เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 33726 บาร์บารา ฮัตตัน เศรษฐินีอาภัพ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 03 ก.ย. 12, 14:33

ถ้าหากว่าใครคนหนึ่งถามอีกคนว่า  "ต้องมีเงินมากเท่าไหร่  ถึงจะใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด"
แล้วอีกคนตอบว่า "มีสักหมื่นล้านก็สบายแล้ว  ต่อให้ถลุงยังไง ก็ยังเหลือกินไปจนตาย"
แสดงว่าสองคนนี้ ไม่รู้จักบาร์บารา ฮัตตัน   ควรจะไปหาชีวประวัติเธอมาอ่านโดยด่วนค่ะ

บาร์บารา ฮัตตันคาบช้อนเงินช้อนทองออกมาจากครรภ์ของแม่ เอ็ดน่า วูลเวิร์ธ  กับพ่อ แฟรงกลิน ลอส์ ฮัตตัน    พ่อแม่เธอรวยมหาศาลกันทั้งสองฝ่าย   พ่อเป็นนายธนาคารและนักธุรกิจ  ส่วนแม่เป็นลูกสาวมหาเศรษฐีแฟรงค์ ดับเบิ้ลยู  วูลเวิร์ธ  เจ้าของห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธที่มีสาขาทั่วอเมริกา


บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 15:13

เห็นท่านอาจารย์เงียบไป จึงลอคอินเข้ามารายงานตัวค่ะ

คลาสนี้จะนั่งหน้าสุดค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ก.ย. 12, 16:49

ก่อนจะเล่าถึงชีวิตบาร์บาร่า  ต้องเล่าที่มาของช้อนเงินช้อนทองของเธอเสียก่อนว่ามีมาได้ยังไงแบบไหน   คำตอบคือมาจากคุณตา  ของเธอ   มหาเศรษฐีแฟรงค์ วินด์ฟิลด์ วูลเวิร์ธ (1852-1919)

แฟรงค์ วูลเวิร์ธมีกำเนิดคล้ายๆเจ้าสัวในตำนานบ้านเรา ที่มักจะหอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน  แล้วสร้างฐานะขึ้นมาได้    เขาเป็นลูกชาวนาจนๆทางเหนือของนิวยอร์ค  พอโตเป็นหนุ่มก็มาสมัครงานเป็นเสมียนในร้านขายของที่ตลาดในเมือง      แต่ว่าแฟรงค์ วูลเวิร์ธเป็นคนหัวดีกว่าเสมียนด้วยกันที่ทำงานหน้าที่เดิมไปจนแก่ตาย     เขาจึงเริ่มสังเกตว่า เวลาทางร้านโละของค้างสต๊อคมาขายในราคาเหมา ๕ เซ็นต์หมดไม่ว่าอะไร   มักขายดิบขายดี   เสมียนหนุ่มก็ได้ไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าจะเปิดร้านขายสินค้าราคา ๕ สตางค์ หมดทั้งร้าน  ก็น่าจะขายดีเหมือนกัน

คิดแล้วเจ้าหนุ่มก็ยืมเงินนายจ้างมา ๓๐๐ ดอลลาร์ เปิดร้านขายของถูก   ตอนแรกก็ล้มลุกคลุกคลานไปไม่รอด    แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ  กัดฟันเปิดร้านอีกในเพนซิลเวเนีย ปรากฎว่าไปได้   เขาก็เลยเพิ่มราคาสินค้าจาก ๕ เซ็นต์เข้าไปเป็น ๑๐ เซ็นต์  ขยายประเภทสินค้าให้มากขึ้น   ทุกอย่างในร้านล้วนไม่เกิน ๑๐ เซ็นต์หมด    ผลก็คือขายดิบขายดี ชาวบ้านชอบ   ทำกำไรให้เจ้าของมั่งคั่งขึ้นมา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ก.ย. 12, 17:34 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 10:04

ในสมัยที่แฟรงค์ วูลเวิร์ธก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาในหัวเลี้ยวหัวต่อของต้นศตวรรษที่ 20   คนอเมริกันทั่วไปยังยากจนอยู่    แต่เป็นกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหญ่สุดเหมือนฐานปิรามิด     พวกนี้ไม่ได้ต้องการสินค้ามียี่ห้อหรือแม้แต่คุณภาพดีเลิศประเสริฐศรี  ขอเพียงอะไรที่ซื้อได้ด้วยเงินน้อยนิดที่สุดก็พอ     ร้านวูลเวิร์ธที่อะไรๆก็ไม่เกิน 10 เซ็นต์จึงตอบสนองดีมานด์ซัพพลายได้เหมาะเจาะ  
ตัวร้านไม่ได้ตกแต่งให้สวย   สินค้าก็วางๆเอาไว้ในกระบะบ้างชั้นบ้าง เป็นหมวดหมู่พอให้หาง่าย     ไม่ห่วงเรื่องดีไซน์    เห็นตัวอย่างได้ในรูปข้างล่างนี้   เป็นรูปในยุคที่ห้างวูลเวิร์ธขยายสาขาไปทั่วประเทศแล้ว

สมัยดิฉันไปเรียน ในเมืองเล็กๆก็ยังมีวูลเวิร์ธอยู่ร้านหนึ่ง แต่ไม่ใช่ของขายราคาเดียวทั้งร้านเหมือนในอดีตอีกแล้ว ก็เป็นร้านขายสินค้าทั่วๆไป  ไม่ใหญ่โต   ดูเงียบเหงาไม่ค่อยจะมีใครเข้ากัน  เพราะว่าในยุคนั้นห้างสรรพสินค้าดีๆ สินค้าราคาไม่แพงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด    เบียดแซงหน้าวูลเวิร์ธไปได้ง่ายดาย


บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 13:52

ขอเข้าเรียนด้วยคนครับ
คลาสนี้ต้องขอเขยิบมานั่งกลางห้องเพราะมีรูปเยอะดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 18:31

คุณ Sujittra มานั่งแถวหน้าก็ได้นะคะ

ที่เขาเรียกว่าเงินย่อมต่อเงินเป็นของจริงในกรณีของวูลเวิร์ธ   พอได้เงินเป็นกอบเป็นกำเขาก็ทุ่มเทพัฒนาร้าน และขยายสาขาออกไปอีกไม่หยุดยั้ง      วูลเวิร์ธระดมทุนแบบแฟรนไชส์ คือคนที่จะมาเป็นผู้จัดการในสาขาประจำเมืองต่างๆ ต้องลงทุนในฐานะหุ้นส่วนของเขาด้วย   แล้วไปบริหารจัดการร้านตัวเอง โดยมีเขาเป็นผู้ส่งสินค้าให้วาง  กำหนดการจัดหน้าร้านและวางของเอง   
พอจับทางได้แบบนี้   วูลเวิร์ธก็ราวกับพยัคฆ์ติดปีก   กิจการเขาไปโลดชนิดยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่   พออายุ 52 ปีเขาก็เป็นเจ้าของสาขาห้างค้าปลีกถึง 120 แห่งใน 21 รัฐ  ขยายตั้งแต่นิวยอร์คมาถึงโคโลราโดทางตะวันตก เรีบกว่าเป็นปรากฏการณ์ของวงการธุรกิจเลยทีเดียวในยุคนั้น 

บริษัทของเขาทำธุรกิจปีละหกสิบกว่าล้านดอลล่าร์   ต่อมาเมื่อรวมกิจการกับบริษัทคู่แข่งอีกห้าแห่งตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาได้  เงินก็เพิ่มขึ้นเป็นหกสิบห้าล้านดอลล่าร์      ชื่อเสียงของวูลเวิร์ธผงาดขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของประเทศเมื่อเขาสร้าง Woolworth Building ตึกระฟ้าสูงที่สุดในนิวยอร์คในสมัยนั้นขึ้นมาได้ ด้วยมูลค่าสิบสามล้านกว่าดอลล่าร์ ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง   
( ไม่รู้ว่าสมัยนี้จะเป็นเงินเท่าใด  เดาว่าประมาณ 100 เท่าของค่าเงินสมัยนั้น)

ข้างล่างคือตีกระฟ้าวูลเวิร์ธ ในอดีตและปัจจุบัน
 
เมื่อเข้าวัยชรา   วูลเวิร์ธไปพำนักอยู่ในยุโรปมากกว่าอเมริกา   แต่กิจการเขาก็ยิ่งรุดหน้าไม่หยุดยั้ง  จนเมื่อเขาถึงแก่กรรมเมื่อค.ศ. 1919   บริษัทวูลเวิร์ธที่มีสาขากว่า 1000 แห่งถือว่าเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 18:46

นี่คือคฤหาสน์ที่แฟรงค์ วูลเวิร์ธสร้างไว้ที่ฟิฟว์ อเวนิวใจกลางนิวยอร์ค  ซึ่งที่ดินแพงเหมือนโรยด้วยเพชร     สำหรับภรรยาและลูกๆของเขา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 18:49

วูลเวิร์ธไม่มีลูกชาย  มีแต่ลูกสาว 3 คน  คนโตชื่อเฮเลน่า ม้อด  คนกลางชื่อเอ๊ดน่า  คนสุดท้องชื่อเจสซี่ เมย์
คนที่เป็นแม่ของบาร์บาร่า ฮัตตันคือเอ๊ดน่า ลูกสาวคนกลาง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ก.ย. 12, 21:33

    มหาเศรษฐีวูลเวิร์ธรักลูกสาวสามคนเป็นแก้วตาดวงใจ    วางแผนอนาคตให้อย่างสวยหรู     แต่ต้องขออธิบายว่าเมื่อต้นศตวรรษที่ 20  อนาคตผู้หญิงทั้งหลาย ต่อให้เป็นลูกสาวมหาเศรษฐีก็ไม่ต่างจากลูกสาวชาวบ้านจนๆ     คืออย่าหวังว่าเธอจะทะเยอทะยานเป็นนักวิทยาศาสตร์บันลือโลก  เป็นแพทย์  สถาปนิก วิศวกรหญิง หรือศิลปินเอก    อนาคตผู้หญิงมีอย่างเดียวคือได้แต่งงานไปกับผู้ชายร่ำรวยมีหน้ามีตา   แล้วไปเป็นคุณหญิงคุณนายอยู่บนกองเงินกองทองต่อไป ดังที่เคยอยู่บนกองเงินกองทองมาแต่เกิด  
   แฟรงค์ วูลเวิร์ธตั้งเป้าหมายว่าลูกสาวเขาทุกคนต้องมี "สามีดีๆ"    คำว่าดีในที่นี้ไม่ใช่แค่รวยเท่านั้น   แต่เขาหวังถึงขั้นจะให้ลูกสาวแต่งงานไปกับเจ้าชายในราชตระกูลต่างๆในยุโรป     ในยุคต้นศตวรรษที่ 20  แม้ผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ล่มจักรวรรดิออสเตรียและเยอรมนีมาแล้ว  เจ้านายต่างๆทั้งที่มีบัลลังก์และไม่มีบัลลังก์ก็ยังเดินกันอยู่สลอนในสังคมไฮโซยุโรป    พอจะสานฝันให้แฟรงค์ วูลเวิร์ธที่มีกำเนิดมาจากชาวนาจนๆ คิดทะเยอทะยานถึงขั้นที่จะได้อะไรที่ตัวเขาไม่เคยมีโอกาสได้ แม้ว่ามีเงินมากมายขนาดไหนก็ตาม
   คุณหนูวูลเวิร์ธทั้งสามนางได้แต่งไปกับเศรษฐีทั้งหมด  ไม่มีใครแหกคอกไปแต่งกับยาจก      แต่ไม่มีใครสนองความฝันของพ่อได้ถึงขั้นแต่งกับเจ้าชาย   ฝันของวูลเวิร์ธเป็นจริงในชั้นหลาน   คือบาร์บาร่า ฮัตตัน  แต่คุณตาก็ถึงแก่กรรมไปเสียก่อนจะมีโอกาสรู้ว่าได้หลานเขยเป็นถึงเจ้าชายตัวจริงทีเดียวเชียว

    รูปข้างล่างคือเอ๊ดน่ากับแฟรงค์ ลอส์ ฮัตตัน  ผู้สามี     เป็นภาพหายากมากค่ะ เจอในเน็ตแค่นี้เอง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 05 ก.ย. 12, 14:13

พี่สาวและน้องสาวของเอ๊ดน่าแต่งงานแล้วก็ดำเนินชีวิตอย่างคุณนายเศรษฐีด้วยกันทั้งคู่     ไม่ค่อยมีอะไรให้เอ่ยถึงนัก ก็จะข้ามไปก่อนค่ะ     
ส่วนเอ๊ดน่าแต่งงานกับแฟรงค์ ฮัตตัน ที่ปรึกษาทางการเงินของพ่อเธอ  ทั้งที่พ่อไม่ได้เห็นด้วยเลย    แต่ลูกสาวก็ดึงดันจะแต่งงานให้ได้   พ่อเพิ่งจะมาใจอ่อนก็เมื่อหลานสาวถือกำเนิดมาในค.ศ. 1912     
วิวาห์ของเอ๊ดน่าเรียกได้ว่าล่มตั้งแต่เริ่ม    เพราะสามีเธอแม้ว่าเป็นคนเก่งเรื่องธุรกิจ แต่ก็เป็นสามีที่เลวได้ครบถ้วนกระบวนความ     ทั้งเจ้าชู้ฟันผู้หญิงไปเรื่อยไม่เคยขาดมือ    ทั้งละเลยลูกเมีย   แม้แต่ลูกน้อยตาดำๆเขาก็ไม่แยแส   ยังพูดให้เข้าหูลูกสาวเสียอีกว่าเขาไม่เคยต้องการมีลูก   ส่วนไอ้ที่มีเมีย  เขาก็บอกใครต่อใครเต็มปากว่า"...ก็เพราะเหล้ามันพาไปนี่หว่า"   คือเมาแล้วก็เลยถลำตัวเกินเลยไป  จนกระทั่งต้องตกบันไดพลอยโจนแต่งงาน   

แฟรงค์ ฮัตตันพูดจริงหรือเล่นไม่มีใครรู้   แต่ที่รู้คือเอ๊ดน่าระทมขมขื่นกับสามีจนทนไม่ไหว   ตั้งแต่แต่งงานมาเธอได้รับความบีบคั้นจิตใจมาตลอด   เงินทองมหาศาลไม่ได้ช่วยให้ชุ่มชื่นใจขึ้นมาได้    ด้วยเหตุนี้เองเมื่อบาร์บาร่าอายุได้ 6 ขวบ ในคืนหนึ่งที่ทางบ้านจัดงานปาร์ตี้สุดหรูขึ้นอย่างที่สมัยนั้นเขานิยมจัดกันตามบ้านเศรษฐี     หนูน้อยก็เดินเปะปะไปพบร่างของแม่แขวนคอตายอยู่ในห้องหนึ่งของบ้าน
เอ๊ดน่าฆ่าตัวตายเมื่อค.ศ. 1918  อายุเพียง 34 ปี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 05 ก.ย. 12, 20:52

   คุณตาแฟรงค์ วูลเวิร์ธโอบอุ้มหลานกำพร้าไว้ด้วยความเมตตา    พาหนูน้อยออกจากนิวยอร์คไปอยู่คฤหาสน์ของเขาที่ลองไอส์แลนด์ตลอดหนึ่งปีนับจากเหตุสะเทือนใจ      ชีวิตบาร์บาร่าอาจจะโชคดีมากกว่านี้ถ้าหากว่าชายชราอยู่ให้ความรักความอบอุ่นแก่เธออีกนาน     แต่เขาก็อายุสั้นกว่าที่ควร    ถึงแก่กรรมไปเพียง 1 ปีหลังจากนั้น คือเมื่อหลานน้อยอายุ 7 ขวบเท่านั้นเอง    จากนั้นหนูน้อยก็ต้องอยู่กับญาติและครูพี่เลี้ยง  จนโตพอจะถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ
   พร้อมกับความเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย มีพ่อก็เหมือนไม่มี  แม่ก็ไม่มี ตาก็ไม่มี  ป้ากับน้าก็มีครอบครัวของตัวเอง    โชคชะตาก็ชดเชยให้บาร์บาร่าเหลือล้น เกินกว่าคนทั่วไป     มรณกรรมของแฟรงค์ วูลเวิร์ธทำให้เธอได้รับมรดกส่วนที่มีสิทธิ์ในฐานะหลานไปเต็มๆ  นอกจากนั้นยังได้มรดกส่วนของแม่มาเป็นของตัวเอง    ส่วนพ่อของเธอแม้ว่าเป็นพ่อที่ไม่เอาไหน  แต่เป็นนักลงทุนธุรกิจที่เก่งกาจ    ความมั่งคั่งของเขาจึงตกทอดมาถึงเธอในฐานะทายาทเพียงผู้เดียว   
    สาวน้อยบาร์บาร่าจึงเติบโตขึ้นมาเป็นทายาทเศรษฐี  ได้สมบัติตา สมบัติแม่และสมบัติพ่อประดังประเดมาที่ตัวเธอ โดยไม่ต้องกระดิกตัวหาเงินสักเซ็นต์เดียว
   


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 10:04

   ในยุคของบาร์บาร่า   ลูกสาวเศรษฐีและผู้ลากมากดีในยุโรปและอเมริกาต้องจัดงานใหญ่ออกสังคมเมื่ออายุ 18 ปี   ในฐานะที่เป็นเดบูตอง (Debutante)  เพื่อประกาศให้สังคมรู้ว่าลูกสาวบ้านนี้เป็นสาวเต็มตัวแล้ว  พร้อมจะมีคู่ได้      ยิ่งบ้านไหนรวยมาก การจัดงานของเดบูตองก็ต้องใหญ่มากเป็นเงาตามตัว
   ในปี 1930  งานวันเกิดของบาร์บาร่าเมื่ออายุ 18 จัดขึ้นที่โรงแรมริทซ์ คาร์ลตันในนิวยอร์ด     โรงแรมนี้ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมโอ่อ่าโก้หรูที่สุดในประเทศ สำหรับจัดงานบอลล์และปาร์ตี้ส่วนตัวของมหาเศรษฐี      งานวันเกิดของบาร์บาร่าได้ชื่อว่าเป็น "งานใหญ่ที่สุดของปี"  จ้างดารานักร้องชื่อดังที่สุดของฮอลลีวู้ดสองคนคือมอริส เชอร์วาลิเยร์ และรูดี้ แวลลี มาเอนเทอร์เทนในงาน
    แขกรับเชิญล้วนแต่เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีของนิวยอร์ค เช่นตระกูลแวนเดอร์บิลท์  แอสเตอร์และร็อคกี้เฟลเลอร์      ว่ากันว่าแค่ค่าดอกไม้ในงานก็ปาเข้าไป $50,000 แล้ว  ถ้าคิดเป็นราคาปัจจุบันก็หลายแสนดอลล่าร์   คิดเป็นเงินไทยก็เอา 33 คูณเข้าไป    เราก็คงเดาได้ว่าแค่ค่าดอกไม้เข้าไปหลายล้านบาท    ราคาจัดงานทั้งหมดจะกี่สิบล้าน?
    
ภาพล่าง บาร์บาร่าในชุดอลังการงานวันเกิด  เมื่ออายุ 18 ปี    สีหน้าเธอสะท้อนถึงความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับความเบิกบานโดยสิ้นเชิง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 10:20

      ผลกระทบจากการจัดงานหรูหราฟู่ฟ่างานนี้ไม่ได้อยู่ที่ไม่มีกะตังค์จะจ่าย    เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของบาร์บาร่า    แต่เป็นเพราะตอนนั้น เป็นตลาดหุ้นตกวูบลงมาในปีก่อน  คือปี 1929 พอดี    เศรษฐกิจดิ่งลงเหวชนิดบริษัททั้งหลายล้มระเนนระนาด  คนงานตกงานกันแทบไม่รู้ตัว  ผู้คนในนิวยอร์คก็ยังไม่รู้ตัวว่านี่มันคือจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่จะกระทบกระเทือนโลกในเวลาต่อมา ( รวมทั้งกระเทือนมาถึงประเทศไทยจนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 (ค.ศ. 1932)ด้วย
  แต่ในช่วงที่กำลังผันผวนวูบขึ้นวูบลงในปี 1930 นี้  ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ลงกันเกรียวกราวถึงการจัดงานอลังการวันเกิดมหาเศรษฐินีสาวน้อย  ค่าดอกไม้อย่างเดียวเข้าไปห้าหมื่นกว่าเหรียญ ทั้งๆชาวบ้านหาใส่ปากใส่ท้องไม่ได้แม้แต่ห้าสิบเซ็นต์ในแต่ละวัน   
   
   ไม่มีอะไรกระพือไฟโมโหโทโสให้มหาชนที่กำลังหิวโหยแทบอดตาย ได้มากเท่ากับข่าวใครอีกคนใช้เงินแบบใช้ทิ้งใช้ขว้าง เหมือนเงินไม่มีราคา      คำก่นด่าทุกสารทิศพรั่งพรูกันเข้ามาที่สาวน้อยบาร์บาร่า   ขนาดขนานนามเธอแสบสันต์ว่า "Rich bitch" จะแปลเป็นไทยให้ถึงใจก็เกรงว่าจะผิดต่อนโยบายเรือนไทย   บอกอ้อมๆว่า bitch ในที่นี้เป็นคำด่าผู้หญิงสำส่อนก็แล้วกัน
    ความจริงบาร์บาร่าไม่ได้ประสีประสาต่อความผิดที่เธอไม่ได้เป็นผู้ก่อนี้เลย    เธอไม่รู้เรื่องตลาดหุ้น ไม่รู้จักชีวิตตกงาน  ไม่รู้ว่าความยากจนคืออะไร     แต่กระแสต่อต้านเธอสะท้อนก้องไปทั่วมหานคร ทำให้ผู้ใหญ่ของเธอต้องรีบส่งตัวสาวน้อยเดินทางไปอยู่ในยุโรปชั่วคราว เพื่อลดกระแสกดดัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 12:36

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1  มาจนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  ยุโรปตะวันตกเป็นที่ชุมนุมของเศรษฐีและผู้ดีไฮโซ  มีทั้งพวกรวยจริงและรวยแต่เปลือก     ลูกสาวเศรษฐีอเมริกันเป็นพวกรวยจริง  จึงได้รับการต้อนรับอย่างดีเวลาย่างเข้าวงสังคม    
วันๆพวกนี้ไม่ต้องทำงานทำการอะไร แม้แต่เข้าออฟฟิศ    ก็เพียงแต่ลอยละล่องเข้าสังคมกันสลับกับไปท่องเที่ยวพักอยู่ตามโรงแรมหรูๆ   พบปะเจอะเจอพวกหนุ่มสาวไฮโซด้วยกัน
ถ้าหากว่าชีวิตคือละครทีวี   สาวๆก็จะเจอท่านชายพจน์และคุณชายกลางได้ไม่ยากนัก    พอๆกับหนุ่มๆจะเจอปริศนาและวนิดา  แต่ในเมื่อชีวิตไม่เคยเหมือนละคร แม้ว่าบางครั้งทำท่าว่าคล้ายๆ     พระเอกในชีวิตจึงอาจจะกลายเป็นผู้ร้ายได้โดยง่ายอีกเช่นกัน

บาร์บาร่าใช้ชีวิตวัยสาวอยู่ในแวดวงดังกล่าว 2 ปี    จนอายุ 20 เธอก็ได้พบชายในฝันคนแรก   เขาเป็นหนุ่มสูงศักดิ์เชื้อสายรัสเซียวัย 27 ปี   หน้าตาหล่อเหลา บุคลิกสง่างามสมกับกำเนิดมาสูง  คือมาจากราชตระกูลแห่งแคว้นจอร์เจียในรัสเซีย   ตัวเขามียศนำหน้าเป็นเจ้าชาย ชื่อเจ้าชายอเล็กซิส  
ส่วนนามสกุลที่สะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า Mdivani  ดิฉันเอาไปเข้าโปรแกรมอ่านภาษารัสเซียทางอินทรเนตร   ฟังอยู่สิบกว่าหน ก็ยังถอดเป็นไทยไม่ถูก  มันดังคล้ายๆ  "มะจิวีนเญอะ"  เสียง เย่อะ ตัวท้ายขึ้นจมูกแบบ gn ของฝรั่งเศส    เอาเป็นว่าเรียกเจ้าชายอเล็กซิสก็แล้วกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 06 ก.ย. 12, 13:33

    ฐานันดรศักดิ์เจ้าชายของอเล็กซิสถูกซุบซิบกันดังๆว่า เป็นเจ้าเก๊กำมะลอ    เพราะไม่มีใครรู้ที่มากันแน่ชัด  หนึ่งในเสียงนินทาคือเดิมเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูอยู่ในแคว้นจอร์เจียของรัสเซีย   แต่ที่เจ้าตัวยืนกรานคือเสด็จพ่อเคยเป็นราชองครักษ์ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียมาก่อน   ในยุคนั้น ราชสำนักรัสเซียหรูหราถึงขีดสุด   ใครเป็นราชองครักษ์ก็ต้องลูกผู้ดีมีสกุล หรือมีเชื้อมีสาย
 
    สมเด็จฯเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถแห่งสยามก็เคยเป็นราชองครักษ์ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสมาแล้ว
     การปฏิวัติใหญ่ในรัสเซียคว่ำบัลลังก์ของจักรพรรดิลงในพริบตา   เหล่าเจ้านายและผู้ดีมีตระกูลทั้งหลายก็ต้องซอกซอนหลบหนีเงื้อมมือพวกกบฏบอลเชวิค  เพราะพวกนี้เจอหน้าเป็นฆ่าหมด  เงินทองก็ถูกริบ   เป็นเหตุให้เจ้าไร้บัลลังก์และขุนนางมีแต่ยศทั้งหลายกระจัดกระจายไปทั่วยุโรป     อเลกซิสบอกใครต่อใครว่า พระบิดาพาลูกๆลี้ภัยมาอยู่ปารีสได้ทันเวลา   แล้วก็ดำเนินชีวิตไฮโซตามความเคยชินดั้งเดิม      
     เป็นที่ปิดกันให้แซดว่า ครอบครัวนี้มุ่งตกถังข้าวสาลี(ฝรั่งไม่กินข้าวสาร)      ลูกๆขวนขวายหาคู่ที่เอารวยเข้าว่า    เจ้าชายอเล็กซิสทำได้สำเร็จ  เขาจับลูกสาวมหาเศรษฐีอีกคนหนึ่งของอเมริกาไว้ได้   เธอคือสาววัย 21 ปีชื่อหลุยส์ แอสเตอร์ แวน อเลน  พ่อเธอเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทขายเฟอร์ขนสัตว์ระดับยักษ์ของประเทศ     แต่พอแต่งงานไม่ทันไร  เจ้าชายก็มาพบเข้ากับบาร์บารา ฮัตตัน  หลังตัวเองมีภรรยาไปแล้ว
       ในช่วงปีที่เศรษฐกิจอเมริกาดิ่งลงต่ำสุดถึงก้นเหว   บาร์บารายังเป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่าถึง 50,000,000 ดอลล่าร์   ซึ่งมีคนเทียบว่าปัจจุบันเท่ากับ 1000,000,000 ดอลล่าร์    เงินพันล้านดอลล่าเอา 33 คูณเข้าไปก็สามหมื่นสามพันล้านบาท    
      ถ้าสมาชิกเรือนไทยมีเงินสามหมื่นสามพันล้านบาทในกระเป๋า  คิดว่าชาตินี้จะใช้หมดไหมคะ
      รูปนี้ เจ้าชายถ่ายกับบาร์บาร่า


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง