เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
อ่าน: 16522 เราควรจะสอนประวัติศาสตร์ไทยเสียใหม่อย่างไรดี
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 27 ต.ค. 15, 19:12

อ้างถึง
หนังสือเล่มนี้มี ๒ เป้าหมาย ๑.ตอบสนองเชิงนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ๒.ตอบสนองความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย แต่ความจริงกลับมีความขัดแย้งกันในตัว ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ข้อเท็จจริงทางวิชาการ อาจไปขัดกับวัตถุประสงค์ได้ ยกตัวอย่างเช่น สงครามยุทธหัตถี หากศึกษาตามประวัติศาสตร์ นานาชาติบอกว่าอาจจะไม่เกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เป็นไปตามความเข้าใจของไทย ขณะที่วันที่ ๑๘ ม.ค. ของทุกปี ที่เป็นวันกองทัพไทย เสมือนเป็นสิ่งยืนยันว่า สงครามยุทธหัตถีได้เกิดขึ้นจริง เป็นที่เรียบร้อย จึงมีความขัดแย้งกันอยู่

ในประเด็นเรื่องศึกยุทธหัตถีนี้  เอกสารของไทยเอง คือ พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ  ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์  และฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ ก็ไม่ตรงกัน  แต่เมื่อได้ใช้วิทยาการสมัยใหม่ เช่น ปฏิทินดวงดาวของท้องฟ้าจำลองตรวจสอบกับข้อมูลจากพงศาวดารทั้งสามฉบับ  ก็พบแล้วว่า ข้อมูลในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติมีความแม่นยำในเรื่องวันเวลา  ยิ่งหากได้อ่านพระราชบันทึกในสมุดจดหมายเหตุรายวันส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าชัชวลิต  เกษมสันต์ ด้วยแล้ว  จะยิ่งเห็นเหตุและผลที่สมเด็จพระนเรศวรต้องทรงยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาไปตั้งรับจนได้ทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาที่ดอนเจดีย์ตามที่มีบันทึกในพงศาวดาร  เพราะในพระราชบันทึกนั้นทรงกล่าวถึงซากค่ายทหารพม่าในเส้นทางที่เสด็จผ่าน  และเหตุผลที่พม่าที่ยกมาทางด่านเจดีย์สามองค์แล้วต้องวกขึ้นเหนือ  ก็เพื่อรอทัพที่ยกมาจากด่านแม่สอดที่ไล่ตีหัวเมืองเหนือ  สะสมกำลังพลและเสบียงเรื่อยมา  จนมาสมทบกันเป็นกองทัพใหญ่ที่สุพรรณบุรี  แล้วจึงยกไปตีกรุงศรีอยุธยา  สภาพบ้านเมืองในเวลาที่เสด็จนั้นความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง  จึงได้ทอดพระเนตรซากค่ายคูประตูหอรบที่ยังไม่ถูกทำลาย  นี่คือเสน่ห์ของการเรียนประวัติศาสตร์  แต่ผู้ศึกษาต้องละทิ้งควงามยึดมั่นถือมั่นในชุดข้อมูลใดๆ จนไม่รับฟังจ้อมูลอื่นๆ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 28 ต.ค. 15, 09:12

ปุจฉา :
ประวัติศาสตร์ไม่ว่าเรื่องไหน  ไม่มีข้อเท็จจริงที่ตายตัวจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้   ถ้ามีได้ก็มักเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่นวันเดือนปีเกิด
แม้แต่ยุทธหัตถี  พม่าบ้นทึกอย่าง ไทยบันทึกอีกอย่าง
ฝรั่งบันทึกอึกอย่าง  แล้วจะตัดสินอย่างไร ในการเชื่อฝรั่งมากกว่าไทยหรือพม่า
วิสัชนา :
ท่องเน็ตไปแล้วเจอเข้า ถูกใจ จึงเด็ดมาฝาก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 28 ต.ค. 15, 10:51

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิดใครถูก    ไม่จำกัดที่คำตอบเดียว
ถ้างั้น หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็ถือว่าเป็นคำตอบหนึ่งก็แล้วกันนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 29 ต.ค. 15, 15:25

คุณทองแถมน่าจะหมายถึง racial discrimination  ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ชาตินิยม
บันทึกการเข้า
Koratian
พาลี
****
ตอบ: 340


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 30 ต.ค. 15, 13:15


    บุราณรัฐใหญ่น้อย            อยู่กระจาย
ค่อยค่อยก่อสืบสาย               ชาติเชื้อ
แต่ละถิ่นเฉิดฉาย                  เรืองรุ่ง
อำนาจแข่ง-กูเกิ้ล                 คบค้า-ยึดครอง
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Rockyb
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 02 พ.ย. 15, 22:10

ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ ติดตามมานานเพิ่งมีโอกาสได้พูดคุยด้วยครับ
เมื่อวานผมเพิ่งพบอาจารย์เทาชมพูที่งานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ฯมาน่ะครับ อาจารย์แนะนำว่าให้ผมลองมาพูดคุยกันบ้าง ที่ผมเป็นทหารน่ะครับ ที่ชื่อผมแปลว่า นักปราชญ์+นักปราชญ์น่ะครับ
ผมมองว่าการสอนประวัติศาสตร์นั้น ต้องสอนในข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน บางคนอาจจะสอนโดยตัดเอามาบางท่อน+ความเห็นส่วนตัว แล้วเด็กก็นำไปจำเมื่อนำไปจำแล้ว ก็จะทำให้สิ่งที่ตนเชื่อนั้นถูกต้องไม่ยอมเปิดใจรับข้อเท็จจริงของอีกฝั่ง การสอนด้วยการตัดทอน เพิ่มด้วยความอคติเช่นนี้ เสมือนเป็นการล้างสมองไปโดยที่ผู้เรียนไม่ได้รู้ตัว การสอนประวัติศาสตร์ต้องนำเสนอทั้งสองด้าน เหรียญยังมีสองฝั่ง จะได้ทำให้เด็กนั้นวิเคราะห์ในข้อเท็จจริง ไม่ทำให้กลายเป็นการสุดโต่งไปเช่นทุกๆวันนี้ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 07:33

มาทักทายคุณ Rockyb ค่ะ  ขอบคุณที่มาตามคำเชิญ
วิธีเรียนรู้ข้อมูลหลายๆด้าน มีสอนในระดับมหาวิทยาลัย และสูงขึ้นไปกว่าปริญญาตรีค่ะ
บันทึกการเข้า
ศรีสรรเพชญ์
ชมพูพาน
***
ตอบ: 204



ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 03 พ.ย. 15, 19:27

ในความคิดของคนที่ไม่ได้เรียนทางประวัติศาสตร์มาอย่างผม การเรียนประวัติศาสตร์สมควรเป็นวิชาให้ผู้ศึกษาได้ฝึกตั้งประเด็นที่ต้องการศึกษา ค้นคว้าข้อมูลหลักฐาน วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ มากกว่าจะเป็นเพียงการท่องจำเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้เรียนรู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆส่งผลกระทบทางสังคมอย่างไรบ้าง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีประโยชน์อะไรต่อการดำเนินชีวิต อย่างที่ รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดมเคยกล่าวว่า "ประวัติศาสตร์ไม่ได้สอนให้คนจำ ไม่ได้ให้คนท่อง แต่ให้คนคิด"

ซึ่งการฝึกกระบวนการคิดที่ว่าก็คงจะมีทั่วไปในการเรียนประวัติศาสตร์ระดับอุดมศึกษาซึ่งมีผู้เรียนเฉพาะกลุ่ม แต่คิดว่าน่าจะยังน้อยในระดับโรงเรียนมัธยมครับ ซึ่งน่าจะยังขาดการเรียนประวัติศาสตร์แบบฝึกคิดวิเคราะห์อยู่ครับ อาจจะไม่ได้ต้องศึกษาเชิงลึกแบบมหาวิทยาลัย แต่แค่อยากให้เน้นทางนี้มากขึ้นครับ

ผมไม่แน่ใจว่าสมัยนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า แต่สมัยที่ผมเรียนประวัติศาสตร์ไทยตอนมัธยมต้นอยู่ก็คือเน้นจำชื่อบุคคลสำคัญซึ่งส่วนมากคือพระมหากษัตริย์หรือวีรชน(ในหนังสือเรียนผมมีเขียนถึงเทียนวรรณ  กบฏ ร.ศ.๑๓๐ แต่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะไม่ได้สอน)และเหตุการณ์เป็นหลัก มีให้เขียน family tree ของกษัตริย์อยุทธยา ให้หาประวัติคนสำคัญ นอกจากนี้อาจารย์ยังสอนผิดด้วยครับ(ที่จำได้คือบอกว่าพระเจ้าอุทุมพรเป็นพี่พระเจ้าเอกทัศน์ ฟอลคอนเป็นคนฝรั่งเศส) ผมเลยไปศึกษาด้วยตนเองพบว่ามีอะไรที่น่าสนใจกว่าในชั่วโมงเรียนมากครับ ได้ฝึกวิเคราะห์ฝึกหาหลักฐานศึกษามาจนถึงตอนนี้

การปลูกฝังเรื่องประวัติศาสตร์ไทยให้คนส่วนใหญ่ในประเทศรู้ หรือการเลือกเนื้อหานำมาเพื่อใช้ในการเรียนการสอนระดับโรงเรียน ควรจะเป็นข้อมูลที่ปราศจากอคติมีความเป็นกลางที่มากพอ เพิ่มการสอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคอื่นที่ไม่ใช่สุโขทัย อยุทธยา ธนบุรี มากขึ้นอย่างเหตุการณ์ของยุคประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่บ้างครับ ซึ่งตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้วหนังสือ 'ประวัติศาสตร์ชาติไทย' ที่เพิ่งออกมายังไม่ค่อยเหมาะสมต่อการใช้เป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีเท่าไหร่ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.125 วินาที กับ 19 คำสั่ง