เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 25873 พาชมทำเนียบทูตไทย จุดกำเนิด"พลังรักสองแผ่นดิน"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 20:19

ที่สร้างจริงๆก็ไม่เหมือนแบบเมื่อกี้อีกนั่นแหละ คงมีแก้กันอีก
คฤหาสน์หลังนี้ถือเป็นนีโอ-คลาสสิกแบบกอธิก ผนังชั้นนอกเป็นหินแกรนิตสีเทาเข้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 20:25

เหงาก็ไม่เป็นไทยๆแล้ว คราวนี้ดูเป็นฝรั่งจ๋า


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 20:35

ภายในบุด้วยไม้โอ๊คแกะสลักแบบอิตาเลียน เตาผิงเป็นหินอ่อนสีแดงสั่งมาจากอิตาลี ซึ่งพบว่ามีเพียงสองแห่งในกรุงโตเกียวเท่านั้นที่ใช้ คือที่นี่กับพระราชวังอากาซากะขององค์มกุฎราชกุมาร
ประตูหน้าตึกทำด้วยทองแดง ลวดลายแบบคลาสสิกบานใหญ่


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 20:56

คิจิเอมองเจ้าของบ้านมีน้องชาย๓คน และน้องสาว๒คน น้องสาวคนโตชื่อ ฮิซาโกะ ไปแต่งงานกับขุนนางเชื้อพระวงศ์ในราชสำนัก ชื่อท่านซาเนโตะ ซางะ ซึ่งเป็นพระญาติกับสมเด็จพระจักรพรรดิ  ท่านซาเนะโตะและนางฮิซาโกะ มีบุตรชายคนหนึ่ง บุตรสาว๔คน ลูกสาวคนโต ฮิโระ ได้มาอยู่กับลุงตั้งแต่เด็กที่คฤหาสน์แห่งนี้

แม่นางฮิโระสำเร็จการศึกษาด้านศิลปะที่โรงเรียนการเรือนกุลธิดา เดี๋ยวนี้คือมหาวิทยาลัยกากุชิอิง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 21:05

ภาพอิริยาบทต่างๆที่แม่นางถ่ายในคฤหาสน์ของลุง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 21:07

ภาพถ่ายโดยใช้ด้านหลังของคฤหาสน์เป็นฉาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 21:08

ในสวนสวย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 21:37

หลังอภิเษกสมรส เจ้าหญิงฮิโระได้เสด็จออกจากบ้านของคุณลุง เพื่อไปประทับกับพระสวามีที่วังในอำเภออินาเงะ จังหวัดชิบา และต่อจากนั้นหกเดือน ทั้งสองก็เสด็จไปประทับที่เมืองมุกเดน ประเทศแมนจูกัวที่ญี่ปุ่นสถาปนาขึ้นเมื่อยึดแมนจูเรียจากสาธารณรัฐจีนได้สำเร็จ

หลังสงครามโลกครั้งที่๒ระเบิดขึ้นและทำให้โตเกียวไม่ปลอดภัยจากเครื่องบินสหรัฐอีกต่อไป ท่านมหาเศรษฐีคิจิเอมอง ฮามางูจิ จึงต้องการขายคฤหาสน์หลังนี้พร้อมทุกสิ่งทุกอย่างด้วยราคาต่ำกว่าทุนมหาศาล เพื่อย้ายไปพำนักในที่ซึ่งปลอดภัยกว่า ขณะนั้นดร.ดิเรก ชัยนามเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นได้ทราบข่าว  จึงปรึกษามาทางรัฐบาลซึ่งเป็นพันธมิตรของญี่ปุ่น จอมพล ป.พิบูลสงครามเห็นด้วยจึงมอบหมายให้ท่านดิเรกเป็นตัวแทนรัฐบาลไทย เจรจาต่อรองซื้อคฤหาสน์แห่งนี้มาด้วยราคา๑ล้านเยนหรือประมาณ๓ล้านบาทในขณะนั้น เพื่อใช้เป็นทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดประเมินเดี๋ยวนี้คงมีค่าต่ำกว่าห้าร้อยล้านบาทไปสักไม่เท่าไหร่


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 22:25

มาชมทำเนียบกันต่อ

ห้องรับแขก ตกแต่งและใช้เฟอร์นิเจอร์แบบหลุยส์ของฝรั่งเศส พื้นไม้ปาร์เกต์ไม้สนสลับลวดลาย ฝ้าเพดานเป็นปูนปลาสเตอร์หล่อแบบหลุยส์ หน้าต่างแบบฝรั่งเศสใช้บานกระจกเจียรนัย ด้านตะวันตกห้องรับแขกเป็นห้องนั่งเล่นรับแสงพระอาทิตย์ ฝาบุด้วยไม้โอ๊กแกะสลัก ปูด้วยพรมเปอร์เซียบนพื้นไม้ปาร์เกต์สลับสี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 22:27

รายละเอียดต่างๆ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 22:31

บันไดสู่ชั้นที่สองเป็นแบบยุโรป เกาะกับฝาผนังไม่มีเสา ราวบันไดข้างบนเป็นไม้โอ๊ก ลูกกรงเป็นโลหะผสม หล่อเป็นลวดลายยุโรปแบบคลาสสิก

ชั้นที่สอง มีห้องพระอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ ชั้นล่างของโถงบันไดเป็นห้องรับรองส่วนนอก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 22:34

ในโถงบันไดชั้นล่างนั้น วางแกรนด์เปียนโนไว้ อายุเกือบร้อยปีแต่ยังใช้เล่นได้ดี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 22:44

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่นในระหว่างวันที่ ๒๗ พฤษภาคมถึง๔มิถุนายน๒๕๐๖นั้น ได้เสด็จมาที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวแห่งนี้ด้วย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30790

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 13 ส.ค. 12, 23:03

ทำเนียบทูตไทยอลังการ น่าตื่นตาตื่นใจมากค่ะ
พรุ่งนี้จะหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิงมาตัดซอยแยกออกไปจากกระทู้ใหญ่  คงได้สักซอยสองซอย
ส่วนวันนี้ เลยเวลาทำโอ.ที. แล้ว  ค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10932


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 08:18

เข้าไปอ่านในเว็บของคุณเอกชัย เอก ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ที่เคยไปพักค้างคืนที่ทำเนียบแห่งนี้มาเหมือนกัน ได้เรื่องและรูปมาเสริมให้ท่านผู้อ่านกระทู้ของผมอีกหน่อย

คุณเอกเล่าว่า
สถาปนิกผู้ออกแบบถนัดทำแบบบ้านลักษณะนี้โดยสร้างขึ้นมาจำนวน ๑๐๓ หลังในญี่ปุ่น หลังนี้มี ๕ ห้องนอน เจ้าของบ้านแก้แบบ ๒๑ ครั้ง โคมไฟ ลายไม้ปาเก้ปูพื้นจะออกแบบโดยเจ้าของทั้งหมด ปัจจุบันที่สร้างไปเหลืออยู่ ๘ หลังรวมทั้งหลังนี้ สาเหตุที่หายไปเกือบร้อยหลังเพราะ เกิดแผ่นดินไหวบ้าง ไฟไหม้บ้าง พายุ ทุบทิ้งเพราะทนภาษีไม่ไหวก็มี ภาระภาษีมรดกในญี่ปุ่นแพงมากๆว่ากันว่าแม้แต่พระจักรพรรดินีได้สมบัติเป็นวังมายังต้องยกให้หลวง ความที่เจ้าของบ้านหลังนี้รักบ้านมากหากทุบทิ้งก็เสียดาย และทราบว่าถ้าเป็นของรัฐบาลต่างชาติแล้วก็จะรักษาไว้ได้เพราะไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายญี่ปุ่น จึงพยายามขายให้ประเทศไทย

ผมขอเสริมว่า ผมเคยเจอกับเพื่อนคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เห็นเขาสวมแขนทุกข์ก็ถามจึงเล่าว่าบิดาเพิ่งเสียชีวิต และเขาซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวได้รับมรดกมา แต่จะต้องโดนเก็บภาษีมรดกถึง๗๕% แล้วบ่นต่อมากมายจนผมคิดว่า เขาคงไว้ทุกข์ให้พ่อ๒๕% ที่เหลือไว้ทุกข์ให้ตนเอง เพราะเขาว่าพ่อยืดยาวว่าประมาทไปคิดว่าจะไม่ตายเร็ว เพราะถ้าเอากิจการจดเป็นบริษัทเสียก่อน แล้วให้เป็นหุ้น ก็จะโดนภาษีน้อยลงมาก

ผมเอารูปที่คุณเอกถ่ายห้องใต้ดิน ที่ใช้เป็นห้องเย็นเก็บอาหารและครัวมาให้ชม ผมเคยลงไปดูแล้ว ไม่สงสัยเลยว่าเวลาสถานทูตจัดเลี้ยงคน ไม่ว่าจะเป็นสิบเป็นร้อย จะทำได้อย่างไรไม่โกลาหลเป็นงานวัดอย่างบ้านเรา


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.061 วินาที กับ 19 คำสั่ง