เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 1947 วิจิตรวรรณกร
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 19 ส.ค. 12, 10:51



        วิจิตรวรรณกร   เป็นหนังสือ รวมบทความและเรื่องสั้นของลูก ๕ คน และลูกเขย ๑ คน

ของ นางเยื้อน  นาคะนาท   แจกในงานฌาปนกิจ ณ วัดประยุรวงศาวาท  จังหวัดธนบุรี

เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑


ลูกของท่านคือ

นายประหยัดศรี  นาคะนาท

นางประยงค์ุศรี   อุณหธูป  สมรสกับ นายประมูล  อุณหธูป

นายประพันธ์ศรี   นาคะนาท

นางสาวประภาศรี  นาคะนาท

นางประอรศรี  อุณหธูป   สมรสกับนายปรีดา  อุณหธูป


        ลูก ๆ และลูกเขย  มีนามปากการวมกัน ถึง ๒๔  นาม   ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ

นิตยสารและวารสารต่าง  นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นต้นมา

เรื่องเก่าที่สุดที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้พิมพ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๐
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 11:14


คอลัมน์ 'นาครสนทนา'  โดย  'กา'   พ.ศ. ๒๔๙๕

        "นักอ่านหนังสือสนุก"

        นวนิยายที่ขายดีที่สุดในตอนนี้   ข้าพเจ้าว่า  ของ ก. สุรางคนางค์  เด่นกว่าเพื่อน   คือเรื่อง

'บ้านทรายทอง'  หนึ่ง     'พจมาน  สว่างวงศ์' หนึ่งและ 'ทางสายเปลี่ยวหนึ่ง'    บางเล่มก็พิมพ์แล้วพิมพ์อีกหลายครั้ง

และบางครั้งบางเรื่องก็พิมพ์ครั้งเดียว  แต่พิมพ์แต่ละเล่มเป็นจำนวนหมื่น   เป็นเรื่องชื่นใจสำหรับผู้เขียนและผู้ขาย

และน่าปลื้มใจไปด้วยสำหรับผู้อ่านผู้ซื้อและผู้ยืม

       "กา"  เล่าว่า  ถ้าเป็น ก. สุรางคนางค์   จะเขียนนวนิยายชีวิตประจำวันเรื่องใหม่ขนาดยาวให้ยิ่งใหญ่อีกสักเรื่องโดยตั้ง

ชื่อเรื่องว่า  'พจมาน  สว่างวงศ์บนทางสายเปลี่ยวหลังบ้านทรายทอง!'
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 11:29



ประวัติของนางวิจิตรวรรณกร (เยื้อน  นาคะนาท)


        เป็นธิดาของนายฮวด และนางยิ้ม  หุตะโชค

พี่ชายคือนายพวง    หุตะโชค  และนาวาเอกลมัย  หุตะโชค      น้องชายคือนางเพี่ยน  หุตะโชค

เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๙  ที่อำเภอบานแหลม  จังหวัดเพชรบุรี

เข้ากรุงมาพร้อมกับครอบครัวเมื่อยังเยาว์ไปอยู่ที่จังหวัดธนบุรี

สมรสกับขุนวิจิตรวรรณกร(เปล่ง  นาคะนาท) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖

(คัดลอกปี พ.ศ. ด้วยความระมัดระวัง      สหายนักล่าหนังสือเก่า(มีเท้าจะเดินทาง คือออกล่าซื้อตามถนนและบ้านเรือน)ใบหน้าสวยเก๋อธิบายทางโทรศัพท์ว่า

เป็นหนังสือของคุณแม่นักเขียน  พอเอ่ยนามสกุลดิฉันก็ถอนใจว่าไม่รู้จักนามสกุลนี้หรือนี่)

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 11:44



        เมื่อท่านขุนลาออกจากราชการก่อนเกษียณ  มาตั้งร้านชำ  ทำการประมง  และทำไร่

นางวิจิตรวรรณกรก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง   ที่ปรึกษาร่วมชีวิตและร่วมงานเป็นอย่างดี

ในการทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ราชบุรี    การประมงที่สมุทรสาคร  และการทำไร่ที่ชลบุรี   

นางวิจิตรวรรณกรรักเคารพและมีสัมพันธไมตรีกับพี่ชายทั้งสองคนอย่างดียิ่ง   น้องชาย

คนเล็กนั้น  คุณป้าก็รักใคร่เมตตาและเผื่อแผ่ด้วยน้ำใจเอ็นดูต่อลูกสาวคนโตของน้องชายประหนึ่งลูก

       คุณนายชื่นชมกังานและอาชีพของลูก ๆ ทุกคน

        ท่านเสียชีวิตเมื่ออายุได้ ๗๑ ปีกับ ๕ เดือน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 12:04


        เรื่องสั้นสั้น  โดยเจ้าจำปี      ลงในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  พ.ศ. ๒๕๐๒


        ทำไมไอ้หน้าเหี่ยวจึงไม่ฆ่าตาโถเสีย ?    --ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะฆ่าอยู่เบาหรือ



        ตาโถเป็นตัวอย่างอันดีพอใช้สำหรับการมี "ปากเป็นเอก"   ตัวแกก็รู้และมีความภาคภูมิใจเป็นอันมาก

ไม่เพราะลำพังฝีปากของแกเองหรือ   เพียงแต่เข้าป่าหาไม้ไผ่ใส่ตะเฆ่ลากเข้ามาในเมืองเท่านั้น   แกก็สามารถยังชีพของครอบครัวไปได้สบาย ๆ

แกสามารถขายไม้ไผ่ได้ทุกที่ที่ไปลากมา      -   -      ใครเผลอใจตกเป็นทาสน้ำลายของแกเข้าชั่วหมากแหลกเท่านั้น  

ก็เป็นต้องเกิดความจำเป็นที่จะต้องใช้ไม้ไผ่ขึ้นมาเลยเกลอเอ๋ย   แกเองยังบ่นเสียดาย ...."สีปากดีดีอย่างข้านี้  ถ้าเป็น

นักประพันธ์ก๊อแล้วซี!    เบาะ ๆ ขนาดเจ้าชู้ก็เหอะ"
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 15:21


        วันเกิดเหตุนั้นเป็นคืนเดือนหงายแจ๋ว     ตาโถแกกลับไปจากฟังตาโป๋เป่าปี่เพลงเอกใหม่เอี่ยม

เป็นที่เสนาะโสตดีแล้ว   เวลายังหัวค่ำอยู่    แกเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยมาตามถนนในเมือง   พอไปถึงหน้าโรงหมู

ของตาหวังหลังโกงก็เจอเข้าพอดี ....ไอ้หน้าเหี่ยวจอมปล้นทารุณเอาดาบฟันพ่อค้าตายคาเกวียนไปต่อหน้าต่อตา    

และกำลังค้นถุงเงินง่วนอยู่จึงไม่ทันแลเห็นตาโถซึ่งกำลังเดินเรื่อยเข้ามาเกือบจะถึงแล้ว    ทั้งๆที่ตกตะลึงต่อเหตุการณ์เต็มที

แกบอกว่าแกตกใจเสียจนหยุดเดินไม่ไหว....เท้ามันพาแกเดินเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ ต่อไปเช่นเดิมด้วยกำลังของมันเอง

พอแกเดินเข้าไปถึงตรงเกวียน    ไอ้หน้าเหี่ยวก็ค้นพบถุงเงินพอดี   พอหันหน้าจากศพก็หันหน้ามาเผชิญตาโถพอดี.....

แกยังคงเดินเรื่อย ๆ เอื่อยๆเข้ามาอย่างนั้น    ตามองตรงไปข้างหน้าจนไอ้หน้าเหี่ยวอุทานอะไรออกมาก็ไม่รู้สองคำและเงื้อดาบเปื้อนเลือดขึ้น  

แกถึงได้หยุด.....แต่ก็เพียงหยุดนิ่งเท่านั้นเอง  ไม่มีท่าว่าตกใจหลบลี้หนีดาบเล่มนั้นเลย   พร้อมกันนั้นแกก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกมาสองสามคำ

ดาบของไอ้หน้าเหี่ยวชะงักอยู่กลางอากาศทันที           และยิ่งกว่านั้น .....พอลดดาบ    ไอ้หน้าเหี่ยวก็ล้วงเงินจากถุงที่ปล้นมาหยก ๆ

ยัดใส่กระเป๋าเสื้อเก่า ๆของตาโถตั้งหลายเหรียญ    มันตบไหล่ตาโถทีหนึ่งแล้ววิ่งหายไป


        เหตุการณ์ทั้งหมดนี้มีคนแอบแลเห็นถึงสามคน     คือหนูเหน็งหนูเหล็งซึ่งขึ้นไปเล่นซนบนโรงหมู     และตาหวังหลังโกงซึ่งย่องขึ้นไปจะ

จับเด็กสองคนนั้น                   ทั้งหมดนี้แอบเห็นเหตุการณ์ทางหน้าต่างโรงหมู


        ข่าวรั่วไปถึงเจ้าพนักงานตำรวจภูธรที่มาสอบสวน    เมื่อแรกที่เจ้าหน้าที่เรียกตัวไป    ตาโถบอกว่าไอ้หน้าเหี่ยวเป็นคนปล้นฆ่า

แต่ไม่ยอมบอกว่าแกพูดอะไรกับไอ้โจรมันถึงได้ละชีวิตให้      แล้วยังแถมเงินเสียอีก    ในตอนนั้นในสายตาของไอ้หน้าเหี่ยว   ก็มีแต่ตาโถเท่านั้น  

ซึ่งจะเป็นพยานระบุว่ามันฆ่าพ่อค้าคนนั้น     มันน่าจะฆ่าแกเสียเบาหรือ .....แล้วทำไมมันถึงไม่ฆ่า   แถมเงินให้เสียอีก

        ตาโถแกอิดเอื้อนไม่ยอมบอก    จนกระทั่งเจ้าพนักงานท่านต้องขู่ว่า  ถ้าไม่บอกจะถือว่าแกสมคบกับไอ้โจร  

นั่นแหละแกถึงได้ยอมบอกว่าแกพูดกับไอ้หน้าเหี่ยวว่า


                        "ทำบุญทำทานคนตาบอดตาใสสักเฟื้องเถอะ...นาย"          
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 15:53




        ยังมีเรื่องสั้น  เรื่องแปล   อีกหลายสิบเรื่องค่ะ   ถ้านำมาเล่าในที่นี้คนเล่าก็จะหมดสภาพนักอ่านไปกลายเป็นนักคัดลอก

จึงขอเล่าเรื่อง "ขอดกรุง"   ลงในชาวกรุง พ.ศ. ๒๔๙๑  ไว้หนึ่งเรื่อง


ความสงสัย

        .........ตั้งข้อสงสัยไว้ใน   เดลิเมล์วันจันทร์   ฉบับ ๑๒  ตุลาคม   ในคอลัมน์  "บุคคลที่เดลิเมล์วันจันทร์ขอปรบมือให้"

        ข้าพเจ้าอาจจะเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยเร็วเกินไปก็ได้          ข้าพเจ้าจึงไม่ประสบพบเห็นว่าเรื่องใดที่บ่งชัดถึงวีรกรรมยิ่งไปกว่า

จับใจยิ่งไปกว่า   และน่าตื่นเต้นยิ่งไปกว่าเรื่องความเป็นมาในชีวิตของพลเอกสฤษดิ์  ธนะรัชต์   แม่ทัพที่ ๑    ประธานกรรมการ

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล    และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมแย่งยุคเสรีประชาธิปไตยนี้ ........



                    นั่นซีครับ    ตอนนี้คุณอายุได้เท่าไรแล้วล่ะ     ไหนบอกวันเดือนปีเกิดให้ผมหน่อยซี
                    ผมจะได้ผูกดวงทำนายโชคชะตาให้เสียด้วยเลย   เพราะฟังๆดูท่าคุณจะได้เป็นใหญ่
                    เป็นโตคราวนี้เองเหมือนกันนา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง