เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 44027 ตายแล้วไปไหน
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 20:46

สุสานของ Queen Elizabeth นี่จริงๆ แล้ว Queen ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่เป็นหลุมร่วมกับ Queen Mary พี่สาวต่างพระมารดาของ Queen Elizabeth I นี่ถ้าดูตามประวัติศาสตร์น่าจะไม่ค่อยถูกกับพี่สาว คือ Queen Mary of Tudor หรือ Bloody Mary นัก เพราะทั้งสองนับถือคริสต์คนละนิกายกัน เพียงแต่เมื่อสิ้น Queen Mary แล้วไม่มีรัชทายาท ทำให้ Princess Eสizabeth ได้ครองราชต่อเป็น Queen Elizabeth I

ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ถูกกันนักยามมีชีวิต แต่ทั้งคู่ต้องใช้พื้นที่สุสานร่วมกัน แถม Queen Mary เองไม่มีรูปปั้นบนหลุมศพครับ



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 20:50

อันนี้ ใกล้คำถามของ จ.ข.ก.ท. ขึ้นมาอีกนิด

อยู่ใต้นครรัฐวาติกัน นี้เอง เป็นสถานที่ฝั่งศพ (และวางหินรากฐาน) ของนักบุญ ซีโมน ( st. Peter)


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 21:16


ตายแล้วไปไหน ฝรั่ง ทั้งคริสต์ ทั้งยิว เขาว่า (เพราะมาจากตำรา ไบเบิ้ล เช่นกัน) มนุษย์นี้ เมื่อตายไปแล้ว จะไปรออยู่ใต้โลก (ภาษาำไทยแปลแปลก ว่า เมืองบาดาล !!!)  เรียกต่างๆ กันว่า sheol บ้าง hades บ้าง 

เพื่อรออีก ๑,๐๐๐ ปี เมื่อวันพิพกาษา (Day of Judgment) มาถึง พระผู้่เป็นเจ้าจะส่ง พระบุตร ลงมาตัดสินว่า ผู้ใดรับเชื่อ และ เป็นคนดีหรือไม่

ถ้ารับเชื่อ และเป็นคนดี ก็จะส่งไปอยู่ใน New Jerusalem (ตามพระธรรมเอเสเคียล) ส่วน Heaven นัี้้้น เป็นที่อยู่ของพระเป็นเจ้า (เว้นแ่ต่เราจะทำความดีถึงขนาน ถึงจะไปรวมอยู่กับพระองค์)

แต่ชาวยิวเชื่อว่าในเมืองบาดาล ต้องมีสองส่วน สำหรับคนดีแห่งหนึ่ง และคนชั่วแห่งหนึ่ง 

ถ้าเป็นคนรับเชื่อในพระเจ้า ก็อยู่ที่ดีหน่อย ชื่อ Paradise แต่อันว่า พาราไดซ์ นี้ ไม่ไ้ด้อยู่ด้านบนของโลก ก็อยู่บนโลกนี้แหล่ะ

ส่วนคนไม่ดี ตายแล้ว ไปรอวันพิพากษาอยู่ที่ Gehenna (เกเฮนนา) หรือ Tartarus ตามคำชาวกรีก

ปี ค.ศ. ๑๙๗๑ นักธรณีวิทยา ได้ขุดสำรวจก๊าซธรรมชาติ บริเวณที่เรียกกันว่า ดาร์วาซา ในประเทศเติร์กเมนิสถาน  ค้นพบเห็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50-100 เมตร เพื่อป้องกันการรั่วไหลของก๊าซพิษเหล่านี้ ทีมนักสำรวจจึงตัดสินใจ ว่าจะทำการเผาก๊าซทิ้ง แต่เผามาเกือบสี่สิบปีแล้ว ก็ยังไม่ดับซักที (ตอนแรกคาดว่า จะหมด - ดับภายใน ไม่กี่ปี) หลุมแห่งนี้ จึงถูกเรียกว่า “ประตูสู่นรก”  หรือ Gehenna

สวยจังครับ แต่ไม่น่าไปอยู่้ อิอิ

ขอตอบคำถาม ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ และยิว เป็นทางเลือกไปอยู่ครับ !!!!!!!!!




   
       


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 21:28

สุสานของ Queen Elizabeth นี่จริงๆ แล้ว Queen ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่เป็นหลุมร่วมกับ Queen Mary พี่สาวต่างพระมารดาของ Queen Elizabeth I นี่ถ้าดูตามประวัติศาสตร์น่าจะไม่ค่อยถูกกับพี่สาว คือ Queen Mary of Tudor หรือ Bloody Mary นัก เพราะทั้งสองนับถือคริสต์คนละนิกายกัน เพียงแต่เมื่อสิ้น Queen Mary แล้วไม่มีรัชทายาท ทำให้ Princess Eสizabeth ได้ครองราชต่อเป็น Queen Elizabeth I

ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ถูกกันนักยามมีชีวิต แต่ทั้งคู่ต้องใช้พื้นที่สุสานร่วมกัน แถม Queen Mary เองไม่มีรูปปั้นบนหลุมศพครับ



แม่นแล้วครับ คุณประกอบ แ่ต่ ท่านไม่ได้ นอนเคียงกัน อย่างกับควีน วิคตอเรีย นาครับ ท่านซ้อนกันอยู่

การมีทายาท (hair) เป็นเรื่องสำคัญ ของชาวยุโรปมาก เพราะเป็นการสืบทอดชื่อตัวต่อไป เช่น ชื่อ นายจอห์น (John) พ่อก็ชื่อ จอห์น ปู่ก็ชื่อจอห์นฯ ทวดก็ชื่อจอห์น บ่งชี้ถึงความเชื่ออันอิงกับความเป็นอมตะ หรือการคงอยู่อะไรประมาณนี้ (ฉนั้น เวลาหาชื่อคนฝรั่งจึงยาก เพราะชื่อ-นามสกุลเดียวกันหมด ต้องคอยดูปีเกิด ปีตายแทน)

อีกเหตุผลหนึ่งคือ การมีทายาท เอาไว้ทำศพ และดูแลหลุมศพ เพื่อรอวันพิพากษา ตามความเชื่อ อ่านมาแล้วก็ลืมว่า ควีนทั้งสององค์นี้ ไม่มี hair เขาจัดการกันอย่างไร ? แตกต่างกันอย่างใดกับ กษัตริย์ - ราชินี ที่มีทายาท ยิ่ง บวกด้วยกระแสการเมือง + ความเชื่อตามคตินิยมแล้ว เขาว่า ต่างกับกษัตริย์องค์อื่นในบางประการ

เรื่องนี้ ต้องร้อนถึง ท่านอาจารย์ฺใหญ่ ผู้เป็นพหูสูตร ประวัติศาสตร์ตะวันตก ได้โปรดให้ความรู้ขอรับ ......
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30610

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 22:18

ไม่เคยเรียนเรื่องการเฝ้าศพเสียด้วยค่ะ  สมัยอยู่ร.ร. ก็ไม่มีสอนไว้ในหลักสูตร  ฮืม
เคยแต่จำได้รางๆจากหนังสือว่า เมื่อถึงวันสิ้นโลกก็จะถึงกำหนดของวันพิพากษา หรือ The Judgment Day   พระผู้เป็นเจ้าจะพิพากษาความดีชั่วของมนุษย์ในขั้นสุดท้ายว่าใครจะได้ไปอยู่สวรรค์ ใครจะตกนรกหมกไหม้ชั่วกัปป์ชั่วกัลป์   ไม่มีการเวียนมาเกิดใหม่อย่างพุทธศาสนา
เมื่อถึงวันพิพากษา ผู้ตายทั้งหมดที่หลับไหลอยู่ในสุสาน ก็จะฟื้นกลับขึ้นมาในรูปกายเดิมครบถ้วน     ด้วยความเชื่อข้อนี้จึงกลายมาเป็นเงื่อนไขของการฝังศพผู้ตายลงในหลุมศพโดยไม่เผา      เพราะถ้าเผาจนหมดอย่างคนไทย   จะไม่มีรูปกายให้ฟื้นขึ้นมารับคำพิพากษาอีก 
ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา ก็เป็นหน้าที่ลูกหลานจะดูแลหลุมศพให้ดี  มิให้ใครมารบกวนศพของบรรพบุรุษหรือก่อความเสียหายอย่างใดแก่สุสาน    ถ้าเป็นเศรษฐีผู้ดีมีตระกูลก็สร้างอาคารใหญ่ไว้มั่นคงแข็งแรง บรรจุโลงศพเรียงกันเป็นตับไว้ในนั้นเสียเอง   หลายๆปีจะเปิดที   คือต่อเมื่อมีใครตายแล้วต้องหามโลงไปเก็บในนั้น   ใส่กุญแจแข็งแรงไม่ให้ใครงัดเข้าไปได้
ส่วนกษัตริย์และราชินีก็มีที่เก็บพระศพหลายแบบ เช่นในยุคกลางก็เก็บไว้ในโบสถ์ เท่ากับเจ้าอาวาสโบสถ์ดูแลให้เสร็จสรรพ   คุณประกอบไปเดินดูโบสถ์เก่าๆในอังกฤษจะเห็นรูปหินอ่อนนอนหงายพนมมือกันอยู่มากหน้าหลายตา   นั่นแหละค่ะ 
ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น โบสถ์สร้างใหญ่โตประจำอาณาจักร  ก็มีธรรมเนียมว่าเป็นที่เก็บพระศพของพระเจ้าแผ่นดิน ทั้งราชาและราชินี หลายต่อหลายพระองค์  คือ  Westminster Abbey เป็นที่เก็บพระศพเหล่านี้   ไม่ต้องมีลูกหลานมาดูแล  ราชอาณาจักรและศาสนจักรดูแลให้เอง
คุณ piyasann พูดถึง heir หรือทายาท   (อ่านออกเสียงว่าแฮร์ เหมือน hair แต่สะกดด้วย e ค่ะ)    ถ้าเป็นกษัตริย์หรือราชินีที่ครองราชย์  ต่อให้สิ้นพระชนม์ไปโดยไม่มีลูก ก็จะมี heir อยู่เสมอ   คือนับจากญาติใกล้ชิดทางสายเลือดเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นหลัก อาจเป็นน้อง  เป็นหลานลุงหลานอา  หรือลูกพี่ลูกน้อง  ยังไงก็ได้ที่เป็นญาติ  รับรองว่ายังไงก็ต้องเจอเข้าสักคน   
พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๑ ทรงเป็นสาวพรหมจารีไม่เคยเสกสมรส    เมื่อสิ้นพระชนม์ ราชบัลลังก์ก็ตกไปอยู่กับพระญาติที่เป็นเจ้าชายชาวสกอต  ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหน้ากัน   พระองค์ก็ต้องข้ามจากสกอตแลนด์มานั่งบัลลังก์อังกฤษ   ชื่อพระเจ้าเจมส์ที่ ๑   ค่ะ   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30610

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 06 ส.ค. 12, 22:40

เอารูปมาให้ดูค่ะ

นี่คือรูปสลักเหมือนจริงของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 แห่งอังกฤษ นอนคู่กับพระนางโจนแห่งนาวาร์ พระราชินี  รูปสลักทั้งสองนี้วางไว้บนฝาหีบพระศพ เก็บไว้ในวิหารใหญ่ของอังกฤษในเมืองแคนเทอเบอรี่  ที่รู้จักกันในนาม Canterbury Cathedral
พระเจ้าเฮนรี่ทรงอยู่ในยุคกลาง ปลายศตวรรษที่ 14   ถ้าถามว่าตายแล้วไปไหน  สมัยนั้น ตายแล้วไปโบสถ์ (หรือวิหาร) ค่ะ


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 00:55

ควีน อลิซาเบธ ท่านไม่มีลูกแบบ official  แต่มีเอกสาร มีหนังสือ และจดหมายหลายฉบับ "เมาส์" กันว่า ทรงแต่งงานกับแผ่นดินอังกฤษ ยกเว้นพระอู่

มีคนไปวิเคราะห์เอกสาร ราชการ แบบพระราชกิจรายวันของ ควีน ว่า ทรงหายไปจากพระราชสำนัก เป็นเวลา ๘ - ๙ เดือน บ้าง กลับมาก็ทรงผิดปกติไปชนิด คนเคยคลอดลูก เขาดูกัุนออก .......  เขาว่าอีก , คนที่รู้เรื่องดีที่สุดก็ ตาวิลเลียม เซซิล บารอนแห่งเบอร์ลีย์ที่ 1 อัครมหาเสนาบดี คู่พระทัย กับ ลูกชายที่รับหน้าที่ต่อนั้นแหล่ะ ที่เป็นคนจัดการ ชนิด พอออกจากอู่เสร็จ ก็ยกให้เป็นลูกผู้มีบรรดาศํกดิ์ คนอื่นให้เลี้ยงไว้ แม้แต่ พ่อ หรือเสด็จแม่ ก็ไม่ทราบว่า ลูกตัวคือใคร !!!! (ภาพยนต์ เอาเรื่องนี้ มาทำเป็นเรื่องบัดสี ชนิด Marquis de Sade ยังอาย ก็มี, แต่เขาก็เล่าตามทฤษฏี Prince Tudor theory ซึ่งต้องค้นหากันต่อไป)

การเมืองเรื่องขั้วอำนาจ จึงเห็นว่า คนที่น่าจะคว้ามาครอบไว้มากที่สุดคือ คิงส์ เจมส์ ที่ ๖ แห่งสก๊อตแลนด์ ซึ่งต้องยอมเปลี่ยนศาสนามาเป็นกษัตริย์อังกฤษ ตามบทบัญญัติ ปลายรัชสมัย ก็มีเกิดกบฏ แย่งชิงราชบัลลังก์ โดยผู้กระทำคือ Earl of Essex (คนโปรด!!! - อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์จากทางแม่ ที่เป็น พระญาติกับ เฮนรี่ ที่ ๘) แต่ไม่สำเร็จ หนึ่งในกบฏ มีลูกลับของควีน รวมอยู่ด้วย

คิงส์เจมส์  ที่ ๖ ก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็เป็นลูกของ ควีน แมรี่ ออฟ สก็อต ที่พระนางสั่งประหาร (อันนี้ก็แล้วแต่ ข้อมูล บ้างก็ว่า พระนางสั่งเอง บ้างก็ว่า พระนาง กรี๊ดๆ ฟูมฟาย ว่าไม่ได้สั่ง ประหาร) ดูในภาพยนต์ ทำเวอร์ไปหน่อย ว่า คิงส์เจมส์บอกว่า บ้านเมืองก็ให้ ไอ้เตี้ย (ศัพท์ของควีน อลิซาเบธ ทรงเรียก Robert Cecil, 1st Earl of Salisbury) ดูแลไป ส่วนฉันจะได้เล่นไล่จับกับมหาดเล็กของควีนองค์ก่อนได้สบายใจเฉิบ !!!!

แต่จริงๆ แล้ว คิงส์เจมส์ที่ ๑ ของอังกฤษ (และที่ ๖ แห่งสก็อตแลนด์) ทรงเป็นปราชญ์ มีความรอบรู้มากเช่นกัน เพียงแต่ พระพักต์ และวรกาย ไม่สง่างาม (เรียกว่า ......... เชิญหาอ่านเอาน่ะครับ ) แต่สิ่งที่คนจดจำพระองค์มากที่สุดคือ ทรงให้แปล พระคำภีร์ไบเบิ้ล จากภาษาละติน ภาษาเยอรมัน เป็นภาษาอังกฤษ และแปลได้อย่างไพเราะ วิเศษ นัก เรียกกันว่า ฉบับ King Jame's Version (KJV) ให้คนทั่วไปได้อ่านกันจะได้เข้าถึงพระธรรมคำสั่งสอน โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง แต่ถ้าไปอ่านเอกสารของฝ่าย Atheist เขาจะว่า โอ๊ !! พระเจ้า เป็นฉบับที่ซ้อนอะไรไว้มากจริงๆ !!!  ถ้าท่านใดชอบประวัติศาสตร์ช่วงนี้ มีให้อ่านมากเหลือเกิน เป็นช่วงมันส์ ของราชวงศ์อังกฤษ

ฉนั้น ควีน อลิซาเบธ จึงไม่ทรงมี heir (ขอบพระคุณที่แก้ไขครับ) ตามบทบัญญัติทั้งทางโลก และทางธรรม (ศาสนาไม่รับ) เวลาไปรอเฝ้าพระเป็นเจ้า จึงต้อง ชวนพี่สาวผู้แสนดี (จริงๆ เขารักกันน่ะ แต่ก็แข่งกันเก๋ และคนละนิกาย) กุมมือกันไว้ และไปด้วยกัน..........

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30610

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 09:16

Prince Tudor theory ที่คุณ piyasann ยกมา เป็นประเภทพงศาวดารกระซิบ ค่ะ   ฝรั่งเรียกว่า old wives' tale   
เรื่องประเภทเขียนขึ้นจากคำเล่าลือบ้าง  จากการตีความเอกสารหรือบันทึกในอดีตบรรทัดสองบรรทัดบ้าง  แล้วไปค้นหลักฐานมาปะติดปะต่อกันเข้าเป็นเรื่อง   บางทีก็เกิดจากนิยายก่อนแล้วทึกทักกันว่าเป็นเรื่องจริง      แนวเรื่องที่ฮิทที่สุดคือเรื่องพระโอรสลับของกษัตริย์ต่างๆ
เรื่องประเภทนี้ของไทยเราก็มีหลายเรื่อง    เช่นเรื่องพระเจ้าปราสาททองเป็นพระโอรสลับของพระเอกาทศรถ   พระเพทราชาเป็นพระโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์
แต่เป็นเรื่องที่ประวัติศาสตร์ไม่รับรองค่ะ    เพราะเจาะลึกลงไปแล้วหาหลักฐานมาสนับสนุนไม่ได้ มีแต่หลักฐานขัดแย้ง    ตกลงว่าในปวศ.อังกฤษ  พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ก็ยังเป็น The Virgin Queen  อยู่เช่นเดิม   เพราะพระโอรสลับที่ลือกันนั้นเอาเข้าจริงก็ไม่เห็นจะโผล่หน้ามาเป็นที่ยอมรับกันสักคน
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 10:01

         มีเกร็ดเรื่องของข้างพระวรกายในหีบพระศพของควีนวิคทอเรีย ครับ

           ควีนทรงโปรดให้วางฉลองพระองค์ของเจ้าชายอัลเบิร์ทไว้ด้านขวา ส่วนทางด้านซ้าย
เป็นรูป กับปอยผมของนายบราวน์
           มีข้อมูลที่เปิดเผยในปี ๒๐๐๘ นี้ว่า แหวนแต่งงานของมารดาบราวน์ก็ได้ถูกนำมาวางไว้
ในพระหัตถ์ของควีนด้วย
 
กระทู้เก่าเรื่อง Mrs. Brown ครับ

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=2687.15
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 13:33

นอกจากราชาและราชินีแล้ว ผู้ที่มีสิทธิ์นอนในโลงภายในโบสถ์ของฝรั่งเห็นจะได้แก่ พระ

ตอนไปแคนาดา มองจากห้องพักที่โรงแรมเห็นหลังคาโบสถ์แห่งหนึ่งสวยงามที่เดียว

ใช้อินทรเนตรค้นหาได้ชื่อว่า Mary, Queen of the World Cathedral


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 13:40

เดินจากโรงแรมไม่กี่สิบก้าว ก็ถึงโบสถ์

ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจคือ รูปปั้นบนหีบศพ

ค้นในอินทรเนตรเช่นกัน ได้ความว่าคือ Ignace Bourget บิชอปแห่งมอนทรีออล  

ไม่ทราบว่าโบสถ์คริสต์ในเมืองไทยมีการเก็บรักษาศพบาทหลวงคนสำคัญในลักษณะนี้หรือไม่

 ฮืม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 13:51

เดินจากโรงแรมไม่กี่สิบก้าว ก็ถึงโบสถ์

ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจคือ รูปปั้นบนหีบศพ

ค้นในอินทรเนตรเช่นกัน ได้ความว่าคือ Ignace Bourget บิชอปแห่งมอนทรีออล  

ไม่ทราบว่าโบสถ์คริสต์ในเมืองไทยมีการเก็บรักษาศพบาทหลวงคนสำคัญในลักษณะนี้หรือไม่

 ฮืม

บาทหลวงปาเลกัวซ์ ได้ฝังร่งของท่านบนผืนแผ่นดินไทย เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีการขุดโครงกระดูกท่านมาล้างใหม่บริเวณสุสาน ซึ่งไม่ได้มีการก่อสร้างรูปหินอ่อนแบบทางยุโรป

แต่ถ้าทางศาสนาพุทธแล้ว มีพระสงฆ์ที่ไม่เน่าเปื่อย นอนอยู่ในโลงแก้วอย่างมากมายครับ เช่น

หลวงพ่อทบ วัดชนแดน จ. เพชรบูรณ์

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ จ.อุทัยธานี

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

หลวงพ่อเกษม เขมโก จ.ลำปาง

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์

และอื่่น ๆ อีกมาก
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 16:30

สำหรับราชวงศ์อังกฤษ โดยเฉพาะกษัตริย์และราชินีต่างๆ นั้นส่วนใหญ่มักจะฝังร่างไว้ที่ Westminster Abbey หรือ St. George Chapel ในปราสาท Windsor


St. George Chapel เป็นโบสถ์หรือสถานที่สวดภาวนาประจำปราสาท Windsor ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประทับหลักของพระราชินีอังกฤษ  ตัวโบสถ์มีอายุประมาณ 700 - 800 ปีแล้ว เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ข้างใต้พื้นของปราสาทแบ่งเป็นห้องต่างๆ หลายห้อง แต่ละห้องก็ใช้เป็นที่เก็บศพและพระศพบุคคลสำคัญต่างๆ ห้องที่ใหญ่ที่สุดชื่อว่า Royal Vault เพิ่งสร้างเมื่อช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19  มีพื้นที่พอสำหรับวางโลงศพได้ 48 โลง   


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 16:38

ภาพวาดของ Royal vault ใต้โบสถ์ St. George ครับ เป็นภาพวาดเก่าตั้งแต่ร้อยกว่าปีที่แล้ว  จะเห็นได้ว่าเค้าก็เอาโลงศพไปวางๆ เรียงกันไว้เฉยๆ เท่านั้น



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 07 ส.ค. 12, 16:55

กษัตริย์องค์หนึ่งที่มีชีวิตที่หวือหวาและโด่งดังมากโดยเฉพาะเรื่องการใช้ราชินีเปลืองก็คือ King Henry VIII หรือเฮนรี่ที่ 8 พระบิดาของ Queen Mary I และ Elizabeth I
หลังจากสิ้นพระชนม์แล้ว ร่างของเฮนรี่ถูกฝังไว้ใต้ทางเดินในโบสถ์ St. George  

จริงๆ แล้วหลังจากถูกฝังไว้  มีการปรับปรุงซ่อมแซมโบสถ์ St.George หลายครั้งจนไม่มีใครทราบสถานที่แน่ชัดที่ฝังร่างของเฮนรี่ จนประมาณ 150 ปีที่แล้ว มีการซ่อมปรับปรุงตัวโบสถ์อีกครั้งจนมีการค้นพบห้องใต้ทางเดินที่ฝังร่างของเฮนรี่ไว้
ภาพที่ 1 เฮนรี่ที่ 8
ภาพที่ 2 ทางเดินในโบสถ์ด้านบนของห้องเก็บพระศพ
ภาพที่ 3 ป้ายจารึก






บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง