เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 34101 บาร์บารา ฮัตตัน เศรษฐินีอาภัพ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 14:44

  ผู้ชายอื่นที่มาพบหญิงที่ถูกใจกว่าหลังตัวเองมีเมียไปแล้ว อาจจะรำพึงว่า "พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น" แล้วก็สร้างรักสามเส้าเป็นปัญหาสามคนอลเวงกันต่อไป   แต่เจ้าชายอเลกซิสไม่ทำแบบนั้น       เขาตัดสินใจหย่าขาดจากภรรยาเพื่อมาแต่งงานกับมหาเศรษฐีสาววัย 20 ปี
   แต่จะเรียกว่าสูญเสียเศรษฐินีคนก่อนไปก็ไม่เชิง   เดาว่าน่าจะมีการคำนวณกันรอบคอบไว้แล้วล่วงหน้า     เพราะภรรยาม่ายของอเลกซิสก็ไปแต่งงานพี่ชายของอเลกซิสหลังจากนั้น 
  สรุปว่าสมบัติของเศรษฐินีสาวทั้งสองคนก็ยังอยู่ครบในมือของชายตระกูลภาษารัสเซียที่อ่านออกเสียงยากครอบครัวนี้อยู่ดี

   หกเดือนหลังหย่าจากเศรษฐินีคนแรก   เจ้าชายอเลกซิสก็เข้าพิธีสมรสอย่างหรูหรากับบาร์บาร่า ฮัตตัน ในโบสถ์รัสเซียนออโธดอกซ์ ในปารีส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 19:52

    เมื่อบาร์บาร่าตกลงจะแต่งงานกับอเลกซิส     ข่าวสะพัดไปถึงหูของพ่อที่อยู่ในอเมริกา  แม้ว่าแฟรงค์ ฮัตตันไม่ได้รักใคร่ไยดีลูกสาวคนนี้นักก็จริง แต่เขาก็รับผิดชอบในทรัพย์สินของเธอพอจะไม่ปล่อยให้ใครมาชุบมือเปิบง่ายๆ    เขาจึงบินด่วนมาปารีสด้วยอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ   เพื่อขัดขวางสมรสของลูกสาว   เขาถือว่าเขาทำได้เพราะบาร์บาร่ายังอายุไม่ครบ 21 ปี
   ผลจากการเจรจากันระหว่างพ่อลูกและว่าที่ลูกเขย   บาร์บาร่าระงับไฟโกรธของพ่อด้วยการสั่งรถโรลสรอยซ์ประกอบพิเศษตามสั่ง 3 คันรวด   แล้วยกคันหนึ่งให้พ่อเป็นของขวัญ เพื่อการเอาน้ำเย็นเข้าลูบให้อารมณ์เย็นลง   หลังการเจรจากันหลายยก  ก็ตกลงกันได้ว่า เมื่อแต่งงานกันแล้ว อเลกซิสจะเอาแค่ส่วนแบ่งในทรัพย์สินของคู่สมรสเป็นเงินก้อน 1 ล้านดอลล่าร์  และเงินค่าใช้จ่ายรายปีอย่างงามอีกจำนวนหนึ่ง    
     คู่บ่าวสาวจึงได้จดทะเบียนสมรสและเข้าสู่พิธีวิวาห์กันอย่างเอิกเกริก  จากนั้น บาร์บาร่า ฮัตตันก็กลายเป็นเจ้าหญิง Mdivani  อย่างภาคภูมิสมกับความฝันของคุณตาที่มีมาตั้งแต่ก่อนเธอเกิด

    ภาพล่าง รถโรลสรอยซ์รุ่นปี 1932


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 19:57

     บาร์บาร่าแต่งงานในช่วงเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำถึงก้นเหว   ผู้คนทั่วโลกแทบอดตายกันเพราะไม่มีงานทำ     แต่เธอก็ไม่สะท้านสะเทือนอะไร ในเมื่อเงินทองยังกองท่วมหัวอยู่ดี     ต่อจากพิธีวิวาห์  เธอใช้จ่ายเงินไปอีกฟ่อนใหญ่เมื่อเดินทางไปฮันนีมูนในอิตาลี     คู่บ่าวสาวหมาดๆไปพำนักในโฮเต็ลหรูหราที่ทะเลสาบโคโมทางตอนเหนือของมิลาน    จากนั้นก็ไปพักที่เวนิส ในฐานะเจ้าชายและเจ้าหญิง Mdivani    
     ทั้งสองวางตัวหรูเริ่ดเพียงใดเราคงวาดภาพได้จาก "ทรูโซ"หรือเสื้อผ้าเจ้าสาวที่ติดตัวไปด้วยตอนฮันนีมูน    บาร์บาราขนหีบเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางติดตัวไปด้วยถึง 70 ใบ   การขนส่งจะเอิกเกริกอลังการขนาดไหนดิฉันก็ยังนึกภาพไม่ออก   รู้แต่ว่าหนังสือพิมพ์เอาไปจิกตีเสียไม่มีดี ในความหรูหราฟุ่มเฟือยเกินเหตุนี้
     เท่านั้นยังไม่พอ   ในเวนิส   บาร์บาร่าไปเจอคฤหาสน์หลังงาม เก่าแก่ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 12  ชื่อ Abbazia da san Gregorio  อยู่ริมคลองใหญ่ Grand Canal   เธอถูกใจถึงกับเซ็นเช็คตกลงซื้อ ทั้งๆไม่ได้สนใจจะอยู่ที่นั่น    ส่วนอเลกซิสหัวใสพอจะให้ลงชื่อเขาเป็นเจ้าของโฉนดบ้านและที่ดิน  แทนที่จะเป็นชื่อภรรยา

    ภาพล่าง   คฤหาสน์ในเวนิส


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 07:22

คุณครูอย่าเพิ่งหยุดสอนนะครับ นักเรียนกำลังเรียนอย่างตั้งใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 11:58

ตั้งใจสอนถี่ยิบเลยละค่ะ   ยิ้มเท่ห์

สมัยนี้ เศรษฐีถึงรวยแค่ไหนก็ต้องทำงาน  ส่วนใหญ่ก็ดูแลกิจการของตัวเองไม่ให้รั่วไหล  และขยายงานออกไปให้กว้างยิ่งขึ้น     แต่เศรษฐีสมัยบาร์บาร่าไม่ต้องทำงานเพราะมีคณะกรรมการดูแลมรดกของเธอให้เสร็จสรรพ     เศรษฐีไฮโซสมัยนั้นจึงท่องเที่ยวกันเป็นหลัก   เดินทางรอบโลกกันเป็นของธรรมดา   พักแต่ละที่นานเป็นเดือน     ไม่ใช่ทัวร์สามวันเจ็ดประเทศเหมือนเดี๋ยวนี้   
ปีต่อมาทั้งปี  เจ้าชายและเจ้าหญิงนามสกุลเรียกยากคู่นี้ก็เดินทางมาตะวันออก พักอยู่ในจีนและญี่ปุ่น    ตลอดเวลาบาร์บาร่าก็เป็นเจ้าหญิงบุญทุ่ม  ประดังเงินทอง ของขวัญ และเช็คเงินสดจำนวนมากๆ ให้สามีตามแต่เขาจะปะเหลาะเอาจากเธอ

เงินทองของบาร์บาร่า เหมือนน้ำตกไนแอการาไหลพลั่งๆไม่รู้จบ  เมื่ออายุครบ 21 เธอได้มรดกจากย่าเป็นมูลค่า 42 ล้านดอลล่าร์ คือเท่ากับ 2-2.5 พันล้านในยุคนี้ บวกขึ้นไปจากเงิน 50 ล้านดอลล่าร์ของเดิมที่พ่อเอาไปลงทุนไว้เป็นอย่างดี จนงอกเงยขึ้นมาอีก 
ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจตกต่ำเป็นประวัติการณ์ของโลก   กิจการของพ่อและห้างวูลเวิร์ธก็ยังประคองตัวเองให้รอดไปได้ ไม่ล้ม    ออกดอกผลให้เธอมีรายได้เงินสดไหลเข้ากระเป๋าสบายๆปีละ 1.7 ล้านดอลล่าร์โดยไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไร    ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
ในยุคที่บ้านใหม่ๆขายราคาหลังละสามพันถึงห้าพันดอลล่าร์  รถยนต์ใหม่ราคาคันละหกร้อยกว่าเหรียญ และน้ำมันราคาแกลลอนละ 10 เซ็นต์    ถ้าหากว่าเป็นทุกวันนี้ รายได้เฉพาะดอกเบี้ยแต่ละปีของเธอก็น่าจะซื้อศูนย์การค้าดีๆ เอาไว้มาดูเล่นได้ปีละแห่ง


บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 13:06

คุณครูน่ารักและใจดีจังครับ
ว่าแต่ว่า "สอนถี่ยิบ" หมายถึง "ตั้งใจสอน" ใช่ไหมครับ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 18:44

แปลว่า ถ้ามีคนแวะเข้ามาแจมก็จะขยันเล่าเรื่องถี่หน่อย   ถ้าไม่มีใครก็โพสต์เรื่องช้าหน่อยตามสบาย  เรื่อยๆมาเรียงๆ ค่ะ

กลับมาเล่าถึงมหาเศรษฐินีของเราต่อนะคะ
ในเมื่อมีเวลาว่างอย่างมหาศาลอยู่ในมือ   ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ    บาร์บาราจึงใช้เวลาฮันนีมูนยาวนานถึง 1 ปี ด้วยการท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ  ตามประเทศโน้นประเทศนี้   สลับกับงานเลี้ยงรื่นเริงไม่เว้นแต่ละคืน     เธอฉลองวันเกิดปีที่ 22 ด้วยงานปาร์ตี้เชิญแขกถึง 2000 คนที่โรงแรมหรูระยับชื่อโฮเต็ลริทซ์ในปารีส   หมดเงินไปกี่ล้านไม่ต้องคำนึงถึง  

แต่ชีวิตวิวาห์ของบาร์บาร่ายาวมาได้ 1 ปี 7 เดือนก็ถึงกาลอวสาน      เธอเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุอะไรไม่แน่ชัด  ส่วนสามีก็ไม่ได้ไปเยี่ยม  แต่กลับไปสนามโปโลเพื่อเล่นกีฬาโปโลที่เขาโปรดปราน  ขี่ม้าราคาแพงที่ภรรยาเป็นคนซื้อให้       เหตุการณ์ตอนนี้ค่อนข้างคลุมเครือ   ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกันแน่น้ำผึ้งจึงขมขึ้นมา  รู้แต่ว่าหลังจากนั้น บาร์บาร่าฟ้องหย่าสามีที่เมืองรีโน รัฐเนวาดา  แล้วศาลตัดสินให้หย่าขาดจากกันได้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม  ค.ศ. 1935
วันรุ่งขึ้น คือ  14 พฤษภาคม  เศรษฐินีสาวก็แต่งงานใหม่กับขุนนางชาวเดนมาร์ค ชื่อเคานต์ฟอน เฮกวิตซ์ -เร้นท์โลว์   รวดเร็วทันใจ  เอากะเธอซี

ส่วนเจ้าชายกำมะลอเจ้าแรกนั้น   ยังไม่ทันจะใช้เงินได้สมกับที่กอบโกยมาให้สมอยากเลย แค่สามเดือนต่อมา ควบโรลซรอยซ์ด้วยความเร็วสูงเกินไปหน่อยก็เลยพลิกคว่ำ รถตกลงไปในคูข้างถนน    ตายคาที่

ภาพล่างนี้คือท่านเคานท์ชื่อเรียกยาก  สามีคนที่สอง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 22:23

คุณสิริณาวดี ยังอยู่หรือเปล่าคะ    เงียบไปเลยค่ะ
ถ้าเริ่มง่วง มีของมาปลุกให้ตาสว่างนะคะ

ภาพข้างล่างนี้อาจจะดูคล้ายๆอะไรที่ไชยา มิตรชัยเคยสวมอยู่บนเวที    แต่ว่ามันต่างกันตรงที่สร้อยคอเพชรเส้นนี้นอกจากเป็นของแท้ทุกเม็ดแล้ว  ยังเป็นสร้อยคอของเก่าชิ้นงามในประวัติศาสตร์  ซึ่งเพิ่มมูลค่าของมันอีกไม่รู้ว่าเท่าไหร่
มันเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นเพชรของบาร์บาร่า ฮัตตัน    สำหรับเธอแล้ว  อะไรที่เงินซื้อได้ เธอก็ย่อมได้มาเสมอ ไม่ว่าราคามหาศาลขนาดไหน


บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 07 ก.ย. 12, 23:15

คุณครูครับขอกลับไปถูบ้านก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาเรียนใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
awork
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 03:38

มาแสดงตัว ขอตามติดชีวิตของเศรษฐินีผู้แสนอาภัพคนนี้ด้วยอีกคนครับ อาจารย์เทาชมพู ตามอ่านมาตั้งแต่แรก และรอคอยต่อไปว่า ตกลงเป็นโชคชะตาที่กลั่นแกล้ง หรือเป็นการกระทำจากปมในชีวิตของหล่อนกันแน่ ที่พาหล่อนไปพบจุดจบที่ไม่สวยงามอย่างที่คาดไม่ถึง อาจารย์เทาชมพูเล่าเรื่องได้สนุกมากเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
giggsmay
ชมพูพาน
***
ตอบ: 135


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 08:20

 :-Xเค้าอาภัพหรือว่าทำตัวเองคะ
บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 10:48

กำลังฟังอย่างตั้งใจ อาจารย์เรียกหานักเรียนสะดุ้งเลยค่ะ

น่าสงสารเธอนะคะ ชีวิตอาจจะดูพรั่งพร้อมด้วยเงินทอง แต่เด็กที่โตมาอย่างอ้างว้าง พี่เลี้ยงนางนมเลี้ยงตามหน้าที่ ไม่มีใครดูแลสั่งสอนด้วยความรักความห่วงใยจริงๆ พอมีใครเข้ามาก็พร้อมจะรักจะทุ่มเทให้.. เธอเติบโตมาด้วยเงิน ก็คงคิดว่าเงินซื้อความรักจากคนรอบข้างได้

นึกภาพเด็กน้อยไปพบแม่ในสภาพอย่างนั้นแล้วน้ำตาจะไหลค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 18:27

นักเรียนรายงานตัวกันสลอน   ยิงฟันยิ้ม

ก่อนหน้านี้  ไม่ว่าไปไหน  ใครๆก็เรียกบาร์บาร่าว่า เจ้าหญิงบาร์บาร่า ชายาของเจ้าชายอเลกซิส    แต่เธอก็ตัดสินใจครองตำแหน่งเจ้าหญิงอยู่แค่ 1 ปี 7 เดือนก่อนสละออกไป     แต่จะว่าเธอตกชั้นกลับมาเป็นนางบาร์บาร่า ฮัตตันนั้นไม่ใช่แน่นอน   ตำแหน่งใหม่รออยู่แล้ว  ให้ใครๆเรียกว่า "คุณหญิง" หรือเคานเตสบาร์บาร่า ฟอน  เฮกวิตซ์ -เร้นท์โลว์
สามีคนใหม่ของเธอขุนนางชาวเดนมาร์ค   แม้ว่าไม่ได้เป็นเจ้าอย่างคนแรก เขาก็เป็นผู้ดีมีตระกูลของแท้   ไม่น่าเคลือบแคลงอย่างอเลกซิส
แต่ไม่รู้ว่าจะโทษดวงของบาร์บาร่า หรือโทษนิสัยใจคอกันแน่   ทั้งๆบาร์บาร่าเกิดมาท่ามกลางความหรูเลิศทุกกระเบียดนิ้ว   ทุกอย่างที่ถูกนำมาวางแทบเท้าเธอล้วนแต่เกรด A ไร้เทียมทาน ตั้งแต่จานชามไปจนเครื่องเพชร      แต่พอมาถึงความรักและคู่ครอง  เธอก็ดันไปเลือกเกรด F เข้าจนได้    ซ้ำร้าย ยังเป็น F ตามด้วยเครื่องหมายลบ   เพราะสามีคนที่สองนี้เลวหนักข้อยิ่งกว่าคนแรกเสียอีก
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 18:37

ตอนนี้นักเรียนโข่งทั้งเนื้อทั้งตัวมีไม่กี่หมื่น เลยใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด เพราะใช้วิธีไถตังค์พ่อแม่เอา  แต่ถ้ามีเป็นหมื่นๆ ล้าน  อย่างผมน่าจะพลาญให้เหลือเป็นไม่กี่หมื่นบาทได้ไม่ยาก แต่อาจจะใช้เวลาหลายปีหน่อยครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30938

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 08 ก.ย. 12, 19:18

เคานต์เร้นท์โลว์เป็นผู้ชายถ่อยทั้งวาจาและการกระทำ จนไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในตระกูลผู้ดี      นับเป็นความซวยของบาร์บาร่าที่แต่งงานกันไม่ทันไร สามีก็เลี้ยงเธอด้วยลำแข้งและลำเข่า   บวกด้วยวาจาหยาบคายด่าว่าสารพัด     เขามีพฤติกรรมไม่ผิดอะไรกับแมงดาปีกทองที่วางอำนาจเหนือผู้หญิงไม่ให้เธอโงหัวขึ้นมาได้    เพื่อจะได้เกาะกินเงินทองอย่างหน้าเฉยตาเฉย โดยเธอหือไม่ขึ้น

เขาบงการให้บาร์บาร่าสละสัญชาติอเมริกันไปถือสัญชาติเดนมาร์คตามเขา   โดยบอกว่าจะได้ไม่ต้องเสียภาษีแพงๆให้อเมริกา   เธอก็จำต้องยอม  อย่างลูกไก่ในกำมือ

ความเลวร้ายของเร้นท์โลว์มีถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกันในครั้งหนึ่ง  เขาทุบตีภรรยาหนักมือ จนเธอต้องไปนอนให้น้ำเกลือในโรงพยาบาล  ส่วนเขาเข้าตะรางไปพักหนึ่งด้วยข้อหาทำร้ายร่างกาย     แต่สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังทู่ซี้อยู่ด้วยกันมาจนกระทั่งมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน  เป็นทายาทคนเดียวของบาร์บาร่า ชื่อแลนซ์  เร้นท์โลว์ เกิดเมื่อค.ศ. 1936 เมื่อแม่อายุ 24 ปี


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง