เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 7968 กุลสตรีคนนั้นคือใคร?
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 28 ส.ค. 12, 21:34

แม้ผมไม่เชื่อเรื่องภุมเทวาระดับกลางสายวิทยาธรกึ่งยักษ์


ภุมมเทวดา นี่ไม่น่าจะเป็นวิทยาธรหรือกึ่งยักษ์ไปได้นะครับ เพราะไม่ได้สังกัดในกองกำลังทั้ง ๔ ของท้าวจตุโลกบาลเลย

แล้วยิ่งเป็นประเภทลูกผสมด้วย ยิ่งไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกันครับ ปกติเป็นเหล่าใดก็เป็นเหล่านั้นไปเลย
บันทึกการเข้า
Matoom
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 14:32

ขอขอบคุณ อ.เทาชมพู เป็นอย่างยิ่งครับ ปริศนาคาใจหลายปี ได้รับการชี้นำจาก อ. ทำให้ไขได้ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง ยืนยันความจริงของมงคลข้อ 2 ของมงคล 38 ประการ  และวจนะ "Ask, and it will be given to you; seek, and you will find; knock, and it will be opened to you." (Matthew 7:7)

ขอบคุณ อ.เพ็ญศิริ ด้วยครับ ตามอ่านความเห็นของ อ.เสมอๆ ในกระทู้ต่างๆ อ. "ปราดเปรียว" มากครับ ไม่แปลกใจเลยว่าถ้าแต่ก่อน อ. ก็จะ "ขี่ม้าเก่ง... สวมกางเกงขี่ม้า ใส่รองเท้าท็อปบู๊ต"

ขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านผู้รู้อื่นๆ ในเรือนไทยด้วยครับ ผมไม่รู้จักท่านนอกเหนือไปจากนามแฝงที่ท่านใช้ (ยกเว้น อ.เทาชมพู ซึ่งก็รู้จักในฐานะนักอ่านคนหนึ่ง) แต่คาดว่าแต่ละท่านจะสูงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ จึงกราบขออภัยหากไม่ได้เรียกท่านตามฐานะอันควร แต่เวลาอ่านความเห็นที่แต่ละท่านตอบในเรื่องต่างๆ แล้ว รู้สึกขอบคุณอยู่ในใจทุกครั้งว่าสิ่งเหล่านี้ท่านจะเก็บไว้กับตัวก็ได้ แต่ท่านก็กรุณาแบ่งปันให้คนรุ่นหลัง เข้าใจว่าหลายๆ คนที่ตามอ่านเว็บเรือนไทยคงจะรู้สำนึกในพระคุณของพวกท่านเช่นกันครับ

ตั้งดอกไม้ธูปเทียนไหว้ครูครับ ต่อไปถ้าผมมีคำถามหรือร่วมแสดงความเห็นเรื่องใด ช่วยเจือจานความรู้และเอ็นดูด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
Matoom
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 14:35

คุณประกอบครับ ยินดีครับที่กระทู้ที่ตั้งเป็นเหตุให้ท่านได้อ่านชีวิตของหลวงปู่หลุย  ผมขอเล่าต่ออีกหน่อยครับ เพราะหลายเรื่องถ้านักอ่านประวัติพระธุดงค์กรรมฐานบ่อยๆ ก็พอจะทราบครับ เช่น ใน "จันทสาโรบูชา" ที่คุณหญิงสุรีรัตน์ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้

"ท่านก็เลยเล่าว่า ครั้งหนึ่งหลวงปู่อีกองค์หนึ่งก็เช่นกัน ระหว่างที่มากรุงเทพฯ เดินบิณฑบาตอยู่แถววัดสระปทุม ได้พบสตรีคนหนึ่งนั่งรถสามล้อผ่านไป (สมัยนั้นในกรุงเทพฯ มีรถสามล้อเป็นยานพาหนะด้วย - ผู้เขียน) ท่านบอก เพียงตาสบตาเท่านั้น ความรู้สึกมันปล๊าบไปทั้งตัว แทบจะวิ่งตามเขาไป คราวนั้นพระเถระผู้ใหญ่ต้องให้สติและขังท่านไว้ในโบสถ์ พิจารณาดับความรู้สึกกันอยู่นาน ด้วยการเจริญอสุภะจึงสำเร็จ คราวนั้นหลวงปู่องค์นั้นท่านก็เล่าว่า ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ เขาจะไปที่ไหน อย่างไร ก็ไม่ทราบ แต่ใจมันวิ่งเตลิดตามเขาไป พิจารณาแล้วก็ได้ความเช่นกัน ว่าเป็นคู่ที่เคยมีบุพเพสันนิวาสกันมาแต่ชาติก่อน อำนาจกรรมนั้นจึงมาประจักษ์ แต่หากว่าบุญบารมียังมีในเพศพรหมจรรย์ ท่านจึงปลอดภัยไปจากกรรมนี้ได้"

หลวงปู่ท่านนั้นคือ "อาจารย์ของอาจารย์" หลวงปู่มั่น น่ะเอง

"ท่านพ่อลี" ก็เคยติดตาต้องใจสตรีเพศอย่างนี้ ท่านปีนขึ้นนั่งบนที่สูงมุมเจดีย์ พิจารณาว่าถ้าสึกออกไปอยู่กับสตรีท่านนั้นคงจะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกเมีย...ถ้าเมียตายก็ต้องหาพี่เลี้ยง...ฯลฯ สุดท้ายท่านก็คิดตก ใจเลิกติด

หลวงพ่อชาก็เคยเจอ "น้องมากับแม่" แม่พาใส่บาตรทำบุญที่วัดบ่อยๆ ท่านต่อสู้กับจิตใจตัวเองหลายวัน ที่สุด เลือกวิธีหนี ปลุกผ้าขาวตื่นกลางดึก หนีออกจากหมู่บ้านนั้นทั้งกลางคืนเลย

ส่วนอีกท่าน (ขอไม่บอกชื่อ) ติดใจสาว อาจารย์แนะว่าให้แก้ด้วยการบริกรรม ท่องพุทโธๆ  ท่านก็ทำตาม แต่ท่องไปท่องมา กลายเป็น พุททองๆ (ชื่อของสาวคือทอง)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 17:53


ขอบคุณ อ.เพ็ญศิริ ด้วยครับ ตามอ่านความเห็นของ อ.เสมอๆ ในกระทู้ต่างๆ อ. "ปราดเปรียว" มากครับ ไม่แปลกใจเลยว่าถ้าแต่ก่อน อ. ก็จะ "ขี่ม้าเก่ง... สวมกางเกงขี่ม้า ใส่รองเท้าท็อปบู๊ต"

ตั้งดอกไม้ธูปเทียนไหว้ครูครับ ต่อไปถ้าผมมีคำถามหรือร่วมแสดงความเห็นเรื่องใด ช่วยเจือจานความรู้และเอ็นดูด้วยนะครับ

ขอเชิญคุณ Matoom  มาร่วมวงได้ตามสบายในกระทู้ต่างๆค่ะ    ไม่ต้องมีคำถาม มีคำตอบมาร่วมได้ หรือไม่มีทั้งคำถามและคำตอบแต่อยากจะเพิ่มเรตติ้งให้กระทู้ก็เข้ามาส่งเสียงได้เช่นกัน
ว่าแต่ อ.เพ็ญศิรินี่คือใครคะ   อยากรู้จักคนปราดเปรียว   ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 18:00

นั่นน่ะซี

กุลสตรีคนนั้นคือใคร ?

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 19:23

ดิฉันชอบอ่านประวัติของพระสงฆ์ ที่เขียนแบบให้เห็นว่า เดิมท่านก็เริ่มต้นชีวิตอย่างปุถุชน    ก่อนบวชก็มีวัยเยาว์อย่างเด็กๆทั่วไป  เมื่อบวชแล้วก็ใช่ว่าจะบรรลุธรรมเลยทันตาเห็น     ท่านก็ต้องฝ่าฟันกับกิเลสตัณหาเช่นเดียวกับมนุษย์ทั้งหลาย    ไม่ว่ารักโลภโกรธหลง หรือเกลียดกลัว     แต่ท่านต่างจากเราๆตรงที่ว่าท่านฝ่าฟันจนชนะมากกว่าแพ้  ก็เลยผ่านไปได้ทีละขั้นตอน  จนบรรลุถึงเส้นทางธรรมในที่สุด

ดิฉันไม่ค่อยอยากอ่านชีวประวัติที่เน้นเฉพาะธรรมวิเศษของท่านเหล่านั้น   เพราะเป็นสิ่งที่เหนือกว่าชาวบ้านธรรมดาๆอย่างดิฉันจะเอื้อมถึง     การรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้นอกจากทำให้เลื่อมใสแล้วก็ไม่รู้สึกว่าได้อะไรอีก  อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำให้ดิฉันพลอยได้ความวิเศษเหล่านั้นไปด้วย     เพราะการบรรลุธรรมขั้นต่างๆต้องลงมือปฏิบัติเองถึงจะได้เอง   แค่ได้ยินได้ฟังไม่ช่วยให้ได้ผลขึ้นไปได้   
ก็เลยขอบคุณคุณมะตูมที่นำเรื่องนี้มาถามค่ะ  ทำให้มีโอกาสอ่านประวัติของท่านได้ยาวทีเดียว
บันทึกการเข้า
Matoom
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 21:52

เวลาปล่อยไก่ไปแล้ว ผมแนะเพื่อนว่าให้ทำหน้านิ่งเฉย ไม่รู้ไม่ชี้
ตอนนี้ก็ทำหน้าอย่างนั้นอยู่ครับ แต่มันออกร้อนๆ ไปด้วย...อายครับ

ขอโทษ อ.เพ็ญชมพู ผมหมายถึง อ. น่ะเองครับ  แอบเป็นแฟน อ. อยู่ห่างๆ
ชอบความทันสมัย ปราดเปรียว เผ็ด คม ไม่ยอมแพ้ แต่ไม่ก้าวร้าว
ใส่ใจรายละเอียด มีความเห็นอกเห็นใจ ...

ที่กล่าวมาทั้งหมดมีหลักฐานอ้างอิงครับ!
บันทึกการเข้า
Matoom
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 21:59

ผมดีใจครับที่เป็นเหตุให้ อ.เทาชมพูได้อ่านประวัติหลวงปู่หลุย (ท่านคงได้รับ baptized เป็นคริสต์ และได้รับชื่อนักบุญอุปถัมภ์ว่า Saint Luis กษัตริย์ฝรั่งเศสที่เป็นนักบุญ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสนำมาตั้งเป็นชื่อโรงพยาบาล โรงเรียนและโบสถ์หลายแห่ง) ชีวิตท่านและสหธรรมิกโลดโผนด้วยอภินิหารตามวาสนาที่สะสม แต่ทุกวันนี้ การบรรลุธรรมหรือ "ตื่นรู้" ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ และมีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ และการจะอยู่หรือไม่อยู่ในสมณะเพศก็ดูจะไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญ ผมสังเกตจากการอ่านประสบการณ์ของ Eckhart Tolle,Krishnamurti, Ken Wilber, Osho, ท่านเชอเกียม ตรุงปะ และประสบการณ์ของคนไทยเอง ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสชายหญิง ซึ่งเรื่องนี้มีผู้อธิบายว่าเป็นไปตาม "วิวัฒนาการของจิต" ของมนุษยชาติ

ขออนุญาตแบ่งปันครับว่าจากการติดตามอ่านเรื่องของหลวงพ่อเทียน และ อ.โกวิท (เขมานันทะ) และ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล (งานช่วงหลังของท่าน) รวมทั้งฆราวาสหญิงที่เป็นแม่บ้านธรรมดาอย่าง อ.ศุภวรรณ กรีน เปลี่ยนทัศนะผมเรื่องธรรมะอย่างมากเลย คือการลุธรรมหรือตื่นรู้นี้เป็นภาวะธรรมชาติของมนุษย์ที่ "ปรกติธรรมดาที่สุด" แต่ถูกลืมและหลงไป เรื่องธรรมดาเลยกลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดา และใครที่จะคิดและพูดแบบนี้ได้โดยไม่อ้างตำราหรือคนอื่น ก็คงจะเป็นผู้ลุถึงความธรรมดานั้นแล้วและรู้ด้วยตัวเองไม่ต้องการการยืนยันจากใครอีก

มีบทสัมภาษณ์ อ.โกวิท เรื่อง "หลวงพ่อเทียนที่ข้าพเจ้ารู้จัก" อ่านแล้วมีกำลังใจและความหวังครับ
http://www.fungdham.com/download/book/article/tien/010.pdf

แก้ไขชื่อบางท่านครับ สะกดผิด
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 30 ส.ค. 12, 22:08

มีบทความเรื่องพระสงฆ์กับสตรีมาเสนอ คิดว่าเข้ากับกระทู้ดี

พระควรเกี่ยวข้องกับมาตุคามอย่างไร??

พระอานนท์พุทธอนุชากราบทูลถามข้อหนึ่งว่า "ข้าพระองค์ (ภิกษุทั้งปวง) จะพึงปฏิบัติตนต่อสตรีอย่างไร"

พระองค์ตรัสว่า "ไม่เห็นเป็นดีที่สุด อานนท์"

"ถ้าจำต้องเห็นล่ะ พึงปฏิบัติอย่างไร พระเจ้าข้า"

"ไม่เจรจาด้วย"

"ถ้าจำเป็นจะต้องเจรจา จะพึงปฏิบัติอย่างไร พระเจ้าข้า"

"ถึงตั้งสติไว้ อานนท์"

พระอานนท์นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รอบคอบที่สุดรูปหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าท่านเป็นเอตทัคคะ (มีความเป็นเลิศ) หลายด้าน เช่น เป็นพหูสูต เป็นผู้มีสติรอบคอบ เป็นผู้มีธิติ (ความเพียร) เป็นผู้มีคติ (มีวิธีจำพุทธวจนะอย่างเยี่ยม)

ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลนิมนต์พระสงฆ์ไปฉันภัตตาหารเป็นประจำในวัง พระก็ไปฉันติดต่อกันมา แต่ต่อมาภายหลังพระเจ้าแผ่นดินทรงมีภารกิจอย่างอื่นมากมาย ทรงลืมสั่งให้ตระเตรียมภัตตาหารภวายพระ พระสงฆ์อื่น ๆ โดนเข้าครั้งสองครั้งก็ไม่ไปอีก คงมีแต่พระอานนท์รูปเดียวไปอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งพระเจ้าปเสนทิโกศลรำลึกขึ้นมาได้ และทรงขอโทษพระอานนท์ พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลเรื่องนี้ให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า "อานนท์เธอเป็น "การณวสิก" (เป็นคนมองการณ์ไกล, เป็นคนหนักในเหตุในผล)"

ในเมื่อท่านเป็นคนมีสติรอบคอบ มองการณ์ไกล ท่านจึงพยายามทูลถามแนวปฏิบัติต่างๆจากพระพุทธองค์เท่าที่มีเวลาให้ เพราะอีกไม่นานก็จะไม่มีโอกาสแล้ว ข้อซักถามหลายต่อหลายเรื่องท่านมิได้ถามเพื่อตัวท่านเอง หากถามเพื่อพระสงฆ์และพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า

ดังคำถามเกี่ยวกับสตรีนี้ ก็ถามเพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์ทั้งปวง พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรเห็น แต่ถ้าต้องเห็น ก็ไม่ควรเจรจา ถ้าจำเป็นต้องเจรจาก็ให้เจรจาด้วยสติ

นี้มิได้หมายความว่าเป็นการ "ดูหมิ่น" สตรี ดังที่บางคนอาจเข้าใจ เราต้องเข้าใจว่า "พรหมจรรย์" คือการงดเว้นเมถุนธรรม บุรุษที่ประพฤติพรหมจรรย์ก็ต้องระวังมิให้เกี่ยวข้องกับสตรี สตรีที่ประพฤติพรหมจรรย์ก็ต้องระวังมิให้เกี่ยวข้องกับบุรุษ "เกี่ยวข้อง" ในที่นี้หมายถึง ไม่พึงคลุกคลีจนเกินพอดี เกินงาม เพราะอะไร?

เพราะจะทำให้พรหมจรรย์มัวหมองไป และอาจทำให้เสียพรหมจรรย์ในที่สุด เป็นธรรมดาอยู่แล้วมิใช่หรือ "ผาณิตผิชิดมด ฤๅจะอดกระไรไหว" บุรุษกับสตรีใกล้ชิดกันบ่อยและนานเข้า ไม่ว่าหน้าไหนท้ายที่สุดก็ "ไฟฟ้าชอร์ต" เข้าจนได้

เมื่อบวชเข้ามา ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ไม่ว่าหญิงหรือบุรุษ ก็พึงปลีกตนห่างเพศตรงข้ามให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้ามีเหตุจะเจรจาด้วยก็ให้มีสติ

ประเภทที่บวชมาแล้วยินดีคลุกคลีกับสีกา ไปไหนมาไหนมีคาราวานสตรีล้วน ทั้งสาวแก่แม่ม่ายไฮโซ ฯ ขี้เหงาล้อมหน้าล้อมหลังนั้น มิใช่ปฏิปทาของสาวกพระพุทธเจ้า

เขาเรียกว่าปฏิปทาของ "ฉัพพัคคีย์" (แก๊ง ๖ คน) ทุมมังกุไร้ยางอาย วิญญูชนเห็นก็พยากรณ์ได้ทันทีว่า ปฏิปทาอย่างนี้ไปไม่รอด ในที่สุดก็จะวิบัติฉิบหาย "ตกหล่น" จากพระศาสนา เรียกว่า "เน่าตั้งแต่ยังไม่ตาย"

แหงแซะ แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง พระเดชพระคุณเอ๋ย

จาก หนังสือ วาระสุดท้ายของพระพุทธองค์ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง