอนุวงศ์เพื่อขอติดตามครัวไปเวียงจันท์ด้วย และเจ้าอนุวงศ์ก็ยินยอมอนุญาต แสดงว่าหากไม่มีครอบครัวของพระยาปลัดรวมอยู่ในบรรดาชาวครัวที่ถูกกวาดต้อน เจ้าอนุวงศ์ก็อาจไม่ยินยอมให้พระยาปลัดไปกับชาวครัวที่ถูกกวาดต้อน อีกทั้งจะระแวงสงสัยไม่ไว้วางใจด้วย

นอกจากนี้หนังสือราชการทัพเวียงจันท์กล่าวว่าเมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกทัพออกจากเมืองนครราชสีมาแล้ว พระยายกกระบัตรกับพระยาปลัดกวาดต้อนชาวครัวราว ๒๐๐ เศษ กลับเข้าเมือง

"...แต่พญาปลัดนั้นคลั่งเสียสติหนีไป...."

"....นายบุญสงบุตรไปติดตามยังหากลับมาไม่....."

ต่อมา "...พญาปลัดซึ่งคลั่งเสียสติหนีไปนั้น หายปรกติกลับเข้ามาอยู่เมืองโคราช ณ วันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ แล้ว....."

แสดงให้เห็นว่านอกจากพระยาปลัดจะมีคุณหญิงโมเป็นภริยาที่ถูกกวาดต้อนไปแล้ว ก็ยังมีนายบุญสง เป็นบุตรชายอีกด้วย แต่การรับรู้เกี่ยวกับบุตรของคุณหญิงโมนั้นกล่าวว่า คุณหญิงโมไม่มีบุตรสืบตระกูล ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ในปัจจุบันอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะนายบุญสงอาจเป็นบุตรของคุณหญิงโม หรือไม่นายบุญสงก็อาจเป็นบุตรของพระยาปลัดที่เกิดกับภริยาอื่นก็ได้ หากพระยาปลัดจะมีภริยามากกว่าหนึ่งคน อย่างไรก็ตาม เอกสารได้ในภาพที่สอดคล้องกันคือ ความมีตัวตนของคุณหญิงโม ในฐานะภริยาของพระยาปลัด

ตอนต่อไปจะเป็นข้อสรุปของคุณสายพินเกี่ยวกับวีรกรรมของคุณหญิงโม

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 15:17

ตอนนี้เห็นจะเป็น "ไคลแมกซ์" ของเรื่อง

เรื่องตัวตนของวีรกรรมของคุณหญิงโม มีความเป็นไปได้เป็น ๒ ทาง คือ

๑. วีรกรรมของคุณหญิงโมไม่มีตัวตนจริง

หากมีตัวตนจริง ใบบอกและคำให้การทั้งจากบุคคลฝ่ายไทยและฝ่ายลาวก็น่าจะกล่าวถึงบทบาทวีรกรรมของคุณหญิงโม โดยเฉพาะกรมการเมืองนครราชสีมาซึ่งอยู่ในเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ดังเช่น พระยาปลัดสามีของคุณหญิงโม ขุนโอฐ หรือขุนเวดที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด และน่าจะเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างดี ซึ่งพิจารณาได้จากคำให้การที่เล่าถึงเหตุการณ์การต่อสู้ของชาวนครราชสีมาอย่างละเอียดต่างไม่ได้กล่าวถึงวีรกรรมของคุณหญิงโมเลย แต่หากว่าคุณหญิงโมได้ประกอบวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญอย่างที่รับรู้กันในปัจจุบันจริง โลกทัศน์ที่มีต่อฐานะและบทบาทของผู้หญิง ก็คงมิอาจหยุดยั้งการปรากฎตัวของวีรกรรมของคุณหญิงโมได้

๒. วีรกรรมของคุณหญิงโมอาจมีตัวตนจริง

การที่ไม่ปรากฏตัวตนและความดีความชอบในคำให้การ ใบบอก และจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ เลย เนื่องมาจากเหตุผลที่กรมการเมืองโคราชที่รายงานเรื่องนี้มา ก็เพื่อแก้ต่างว่าพวกตนมิได้เป็นกบฏ แต่ที่ต้องร่วมมือกับเจ้าอนุวงศ์ก็เพราะความจำใจ  กรมการเมืองต้องแก้ต่างดังนี้ เพราะเมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกทัพมายึดเมืองนครราชสีมานั้น ไม่มีกรมการเมืองคนใดต่อต้านเพื่อปกป้องเมืองนครราชสีมาเลย อีกทั้งยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับฝ่ายเจ้าอนุวงศ์ด้วย โดยเฉพาะพระยาปลัดได้เข้าหาเจ้าอนุวงศ์เพื่อขอติดตามครัวไป เจ้าอนุวงศ์ก็ยอมแสดงว่าการปฏิบัติตนของพระยาปลัดที่มีต่อเจ้าอนุวงศ์น่าจะแสดงความอ่อนน้อมอย่างยิ่ง จนทำให้เจ้าอนุวงศ์ไว้วางใจยอมให้ติดตามครัวไป

การที่กรมการเมืองไม่ได้ต่อต้านกองทัพเจ้าอนุวงศ์ในครั้งแรกนั้น น่าจะทำให้กรุงเทพฯ ไม่พอใจต่อการปฏิบัติตนของกรมการเมืองนครราชสีมาซึ่งกรมการเมืองก็ตระหนักดี จึงจำเป็นต้องรายงานเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นการต่อต้านฝ่ายกบฏของพวกตน กรมการเมืองจึงเขียนรายงานการต่อสู้ที่ทุ่งสัมฤทธิ์อย่างละเอียด พร้อมทั้งกล่าวถึงรายชื่อกรมการเมืองที่สำคัญที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยเฉพาะบุคคลสำคัญที่เป็นเสมือนผู้นำการต่อสู้ครั้งนี้พระยาปลัด บทบาทของพระยาปลัดในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่รับรู้ทั้งในหมู่กรมการเมือง และทัพหลวงจากกรุงเทพฯ ย่อมแสดงว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงทราบเรื่องนี้ ดังนั้น ก็น่าจะได้รับความดีความชอบถ้าหากพระองค์จะทรงเห็นว่าพระยาปลัดและกรมการเมืองนครราชสีมาได้กระทำความดี

แต่จากการหลักฐานประเภทใบบอกและจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ ไม่พบว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาปลัดเป็น "เจ้าพระยามหิศราธิบดี" เหมือนอย่างที่รับรู้กันอยู่ในปัจจุบัน   พระยาปลัดน่าจะได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น "เจ้าพระยามหิศราธิบดี" ในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยชื่อนี้ปรากฏในใบบอกครั้งเกณฑ์ทัพไปตีเมืองเชียงตุง เมื่อปีกุน พ.ศ. ๒๓๙๔

เกี่ยวกับเรื่องนี้สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีลายพระหัตถ์ตอบสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่ทรงถามเกี่ยวกับเรื่องคุณหญิงโมว่า

"....พระยาปลัดที่เป็นสามีท่านผู้หญิงโม้นั้น....ก็อุบายเข้าหาพวกเวียงจันทน์โดยดี...ถูกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรังเกียจในข้อที่เข้าหาพวกขบถ....พระยาปลัดไม่ได้รับบำเหน็จในการสงครามครั้งนั้น....อับจนมาถึงรัชกาลที่ ๔ จึงได้เป็นเจ้าพระยามหิศราธิบดี ท่านผู้หญิงโม้ หม่อมฉันก็เข้าใจว่าได้เป็นท้าวสุรนารีต่อเมื่อรัชกาลที่ ๔..."

พระยาปลัดและกรมการเมืองนครราชสีมาคงตระหนักดีว่า การที่พวกตนเข้าหาพวกกบฏอาจทำให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงไม่พอพระราชหฤทัย ดังนั้น จึงเขียนรายงานเพื่อแก้ตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ และที่ไม่กล่าวถึงบทบาทของคุณหญิงโม ก็เพราะถ้าคุณหญิงโมมีบทบาทอย่างเด่นชัดเหมือนที่รับรู้กันในปัจจุบันนี้ คือมีความกล้าหาญยิ่งนัก อาจจะดูเหมือนมากกว่าบรรดากรมการเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะมีผลทำให้บทบาทของกรมการเมืองไม่เด่นชัดนัก และไม่ได้แสดงความกล้าหาญเท่าใดนัก

เรื่องทั้งหมดข้างบนนี้คงจะพอตอบคำถามคุณเทาชมพูข้อ ๒ และ ๓ ได้บ้าง

สำหรับคำถามข้อที่ ๑ จะได้ตอบในตอนต่อไป

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:01

อ้างถึง
คุณสายพิน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สรุปดังที่คุณนวรัตนว่า

แต่จะสรุปว่ากระไรนั้น  โปรดติดตามตอนต่อไป

เข้ามาเรียนว่า ผมยังรออ่านที่คุณเพ็ญชมพูจะสรุปเรื่องที่คุณสายพิณสรุปอยู่ครับ ไม่ทราบว่าที่เขียนลงไปแล้วคือสรุปหรือเปล่า ถ้าใช่ ผมจะได้สรุปมั่ง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:09

ใน # ๒๑ คือข้อสรุปของคุณสายพิน

ขอเชิญคุณนวรัตนสรุปต่อ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:27

ตอนนี้เห็นจะเป็น "ไคลแมกซ์" ของเรื่อง

เรื่องตัวตนของวีรกรรมของคุณหญิงโม มีความเป็นไปได้เป็น ๒ ทาง คือ
๑. วีรกรรมของคุณหญิงโมไม่มีตัวตนจริง
๒. วีรกรรมของคุณหญิงโมอาจมีตัวตนจริง
 ยิงฟันยิ้ม

ขอยกมือถามคุณเพ็ญชมพู
ข้างบนนี้ เป็นคำที่คุณเพ็ญชมพูสรุปเอง  หรือว่าเป็นภาษาของคุณสายพิน ที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้  คือคำว่า "วีรกรรม(ของคุณหญิงโม) ไม่มีตัวตนจริง   กับ วีรกรรม(ของคุณหญิงโม) อาจมีตัวตนจริง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:33

เป็นข้อสรุปของคุณสายพิน

คำว่า "ตัวตนของวีรกรรม" เป็นภาษาของคุณสายพิน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:44

มิน่าล่ะ    ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตว่าคุณสายพินพูดว่าย่าโมไม่มีตัวตน    เธอใช้คำผิดนี่เอง
คำว่า "ไม่มีตัวตน" เขาใช้กับคน  ไม่ได้ใช้กับเหตุการณ์  หรือการกระทำ
ถ้าบอกว่า  คุณเพ็ญชมพูไม่มีตัวตน   แปลว่า คนที่ชื่อเพ็ญชมพูไม่มีตัวจริง    คนที่ใช้ชื่อเพ็ญชมพูมาตอบในเรือนไทยนี้จริงๆแล้วเป็นคอมพิวเตอร์สมองใสสามารถคิดคำตอบตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ให้   หรืออาจจะเป็นกลุ่มคน 7-8 คนมาร่วมกันตอบในชื่อเพ็ญชมพูชื่อเดียว

แต่ถ้าเป็น "วีรกรรม" ซึ่งเป็นการกระทำ    เขาใช้คำว่า เรื่องจริง หรือเรื่องไม่จริง
น่าจะเขียนแบบนี้
๑. วีรกรรมของคุณหญิงโมไม่ใช่เรื่องจริง
๒. วีรกรรมของคุณหญิงโมอาจเป็นเรื่องจริง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10677



ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 09:54

ไม่น่าจะเป็นเพราะเหตุใช้คำว่า "ตัวตน" กับการกระทำ

คุณสายพินได้ย้ำแล้วว่า "ตัวตนของคุณหญิงโมน่าจะมีจริง"

ถ้าหากยอมรับว่าคุณหญิงโมเป็นภริยาของพระยาปลัดจริง ตัวตนของคุณหญิงโมก็น่าจะมีจริง

ท่านรอยอินไม่ได้ให้ความหมายและการใช้คำว่า "ตัวตน" ไว้เสียด้วย  การใช้คำว่า "ตัวตนของวีรกรรม" อ่านดูแล้ว แม้จะสะดุดหูแต่ก็สื่อความหมายได้อยู่

ที่เป็นเรื่องขึ้นมา เหตุเพราะไม่ได้อ่านรายละเอียดในเล่มทั้งหมดมากกว่า

 ขยิบตา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 10:14

ต้องรู้อยู่อย่างว่า คนทั้งหลายไม่มีโอกาสอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าต้นจนหน้าจบ    เขาจะอ่านได้แค่ประเด็นสะดุดใจที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือโฆษณา    ดังนั้นการใช้คำที่เรียกความสนใจจึงควรเป็นคำที่สื่อความหมายได้ชัดเจน   ไม่ใช่คำกำกวมประเภท   วีรกรรมคุณหญิงโมไม่มีตัวตน  คุณหญิงโมมีตัวตน
ถ้าหากว่าตั้งใจจะกระพือความสนใจด้วยคำกำกวมประเภทนี้  อาจจะพลิกล็อคเป็นจุดประเด็นในทางลบไปเลยก็ได้

คุณสายพินได้ย้ำแล้วว่า "ตัวตนของคุณหญิงโมน่าจะมีจริง"
แปลว่าคุณสายพินย้ำแล้วแต่ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่  จึงใช้คำว่า "น่าจะ"
แทนที่จะพูดว่า ตัวตนคุณหญิงโม ผู้ทำวิทยานิพนธ์เชื่อว่ามีจริง  จากหลักฐานประกอบทางประวัติศาสตร์ คือ....

อ้างถึง
อ้างจาก: เพ็ญชมพู ที่  03 ก.ย. 12, 14:24
ถ้าหากยอมรับว่าคุณหญิงโมเป็นภริยาของพระยาปลัดจริง ตัวตนของคุณหญิงโมก็น่าจะมีจริง
แปลอีกที
ถ้าหากไม่ยอมรับว่าคุณหญิงโมเป็นภริยาของพระยาปลัดจริง ตัวตนของคุณหญิงโมก็น่าจะไม่มีจริง
ใช่ไหม?

พูดกันแต่ภาษาที่ใช้ก็แยกไปทำวิทยานิพนธ์ได้อีกเรื่องแล้วค่ะ   จึงขอหยุดไว้ก่อน รอฟังคุณนวรัตนสรุปดีกว่า
ส่วนดิฉันมีคำถามจะเก็บไว้ถามคุณเพ็ญชมพูอีก  รอโอกาสต่อไป
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 10:15

ก่อนอื่น ขอเรียนว่าผมไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ของคุณสายพิณ อย่างที่สารภาพหลายครั้งว่าผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์นะขอรับท่าน ไม่มีฉันทะที่จะไปอ่านทุกเล่มไปหมด จะอ่านเฉพาะที่สนใจและอยากอ่านเท่านั้น เรื่องท้าวสุรนารีหรือคุณหญิงโมนี่ ผมก็อ่านเท่าที่ครูบังคับให้เรียนและที่อยากรู้เพิ่มในกาลต่อมา ตอนที่เขาฮือฮากันเรื่องที่คุณสายพิณเขียน ผมเห็นหนังสือเล่มนี้ก็หยิบมาพลิกๆอ่าน แล้วก็วาง ไม่ซื้อ เหตุผลก็อย่างที่แสดงไว้ก่อนหน้า แต่ก็อ่านเพียงข้อเขียนของคนอื่นว่าคุณสายพิณเธอเขียนเนื้อหาว่ากระไร อ่านแล้วก็เฉยๆ ทราบไว้ก็เท่านั้น

ความจำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คล้ายกับข้างล่าง

ท้าวสุรนารีได้กลายเป็นความสนใจของคนทั่วไปอีกครั้ง หลังจากที่ สายพิณ แก้วประเสริฐ นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี” โดยได้วิเคราะห์และตั้งคำถามว่า วีรกรรมของท้าวสุรนารีมีจริงหรือไม่ และหากมีอาจไม่กล้าหาญโดดเด่นตามที่รับรู้กันในปัจจุบัน สายพิณได้วิเคราะห์จากเอกสารในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่๓ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีวีรกรรมของท้าวสุรนารี แต่ไปปรากฏในเอกสารเมื่อต้นรัชกาลที่๕ ด้วยข้อความสั้น ๆ ว่าคุณหญิงโมเป็นผู้นำสตรีชาวโคราชเป็นกองหนุนในการรบเท่านั้น อีกทั้งเอกสารสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์ก็ไม่ได้ระบุวีรกรรมของท้าวสุรนารีไว้แม้แต่น้อย สายพิณจึงวิเคราะห์ว่าวีรกรรมของท้าวสุรนารีอาจถูกเสริมแต่งขึ้นเกินจริง ด้วยเหตุผลทางด้านการเมืองการปกครอง การวิเคราะห์เช่นนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวโคราชเป็นอย่างมาก

เสริมแต่ง มีหมายความต่างกับ แต่งขึ้น แปลว่ามันต้องมีอะไรเป็นมูลอยู่บ้างในบทบาทที่คุณหญิงโมท่านกระทำไป มิฉะนั้นจะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท้าวสุรนารีได้อย่างไรตั้งแต่สมัยโน้น

ดังนั้น ที่ผมเขียนไปว่า “ข้อสรุปของผู้เขียนว่า คุณหญิงโมมีจริง วีรกรรมมีจริง ได้รับพระมหากรุณาฯให้เป็นท้าวสุรนารีจริง แต่รายละเอียดของวีรกรรมในวันนั้น อาจไม่เป็นไปตามความที่เขียนขึ้นจากคำบอกเล่าก็ได้ (แต่จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน)”  

จึงไม่น่าจะผิด

เท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวมาใหม่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง