เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 16961 คุยเรื่องมุสลิมกันบ้างดีกว่า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 19 พ.ค. 01, 06:50

เกิดความสงสัยถึงความแตกต่างระหว่างสองนิกายของศาสนาอิสลามคือ
นิกายสุหนี่  และ นิกายซีอะห์ ว่าแท้จริงแล้วแตกต่างกันอย่างไรครับ?
แล้วมีนิกายอื่นๆ อีกหรือเปล่า

บังเอิญผมมีเพื่อนชาวอีหร่านหลายคน แต่ยังไม่ได้คุยกันให้แน่ชัดว่าต่างกันอย่างไร
จากที่คุยกันบ้าง เพื่อนบอกว่า ซีอะห์นี้จะมีจำนวนน้อยกว่าสุหนี่
และตามความรู้สึกของเพื่อนผม ซีอะห์ จะเคร่งในกฎต่างๆ น้อยกว่าสุหนี่
คือผ่อนปรนกว่า ... อันนี้ไม่ยืนยันเพราะคนเล่าให้ฟังเป็นนิกายซีอะห์

เท่าที่ทราบกลุ่มที่นับถือนิกายซีอะห์ จะมีน้อยกว่า นิกายซุหนี่ คือมีแค่ใน
อีหร่าน และ บางส่วนของอีรัก มุสลิมในส่วนอื่นๆ ของโลกนั้นจะเป็นสุหนี่
พี่น้องมุสลิมชาวไทยก็นับถือนิกายสุหนี่เช่นกัน ( ไม่แน่ใจว่ามีนิกายชีอะห์หรือไม่ )

เมื่อตอนที่ผมเด็กๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ โคไมนี่ ยังมีชีวิตอยู่
อีหร่านมีปัญหากับอเมริกามาก ข่าวสารต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมามักจะทำให้
มีความรู้สึกว่า พวกมุสลิมนิกายซีอะห์ค่อนข้างจะหัวรุนแรง
( ในเนื้อข่าวมักใช้คำว่า "กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงนิกายซีอะห์" เป็นต้น )
อีกทั้งภาพข่าวค่อนข้างจะออกมาน่ากลัว เมื่อก่อนผมเลยกลัวๆ เหมือนกัน
แต่หลังจากคุ้นเคยและมีเพื่อนเป็นชาวอีหร่านหลายๆ คนมากขึ้นก็เริ่มเปลี่ยนทัศนะคติ
รู้สึกว่าความคิด และ วัฒนธรรม หลายๆ อย่างของมุสลิมนิกายนี้ก็น่ารักดี
บางอย่างคล้ายๆ คนไทยเสียด้วยซ้ำ ไม่น่ากลัวเหมือนในข่าวที่เคยดู

พอดีวันนี้จะไปเยี่ยมเพื่อนชาวอีหร่าน ประกอบกับในคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก
ในไทยรัฐพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับอีรัก อีหร่าน เลยคุยบ้างดีกว่า ... อิอิ
เดี๋ยววันนี้ถ้ามีโอกาสจะแอบถามเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไปของอีหร่าน
ถ้ามีอะไรน่าสนใจจะมาเล่าให้ฟังครับผม
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 พ.ค. 01, 22:17

ดูเหมือนจะมี ซูฟี อีกนิกาย เข้าใจว่าเป็นนิกายย่อยกว่า 2 นิกายแรก แต่รายละเอียดคงต้องเชิญท่านผู้เป็นมุสลิมะห์หรือมุสลิมีนตัวจริงมาอธิบายครับ

จำได้รางๆ ว่า แยกกันเป็นสองนิกายใหญ่ (ชีอะห์ กับ สุหนี่) หลังท่านศาสดานบีมุฮัมหมัดสิ้นไปได้ไม่นาน
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 07 พ.ค. 01, 23:34

ผมไปอ่านคุณนิติภูมิมาแล้วครับ
ถูกแขวะแล้วเรียบร้อย...

ท่านว่าท่านจะเล่าเรื่องอิรักอิหร่าน ผมก็ตั้งใจพนมมือรับฟัง ก็จะเล่าก็เล่ามาสิ แต่ก่อนจะขึ้นต้นได้ท่านต้องแขวะเอาเชิงเสียหน่อยว่า ไม่ทราบที่จะเล่านี้ จะตรงกับที่นักปราชญ์มหาวิทยาลัยตะวันตกทั้งหลายเรียนๆ สอนๆ กันอยู่หรือเปล่า...

ผมหมั่นไส้จนขัน หัวเราะเลยครับ นึกถึงเด็กเกๆ เฮี้ยวๆ คนหนึ่ง โถ... อายุคุณนิติภูมิก็ไม่น้อยแล้วนะเนี่ย สไตล์หรือมารยาทอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบที่ถ่ายทอดมายังเด็กรุ่นใหม่บางคนที่ชื่นชม ชื่นชอบอ่านของคุณนิติภูมิแก พอดีจะรักกันได้ก็เลยรักแกไม่ลง

กำลังรออ่านตอนต่อไปของแกอยู่ครับ

อ้อ คุณจ้อครับ อันนี้ผมกระซิบบอกคุณจ้อคนเดียว (อย่าไปบอกท่านผู้เขียนนะครับ ผมกลัว แฮ่ะๆ) ว่า พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน Shah ที่ถูกโค่นไปแล้วน่ะ ถอดเป็นไทยคงต้องมี ห การันต์ครับ คนไทยเราหลายคนมักสับสนกับพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย Tsar ถูกโค่นไปแล้วเหมือนกัน อันนี้ ร การันต์

ส่วนลูกผสมเป็น ชาร์ ของคุณนิติภูมินั้น แกคงเผลอน่ะ ก็คนเราก็เผลอกันได้นี่นา  (ถ้าผมนิสัยอย่างเดียวกับคุณนิติภูมิ ป่านนี้ผมหุยฮาโห่แกไปแล้ว ว่าเป็นลูกศิษย์รัสเซียจนหลงจับชาห์/ซาร์มาปนกันมั่ว...)
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 พ.ค. 01, 06:33

พึ่งกลับมาจากเยี่ยมเพื่อนชาวอีหร่านครับ บังเอิญว่าคุยเรื่องอื่นกันเลยลืมถาม
เรื่องนิกายซีอะห์กับสุหนี่ไปซะนี่

... แหมคุณ นกข.ก็ ผมไม่ได้รู้จักมักจี่กับคุณนิติภูมิแกซะกะหน่อยจะไปบอกแกได้อย่างไร
ผมว่าถ้าเปรียบคุณนิติภูมิเป็นสาวสวย ก็คงเป็นสาวเปรี้ยว สาวมั่น ทำนองนั้น
หนุ่มๆบางคนก็ชอบชอบสไตล์เปรี้ยว บางคนก็ชอบ สาวเรียบร้อยกุลสตรี อันนี้แล้วแต่ครับ
แต่ถ้าถามหนุ่มเจ้าชู้หลายใจอย่างผม เป็นแฟนนิติภูมิก็จริง แต่ก็ไม่ใช่หนึ่งเดียวในดวงใจ
ยังมีชอบคุณแสงชัย และอื่นๆ อีกหลายคน  ( หลายใจจริงๆ ผมนี่ )
ยังนึกๆอยู่ถ้าคุณนกข. เกิดไปเป็นคอลัมนิสต์ขึ้นมา ผมคงติดงอมแงมต้องอ่านทุกวันแหงๆเลย

กลับเข้าเรื่องอีหร่านดีกว่า แหะๆ ...

ถ้าจะว่าไปอีหร่านคงรวยสู่อีกหลายประเทศในตะวันออกกลางไม่ได้เช่นพวก ซาอุดิอาระเบีย
คูเวต ฯลฯ ซึ่งขายน้ำมันจนร่ำรวย เลยดูเหมือนว่าอีหร่านล้าหลังกว่า
แต่จริงๆนั้นอีหร่านมีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่แข็งมากและได้รับการส่งเสริมอย่างดี
จากรัฐบาล ปัจจุบันมีนักฟิสิกส์อีกหร่านที่อยู่ในขั้นชั้นนำของโลกอยู่หลายคนด้วยกัน
ในความคิดผม ในภูมิภาคตะวันออกกลางนี่ เห็นจะมีแต่อิสราเอลที่แข็งกว่า
ในด้านของพื้นฐานวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือทำไม้...ทำไม ตอนที่อเมริกามีปัญหากับอีหร่าน
แต่กลับมีนักเรียนอีหร่านอยู่ในอเมริกากับอังกฤษเยอะแยะ
นักฟิสิกส์ที่สำคัญของอีหร่านในยุคนี้หลายคนก็จบจากอเมริกา
หรือเป็นแผนดึงหัวกระทิ ... อืมน่าคิด
บันทึกการเข้า
little sun
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 พ.ค. 01, 19:30

พี่ขาแล้วอิรักับอิหร่านนี่มีความคล้ายคลึงกันเหมือนลาวกับไทยมั้ยคะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 พ.ค. 01, 05:36

คล้ายขนาดไทยลาวหรือเปล่านี่ผมไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับมองแง่ไหน
แต่ก็มีต่างเยอะเหมือนกันนะครับผมว่า
ที่อีหร่านต่างกับชาติอื่นๆแถบนั้นอย่างหนึ่งก็คือภาษา
ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ในอีหร่านจะพูดภาษาเปอร์เซียมีบางส่วนที่พูดภาษาอาระบิค
( เพื่อนบอกมาอีกที ) ในขณะที่ชาติตะวันออกกลางอื่นๆพูดอาระบิคเป็นส่วนใหญ่
ผมคิดว่าคนอีรักก็พูดภาษาอาระบิคมากกว่า

คนอีหร่านเขาจะภูมิใจว่าสืบเชื้อสายมาจากอณาจักร์เปอร์เซียสมัยก่อนนู้นนนน
บันทึกการเข้า
อำแดงริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 พ.ค. 01, 21:58

สงสัยเรื่องที่ไม่ค่อยเกี่ยวกะข้างบนค่ะ ^_____^
เอ่อ ทำไมมุสลิมถึงกำหนดให้มีภรรยาสี่คนคะ
เขาน่าจะมีเหตุผลอะไรบ้างนะ นอกจาก...แล้ว
อิ อิ
บันทึกการเข้า
little sun
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 10 พ.ค. 01, 16:34

พี่คะเมื่อวานหนูอ่านเรื่องการทักทายของคนอิรัก ที่คุณนิติภูมิเขียนเค้าบอกว่าคนอิรักผู้ชายที่เป็นเพื่อนกันเวลาเจอกันจะหอมแก้มเป็นการทักทาย  หนูก็เลยเกิดสงสัยว่า แล้วคนอิหร่านล่ะคะเวลาที่คุณJorเจอเพื่อนคนอิหร่านทักทายกันอย่างไรคะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 พ.ค. 01, 18:07

ผมคิดว่าทางศาสนาบอกว่าสามารถมีภรรยาได้ 4 คน แต่ไม่ใช่ต้องมีให้ถึง 4 คนมั้นครับ
ผมยังไม่เห็นเพื่อนที่เป็นมุสลิมคนไหนมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนเลย
เคยได้ยินว่าไม่ใช่มีง่ายๆ ต้องแน่ใจว่าสามารถเลี้ยงดูได้และให้ความรักได้เท่ากันทุกคน
ส่วนเหตุผลจริงๆ ที่กำหนดไว้เช่นนั้นผมไม่ทราบครับ
ถ้าให้เดา (เดาจริงๆ) อาจจะเป็นเพราะสมัยก่อนผู้ชายมีน้อยก็ได้
เพราะพวกอาหรับก็รบกันบ่อยๆ และผู้หญิงสมัยก่อนต้องการคนคุ้มครองปกป้อง
เลยอนุญาติให้ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้ 4 คนตามข้อแม้ดังกล่าว
คงต้องไปแอบถามเพื่อนมาอีกที ... อิอิ

ส่วนเรื่องการทักทายนั้น เท่าที่ผมเห็นคนอีหร่านเจอกันจะทักกันว่าโดยพูดว่า
" ซาลาม " คล้ายๆ กับสวัสดีทำนองนั้น แต่ไม่มีเอาแก้มมาหอมกันนะ
ผมไม่แน่ใจว่า อาจจะเป็นเพราะอยู่ต่างแดนเลยไม่ทำ แต่ในประเทศเขาอาจจะทำก็ได้
อันนี้ผมไม่ทราบ เท่าที่สังเกตุพวกคนอีหร่าน อีรัก ที่ผมรู้จักจะค่อนข้างระวังมารยาท
เช่น การเข้าห้องน้ำ การแต่งตัว จะแต่งเรียบร้อย(ขนาดผู้ชายนะ) ให้ร้อนแค่ไหนรับรองได้
ว่าจะไม่เห็นพวกเขาใส่กางเกงขาสั้น แม้แต่ไปเล่นฟุตบอลก็ยังใส่กางเกงขายาว

ที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือไม่ดื่มเหล้า อันนี้ผมชอบมาก เพราะไม่เปลืองเหล้าผม ฮ่าาาๆๆๆ
แต่เคยเจอเด็กรุ่นใหม่ของอีหร่านตอนไปสัมมนา นายคนนั้นดื่มไวน์ได้แฮะ?
ผมสงสัยเลยถามว่า อ้าว... นายดื่มได้หรือ ไม่ห้ามตามพระคำภีร์หรือ ?
พ่อหนุ่มตอบว่า... ดื่มเหล้าไม่ห้ามหรอก แต่ห้ามเมา ... อืม ความรู้ใหม่ของผมครับ
แต่ถ้าทางจะห้ามยากนะไอ้เมานี่

ความจริงแล้วพวกฝรั่งอังกฤษเจอกันเขาก็หอมกัน แต่ต้องสนิทกันมากๆ
เช่นเพื่อนผู้ชายกับเพื่อนผู้หญิง หรือ เพื่อนผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกัน
แต่ถ้าเห็นเพื่อนผู้ชายหอมกัน ... เอ่อ ... อันนี้อีกกรณีหนึ่ง
บันทึกการเข้า
little sun
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 พ.ค. 01, 09:24

ขอบคุณเจ้าค่ะที่มาให้ความรู้   ผู้ชายทำไมนะชอบดื่มเหล้ากันจริง
บันทึกการเข้า
อำแดงริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 พ.ค. 01, 19:34

อืมมมมม...
เป็นได้ค่ะ
^____^
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 14 พ.ค. 01, 19:58

ภรรยา 4 คน !! โอ.. ไปอยู่เมืองแขกกันดีกว่าจ้อ ฮะๆ

ทำไมอาบังไม่กินหมูนะครับ ? ผมคิดว่าผมเคยรู้แต่ลืมซะแล้วว.
บันทึกการเข้า
little sun
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 15 พ.ค. 01, 09:15

เค้าว่าหมูไม่สะอาดและเป็นสัตว์สกปรกค่ะ
บันทึกการเข้า
ชายใหญ่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 17 พ.ค. 01, 23:02

เคยทราบคร่าวๆเรื่องความแตกต่างระหว่างสุหนี่และชีอะห์มาบ้างครับ เลยขอเล่าให้ฟังหน่อย  จะผิดถูกประการใดขออภัยด้วยครับ

เดิมทีอิสลามมีนิกายเดียวคล้ายๆกับพุทธหรือคริสต์นั่นแหละ  แต่แล้วก็มาแยกภายหลังไม่นานนักหลังจากท่านนะบีมูฮัมหมัดได้ไปสู่อ้อมกอดของอัลลาห์ได้ไม่นานนัก  โดยทางฝ่ายชีอะห์มีผู้นำคือเจ้าชายฮุสเซนหรือตำแหน่งทางชีอะห์เรียกว่า "อิหม่ามฮุสเซน" อันเป็นที่มาของชื่อผู้นับถือนิกายชีอะห์ในเมืองไทยว่า "แขกเจ้าเซน" คือผู้ถือนิกายของเจ้าชายฮุสเซนนั่นเอง  เหล่าชีอะห์เหล่านี้มีบรรพบุรุษเป็นชาวเปอร์เซีย  ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เจริญภาสน์ฝั่งธนบุรี  ชาวชีอะห์ทั้งหลายจะมีพิธีกรรมบางอย่างแตกต่างกับสุหนี่อยู่บ้าง เช่นการทรมานร่างกาย  ตีอก  ชกหัว รอบกองไฟ เพื่อแสดงความระลึกถึงและแสดงความอาลัยรวมถึงซึมซับความเจ็บปวดทรมานของอิหม่ามฮุสเซนก่อนที่ท่านจะตาย  เพราะอิหม่ามฮุสเซนได้๔กฆ่าตายอย่างทรมาน  พิธีกรรมที่ต้องใช้กองไฟเป็นสักขีนั้น  ผมมีความคิดเห็นส่วนตัวว่าน่าจะมีเค้ามาจากพิธีกรรมของนิกายดั้งเดิมของชาวเปอร์เซียคือลัทธิโซโรอาสเตอร์  หรือลัทธิบูขาไฟนั่นเอง (หนังสือกำลังภายในของจีนจะเรียกพวกที่นับถือลัทธินี้ว่า "ม้อก้า" หรือลัทธิมาร หรือพรรคมารนั่นเอง  แต่พวกเขาจะเรียกตัวเองว่า "เม้งก้า" ความในเรื่องนี้จะหาอ่านได้ค่อนข้าละเอียดในเรื่อง "ดาบมังกรหยก"ของกิมย้ง พระเอกหรือเตียบ้ออ้วง  ได้เป็นประมุขลัทธินี้ในตงง้วน)

กลับมาถึงเรื่องสุหนี่แชอะห์ต่อ  ความแตกต่างที่เด่นชัดคือ สุหนี่จะไม่มีผู้นำสวด  ไม่มีนักบวช  ไม่มีพระ  ทุกคนสามารถสวดมนต์  ได้ใกล้ชิดกับอัลลาห์ได้ด้วยตัวเอง  แต่ทางชีอะห์จะมีผู้นำสวด  ซึ่งมองในมุมของเราท่านที่ไม่ใช่ชีอะห์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดีนอกจากนอกจากนักบวช  แต่คงไม่ถูกต้องนัก  ซึ่งเรียกในทางชีอะห์ว่า "มุลลาห์" หรือ "มุลเลาะห์" และมุลลาห์ก็สามารถถูกโปรโมทขึ้นเป็นผู้นำสวดชั้นสูงขึ้นคือ "อยาตอลลาห์" ทั้งสองตำแหน่งนี้จะดูได้ที่สีผ้าโพกศีรษะ  คือสีขาวและสีดำ  ส่วนใครจะโพกสีดำสีขาว  ผมขออภัยด้วยครับ  จำไม่ได้จริงๆ
ตำแหน่งสูงสุดในนิกายนี้คือ "อิหม่าม" เช่นอิหม่ามฮุสเซน และอีกหลายๆท่านในอดีต  ตอนอยาตอลลาห์ โคไมนี่เถลิงอำนาจในอิหร่านใหม่ๆ  พวกขี้ประจบทั้งหลายพยายามเรียกท่านว่า "อิหม่ามโคไมนี่" เหมือนกัน

คัมภีร์ที่สำคัญของชาวชีอะห์นอกจาก อัล กุลอ่านแล้วยังมีชาเลียด้วย

ส่วนตำแหน่งต่างๆของนิกายสุหนี่โดยเฉพาะในเมืองไทยน่าจะมีการคลาดเคลื่อนไปบ้าง เช่น "โต๊ะอิหม่าม" นั้น  ผมไม่ทราบประวัติความเป็นมาเลยครับ
บันทึกการเข้า
ชายใหญ่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 พ.ค. 01, 00:15

ต่ออีกนิดครับ
ผู้นับถืออิสลามแถบตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย (พวกอาหรับเรียกว่า "อ่าวอาหรับ") รวมถึงอาฟริกาเหนือแบ่งตามเชื้อชาติแล้วเป็น 3 เชื้อชาติใหญ่ๆ  คือ
1. อาหรับ  ได้แก่ อิรัก  ซาอุดิอารเบีย  คูเวต  อิยิปต์ ฯลฯ และอีกหลายๆประเทศ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสุหนี่ครับ  มีชีอะห์บ้างเล็กน้อย อาหรับบางประเทศได้ตั้งอยู่บนอาณาจักรดั้งเดิมของชนชาติอื่นที่ไม่ใช่อาหรับและมุสลิม เช่นอิรักซึ่งเป็นอาหรับได้ตั้งอยู่บนดินแดนเก่าของอาณาจักรเมโสโปเตเมียซึ่งล่มสลายไปก่อนหน้านานแล้ว  ที่เห็นชัดคือประเทศอิยิปต์  ซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันกับอาณาจักรไอยคุปต์เลยไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติและศาสนา
2. เปอร์เซีย  คืออิหร่านปัจจุบัน  เป็นชนเผ่าอารยันโบราณดั้งเดิม  ไม่ใช่อาหรับ และไม่ชอบให้ใครเข้าใจว่าเป็นอาหรับด้วย  พูดภาษาฟารซี หรือเปอร์เซียนั่นแหละ  ทรนงในความเป็นเชื้อสายอารยันเปอร์เซียมาก เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อประเทศจากเปอร์เซียเป็นอิหร่านหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชื่อประเทศ"อิหร่าน" ก็มาจาก "อารยัน" นั่นเอง พวกนี้เป็นชีอะห์เกือบทั้งหมด
3. เติร์ก  พวกนี้กระจัดกระจายมากมาย  ที่ใหญ่สุดก็คือเติร์กในประเทศตุรกี  เคยมีอาณาจักรอันยิ่งใหญ่เรียกว่าอาณาจักรออตโตมาน มีแว่นแคว้มอยู่ในครอบครองมากมายทั้งเติร์กและไม่เติร์ก  ซึ่งเติร์กเองก็มีหลายเติร์กอีก  ทั้งเติร์กหน้าฝรั่ง เติร์กหน้าแขก หรือแม้กระทั่งเติร์กหน้าตี๋ หลังจากรบแพ้ฝรั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เติร์กต่างๆก็เลยแยกเป็นรัฐเป็นเมืองขึ้นฝรั่งหมด  สาธารณรัฐอิสลามต่างๆที่แยกมาจากโซเวียตก็มีเชื้อเติร์กซะเยอะ  ถ้าใกล้พวกอาหรับหน่อยก็หน้าเป็นแขก  ใกล้จีนหน่อยก็หน้าตี๋ๆพิกลเพราะมีเชื้อมองโกลผสม  ประเทศตุรกีนี่ก็แย่งฝรั่งมันมา  เพราะเป็นที่ตั้งเดิมของอาณาจักรโรมันตะวันออก  มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงคอนสแตนนิโนเปิล  เติร์กยึดได้ก็เปลี่ยนเป็นอิสตันบุลตามประสาเติร์กซะ  พวกนี้ส่วนมากก็เป็นสุหนี่อีกนั่นแหละ

นอกจากนี้ยังมีพวกเคิร์ดป้วนเปี้ยนอยู่ตามชายแดนอิรักอิหร่านตุรกีอีก  เป็นชนเร่ร่อน ป่านนี้ยังไม่มีประเทศเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง