เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
อ่าน: 22482 สารคดี ๒๔๗๕ ออกอากาศทาง Thai PBS
samun007
องคต
*****
ตอบ: 446


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 10:27

จาก  facebook ของคุณ  Nantiwat Samart อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

อย่าผิดซ้ำรอย​ 2475

เมื่อวานนี้​ 24 มิถุนายน​ กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนหนึ่ง​ (น้อยนิด)​ ออกมาชุมนุมแสดงอุดมการ 2475​ บอกว่าจะสานต่อภารกิจ 2475​

ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีหน้าเดียว​ อ่านให้หมดทุกหน้า​ จะได้ไม่ถูกแกนนำผลักออกมาสู้แต่แกนนำหลบอยู่ข้างหลัง​ อย่าให้เหมือนที่พระยาทรงสุรเดชเขียนก่อนตาย​ ว่า​ "ไม่มีความผิดครั้งใดในชีวิตของฉันจะใหญ่หลวง​ เท่ากับนำคนหิวเงินหิวอำนาจ​ เข้าเปลี่ยนแปลงการปกครอง​ 24​ มิถุนายน​ 2475

คณะราษฏรไม่เคยให้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์​ นอกจากการยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์เป็นอำนาจของตนเอง​ และหวงอำนาจ​ รัฐธรรมนูญครึ่งใบ​ มีสมาชิกสภามาจากการแต่งตั้งครึ่งหนึ่ง​


เอาเข้าจริง ตัวปัญหามันก็มีอยู่ไม่กี่คนครับ อ่านในกระทู้เจ้าคุณทรงก็จะรู้ว่าใครเป็นตัวปัญหา และพฤติกรรมของตัวปัญหาก็ส่งต่อมายังรุ่นน้อง รุ่นหลาน ในที่ทำงานเดียวกัน  กลายเป็นวัฒนธรรมประจำองค์กรไปเสียอย่างนั้น

โลกมันเปลี่ยนไปทุกวัน  แน่นอนว่าคนจะมาคิดเห็นและชอบไปในทางเดียวกันไม่ได้ทั้งหมด  แต่ถ้าทุกคนเคารพในความเห็นต่าง ทุกอย่างมันก็จบ  ปัญหามันเกิดมาจากไม่ยอมรับความเห็นต่างจากตนเอง  เลยต้องไปทำลายอีกฝ่ายให้สูญสิ้นไป  ฝ่ายไหนก็ฝ่ายนั้น เหมือนกันหมด  

ทำไมไม่เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่า  ทำความดีแข่งกันจะดีกว่า ถ้าคิดแบบนี้ได้ จะปกครองแบบไหนก็เจริญทั้งนั้น


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11367



ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 11:28

๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลดอำนาจของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
 
เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้มีความพยายามทำให้ถูกลืมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นวาระที่ถูกพูดถึงเสมอในทุกปี และยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นอย่างเข้มข้นในช่วงสำคัญของเหตุบ้านการเมือง
 
คณะราษฎร มีมรดกหลายอย่างที่ทิ้งไว้ ในขณะเดียวกันก็มีข้อบกพร่องจนไม่อาจลงหลักปักฐานระบอบประชาธิปไตย และความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดให้คงอยู่อย่างมั่นคง

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 32435

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 11:46


ทำไมไม่เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่า  ทำความดีแข่งกันจะดีกว่า ถ้าคิดแบบนี้ได้ จะปกครองแบบไหนก็เจริญทั้งนั้น
ความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดาโลกค่ะ    ไม่มีสังคมไหนทำให้คนเห็นในทางเดียวกันได้หมดโดยไม่ต้องบังคับ
ฝ่ายที่แตกต่างทั้งสองฝ่ายก็มีทัศนะว่าตัวเองกำลังทำดีให้สังคม   
ในเรือนไทยก็เหมือนกัน   คุณเพ็ญชมพู ดิฉัน และท่านอื่นๆ ก็ไม่ได้มีความเห็นตรงกันในหลายๆเรื่อง   แต่ถ้าแสดงความเห็นกันไป โดยไม่มีใครพยายามปิดปากใคร แบบไม่ยอมให้ออกความเห็น  ดิฉันก็ถือว่าที่นี่ประชาธิปไตยพอแล้วนะคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11367



ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 16:12

๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คณะราษฎรได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย เหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยนี้ นอกจากจะได้รับการบันทึกผ่านเอกสาร จดหมายเหตุ ข้อเขียน และภาพถ่ายต่าง ๆ ซึ่งตกทอดมาสู่คนรุ่นหลังแล้ว ยังมีภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวที่ถ่ายทำโดยพี่น้องตระกูลวสุวัต แห่งบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ภาพยนตร์อันมีค่าชุดนี้ได้หายสาบสูญไป

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของปฏิบัติการถ่ายหนังในวัน “พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในข้อเขียนของ ขุนวิจิตรมาตรา หรือ สง่า กาญนาคพันธุ์ นักเขียนและผู้กำกับภาพยนตร์ของศรีกรุง ซึ่งได้บันทึกเรื่องราวในวันนั้นไว้อย่างเห็นภาพ


วันที ๒๔ มิถุนายน พ.ศ ๒๔๗๕ ตอนบ่ายรถยนต์ภาพยนตร์เสียงศรีกรุงมารับผู้เขียน บอกว่าให้ไปช่วยกะถ่ายหนัง ผู้เขียนถามถึงหลวงกล (หลวงกลการเจนจิต-เภา วสุวัต) เขาบอกว่าอยู่ในพระที่นั่งอนันต์แล้ว คุณกระเศียร ไปถ่ายรอบ ๆ นอก ระหว่างนั่งไปในรถยนต์คุณกระแสหยิบปลอกแขนมาสองอัน และส่งให้ผู้เขียนอันหนึ่งสำหรับเป็นใบเบิกด่าน สองฟากถนนราชดำเนินมีทหารบก ทหารเรือ พลเรือน เป็นหย่อม ๆ ประชาชนพลเมืองเป็นกลุ่ม ๆ ตลอดไป รถหยุดที่มุมสวนมิสกวันซึ่งมีทหารยืนปิดกั้นถนน เราลงจากรถยนต์แสดงปลอกแขนให้ดูแล้วก็ผ่านเข้าไปทางถนนซอยมีแถวทหารเรือตั้งอยู่ เราเดินผ่านตรงไปลานพระบรมรูปซึ่งมองเห็นรถตีนตะขาบ รถถัง รถเกราะ จอดอยู่เรียงราย เห็นรถยนต์ทหารวิ่งไปมาขวักไขว่ คันหนึ่งเป็นรถเก่า ๆ ย่อม ๆ สวนออกมาสู่ถนนราชดำเนิน ในรถมีท่านจอมพลป.พิบูลสงคราม กับนายทหารอีกสองสามคน นั่ง ๆ ยืน ๆ มาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงและรีบร้อน พอเข้าถึงลานพระบรมรูป ก็พบบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ศรีกรุงเดินออกมา พวกเราถามถึงเหตุการณ์ เขายิ้มบอกว่าสงบไม่มีอะไร คุณมานิตกับหลวงกลอยู่ข้างใน เวลานี้ไม่ได้ถ่าย พวกเราจึงตกลงไปโรงถ่ายสะพานขาวเพื่อพบนายกระเศียร วสุวัต ซึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพเหตุการณ์รอบ ๆ นอก


ไปถึงโรงถ่ายสะพานขาว รถยนต์สำหรับถ่ายหนังจอดนิ่งอยู่หน้าโรง กล้องใหญ่มิตเชลยังอยู่บนรถ ในสำนักงานเกลื่อนกลาดไปด้วยฟิล์มหนังและอะไรต่ออะไรยุ่งไปหมด ตัว “แคมเมอร่าแมน” นั่งคอพับอยู่บนเก้าอี้นวม มีท่าทางบอกว่าอ่อนเปลี้ยเต็มที พอผู้เขียนไปถึง แคมเมอร่าแมนก็รายงานว่า ถ่ายหนังเงียบใช้กล้องใหญ่มิตเชลบ้าง เบลโฮเวลบ้าง กล้องมืออายโมบ้าง ถ่ายอะไรต่ออะไรไว้มากมาย สิ้นฟิล์มไปร่วม ๒,๐๐๐ ฟุต ยังอยู่ที่กล้องอายโมที่หลวงกลอีก และว่าจะควรถ่ายอะไรต่อไปอีก ผู้เขียนเห็นว่าถ่ายเก็บเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้มากแล้วก็ไม่ถ่ายอะไรอีก คืนนั้นก็ลงมือล้างเนกาติฟ


รุ่งขึ้นตอนบ่าย ผู้เขียนไปตรวจเนกาติฟที่ถ่ายทั้งหมด เป็นฟิล์มรวม ๓,๐๐๐ ฟุต บางตอนมัวไปบ้าง และเสียบ้างเล็กน้อยเลยตกลงพิมพ์เป็นโปซิทิฟทั้งหมด


ตกเย็นได้รับโทรเลขจากบริษัทหนังในอเมริกา ๒ บริษัท มีข้อความยืดยาวแต่คล้ายกัน ซึ่งรวมเป็นใจความว่า ให้ถ่ายหนังคุปเดต้าต์ในสยามไว้มีเท่าไรเอาหมด คิดราคาให้ตามอัตราพิเศษ ส่งเนกาติฟทางเรือบินด่วน พวกเราทุกคนมองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม แล้วเราก็ดื่มไชโย

พอค่ำ พิมพ์โปซิทิฟเสร็จก็ทดลองฉายดู ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ตัดต่อ จบแล้วผู้เขียนกับนายกระเศียรก็เข้าห้องต่อหนัง ตัดเนกาติฟแล้ว คัดซีน (Scene) ที่จะทำเป็นเรื่องสำหรับของเราไว้ให้ครบชุดพวกหนึ่ง ตัดแบ่งซีนยาว ๆ และเลือกซีนคล้าย ๆ กันออกมารวมไว้อีกพวกหนึ่ง สำหรับแบ่งแยกส่งให้สองบริษัทฝรั่ง เสร็จแล้วผู้เขียนเอาโปซิทิฟ (สำหรับเนกาติฟ) ที่จะส่งฝรั่งมาตรวจด้วยเครื่องมูฟวิโอล่า ดูภาพสำหรับเขียนคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ แล้วรีบจัดส่งไปอเมริกาทางเรือบินให้บริษัททั้งสองทันที


เสร็จเรื่องทางฝรั่งแล้วก็มาจัดทำทางเรา คือทำไตเติ้ลนำเรื่องและไตเติ้ลอธิบายภาพเหตุการณ์ทุกตอน ที่จริงเวลานั้น ภาพยนตร์เสียงศรีกรุงทำหนังพูดได้แล้ว แต่ถ่ายเป็นหนังพูดไม่ทันก็ต้องทำเป็นหนังเงียบ ถ่ายไตเติ้ลแล้วก็ตัดต่อลำดับภาพ พิมพ์เป็นโปซิทิฟเสร็จสมบูรณ์เป็นหนังข่าวเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕

ประมาณอีก ๓ วันต่อมา ภาพยนตร์เสียงศรีกรุงก็ได้รับโทรเลขจากอเมริกา เป็นของบริษัทหนึ่งที่เราส่งหนังไปให้ เขาตอบมาเป็นใจความว่า คุปเดต้าต์เมืองไทยไม่เห็นมียิงกันสักหน่อย บริษัทไม่เอา


มิหนำซ้ำข้างท้ายโทรเลขยังบอกมาอีกว่า ถ้าจะเอาหนังคืนก็ให้ส่งเงินไปสำหรับเป็นค่าส่งกลับ พวกเราทุกคนมองหน้ากันแล้วก็พยักหน้าแล้วเราก็ดื่มเงียบ ๆ


แต่การที่บริษัทนี้ยังมีแก่ใจตอบมาก็ต้องนับว่าดี เพราะทำให้เราได้รู้ถึงความเข้าใจของเขาในเรื่องดุปเดต้าต์ ส่วนอีกบริษัทหนึ่งเงียบหายไม่ตอบเลย บางทีเขาจะโกรธว่าเอาหนังคุปเดต้าต์อะไรไปให้ก็ไม่รู้

จาก หนังไทยในอดีต หนังเงียบวันปฏิวัติ โดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์)
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารปาริชาต ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๒

ภาพ : มานิต และ เภา วสุวัต ถ่ายรูปร่วมกับคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ที่บ้านศรีกรุง บางกะปิ
แถวหน้า   : พันเอก ทวน วิชัยขัตคะ, มานิต วสุวัต, เภา วสุวัต (หลวงกลการเจนจิต)
แถวกลาง  : พลเรือตรี สงวน รุจิราภา, นาวาตรี หลวงนิเทศกลกิจ, ควง อภัยวงศ์
แถวหลัง   : หลวงนฤเบศมานิต, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, พลโท ประยูร ภมรมนตรี, พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย


บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 446


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 19:27


ทำไมไม่เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่า  ทำความดีแข่งกันจะดีกว่า ถ้าคิดแบบนี้ได้ จะปกครองแบบไหนก็เจริญทั้งนั้น
ความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดาโลกค่ะ    ไม่มีสังคมไหนทำให้คนเห็นในทางเดียวกันได้หมดโดยไม่ต้องบังคับ
ฝ่ายที่แตกต่างทั้งสองฝ่ายก็มีทัศนะว่าตัวเองกำลังทำดีให้สังคม   
ในเรือนไทยก็เหมือนกัน   คุณเพ็ญชมพู ดิฉัน และท่านอื่นๆ ก็ไม่ได้มีความเห็นตรงกันในหลายๆเรื่อง   แต่ถ้าแสดงความเห็นกันไป โดยไม่มีใครพยายามปิดปากใคร แบบไม่ยอมให้ออกความเห็น  ดิฉันก็ถือว่าที่นี่ประชาธิปไตยพอแล้วนะคะ

ต้องขออภัยที่ทำให้เข้าใจผิดครับ  ผมกำลังหมายถึงผู้ที่มีบทบาทในทุกฝ่ายครับ  ควรแข่งกันทำความดี  ในที่นี้หมายถึงว่า อะไรที่ดีกว่าฝ่ายตรงข้ามเคยทำไว้ / เคยไปวิจารณ์เขาไว้ ก็ควรเร่งทำให้ออกมาเป็นรูปธรรม ขอไม่ยกตัวอย่างนะครับ  เพราะคิดว่าสิบกว่าปีมานี้  ก็น่าจะพอทราบกันดีอยู่แล้วว่า อะไรควรทำบ้าง


บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
อสุรผัด
*
ตอบ: 39


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 21:39

เหมือนกับว่าช่วงนี้มีข่าวว่าสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับคณะราษฎรจะหายไป เช่นแท่นหมุด รูปปั้น แถมกองทัพก็มีสร้างอาหารตั้งชื่อห้องที่เกี่ยวกับกฏบวรเดช มีพูดชื่นชมอีก ทำให้งงกับการเมืองสมัยนี้จริงๆว่าจะทำอะไร
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 401

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 25 มิ.ย. 20, 22:47

เหมือนกับว่าช่วงนี้มีข่าวว่าสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับคณะราษฎรจะหายไป เช่นแท่นหมุด รูปปั้น แถมกองทัพก็มีสร้างอาหารตั้งชื่อห้องที่เกี่ยวกับกฏบวรเดช มีพูดชื่นชมอีก ทำให้งงกับการเมืองสมัยนี้จริงๆว่าจะทำอะไร

ความจริงก็ยังมีเหมือนเดิมไงครับ หมายถึงตัวข้อมูลไม่มีใครไปทำลายหรือเปลี่ยนแปลงแต่การตีความนั้นจะเปลี่ยนไปเพราะมีการศึกษารอบด้านขึ้น ตีความด้วยมุมมองตามสภาวการณ์มากขึ้น อย่าพึ่งไปปักใจที่รู้มาแต่เดิมนั้นผิด ก็ต้องใช้เหตุผลมาคุยกัน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11367



ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 26 มิ.ย. 20, 14:26

๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนกองทัพบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลแก่ พ.อ.พระยาศรีสิทธิสงคราม เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันและยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย

บางคนอาจจะเห็นด้วยกับกองทัพ บางคนไม่เห็นด้วย หนึ่งในนั้นคือ คุณเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)

กองทัพบกในประเทศประชาธิปไตยอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ต้องพึงระวังการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม และขัดกับบทบาทหน้าที่ การจัดงานรำลึกกบฎบวรเดชในวันรำลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎรในวันที่ ๒๔ มิถุนายน นั้น ยิ่งเป็นการเมืองอย่างยิ่ง เอกสารของสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ซึ่งถือเป็นแถลงการณ์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรถือเป็นการรัฐประหารเพื่อล้มราชบัลลังก์ นับเป็นคำประกาศที่น่าละอายและสร้างความแตกแยกของกองทัพในศตวรรษที่ ๒๑ และจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ของคณะราษฎร เป็นการปฏิวัติสยามซึ่งเป็นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจการปกครองจากระบอบกษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันเป็นมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ Constitutional Monarchy ทำให้เกิดระบบรัฐสภา และรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้เช่นเดียวกับ อังกฤษ เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ ฟินแลนด์ และญี่ปุ่น และวิกฤตเศรษฐกิจโลกในขณะนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ ไม่ใช่การรัฐประหารรัฐบาลประชาธิปไตยเหมือนในช่วงหลั ๘๘ ปีประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมา

หากกองทัพบกยังจำได้ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๗๙ ได้มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ปราบกบฏหรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญขึ้นที่บริเวณหลักสี่ บางเขน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สู้รบเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดชเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นนักโทษทางการเมืองส่วนหนึ่งถูกส่งไปเกาะตะรุเตา และต่อมามีการนิรโทษกรรมทางการเมืองทั้งหมด แต่วันนี้อนุสาวรีย์หายไปไหน ⁉️

https://www.facebook.com/750777768351249/posts/2986136641482006/
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง