เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 13
  พิมพ์  
อ่าน: 44446 ตายแล้วไปไหน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 08:42

บวกลบดูแล้วขอส่ายหน้าไม่จองห้องค่ะ
ถ้าพักในโรงแรมทั่วไปอัตราจะถูกกว่านี้มาก    และอาจจะได้โบนัสเป็นเงา เป็นร่าง  เป็นเสียง มาเยือนโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม    แต่ถ้าไม่มี ก็ถือว่าได้นอนเต็มอิ่มคุ้มค่าเงินค่าห้อง    ดีกว่าเสียเงินแพงๆแล้วต้องชะเง้อชะแง้ไม่ได้นอนทั้งคืน  รอว่าเมื่อไรจะเจอ  รอจนเช้าไม่ยักมีใครมาก็หัวเสียอีกว่าโดนโรงแรมหลอก  เสียความรู้สึกยิ่งกว่าโดนผีหลอก   

ในอังกฤษ เวลาไปค้างคืนตามโรงแรมหรือ B&B ในชนบท จะถูกจะแพงไม่สำคัญขอให้เลือกที่เก่าๆเข้าไว้ก่อน   มีสิทธิ์เจอผีหลอกเท่ากัน  เพราะทุกหนทุกแห่งมีเจ้าของตายซ้ำซ้อนกันทั้งนั้น    เนื่องจากอาคารบ้านช่องของเขาอายุยืนมาก  ในกรุงเทพบ้านอายุ ๑๐๐ ปีถือว่าโบราณต้องขึ้นทะเบียนกรมศิลปากร   ของเขาอะไรที่ต่ำกว่า ๒๐๐ ปีเขานับเป็นของใหม่    จึงมีบ้านอายุเกิน ๒๐๐ ปีอยู่ในเมืองต่างๆทั่วไป   
ถ้าเฉลี่ยว่าทุก ๕๐ ปีเจ้าของจะตายครั้งหนึ่ง    เราก็มีโอกาสเจอเจ้าของเดิมอย่างน้อย ๔ คนเข้าไปแล้วเป็นอย่างต่ำ   ถ้าบ้านยิ่งเก่าถึง ๔๐๐ ปียิ่งมีสิทธิ์เจอถึง ๘ คน   

ดิฉันเจอแจ๊กพ็อทหนหนึ่งตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นประมาณ ๒๐ ปีมาแล้ว  ไม่ได้ไปทัวร์ แต่ไปเที่ยวกันเองสี่คนพ่อแม่ลูก   แยกกันพัก ๒ ห้อง   พอเข้านอนได้ยินเสียงเคาะประตู  มองออกไปทางตาแมวไม่เห็นอะไร  ก็นึกว่าหูฝาดหรือไม่ก็ใครมาเคาะห้องใกล้ๆ   
กลับมานอน สักพักได้ยินเสียงเคาะเรียกอีก  มองตาแมวอีกก็ไม่เห็น  แง้มประตูดูไม่เห็นใคร   ก็เลยรู้ว่าเจอดีเข้าแล้ว   จึงอุ้มลูกคนเล็กที่กำลังหลับสนิทไปทุบประตูเรียกอีกห้อง   คืนนั้นเลยแออัดกันอยู่ ๔ คนในห้องเดียว
นับว่าผู้มาเยือนคืนนั้นมารยาทดีสมเป็นชาวญี่ปุ่น   จะเข้ามาหลอกยังอุตส่าห์ขออนุญาตเข้าห้องอีกด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 10:33

ถ้าเฉลี่ยว่าทุก ๕๐ ปีเจ้าของจะตายครั้งหนึ่ง    เราก็มีโอกาสเจอเจ้าของเดิมอย่างน้อย ๔ คนเข้าไปแล้วเป็นอย่างต่ำ   ถ้าบ้านยิ่งเก่าถึง ๔๐๐ ปียิ่งมีสิทธิ์เจอถึง ๘ คน 

คิดดูว่าหากตายแล้วไม่ยอมไปไหน อยู่ในบ้านเดียวกัน ๔-๘ คน (หรือตน) ต่างคน (ต่างตน) ก็สามารถอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านได้เต็มที่ แล้วอย่างนี้จะอยู่กันอย่างไรหนอ

 ฮืม  ยิงฟันยิ้ม  ฮืม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 10:42

จริงด้วย
ยิ่งปราสาทราชวังใหญ่ๆ สร้างมาหลายร้อยปี   ย่อมตายกันเยอะทั้งพระราชา พระมเหสี เจ้าหญิง เจ้าชาย ไปจนข้าราชบริพาร  คงยิ่งแออัด   ในหอคอยแห่งลอนดอนก็ถูกประหารกันหลายราย    สถานที่จึงคับแคบ เดินแทบจะหลีกกันไม่ไหว
นี่คือเหตุผลว่าทำไมแอนน์ โบลีนจึงต้องสัญจรไปหลายแห่ง   เธอคงอยากหาที่ว่างๆไว้เดินบ้างน่ะเอง

ส่วนบ้านต่างๆ นั้น  ถ้าเป็นบ้านตระกูลเดียวกัน   ผู้ที่สิงอยู่ก็น่าจะเครือญาติกัน  คงเกรงอกเกรงใจหลีกๆทางกันให้ได้บ้าง   
พอตนหนึ่งมา อีกตนหนึ่งก็ไป  หรือจัดคิวไม่ให้ชนกันไงคะ
แต่ถ้าหลายเจ้าของ   ก็คงเดินกันสับสนหน่อย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 11:37

ไปๆมาๆ กระทู้นี้จะเลี้ยวไปที่ "ตายแล้วไม่ไปไหน" ซะก็ไม่รู้นะคะ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 16:30

ง่า งั้นเลี้ยวกลับมาที่ตายแล้วไปไหนต่อ

ความตายที่น่าเศร้าที่สุดของคนใหญ่คนโตในโลก คงไม่มีเหตุการณ์ไหนน่าสะเทือนใจไปกว่าสิ่งที่เกิดกับซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัว

ซาร์นิโคลัสที่ 2 ครองราชย์เป็นจักรพรรดิรัสเซียตั้งแต่ปี 1894 ในช่วงเวลาที่รัสเซียและโลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  รัสเซียมีปัญหาเรื่องชนชั้น การใช้อำนาจ การปกครอง  มีปัญหากับมหาอำนาจอื่นๆ จนถึงการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1  รวมทั้งปัญหาอื่นๆ มากมาย ฯลฯ   ตัวพระเจ้าซาร์เองไม่ใช่คนโหดร้ายอะไร แต่ไม่อาจรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีพอ  พระเจ้าซาร์และพระมเหสีเองก็ตกอยู่ใต้อำนาจของนักบวชรัสปูตินที่เป็นที่เกลียดชังจนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในที่สุด

พระเจ้าซาร์และพระมเหสี รวมทั้งลูกๆ คือเจ้าหญิงโอลก้า ทาเนีย มาเรีย อนาสตาเซีย และมกุฏราชกุมารอเล็กเซ ถูกนำไปขังที่ เยกาเตรินเบิร์ก และเมื่อกองทัพรัสเซียขาวใกล้เข้ามา ทั้งหมดจึงถูกประหารชีวิตอย่างเหี้ยมโหด เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 1918




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 16:59

เนื่องจากเราเน้นเรื่องตายแล้วไปไหน ฉากเหตุการณ์สะเทือนใจจึงไม่ขอบรรยายมาก แต่ท่านไหนจะเล่าแบบละเอียดก็ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ  ยิงฟันยิ้ม

เมื่อพระเจ้าซาร์และครอบครัวเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว พระศพถูกนำขึ้นรถไปฝังในป่านอกเมือง  ก่อนฝั่งมีการทำลายศพก่อนด้วยเช่นการราดด้วยน้ำกรด ไม่มีโลงศพ ไม่มีการทำพิธีทางศาสนาและไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ เหนือหลุมศพ  คณะมือสังหารพยายามไม่ให้เหลือหลักฐานว่าพระศพถูกฝังไว้ที่ใด

หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ มีผู้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหญิงอนาสตาเซียที่รอดชีวิตจากการสังหาญหมู่ครั้งนั้นได้ออกมาเรียกร้องทรัพย์สิน แม้ไม่ได้รับการตอบสนอง เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขานและเป็นปริศนาจนเป็นที่มาของเรื่องโณแมนติค นิยายต่างๆ มากมาย  ผู้อ้างตัวที่โด่งดังที่สุดคือนางแอนนา แอนเดอร์สัน ที่ยืนกรานจนถึงวันสิ้นชีวิตว่าเธอคืออนาสตาเซีย แต่สุดท้ายผลการทดสอบ DNA ก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า แอนนา แอนเดอร์สัน ไม่ใช่เจ้าหญิงอนาสตาเซีย

ภาพเจ้าหญิงอนาสตาเซียและแอนนา แอนเดอร์สัน



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 17:20

ในปี 1991 หลังจากโซเวียตคอมมิวนิสต์ล่มสลายลง  ได้มีการขุดค้นเหมืองเก่าในป่านอกเมืองที่เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพของซาร์และครอบครัว มีการค้นพบโครงกระดูกของซาร์ ครอบครัว และคนรับใช้ ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าโครงกระดูกที่พบเป็นของซาร์และครอบครัวจริง ซึ่งรวมถึงเจ้าหญิงอนาสตาเซียด้วย  แต่ขาดหายไปสองร่างคือเจ้าหญิงมาเรียและเจ้าชายอเล็กซิส ทำให้ตำนานผู้รอดชีวิตถูกรื้อมาแต่งเป็นนิยายใหม่อีกหลายเรื่อง

ภาพโครงกระดูกพระเจ้าซาร์และครอบครัว การตรวจสอบโดยวิธีนิติวิทยาศาสตร์ และป่าที่ฝังพระศพ เรียกว่า Ganina Yama เป็นหลุมในเหมืองเก่า  ปัจจุบันมีการสร้างโบสถ์ทับไปบนจุดที่ฝัง




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 19:21

พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พระองค์นี้เอง  เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นซาเรวิช หรือมกุฎราชกุมารของรัสเซียเคยเสด็จมาทางตะวันออก  และมาเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงสยาม  ในฐานะพระราชอาคันตุกะ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเสด็จประพาสยุโรป ก็ได้เสด็จเยือนรัสเซียและทรงฉายพระรูปร่วมกันไว้ด้วย 

แถวยืน จากซ้ายไปขวา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ เคานต์มูราเวียฟ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
แถวนั่ง จากซ้ายไปขวา เจ้าฟ้าหญิงพระราชธิดาพระเจ้าซาร์นิโคลัส (ไม่ทราบพระนาม) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซารินา แห่งรัสเซีย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10784



ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 19:54

ณ  พระตำหนักอเล็กซานเดรีย  พระราชวังซาร์วิกเซโร    เมืองปีเตอร์ฮอล์ฟ   ที่ประทับพระจักรพรรดินีอเลกซานดรา ฟอโดรอฟนา

๑๐  กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๔๔๐


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 16 ส.ค. 12, 16:51

ภายหลังการตรวจพิสูจน์ ยืนยันว่าโครงกระดูกที่พบเป็นของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวจริง ในปี 1998 ได้มีการจัดพิธีศพอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการจัดเป็นพิธีในระดับรัฐ (state funeral) มีนายบอริส เยลซิน ประธานาธิบดีรัสเซียขณะนั้นเข้าร่วมพิธีด้วย

พระศพของทั้งซาร์ พระราชินี และครอบครัว ถูกนำไปฝังไว้ที่ St. Peter and Paul Cathedral ในเมือง St. Petersburg ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ ราชินี และเจ้านายของรัสเซียมาแต่โบราณ

แต่อย่างไรก็ตาม โครงกระดูกของเจ้าหญิงมาเรีย และเจ้าชายอเล็กซิสยังคงไม่ได้รับการค้นพบ

ภาพโบสถ์ St. Peter and Paul Cathedral หลุมพระศพ และพิธีศพครับ




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 16 ส.ค. 12, 17:01

ส่วนคฤหาสน์อิปาเทียฟ สถานที่กักขังและประหารชีวิตพระเจ้าซาร์ หลังเหตุการณ์ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการปฏิวัติ เป็นโรงเรียนสอนการเกษตร เป็นที่ทำการคอมมิวนิสต์ท้องถิ่น  แต่เนื่องจากที่นี่ถูกใช้เป็นที่ลำลึกถึงพระเจ้าซาร์ โดยคนที่ยังศรัทธากับสถาบันกษัตริย์   ในปี 1977 คฤหาสน์แห่งนี้จึงถูกรื้อทิ้ง ปัจจุบันมีการสร้างโบสถ์ชื่อว่า Church on Blood บนสถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์

ภาพบ้านอิปาเทียฟ  ห้องใต้ดินสถานที่ประหารชีวิต ถ่ายหลังกองทัพรัสเซียขาวยึดได้ และ Church on Blood




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 16 ส.ค. 12, 17:14

ในปี 2007 ได้มีการค้นพบโครงกระดูก 2 โครงโดยนักโบราณคดีท้องถิ่น  ไม่ไกลจากสถานที่พบโครงกระดูกของพระเจ้าซาร์นัก ห่างไปแค่ประมาณ 70 เมตร  จากการทดสอบ DNA หลากหลายวิธีอย่างละเอียด เปรียบเทียบทั้งจาก DNA จากโครงกระดูกซาร์และพระมเหสี รวมทั้ง DNA จากพระญาติ ยืนยันว่าโครงกระดูกทั้งสองคือโครงกระดูกของเจ้าหญิงมาเรีย และพระอนุชาอเล็กซิ  ปิดตำนานความเชื่อเรื่องผู้รอดชีวิตอย่างสิ้นเชิง

มีเกร็ดเกี่ยวกับเจ้าชายอเล็กซิ มกุฏราชกุมารรัสเซีย  จำมาจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรมหลายปีมาแล้ว  ตอนที่เจ้าชายประสูตร รัชการที่ 5 ทรงให้โหรหลวงทำนายดวงชะตา เพื่อจะส่งไปให้พระเจ้าซาร์ แต่ผลการทำนายออกมาว่าเจ้าชายเป็นกาลกินีต่อราชวงศ์อย่างมา มีแต่ผลการทำนายที่เลวร้าย ในที่สุดจึงไม่ได้มีการส่งผลการทำนายไปให้

ภาพสถานที่พบโครงกระดูก ภาพเจ้าหญิงมาเรีย และเจ้าชายอเล็กซิ




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 17 ส.ค. 12, 10:30

คลิป(โหด) the last minutes of the Romanov family จากหนังเรื่อง

      Tsareubiytsa (Assasin of the Tsar) ครับ

     

เคยดูซีรีส์นานมากแล้วทางทีวีจนจำชื่อเรื่องไม่ได้ ฉากสุดท้ายของราชวงศ์ก็เป็นแบบนี้
แต่ในเรื่องนี้ออกจะโหดกว่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 17 ส.ค. 12, 11:01

ในคลิปยังโหดน้อยกว่าที่เล่ากันบางเว็บในอินทรเนตร 
ใครใจอ่อนขอให้ข้ามข้อความข้างล่างนี้ไปนะคะ   รูดซิบปาก

เมื่อพระเจ้าซาร์และครอบครัวถูกนำมาที่ห้องใต้ดิน   ซารีนาบ่นว่าห้องนี้ไม่มีเก้าอี้เลยสักตัว  จะนั่งกันยังไง  ทหารก็ยกเก้าอี้เข้ามาให้ประทับนั่ง  ฟังคำพิพากษาโทษว่า ทั้งหมดจะต้องถูกประหารชีวิต
" ว่าไงนะ ว่าไงนะ " พระเจ้าซาร์อุทาน
ขาดคำ  กระสุนของทหารที่ยกปืนขึ้นเล็งก็สาดออกมาเป็นห่าฝน  ทะลุพระอุระของพระเจ้าซาร์ เสด็จสวรรคตในทันที   ส่วนพระธิดายังไม่ขาดพระทัยหลังจากกระสุนชุดแรก   เพราะเพชรพลอยที่ทรงซุกซ่อนเย็บติดไว้ในฉลองพระองค์ชั้นในช่วยป้องกันไว้ได้ระดับหนึ่ง  เมื่อเหล่าทหารเพชฌาตเห็นยังทุรนทุรายกันอยู่  ไม่ถึงตาย  ก็เกิดสยองขึ้นมาตามความเชื่อโบราณว่ากษัตริย์และเจ้าฟ้าเป็นเทพ  ไม่ใช่คนสามัญธรรมดา   ก็เลยพร้อมใจกันลบล้างความเชื่อด้วยการให้ดาบปลายปืนแทงกระหน่ำลงไปที่ร่างเจ้าหญิงทั้งหมด  มิหนำซ้ำยังรัวกระสุนยิงลงไปบนพระพักตร์อย่างไม่นับ

ผ่านข้ามศตวรรษ   พระเกียรติยศที่เสื่อมสูญไปก็ได้รับการรื้อฟื้นกลับมาอีกครั้ง   แม้จะนานหน่อยแต่ก็ยังดีที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ลืม


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 20:45

ลองมาดูว่าคนดังอื่นๆ ตายแล้ว(ร่าง) ถูกเอาไปไว้ไหนบ้าง

ถ้าพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุด คงไม่พ้นอัลเบิร์ต ไอนสไตน์ (1879 - 1955)
ด้วยเจตจำนงของไอสไตน์เอง เมื่อเสียชีวิตแล้วร่างของไอนสไตน์ถูกเผา เถ้ากระดูกถูกนำไปโปรยในแม่น้ำ  แต่สมองของไอสไตน์ถูกนำออกมาเก็บรักษาไว้เพื่อการศึกษาต่อในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์อีกคนที่โด่งดังไม่แพ้กัน คือเซอร์ไอแซค นิวตั้น(1642 - 1727)  ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ใหญ่มากๆ โด่งดังสุดๆ ในยุคสมัย เมื่อเสียชีวิตแล้วได้รับเกียรติฝังไว้ที่วิหารเวสมินสเตอร์


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง