เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 44456 ตายแล้วไปไหน
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10786



ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 11:07

ขอบพระคุณที่กรุณาแก้ไข

คิดว่า ถวาย น่าจะถูกต้องกว่า วาย

ข้อมูลที่ได้มาจาก ตู้หนังสือเรือนไทย

 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 12:01

ขอบพระคุณที่กรุณาแก้ไข

คิดว่า ถวาย น่าจะถูกต้องกว่า วาย

ข้อมูลที่ได้มาจาก ตู้หนังสือเรือนไทย

 ยิงฟันยิ้ม



แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
นิลนนท์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 58


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 15:22

ในอินเดียก็เผากันง่าย ๆ สุมไม้เป็นกองฟอน เผากันที่ริมแม่น้ำคงคา
คนที่เคยไปมาเล่าให้ฟังว่า สัปเหร่อเป็นคนจัดการให้ บางทีก็เผาหมดบ้างไม่หมดบ้าง แล้วแต่ว่าไม้ฟืนที่สุมเผามีพอหรือไม่(เนื่องจากต้องซื้อ) ข้างญาติบางทีกลับก่อนไม่ได้เฝ้ารอจนไหม้หมดก็มี สัปเหร่อก็จัดการกวาดเถ้าลงแม่น้ำไป บางครั้งถ้าไม่มีญาติเฝ้าก็เก็บฟืนไว้ใช้ต่อไม่ยอมเผาจนหมดก็มี

ภาพนำมาจากของคุณชามะนาวครับ


บันทึกการเข้า
นิลนนท์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 58


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 15:31

ขอคัดลอกนำข้อมูลจาก board palungjit มาให้เพิ่มเติม
พระอาจารย์ราเชนทร์ วิสารโท ซึ่งมาเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยพาราณสี เป็นพระที่คลุกคลีอยู่กับชาวเมืองภารตะมานาน และศึกษาเกี่ยวกับพิธีเผาศพของชาวฮินดูที่เมืองนี้ บอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง
         ความผูกพันของคนพาราณสีกับแม่น้ำคงคานี้มีมาตั้งแต่เกิดจนไปถึงตาย และไม่ใช่เฉพาะชาวเมืองพาราณสีเท่านั้นที่มุ่งหน้าและนึกถึงที่จะมาแม่น้ำสายนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งที่นี่มีการเผาศพมานานกว่า 4,000 ปีมาแล้ว เมื่อมีคนตายในบ้าน ประเพณีของคนอินเดียเป็นกฎหมายก็ว่าได้ เจ้าภาพจะต้องนำศพออกจากบ้านภายใน 24 ชั่วโมง โดยจะเชิญพราหมณ์มาทำพิธีที่บ้าน แล้วญาติที่เป็นผู้ชายจะนำศพนั้นเคลื่อนขบวน บ้านที่พอมีเงินก็นำขึ้นรถไปยังฝั่งแม่น้ำคงคาบริเวณที่ใกล้ที่สุด หรือบางบ้านที่ยากจนก็หามไป แต่ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือต้องมีแคร่ไม้ไผ่
         ก่อนจะเผาช่วงเดินจากบ้านไปยังแม่น้ำคงคาจะต้องท่องสวดไปด้วยว่า "ราม นาม สัจจะแฮ" หมายถึงว่า พระรามเป็นสัจจะ เป็นความจริงเที่ยงแท้ แปลว่า ความตายเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน ท่องไปจนถึงบริเวณที่จะเผาศพที่เรียกว่า "ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต" เจ้าภาพจะเข้าไปต่อรองราคากับสัปเหร่อที่มีหน้าที่ดูแลจัดการเผาศพด้วยราคาฟืน ราคาค่าตัว โดยปกติราคา 16-18 รูปีต่อกิโล เมื่อก่อน ใช้ไม้อย่างดี แต่ปัจจุบันใช้ไม้ตามแต่ที่จะหาได้ เมื่อตกลงราคาได้แล้วก็นำฟืนมากองเหมือนกองฟอนบ้านเรา

@ ขบวนการไม้ฟืนมือสอง
เมื่อนำศพมาถึงก็นำศพไปสัมผัสกับแม่น้ำคงคาก่อน พอวางให้สะเด็ดน้ำแล้วก็นำผ้าออกจากร่างที่ไร้วิญญาณเหลือแต่ร่างที่เปล่าเปลือย เมื่อนำร่างวางบนเชิงตะกอนแล้วพราหมณ์จะนำน้ำจากแม่น้ำคงคามาประพรม มาราดบนหัว บนเท้า บนหน้าอก และที่สำคัญคือนำใบสะระแหน่ซึ่งเขาถือว่าเป็นใบไม้บูชาอย่างหนึ่งใส่ปากผู้ตายแล้วนำน้ำคงคากรอกเข้าไป

จากนั้นให้ลูกชายคนโตจุดไฟเผา เมื่อเผาไปได้ 10-20 นาที ญาติบางคนกลับไป บางคนก็อยู่รอจนกระทั่งศพไหม้หมด แต่บางศพฟืนหมดศพยังไหม้ไม่หมด เขาก็จับโยนลงแม่น้ำคงคา ดับฟืนเอาฟืนไว้ขายต่อ แปลว่าญาติกลับไปหมดแล้วไม่รอจนกระทั่งศพไหม้หมด เลยเกิดขบวนการอย่างหนึ่งคือขายฟืนมือสอง ศพที่ญาติกลับไปแล้วสัปเหร่อก็เอาศพที่ไหม้ไม่หมดโยนลงน้ำไปให้กลายเป็นเหยื่อของเต่า ปลา อีกา แร้งไป ส่วนฟืนที่เหลือก็ดับแล้วกองไว้ต่างหาก เอามาไว้ขายให้คนจนในราคาไม่เกินกิโลละ 8-9 บาท ศพศพหนึ่งถ้าจะใช้ฟืนเผาให้หมด ศพผู้ดีใช้ไม้ดีหน่อยจะใช้เงินประมาณห้าพันรูปี แต่ถ้าคนจนที่ต้องการจะเผาศพที่"ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต"ก็มีไม้หลายราคาให้เลือก อย่างไรก็ตามพื้นเพแล้วที่เมืองพาราณสีมีคนจนมากกว่าคนรวย

@ เชื่อวิญญาณคนตายสู่สวรรค์
หลังจากที่เผาศพเรียบร้อยญาติพี่น้องก็เกิดความประทับใจว่าวิญญาณของคนตายต้องไปถึงสวรรค์แน่นอนเพราะแม่น้ำคงคาไหลมาจากสวรรค์ เมื่อเรามาเห็นการปลงศพของที่นี่แล้วก็เกิดความสลดใจว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ควรจะเข้าไปยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของเรา ชีวิตจบลงก็เอาอะไรไปไม่ได้ คนอินเดียเขาทำเหมือนว่าเป็นตัวอย่างชีวิตที่ติดดิน

@ ศพคนจนคนรวยแตกต่างกัน
เท่าที่สังเกตศพผู้หญิงใช้ผ้าสวยหน่อย ถ้าเป็นศพผู้ชายจะใช้ขาวธรรมดา ศพผู้หญิงจะมีลวดลายของผ้า ที่ไม่เผาคือศพเด็ก ซึ่งมีศพ 5 ประเภทที่ไม่เผาที่ "ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต" คือ 1.เด็กทารก 2.หญิงพรหมจรรย์ 3.นักบวช 4.คนถูกงูกัด 5.คนถูกฟ้าผ่า เพราะมีความเชื่อว่า 5 ประเภทนี้ไม่มีราคี ไม่มีบาปเป็นพรหมจรรย์
        ศพคนรวยคนจนจะสังเกตได้จากขบวนแห่ อาตมาเคยเห็นรถซาเล้งเหมือนบ้านเราเขาเอาศพวางไว้ข้างบนแล้วก็มีคนเดินตาม 2-3 คน รู้เลยว่าเป็นศพคนจน ผ้าที่พันศพก็พันไม่มิด ส่วนเท้าโผล่ออกมา ส่วนแขนโผล่ออกมา กลิ่นก็เหม็น บางครั้งอาจจะไม่มีญาติ คนข้างบ้านอาจจะช่วยกัน
ท่าที่ใช้เผาศพที่แม่น้ำคงคาที่พาราณสีนี้มี 2 ท่า "ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต" อีกท่าหนึ่งคือ หิริจันทคราส คือการเผาศพที่ทันสมัย ใช้ระบบน้ำมัน ใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนบ้านเรา แต่ไม่เป็นที่นิยม ที่อินเดียที่ไหนมีแม่น้ำที่นั่นก็อธิษฐานเอาว่าเป็นแม่น้ำคงคา นำศพเอาไปเผาข้างแม่น้ำคงคาพอเผาเสร็จก็โกยขี้เถ้าลงแม่น้ำ

@ ญาติผู้เสียชีวิตไม่ร้องไห้
เท่าที่มีโอกาสได้นำญาติโยมคนไทยมาล่องแม่น้ำคงคานี้ พวกเขามีทุนของความศรัทธาความเชื่อว่าการเกิดความแก่ความเจ็บความตายเป็นเรื่องธรรมดาก็เกิดความสลดใจ เมื่อกลับไปบ้านมีหลายคนที่ได้คิดว่าเราไม่น่าจะสิ้นเปลืองตรงนี้มาก เมื่อมีคนในบ้านตายมัวแต่โศกเศร้าร่ำไห้รำพึงรำพันไม่ไปทำมาหากิน ไม่ได้ไปทำงานการต่างๆ
บันทึกการเข้า
นิลนนท์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 58


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 16:04

เพิ่งสะกิดใจ ไปอ่านกระทู้ของคุณประกอบใหม่ ว่าเป็นเรื่องสุสานของคนใหญ่คนโต
ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่พากระทู้ของคุณประกอบกลายเป็นพิธีศพไปเฉย
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 17:26

อย่าเพิ่งไปไหนครับคุณนิลนนท์ ทีแรกว่าจะเอาเรื่องสุสานคนใหญ่คนโต  แต่พอมีเรื่องพิธีศพ มัมมี่ เรื่องแปลกๆ มันยิ่งสนุกสนานน่าสนใจติดตาม  มีรสมีชาติ ยิ่งมีผู้ร่วมแจมมากๆ ยิ่งดีครับ  นี่ยังขาดแต่เรื่องลึกลับ เรื่องผีๆ  สางๆ สงสัยต้องรอท่านอาจารย์เทาชมพูมาเจิมซักเรื่อง ท่านอาจารย์น่าจะพอมีประสบการณ์เรื่องนี้บ้าง รับรองว่าเรื่องผีมาเมื่อไหร่ คนเข้ามาอ่านล้นหลามแน่ๆ  ยิงฟันยิ้ม

พูดถึงเรื่องพิธีศพที่เรียบง่าย หรือตายแล้วยังเป็นประโยชน์  ยังมีอีกทางเลือกสำหรับผู้สนใจทางเลือกใหม่ ว่าตายแล้วจะ(เอาศพ)ไปไว้ที่ไหนดี  เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่รู้สึกในไทยจะยังไม่มี นั่นคือที่ Body Farm หรือฟาร์มศพครับ

Body farm  มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ อยู่ที่ University of Tennessee at Knoxville ก่อตั้งขึ้นโดยนักมนุษยวิทยา Dr. William M. Bass  ในปี 1981 เนื่องจาก ดร. บาสได้รับการขอปรึกษาจากตำรวจเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่างๆ บ่อยครั้ง เพราะเมื่อมีการพบศพที่เสียชีวิตมาเป็นระยะเวลานานๆ  มักจะมีข้อสงสัยเรื่องระยะเวลาการเสียชีวิต  ดร. บาสเลยต้องการศึกษาการเน่าสลายของศพมนุษย์ในเงื่อนไขแบบต่างๆ ศึกษาแมลงต่างๆ ที่มาเจาะไช ฯลฯ

ดังนั้น เมื่อมีผู้บริจาคร่าง  ร่างของผู้บริจาคจะถูกนำไปวางไว้ในที่ต่างๆ สร้างเงื่อนไขในการทดสอบ เช่นวางไว้ใต้ต้นไม้ วางไว้กลางแจ้ง มีเสื้อผ้าคลุม ฯลฯ   จากนั้นทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของศพในช่วงเวลาต่างๆ อย่างละเอียด วัดการเจริญเติบโตของหนอนแมลง ฯลฯ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสอบสวนสืบสวนหาอายุของศพในคดีต่างๆ ต่อไปในอนาคต

Body fram ได้รับความนิยมมาก มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้จัดสร้าง body fram เพื่อทำการศึกษาเรื่องการเน่าสลายของศพด้วย เช่น Western Carolina University, Texas State University


ดร. แบสผู้ก่อตั้งฟาร์มศพเองก็เป็นผู้บริจาคคนหนึ่งเช่นกัน ตอนนี้แกยังมีชีวิตอยู่แต่แกเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เมื่อแกตาย แกหวังจะถูกนำร่างไปไว้ใต้ต้นไม่ใน body farm แล้วถูกปล่อยให้เน่าสลายไปตามธรรมชาติเช่นกัน





บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 17:32

^
น่าจัดตั้งสถานอสุภกรรมฐานภาวนาร่วมด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30833

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 17:40

อย่าเพิ่งไปไหนครับคุณนิลนนท์ ทีแรกว่าจะเอาเรื่องสุสานคนใหญ่คนโต  แต่พอมีเรื่องพิธีศพ มัมมี่ เรื่องแปลกๆ มันยิ่งสนุกสนานน่าสนใจติดตาม  มีรสมีชาติ ยิ่งมีผู้ร่วมแจมมากๆ ยิ่งดีครับ  นี่ยังขาดแต่เรื่องลึกลับ เรื่องผีๆ  สางๆ สงสัยต้องรอท่านอาจารย์เทาชมพูมาเจิมซักเรื่อง ท่านอาจารย์น่าจะพอมีประสบการณ์เรื่องนี้บ้าง รับรองว่าเรื่องผีมาเมื่อไหร่ คนเข้ามาอ่านล้นหลามแน่ๆ  ยิงฟันยิ้ม

คุณประกอบจะหลอกดิฉันให้เล่าเรื่องผีหลอกชาวบ้านก็บอกมาเถอะค่ะ    ถ้ามีคนกด like เกิน 5 คน  จะไปหาเรื่องผีมาเจิมกระทู้
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 17:48

ตอนนี้บ้านผม 3 คน รอท่านอาจารย์เล่าเรื่องผีอยู่ครับ อ้าว สมาชิกท่านอื่น นักเรียนหลังห้องทั้งหลาย แสดงตัวกันหน่อยเร้วววววววว   ด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10998


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:00

เอาไป๓




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30833

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:04

สมาชิก 1 คน ต่อ 0.1 เสียงค่ะ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:09

คุณประกอบจะหลอกดิฉันให้เล่าเรื่องผีหลอกชาวบ้านก็บอกมาเถอะค่ะ    ถ้ามีคนกด like เกิน 5 คน  จะไปหาเรื่องผีมาเจิมกระทู้

ง่า ตามเงื่อนไขอ่านอาจารย์ตั้งไว้เป็นจำนวนคน ไม่ใช่จำนวนเสียงครับ  เงื่อนไขนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้    ดังนั้นต่อให้คนละ 0.001 เสียงก็ไม่มีผลครับ  เพราะนับคนเป็นหลัก  ตอนนี้ถ้าเฉพาะคนก็ 2 คนแล้วแน่ๆ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10786



ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:19

รออ่านด้วยคน

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:20

จัดไปเสริม  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 11 ส.ค. 12, 18:26

เมื่อคุณประกอบพูดถึงเรื่อง body Farm ผมก็เคยดูสารคดีการอุทิศศพให้ พร้อมกับนักวิทยาศาตร์ทำการวิเคราะห์ศพในแต่ละช่วง วิเคราะห์แมลงตลอดช่วงอายุไข ศพหน้าร้อน ศพหิมะตกวิเคราะห์ไว้หมด

ตอนนี้ท่านใดอยากเป็นอมตะ ผมขอเสนอ Body World ครับ เป็นการรักษาศพแนวใหม่ที่นำเอาร่างกายลงไปเคลือบไว้ด้วยยางพาราและสารกันเน่า และย้อมสีไว้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เลาะผิวหนังออกเหลือแต่กล้ามเนื่อ เส้นประสาทแล้วจัดท่าทางในอิริยาบทต่าง ๆ จัดแสดงไปแล้วทั่วโลก

ในประเทศไทยก็เคยมาจัดแสดงใจช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รับรองว่าร่างกายท่านจะเป็นอมตะตลอดกาล



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง