เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
อ่าน: 37643 ภาพเก่า พระราชวังบวรสถานมงคล วังหน้า แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 09 ก.ย. 12, 15:46

ภาพถ่ายมุมสูง ถ่ายจากพระบรมมหาราชวังออกไปทางถนนหน้าพระลาน เห็นวัดมหาธาตุ อาคารถาวรวัตถุ

จุดสังเกตุเริ่มจากถนนคั่นกลางสนามหลวง ที่อยู่แนวเดียวกับถนนพระจันทร์ อันเป็นจุดเริ่มต้นเขตแนวรั้ววังหน้า เห็นกำแพงวังและประตูสีขาว และยาวเรื่อยไปทางเหนือจะเห็นพระที่นั่งศิวโมกข์ภิมาน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 09 ก.ย. 12, 15:49

ภาพการซ้อมรบ เห็นกำแพงวังหน้า ถนนพระจันทร์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 09 ก.ย. 12, 21:19

ชอบภาพถ่ายในอดีตที่คุณหนุ่มสยามนำมาให้ชมกันมาก   ทำให้นึกออกว่าครั้งหนึ่งกรุงเทพฯเคยงดงามขนาดไหน     ขนาดเป็นภาพขาวดำยังงามขนาดนี้  ถ้าเป็นภาพสี เห็นสีสันต่างๆตามธรรมชาติคงจะยิ่งเกินพรรณนา     
ถ้าหากว่าเรายังรักษาบ้านเรือนในช่วงรัชกาลที่ ๕ และ ๖ เอาไว้ได้เหมือนอังกฤษรักษาโบราณสถานในลอนดอนของเขาไว้   กรุงเทพจะเป็นเมืองที่งามติดอันดับโลก
รูปนี้อาจไม่ใช่วังหน้า  คงเป็นวัดพระแก้ว หรือวังหลวง  ไม่แน่ใจ    ฝากถามคุณหนุ่มสยามไว้ในกระทู้นี้ด้วยค่ะ


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 09 ก.ย. 12, 21:52

ถ้าจำไม่ผิด ประตูทางเข้าพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยกระมั้ง  ฮืม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11094


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 09 ก.ย. 12, 22:41

ภาพนี้ท่านอาจารย์เทาชมพูลงไว้ตั้งแต่หน้าแรก แต่รูปไม่ค่อยชัด ผมขอลงไว้อีกทีนึงครับ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 10 ก.ย. 12, 18:58

ชอบภาพถ่ายในอดีตที่คุณหนุ่มสยามนำมาให้ชมกันมาก   ทำให้นึกออกว่าครั้งหนึ่งกรุงเทพฯเคยงดงามขนาดไหน     ขนาดเป็นภาพขาวดำยังงามขนาดนี้  ถ้าเป็นภาพสี เห็นสีสันต่างๆตามธรรมชาติคงจะยิ่งเกินพรรณนา     
ถ้าหากว่าเรายังรักษาบ้านเรือนในช่วงรัชกาลที่ ๕ และ ๖ เอาไว้ได้เหมือนอังกฤษรักษาโบราณสถานในลอนดอนของเขาไว้   กรุงเทพจะเป็นเมืองที่งามติดอันดับโลก
รูปนี้อาจไม่ใช่วังหน้า  คงเป็นวัดพระแก้ว หรือวังหลวง  ไม่แน่ใจ    ฝากถามคุณหนุ่มสยามไว้ในกระทู้นี้ด้วยค่ะ


ถ้าจำไม่ผิด ประตูทางเข้าพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยกระมั้ง  ฮืม

คุณ Art47 ตอบได้ถูกต้อง เป็นภาพถ่ายพระบรมมหาราชวัง ประตูยอดซุ้มมงกุฎ ซึ่งเป็นศิลปะแบบรัชกาลที่ ๓ และด้านหลังประตูซุ้มจะเห็นอาคารหลังคาทรงไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นพระทวารอีกชั้นหนึ่งครับ ด้านหน้าตั้งปืนใหญ่ไว้ ๒ ข้าง ในภาพนี้ใช้เป็นแบบในการวาดภาพจิตรกรรมที่พระที่นั่งทรงผนวช ในวัดเบญจมบพิตรฯ ปรากฎภาพนี้ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 10 ก.ย. 12, 20:30

ขอบคุณสำหรับคำตอบ
ดิฉันยังติดใจภาพวังหน้าที่คุณหนุ่มสยามเอามาให้ดูค่ะ    มองไปสุดถนนพระจันทร์  อยากรู้ว่าสิ่งก่อสร้างตรงปลายถนนนั้นคืออะไร  น่าจะตรงกับท่าพระจันทร์ในเวลานี้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 10 ก.ย. 12, 20:32

เอาแผนที่วังหน้า ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาให้ชม เป็นแผนที่ช่วง พ.ศ. ๒๔๕๐ ซึ่งได้มีการปรับปรุงวังหน้าไปมากแล้ว มีการรื้อกำแพงด้านหน้าพระที่นั่งศิวโมกข์ฯ ออกไปแล้วหลังจากเสด็จกลับจากยุโรป

ส่วนด้านหลังได้ก่อสร้างที่ทำการทหารปืนใหญ่ (ซึ่งต่อมาควมรวมอาคารเป็นตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) มีโรงเรือหลวง ๔ หลัง ตั้งอยู่


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 10 ก.ย. 12, 20:39

ขอบคุณสำหรับคำตอบ
ดิฉันยังติดใจภาพวังหน้าที่คุณหนุ่มสยามเอามาให้ดูค่ะ    มองไปสุดถนนพระจันทร์  อยากรู้ว่าสิ่งก่อสร้างตรงปลายถนนนั้นคืออะไร  น่าจะตรงกับท่าพระจันทร์ในเวลานี้

ถนนพระจันทร์ ยาวตรงตลอดไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ จนกระทั่งไปท่าน้ำท่าพระจันทร์ (ตามแผนที่) ไม่มีอุปสรรคกีดขวาง หากจะมีระยะสุดสายตาก็คงเป็น แนวต้นไม้ - แนวอาคาร ๒ ชั้น หรือ รถรางวิ่งผ่าน  ยิงฟันยิ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 11 ก.ย. 12, 21:21

วัดพระแก้ววังหน้า ถูกสร้างขึ้นเพื่อจะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ แต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเสียก่อน เลยไม่ได้นำมาประดิษฐานไว้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 12 ก.ย. 12, 18:40

ภาพผนังโบสถ์และภาพที่ทวารวัดพระแก้ววังหน้า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31156

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 12 ก.ย. 12, 18:41

ภาพผนังโบสถ์เช่นกัน
http://www.oknation.net/blog/paaru/2011/02/28/entry-1


บันทึกการเข้า
benzene
อสุรผัด
*
ตอบ: 125


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 14 ก.ย. 12, 12:10

เห็นอาจารย์เทาชมพู นำภาพโบสถ์วังหน้ามาแชร์ก็ชื่นใจครับ
สมัยผมเรียนอยู่ที่วังหน้า ผมมักจะแอบเข้าไปร้องเพลง หรือนั่งเล่นคนเดียวในโบสถ์อยู่เสมอ ปกติจะไม่มีใครเข้าได้ง่ายๆ แต่พวกเราชาวนาฏศิลป์ (ผมเรียนจบจากวิทยาลัยนาฏศิลป์)
มีทางลับ เข้าไปกันได้ทุกเวลา แม้ว่าจะดึกดื่นปานไหน เราก็จะแอบย่องเข้าไปกัน (ย่องเข้าไปตอนดึกๆ ไฟมืดๆ เพราะบางทีต้องเข้าไปโยงสายสิญจน์จากพระประทานเข้ามาในพิธีไหว้ครูดนตรี-นาฏศิลป์) ทางลับทางนี้เป็นที่รู้กันในหมู่เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่เข้าไปกัน ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีนะครับ อย่างมากก็แค่โดดเรียน
หรือไม่ก็หลบครูบาอาจารย์ตามประสาเด็กทะโมน เข้าไปผมก็จะไปเพลิดเพลินอยู่กับภาพเขียนประวัติพระพุทธสิหิงค์ สวยงามมากครับ
บางทีเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ตอนเย็น แต่หลับสบายมาก เพราะพื้นโบสถ์เป็นหินอ่อน เย็นมากๆ หลับสนิท ไม่มีอะไรมารบกวนบางคนมักเล่าเรื่องที่มองไม่เห็นให้ฟัง แต่ผมไม่เคยเจอสักครั้ง ผูกพันกับที่นั่นมาก จนจบมาสี่ห้าปีแล้ว ผมก็ยังเข้าไปอยู่เสมอ รักวังหน้ามากๆ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11094


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 14 ก.ย. 12, 12:41

ในนั้น เคยใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารด้วยนะครับ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระอุโบสถวัดวัดบวรสถานสุทธาวาสเป็นพระเมรุพิมานเวลาสมโภชและบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพในปีพ.ศ.๒๔๔๓ พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสจึงเปลี่ยนเป็น "พระเมรุพิมาน" แต่โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกพระเมรุน้อยต่อออกมาทางด้านเหนือของพระอุโบสถ สำหรับเวลาพระราชทานเพลิงพระศพ พระเมรุน้อยแห่งนี้ได้ถูกใช้ต่อ เป็นสถานที่พระราชทานเพลิงพระศพเจ้านายอื่นๆที่สิ้นพระชนม์ในช่วงนั้นหลายพระองค์ ได้แก่

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์


บันทึกการเข้า
benzene
อสุรผัด
*
ตอบ: 125


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 14 ก.ย. 12, 20:59

อันนี้เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมานานครับ
เด็กวังหน้าทุกคนทราบดี และเกรงกลัวมาตลอด ครูบาอาจารย์จะชี้ประตูบานใหญ่ที่อยู่ด้้านข้างของโบสถ์ให้ดู และบอกว่าประตูกลางบานใหญ่บานนั้น เป็นประตูที่ลำเลียงพระศพของเจ้านายออกมาเพื่อไปบำเพ็ญพระราชกุศล ผมไปทีไรก็ไม่เจอนะครับ อาจเพราะเราเคารพสถานที่ด้วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยคุ้มครอง ไม่บีฑา

แต่เรื่องสะเดาะกลอนประตูโบสถ์เข้าไปเนี่ย เป็นวิชาขั้นเทพของพวกทะโมนอย่างผม มีอยู่แค่ประตูเดียว ที่สามารถสะเดาะเข้าไปได้ ลับตาคน และแนบเนียนมากๆ
ใครไม่รู้ก็ดูไม่ออกว่าทางไหนคือประตูกล อันเป็นทางลับของพวกเราทุกวันนี้ทาบนั้นยังคงเป็นความลับในกลุ่มเล็กๆ เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆ กลัวผี ปละไม่ค่อยจะมีอารมณ์สุนทรีย์ แอบเข้าไปดูภาพ ไปซ้อมรำ หรือซ้อมดนตรีในนั้นแล้ว
สมัยผม ผมมักเข้าไปบ่อย ระเบียงโบสถ์ก็ไปนั่ง ไปนอน ไปเรียนบ้างก็มี บางทีคุณครูจะสอนเราที่นั่น เพราะเงียบเสียง และมีความก้อง
เวลาเราร้องเพลง เราจะได้ยินเสียงตัวเองชัดเจนดี ที่นั่นจึงเป็นที่ๆ หลายคนใช้เป็นที่ฝึกซ้อม แต่น้อยคนนักที่จะรู้วิชาสะเดาะกลอนประตูโบสถ์วังหน้า โดยไม่ต้องพึ่งวิชาขุนแผนแสนสะท้าน อิอิอิ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง