เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 25546 พาชมทำเนียบทูตไทย จุดกำเนิด"พลังรักสองแผ่นดิน"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 08:44

เจ้าชายปูเจี้ยและพระนางฮิโระชายาชาวญี่ปุ่นนั้น มีชีวิตที่เข้มข้นระหกระเหินอย่างไร เดี๋ยวคงมีคนมาช่วยผมเสริม แต่ท้ายที่สุดก็น่าจะHappy Endingเพราะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกในญี่ปุ่น

ทั้งสองพระองค์ก็ยังหาโอกาสมาเยี่ยมเยือนบ้านเก่าของตนเป็นครั้งคราว โดยมีหลักฐานว่าทั้งสองมาด้วยกันเมื่อ๑๑ธันวาคม๒๕๒๓ สมัยที่ดร.วิเชียร วัฒนคุณ เป็นเอกอัครราชทูต ก่อนที่พระนางฮิโระจะสิ้นพระชนม์ในปี๒๕๓๐

หลังจากนั้นเจ้าชายปูเจี๋ยก็ได้มาขอเยี่ยมอีกครั้งหนึ่งในสมัยที่ ม.ร.ว.พีระพงศ์ เกษมศรี เป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี ๒๕๓๓

เจ้าชายปูเจี้ยสิ้นพระชนม์ในปี ๒๕๔๐ที่กรุงปักกิ่ง


บันทึกการเข้า
visitna
นิลพัท
*******
ตอบ: 1723


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 10:25

In addition, he served as a technical advisor on the 1987 film The Last Emperor.
เจ้าชายปูเจี้ย( pujie) เป็นที่ปรึกษาในการถ่ายทำหนังเรื่อง  The Last Emperor

ท่านมีลูกสาวสองคนตามที่กล่าวไว้แล้ว

1-Huisheng 慧生 (1939–1957) - H.H. Princess (Chün Chu Kung Chu) Huisheng, was born at Hsinking on February 1938 and educated privately and then studied at Gakushuin University. She was killed (murdered) on 10 December 1957 in what appears to have been a murder-suicide.
2-Yunsheng 嫮生 (born 1941) - H.H. Princess (Chün Chu Kung Chu) Yunsheng was educated privately and then studied at Gakushuin Women's University in Tokyo. She later married Kosei Fukunaga, a Japanese aristocrat employed in the automobile industry in Tokyo. She has five children.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 11:13

    เรื่องของเจ้าชายปูเจี๋ยและพระชายาฮิโระ เรียกว่าเป็น "คู่กรรม" ฉบับญี่ปุ่นเห็นจะได้     เพราะสององค์นี้เสกสมรสกันด้วยเหตุผลทางการเมืองเหมือนโกโบริกับอังศุมาลิน    ตอนแรกเจอกันก็ไม่เต็มใจจะคบหาสมาคมกันแบบเดียวกัน   แต่ต่อมาก็เกิดรักแท้แบบเดียวกันอีก   แต่คู่กรรมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนี้จบแบบคนดูไม่ต้องร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า   แต่ยิ้มออกมาได้ในตอนจบ   คือพระเอกนางเอกที่พลัดพรากกันไปนานหลายปีก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง แล้วอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขจนความตายมาพรากจากกัน
    ถ้าหากว่าชีวิตของเจ้าชายและพระชายาเป็นวรรณกรรม   ความทุกข์ในเรื่องนี้เกิดจาก ข้อขัดแย้งภายนอก (External conflict)   คือตามหลักของการเขียนพล็อตเรื่อง  มันจะต้องเป็นเรื่องขัดแย้งของตัวเอกกับอะไรสักอย่าง  ที่เรียกว่า man vs ..... แบ่งเป็นหลักใหญ่ๆคือข้อขัดแย้งภายนอก กับข้อขัดแย้งภายในใจตัวเอกในเรื่องเอง     กรณีพระเอกนางเอกของเราในชีวิตจริงเรื่องนี้ เรียกว่า man against society   คือสังคมภายนอกขัดขวางมิให้อยู่กันได้อย่างสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็น     
     ถ้าหากว่าเจ้าชายปูเจี๋ยและพระชายาเป็นคนธรรมดาๆเชื้อชาติเดียวกัน   แต่งงานกันเสร็จก็คงอยู่กันมีลูกหลานจนแก่ชราไปด้วยกันอย่างสามีภรรยาอื่นๆทั่วโลก     แต่นี่ พลังภายนอกอันมหาศาล เรียกว่าพลังของสังคม(ในที่นี้คือสังคมการเมือง) ได้ยื่นเข้ามาก้าวก่ายหนุ่มสาวคู่นี้ตั้งแต่ก่อนพบกันทีเดียว
    กล่าวคือคู้นี้เขาอยู่ของเขากันดีๆคนละแห่ง  พลังการเมืองก็ยื่นมือจับทั้งคู่มาคลุมถุงชนกัน    ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง   พอแต่งแล้วเกิดปรับตัวเข้าหากันได้   อยู่กันจนมีลูกเต้าสงบสุขดีแล้ว  พลังการเมืองก็เอื้อมมากระชากเจ้าชายออกไปทำหน้าที่พระอนุชาจักรพรรดิ   จนต้องพลัดพรากจากครอบครัว    กระเด็นกันไปแบบไม่มีโอกาสจะพบกันอีก
    แต่อย่างไรก็ตาม  พระพรหมก็มิได้โหดร้ายต่อพระเอกนางเอกจนเกินไป เหมือนที่ทำกับพระเอกนางเอกในประวัติศาสตร์โดยมาก   เจ้าชายก็ยังคงดำรงพระชนม์ชีพอย่างทรหดในฐานะนักโทษ รอดมาจนได้ จนได้รับอิสรภาพกลับมาหาพระชายา   เรื่องจึงจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง  คนดูโล่งใจ
     
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 11:32

ท่านมีลูกสาวสองคนตามที่กล่าวไว้แล้ว

1-Huisheng 慧生 (1939–1957) - H.H. Princess (Chün Chu Kung Chu) Huisheng, was born at Hsinking on February 1938 and educated privately and then studied at Gakushuin University. She was killed (murdered) on 10 December 1957 in what appears to have been a murder-suicide.
2-Yunsheng 嫮生 (born 1941) - H.H. Princess (Chün Chu Kung Chu) Yunsheng was educated privately and then studied at Gakushuin Women's University in Tokyo. She later married Kosei Fukunaga, a Japanese aristocrat employed in the automobile industry in Tokyo. She has five children.

๑. ฮัวเชิง 慧生



๒. ยุนเชิง 嫮生 (คนซ้ายมือ)



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 11:36

ข่าวการเสียชีวิตของฮัวเชิง หนังสือพิมพ์อาซาฮี

เศร้า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 11:59

ทั้งเจ้าชายปูเจี๋ยและจักรพรรดิผู่อี๋ ตกอยู่ในเงื้อมมือของชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองทั้งคู่  อันได้แก่ชะตากรรมทางการเมืองอย่างที่เล่ามาแล้ว      ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2   นโยบายญี่ปุ่นที่หมายสูงถึงขั้นเป็นเจ้าแห่งโลกตะวันออก ทำให้กล้าเหยียบจมูกจีนเข้ายึดแมนจูเรีย  สถาปนาประเทศแมนจูกัวขึ้นมาโดยตั้งให้ผู่อี๋เป็นจักรพรรดิหุ่นเชิด ของตนในปี ค.ศ. 1934    
เท่านั้นยังไม่พอ  ญี่ปุ่นยังบังคับให้จักรพรรดิผู่อี๋เสกสมรสใหม่กับสาวญี่ปุ่น   แต่ไม่สำเร็จ  ผู่อี๋ยืนกรานไม่ยอม แต่กลับไปได้พระสนมชาวแมนจูตามประเพณีดั้งเดิมของราชวงศ์ ชื่อถานอี้หลิง วัย 17 ปีแทน      ญี่ปุ่นกลับไปประสบความสำเร็จที่จับคู่เจ้าชายปูเจี๋ยกับฮิโระได้ดังประสงค์    พอสมหวังข้อนี้ก็วางแผนต่อไปขั้นเปลี่ยนแปลงกฎการสืบราชสันตติวงศ์ของแมนจูกัวใหม่   เตรียมแผนการณ์ว่าเจ้าชายปูเจี๋ยมีพระโอรสเมื่อไรก็จะให้เจ้าชายน้อยครึ่งจีนครึ่งญี่ปุ่นขึ้นเป็นจักรพรรดิแมนจูกัวในวันหน้า    แผนรู้ไปถึงผู่อี๋ ก็กริ้วโกรธญี่ปุ่นมากว่าหนักข้อไปหน่อยแล้ว   จึงแก้เผ็ดด้วยการปล่อยข่าวว่าถานอี้หลิงกำลังตั้งครรภ์    หมายความว่าคลอดเด็กออกมาเป็นชายเมื่อใด   เด็กน้อยก็จะได้สืบบัลลังก์จีนต่อไป   ไม่ใช่ทางสายของเจ้าชายปูเจี๋ย

ญี่ปุ่นเกรงว่าแผนจะล้ม  จึงให้หมอญี่ปุ่นลอบวางยาพิษถานอี้หลิง จนเสียชีวิตเมื่อเธอป่วยเป็นไข้ธรรมดา   พอกำจัดคนเก่าไปก็หนุนหลังให้ผู่อี๋หาคนใหม่มาแทน  ได้อี้จิน เด็กสาววัย 14 ปีมาเป็นพระสนาม  แต่ก็อยู่กันได้ไม่นานยังไม่ทันมีรัชทายาท   สงครามใหญ่ระหว่างจีนที่ทำกันมายืดเยื้อตั้งแต่ ค.ศ. 1937 ก็ได้ลุกลามกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในที่สุด

ปลายสงครามโลกใน ค.ศ. 1945   รัสเซียซึ่งอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรบุกยึดแมนจูกัว  จักรพรรดิผู่อี๋และปูเจี๋ยตกเป็นเชลยฝ่ายรัสเซียขณะที่กำลังหนีไปญี่ปุ่น   แล้วถูกส่งตัวไปกักกันอยู่ที่ไซบีเรียจนถึง ค.ศ. 1950 จึงได้ส่งตัวทั้งสองกลับมาให้จีน ซึ่งตอนนั้นกลายเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน มีผู้นำใหม่คือเหมาเจ๋อตุง ซึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับคอมมิวนิสต์รัสเซีย

หมายเหตุ  แก้ตัวสะกดชื่อตามที่คุณม้าโพสต์ให้ทราบค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 ส.ค. 12, 21:12 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 12:18

ขออนุญาตเล่าเรื่องเบา ๆ คั่นรายการ

เคยไปงานเลี้ยงที่สถานทูตไทยในโตเกียว แต่ตอนนั้นมืดแล้วไม่ทันได้สังเกตความสวยงามของสถานที่และบรรยากาศรอบ ๆ ทำเนียบ

คุณวีรพงษ์ รามางกูร บรรยายถึงบรรยากาศนอกทำเนียบไว้ว่า

สนามหน้าบ้านกว้างไม่เท่าสนามหลังบ้าน จากการสำรวจของเทศบาลชินากาวะ สถานเอกอัครราชทูตไทยมีต้นไม้ขนาดใหญ่ถึง ๗๐ ต้น มีต้นแดงญี่ปุ่นที่หายาก ต้นซีดาร์หิมาลัย ต้นแมกโนเลีย ต้นเมเปิลญี่ปุ่น ต้นแปะก๊วย หรือกิงโกะ ต้นซากุระขนาดใหญ่มีอายุเท่า ๆ กับบ้าน

สนามหลังบ้านจัดเป็นสวนญี่ปุ่นมีต้นไม้ยืนต้นสีต่าง ๆ อย่างที่กล่าวมาแล้ว มีสนแคระแบบญี่ปุ่น มีการวางหินขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ราว ๆ กลางเดือนเมษายน ต้นซากุระออกดอกสีชมพูอ่อนสะพรั่งไปทั้งต้น

ภาพประกอบของคุณนวรัตน

ภาพนี้มาจากอัลบั้มส่วนตัว ต้องการโชว์สวนหลังบ้านอันอลังการ ต้องขออภัยเผอิญติดเอาผู้ปกครองของผมเข้าไปด้วย

ขณะนั้นเริ่มจะเข้าปลายของฤดูใบไม้ร่วง สวนสวยที่ใบไม้เปลี่ยนสี สีแดงนั้นเมเปิ้ล สีเหลืองน่าจะเป็นแปะก๊วย หน้าบ้านมีต้นอย่างนี้ต้นหนึ่งใหญ่โตมหึมากว่าที่เห็นในภาพมาก ลูกหล่นมาเกลื่อนถนน คนขับรถท่านทูตเอามาแช่น้ำไว้ ผมอยากพิสูจน์ว่ามันเหม็นแค่ไหนก็ไปดมดู …เฮ้อ..ไม่น่าเล้ยตู


สวยทั้งคนทั้งสวน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 12:48

มาถอดเสียงในฟิล์มครับ

pu yi - ผู่อี (หรือ ผู่ยี)
pu jie - ผู่เจี๋ย
aixinjueluo - ชื่อราชสกุล อ้ายซินเจฺวี๋ยลฺว๋อ
hui sheng - ฮุ่ยเซิง (ญี่ปุ่นว่า เอย์เซย์)
yun sheng - ชื่อนี้มีปัญหา เพราะตัว 嫮 ต้องอ่านว่า ฮู่ (hu4) ซึ่งญี่ปุ่นจะว่า โคะเซย์ ซึ่งสอดคล้องกัน (เสียง h จีนกลางออกเสียง ฮ ลงคอหนัก คล้ายๆ ครึ่ง ฮ ครึ่ง ค) ชื่อนี้จึงน่าจะอ่านว่า ฮู่เซิง มากกว่า ยุน (ไม่รู้ว่าวรรณยุกต์ใด)เซิง
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 13:18

ขอบคุณค่ะคุณม้า  กำลังนึกถึงอยู่พอดี   ถ้าเรียกชื่อผิดอีกก็โปรดทราบด้วยว่า ภาษาจีนยังไม่เข้าหัวนะคะ

การพลัดพรากของคู่สามีภรรยาเกิดขึ้นตอนลี้ภัยออกจากจีนนี่เอง    เจ้าชายปูเจื๋ย หรือผู่เจี๋ยกับจักรพรรดิพี่ชายหลบหนีไปทางเครื่องบิน    ฮองเฮาหวั่นหรง (ฝรั่งสะกดว่า Wan rong) กับเจ้าหญิงฮิโระพร้อมด้วยพระธิดาองค์เล็กหนีไปโดยทางรถไฟเพื่อจะออกไปเกาหลี    แต่ถูกกองทหารคอมมิวนิสต์สะกัดจับได้ก่อนออกพ้นชายแดน  จึงถูกนำไปคุมขังที่สถานีตำรวจ  แล้วก็ถูกย้ายไปอีกหลายแห่งด้วยกันในฐานะนักโทษการเมือง
ชะตากรรมของสตรีสูงศักดิ์ทั้งสองน่าสลดใจมาก     ฮองเฮาหวั่นหรงติดฝิ่นงอมแงมมาตั้งแต่อยู่ในพระราชวังแล้ว   ต้องมีฝิ่นให้เสพอยู่เสมอๆขาดไม่ได้    พอมาถูกคุมขังหลายวันเข้าฝิ่นก็หมด    เกิดอาการทุรนทุราย   ผู้คุมก็ไม่ไยดีปล่อยให้ทรมานไปตามยะถากรรม    มีแต่เจ้าหญิงฮิโระเท่านั้นที่ต้องคอยดูแลพยาบาลพี่สะใภ้ของพระสวามี ทั้งๆฮองเฮาหวั่นหรงก็ไม่ชอบหน้าเธอเพราะเป็นชาวญี่ปุ่น
ในที่สุด  ฮองเฮาก็ถึงจุดจบ สิ้นพระชนม์เพราะขาดอาหาร และลงแดงตายในที่คุมขังนั่นเอง  พระชนม์แค่ 39 ปี  
(ชื่อคุก  ฝรั่งเรียกว่า Yanji Prison อ่านว่า เอี๋ยนจี๋ (หรือเหยียนจี๋)  อยู่ใน Jilin Province (มณฑล จี๋หลิน)  สะกดตามคุณม้ามาถอดเป็นไทยสำเนียงจีนให้ ข้างล่างนี้ค่ะ)

 ส่วนเจ้าหญิงรอดตายไปได้หลังจากถูกคุมขังแห่งสุดท้ายในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นก็พ้นโทษถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดเมืองนอน   ขณะที่ชะตากรรมของพระสวามียังทรมานทรกรรมในฐานะนักโทษของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 13:19

เจ้าชายผู่เจี๋ย เจ้าหญิงฮิโระ และพระธิดาองค์แรก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 13:22

จักรพรรดิผู่อี(หรือปูยี) กับฮองเฮาหวั่นหยง
จักรพรรดิ และจักรพรรดินีคู่สุดท้ายของจีน


บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 20:05

ขออภัยครับ แก้เสียงพระนามจักรพรรดิ ผู่อี๋ ครับ เสียงจัตวา ไม่ใช่สามัญ

จักรพรรดินี หวั่นหรง
คุกเอี๋ยนจี๋ (หรือเหยียนจี๋) อยู่ใน จี๋หลิน ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 09:20

ย้อนกลับมาดูชะตากรรมทางฝ่ายพระเอกของเราบ้าง
หลังจากเจ้าชายผู่เจี๋ย และจักรพรรดิตกเป็นเชลยสงคราม ถูกส่งไปจองจำอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บสาหัสและความขาดแคลนไปทุกด้านทั้งเสื้อผ้าและอาหาร ที่ไซบีเรียถึง 5 ปี  ก็ถูกส่งตัวกลับมาให้รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ในค.ศ. 1950 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบไปแล้วถึง 5 ปี
ทั้งคู่ถูกคุมขังในฐานะอาชญากรสงครามในคุก Fushun (เดือดร้อนคุณม้ามาออกเสียงให้อีกแล้ว)  เพื่อจะ "เรียนรู้ผ่านแรงงาน" หรือพูดให้ถูกคือค่ายแรงงานที่ว่านี่ก็คือใช้งานนักโทษอย่างกรรมกรทาสเราดีๆนี่เอง     ในช่วงที่เจ้าชายกลายเป็นกรรมกรทาสอยู่ในค่ายนี้เอง   ก็ได้จดหมายจากพระชายาว่าพระธิดาองค์ใหญ่ถูกฆาตกรรมสิ้นพระชนม์     คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าชายจะทุกข์ระทมหนักขนาดไหน
เรื่องเจ้าหญิงพระธิดาสิ้นพระชนม์นี้  ในอินทรเนตรเอ่ยไว้กำกวมว่า ฆาตกรรม-อัตวินิบาตกรรม    มีรูปลงในหนังสือพิมพ์ในค.ห.บนๆนี้แต่เป็นภาษาจีนเลยอ่านไม่ออกค่ะ

ไม่รู้ว่าวิธีล้างสมองให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของจีนคอมมิวนิสต์ได้ผล   หรือว่าเจ้าชายจำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตาม ลู่ลมไปกับทางการจีนเพื่อการอยู่รอดกันแน่  แต่เจ้าชายผู่เจี๋ยก็ทรงปฏฺิบัติตามคำสั่ง  มิได้ทรงต่อต้านลัทธิหรืออุดมการณ์ใดๆของคอมมิวนิสต์  แม้ว่าทรงเป็นศักดินาโดยกำเนิดก็ตาม    จนทางการจีนแถลงชมเชยว่า เจ้าชายทรงเป็น 'นักโทษตัวอย่าง'
ในช่วงปลายก่อนได้รับอิสรภาพ  เจ้าชายทรงประพันธ์บทละครชวนเชื่อให้คอมมิวนิสต์จีน สรรเสริญอุดมการณ์ของเหมาเจ๋อตุง  และเสียดสีฝ่ายตรงกันข้ามกับคอมมิวนิสต์ด้วย 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 10:16

เรื่องเจ้าหญิงพระธิดาสิ้นพระชนม์นี้  ในอินทรเนตรเอ่ยไว้กำกวมว่า ฆาตกรรม-อัตวินิบาตกรรม    มีรูปลงในหนังสือพิมพ์ในค.ห.บนๆนี้แต่เป็นภาษาจีนเลยอ่านไม่ออกค่ะ



ตัวหนังสือในหนังสือพิมพ์เป็นอักษรภาษาญี่ปุ่น มีอยู่ ๓ แบบคือคันจิหน้าตาเหมือนอักษรจีน, ฮิรางานะ ใช้เขียนคำภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน และคาตาคานะ ใช้เขียนคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ

แถวขวาสุดจากบนลงล่าง  慧生さんと大久保 อ่านได้ว่า เอเซซังโต๊ะโอกุโบ เอเซซังคือคุณเอเซ คือพระธิดาที่สิ้นพระชนม์ โตะ คือ และ  ส่วนโอกุโบเป็นชื่อของเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้นที่หลงรักคุณเอเซ

さんと ซังโต๊ะ เป็นอักษรฮิรางานะ ที่เหลือเป็นคันจิ

อ่านได้เพียงนี้ มากกว่านั้นเกินความสามารถ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 10:29

โอ้ว! คุณเพ็ญชมพูอ่านภาษาญี่ปุ่น...   ตกใจ

อินทรเนตรช่วยมองหาชื่อเจ้าหญิงเอเซให้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

Princess Aisin-Gioro Huisheng 慧生 (1938–1957) - H. H. Princess (Chün Chu Kung Chu) Huisheng, was born at Hsingking on February 1939 and educated privately and then studied at Gakushuin University. She was killed in Izu, near Tokyo on 10 December 1957 in what appears to have been a double-suicide.

ก็ยังมีเงื่อนงำกำกวมอยู่นั่นเอง   สองคนฆ่าตัวตายตามกัน? คงหมายถึงเจ้าหญิงกับโอกุโบ
อย่างไรก็ตาม พอคาดคะเนได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว  ไม่ใช้การเมือง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง