เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 125264 รำลึกถึงดาวเสียงที่ดับแสงไปแล้ว
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 26 ก.ค. 12, 09:06

หลายวันมานี้ เข้าไปในยูทูป  ลองพิมพ์ชื่อหาเพลงเก่าเพลงหนึ่งที่หามานานแล้ว โดยไม่หวังอะไรมาก  
พบด้วยความประหลาดใจว่า เพลงที่เคยนึกว่าหายาก ไม่รู้จะหาฟังที่ไหนนั้น มีผู้ใจดีนำขึ้นยูทูปให้มีโอกาสฟังทั่วกัน    จากเพลงหนึ่งก็พลอยเจออีกเพลงหนึ่ง ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ หลายสิบเพลง
ได้ยินเสียงของนักร้องเก่าๆ ที่เคยได้ยินเมื่อตอนเด็กๆ    และไม่รู้จะหาฟังที่ไหนอีกเพราะท่านเหล่านั้นล่วงลับไปแล้ว
ได้ยินเสียงดนตรีที่เป็นดนตรีแท้ๆ ไม่ใช่มาจากดนตรีไฟฟ้า
ได้ยินเสียงร้องที่ชัดเจนแบบไทย  ไม่ปนการออกเสียงแบบฝรั่ง  
ได้ยินเนื้อร้องที่งดงามด้วยวรรณศิลป์   เรียกได้เต็มปากว่าเป็นบทกวี  สอดประสานกับทำนองอย่างไร้ที่ติ  

จึงขอนำเพลงของท่านเหล่านั้นมาให้ฟังอีกครั้ง  บางท่านอาจเคยได้ยินตอนเด็กๆเหมือนดิฉัน  บางท่านอาจเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่อื่นๆร้องให้ฟัง ในฐานะเพลงโปรดของท่าน
ในฤดูฝนที่บางทีเราก็นั่งจับเจ่าอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปเห็นแต่ฟ้าสีเทาครึ้ม สายฝนโปรย  ฟังเพลงเก่าๆ เย็นหู  ได้บรรยากาศร่มเย็นแห่งอดีตคืนกลับมาอีกครั้ง

ป.ล. ถ้าท่านประสงค์จะร่วมวง   ดิฉันขอจำกัดวงไว้ว่า เป็นเพลงของนักร้องที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้นนะคะ เพื่อจำกัดวงของกระทู้ไม่ให้กว้างจนเกินไป    
ต่อไปอาจมีกระทู้เพลงในอดีตของนักร้องในอดีตที่ยังอยู่ในปัจจุบันอีกก็ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 09:20

ขอประเดิมด้วยเพลง กลิ่นเกล้า  ผลงานของครูไพบูลย์ บุตรขันธ์ ผู้แต่งเพลงมนต์รักลูกทุ่ง
เคยได้ยินเพลงนี้ตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่รู้ว่าเพลงอะไร   จำเนื้อร้องบางตอนได้ว่าไพเราะมาก   ลองพิมพ์เนื้อท่อนนั้นลงในกูเกิ้ลก็พบว่าเป็นเพลง กลิ่นเกล้า   แต่ไม่รู้จะไปฟังที่ไหน
จนมาพบในยูทูป
เพลงนี้บันทึกลงแผ่นเมื่อพ.ศ. 2497 

หวิวไผ่ลู่ลม  ยืนชมขอบคันนา  ไกลสุดตา ฟ้าแดงเรื่อ
หอมกลิ่นปรางกรุ่นเจือ  แซมกลิ่นเนื้อน้องนาง ไม่จางสดใส...
เห็นหนึ่งน้องนาง  เอวบางรูปลอยลม  ชวนให้ชมชิดเชยใกล้
ผิวผ่องงามประไพ ดูอ่อนไหวพริ้งเพรา สาวชาวนาเอย
ผมสลวยสวยขำดำเป็นเงา  พี่ขอให้นามตัวเจ้า แม่โพสพทรามเชย
อย่าหานางน้องใดไหนเอ่ย  เทียบเลยแข่งขัน เคียงคู่น่าอายอดสูรวงทองเทวี
หอมกลิ่นเกล้านาง  เจือจางกลิ่นลั่นทม  ลอยกรุ่นลมหวนใจพี่
ถึงอยู่นานกี่ปี  มีแม่ศรีแนบกาย  ขอตายบ้านนา

มีผู้โพสต์ในยูทูปว่า
"ณ กระท่อมริมทุ่งบางกะปิ ชายวัยกลางคนผู้หนื่งยืนอยู่ริม­ระเบียง ตามองไปเบื้องหน้า
ฤดูนั้นเป็นฤดูหนาว ท่ีข้าวในทุ่งกำลังเหลืองอร่ามส­ุดลูกตา
สายตาของชายผู้นั้นจับจ้องอยู่ท­่ีชาวนากลุ่มหนื่งท่ีกำลังเกี่ย­วข้าวกันอยู่ขะมักเขม้น ไม่ไกลนัก
ในกลุ่มชาวนานั้น มีพี่น้องสองสาว กำลังอยู่ในวัยสาวเต็มท่ี กำลังช่วยพ่อแม่เกี่ยวข้าวอย่าง­ขยันขันแข็ง
ชายกลางคนผู้นั้น จับจ้องสองสาวคู่นั้นด้วยจิตวิญ­ญาณของกวีผสมกับอัจฉริยทางดนตรี
และแล้วท่วงทำนองและเนื้อเพลงก็­เกิดชึ้น " หอมกลิ่นเกล้านาง......."

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 09:32

ขอนำประวัติคุณนริศ อารีย์ มาให้อ่านกันค่ะ
นริศ อารีย์ (31 ธันวาคม พ.ศ. 2473 - 30 กันยายน พ.ศ. 2554) เป็นนักร้องเพลงลูกกรุงรุ่นใหญ่ ที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสามขุนพลเพลงลูกกรุง ร่วมกับ สุเทพ วงศ์กำแหง และชรินทร์ นันทนาคร

นริศ อารีย์ เป็นน้องชายแท้ๆของ วรนุช อารีย์ นักร้องนำวงสุนทราภรณ์  เรียนจบจากโรงเรียนบพิตรพิมุข   ไม่เคยคิดจะเป็นนักร้องมาก่อน  หากแต่มีน้ำเสียงไพเราะ  จึงลองเข้าประกวดร้องเพลงที่วิทยาลัยบพิตรพิมุข ได้รางวัลชนะเลิศ   ความใฝ่ฝันของนริศคือเป็นทหารอากาศ  แต่พลาดในการสอบเข้า  จึงหันไปสู่วงการนักร้อง  ร้องประกวดตามเวทีต่างๆ จนมาแสดงละครวิทยุและร้องเพลงกับคณะละครพันตรีศิลปะ และร้องเพลงสลับฉากที่ศาลาเฉลิมไทย และศาลาเฉลิมกรุง รุ่นเดียวกับสุเทพ วงศ์กำแหง และชรินทร์ นันทนาคร

เพลงของนริศ อารีย์ ที่มีชื่อเสียง คือเพลง "ชั่วนิจนิรันดร" (พยงค์ มุกดา) "คอย" และ "สักวันหนึ่ง" (ป. ชื่นประโยชน์) "ผู้ครองรัก" และ "ผู้แพ้" (รัก รักษ์พงษ์ หรือ สมณะโพธิรักษ์) "เปียจ๋า" และ "ม่วยจ๋า" (สุรพล โทณะวณิก) "กลิ่นเกล้า" และ "แม้พี่นี้จะขี้เมา" (ไพบูลย์ บุตรขัน)

นริศ อารีย์ ป่วยเป็นอัมพาตในบั้นปลายชีวิต   ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ภาพ จากซ้ายไปขวา นริศ อารีย์ สุเทพ วงศ์กำแหง  ปรีชา บุณยเกียรติ และชรินทร์ นันทนาคร


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 10:24

เพลงที่ 2 ที่นำมาลงในกระทู้ ที่นริศขับร้องเช่นกัน  คือ "เหมือนไม่เคย"  เนื้อร้องได้รับแรงบันดาลใจจากกาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร  ในตอนปลายอยุธยา  ที่ขึ้นต้นว่า
เรื่อยเรื่อยมารอนรอน    ทิพากรจะตกต่ำ 
สนธยาจะใกล้ค่ำ        คำนึงหน้าเจ้าตราตรู 
รื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง    นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ตัวเดียวมาพลัดคู่      เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย 

ผู้แต่งเนื้อร้องเพลงนี้คือ ชาลี อินทรวิจิตร (ศิลปินแห่งชาติ  ปี 2536) ส่วนทำนองแต่งโดย   ประสิทธิ์ พยอมยงค์ (ศิลปินแห่งชาติ  ปี 2532)





เรื่อย เรื่อย มาเรียงเรียง
นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ตัวเดียวมาไร้คู่
เหมือนพี่อยู่เพียงเอกา

ร่ำร่ำ ใจรอนรอน
อกสะท้อน อ่อนใจข้า
ดวงใจ ไยหนีหน้า
โถแก้วตา มาหมางเมิน

รู้ไหม ใครช้ำเท่า
เหมือนพี่เศร้า เจ้าห่างเหิน
เคยแนบแอบอกเพลิน
กลับหมางเมิน เหมือนไม่เคย

แจ้วแจ้ว จำนรรจา
ยกดินฟ้ามาอ้างเอ่ย
แรมรา มาละเลย
เหมือนไม่เคยเลยหรือไร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 10:29

เพลง ชั่วนิจนิรันดร มีนักร้องนำมาร้องกันหลายคนด้วยกัน  ส่วนใหญ่เรามักได้ยินเพลงนี้จากเสียงของสุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร  หรือนักร้องหลังจากนั้นก็คือเบิร์ด ธงไชย
แต่คนแรกที่ร้องเพลงนี้คือนริศ อารีย์  บันทึกลงแผ่นเมื่อพ.ศ. 2492  คำร้องและทำนองโดยพยงค์ มุกดา ศิลปินแห่งชาติ



ฉันรักเธอรักเทียบเสมอกับดวงชีวิต
รักเธอชั่วนิจนิรันดร
แม้เธอห่างไกลใจก็หวงห่วงนิวรณ์
ถึงแม้ม้วยมรณ์ไม่ถอนรักที่มี

รักฉันมั่นเหมือนดังตะวันมั่นรักฟากฟ้า
รักดังหมู่ปลารักวารี
เหมือนดังกับแหวนแสนจะรักแก้วมณี
เหมือนขุนคีรีสวาทพื้นดินเดียวกัน

มากมายราวกับห้วงมหรรณพ
มิรู้จบดังกับมีทำนบกั้น
แต่มั่นคงเหมือนดั่งสิงขรซ้อนแผ่นดินนั้น
ทั้งความซื่อสัตย์มัดใจคงมั่น ดั่งตะวันซื่อต่อฟ้า

ฉันรักเธอแท้จริงเสมอไม่ลวงให้หลง
รักฉันมั่นคงดังวาจา
เห็นใจเถิดหนอขอมอบไว้ให้สัญญา
ฉันจะบูชา ชั่วนิจนิรันดร

ชั่วนิจนิรันดร..ชั่วนิจนิรันดร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 10:37

เพลง ผู้แพ้  นริศ อารีย์ก็ขับร้องเป็นคนแรกเช่นกันค่ะ
แต่งทั้งทำนองและเนื้อร้องโดยนักจัดรายการวิทยุ แห่งช่อง 4 วังบางขุนพรหมเมื่อกว่า 50 ปีมาแล้ว  ชื่อรัก รักพงษ์    ปัจจุบันรู้จักกันในนามสมณะโพธิรักษ์ แห่งสันติอโศก



ผู้แพ้
 
คำร้อง/ทำนอง รัก รักพงษ์
ต้นฉบับขับร้อง นริศ อารีย์
 
ระกำดวงใจกระไรหนอบาป แสร้งสาปวนเวียนเจียนจน
ช้ำป่นฤทัยร้าวในอกเรา เบียนเบียดจนสุดบรรเทา
ทุกสิ่งไซร้ดูซมเซา กระเซ็นมลายพ่ายไป

ฉันทนทานใจกระไรเหลือข่ม ยิ่งตรมระทมทวี
ลี้หลบชะตาระอาอกใจ อยู่ก็อยู่อย่างผู้ปราชัย
ช้ำสุดช้ำในทรวงใน ทรงกายทรงใจอยู่เอย

แพ้จนรักสิ้นสลาย ทำลายเราป่น สุดทนเปรียบเปรย
แพ้ไปทุกสิ่งอกเอ๋ย  ไม่เหลืออันใดเลย ชะตาเอ๋ยช่างเลวทราม

แพ้เกมชีวีสิ้นดีทุกอย่าง แต่ก็ภูมิใจไม่จาง ที่จิตของเรามิเลวพ่ายตาม
ยังยิ่งยงเป็นใจดวงงาม  แพ้ก็แพ้ชะตาทราม   ดวงใจทรงความมั่นคง 
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 10:59

           ชอบเพลง ชั่วนิจนิรันดร กับ สักวันหนึ่งของคุณนริศ ครับ

            ขอนำเสนอนักร้องชายวงสุนทราภรณ์ผู้ล่วงลับไปแล้วท่านนี้ ที่มักจะถูกจัดให้ร้องเพลงสนุกสนาน
เป็นส่วนใหญ่และจับคู่ร้องเพลงคู่กับคุณศรีสุดา
            แต่ถึงเวลาร้องเพลงช้าๆ ซึ้งๆ  ท่านก็สามารถถ่ายทอดได้ไพเราะซาบซึ้งเช่นเพลง บ้านของเรา

            เพลงที่เลือกมาชวนฟังจากเสียงของคุณเลิศ ประสมทรัพย์คือ โลกยังรักเรา ครับ
ชอบที่สุดตรงทำนองเสนาะฟังครั้งเดียวก็ติดหูโดยง่าย

              เกิดเป็นคนอยู่ในสังคมเราท่าน
อย่ามัวคร้าน คิดอ่านหางานชีวัน
สู้ชีวิตนี้ไปด้วยกัน
เหวี่ยงมันหมุนไปกับวัน ประชันกับสังคมกว้าง
              สุขเถอะเรา สุขกันทั้งปีดีกว่า
อย่ามองฟ้าฝันด้วยน้ำตาพร่าพราง
แบบชีวิตนั้นมันบอบบาง
อย่ายอมซบซมโศกคราง หลีกทางให้พ้นความเศร้า

              เฮ้ เฮ้ ฮ้า ฮ้า เฮฮาหัวเราะ... โห่เห่ฮ้าไฮ้
ยิ้ม ๆ แย้ม ๆ ยียวนยั่วใจ อะไรนั่นเล่า
ก็โลกน่ะสิ ดนตรีซี้เซ้า
หญิงชายฉายคู่คลอเคล้า เริงสุขเล้าโลมชีวัน
              ช่างปะไรที่ใครเขาชังพังอก
โลกยังรกรักเกลื่อนเหมือนดาวพราวพรรณ
โชคจะร้ายหรือดีช่างมัน
โลกยังรักเราเท่ากัน นี่เพียงเท่านั้นเราหวัง

        
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 11:01

            ข้อมูลจากเว็บบ้านคนรักสุนทราภรณ์บอกว่า เพลงนี้ทำนองโดย ครูเอื้อ
และคำร้อง โดยครูศรีสวัสดิ์ และ
               เพลงนี้แต่งขึ้นเพราะอุปสรรคในความรักของหม่อมหลวงปราลีกับคุณเลิศ

            เคยพบคุณเลิศกับม.ล.ปราลีในตอนบั้นปลายชีวิตของคุณเลิศเมื่อท่านป่วย
อาจารย์หมอ(อาวุโส)ที่สนิทกับท่านกล่าวอย่างติดตลกประมาณว่า ตอนนี้คงร้องเพลงต่อตี
กับศรีสุดาไม่ไหวแล้ว


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 11:16

ประวัติตัดตอนจากหนังสือ  "ครูเพลง" (ฉบับพิเศษ) ของ ถวัลย์ สุรภาพประดิษฐ์

          เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2466  ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่างานวัดไหน
มีการประกวด เลิศต้องไปประกวดที่นั่น และได้รับรางวัลที่หนึ่งทุกครั้ง

          เลิศเข้าทำงานที่กรมโฆษณาการ กับครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูเอื้อให้หัดเป่าทรัมเป็ต และตีกลอง
จนสามารถอ่านโน้ตเพลงและแต่งเพลงได้

           ในปี พ.ศ. 2497 เลิศได้อาสาสมัครไปรบยังสมรภูมิเกาหลี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2497
ในสังกัด ผ.ส. 21 ร.พัน 1 (อิสระ) หน่วยบำรุงความสุข (ดนตรี)
          จากการอยู่ประเทศเกาหลีเป็นเวลาปีกว่า เลิศชอบเพลงอารีดังของเกาหลีมาก หัดร้องจนได้
ภาษาของเขาและใส่เนื้อร้องภาษาไทยในเวลาต่อมา

จากยูทูบมีเพลงไพเราะจากเกาหลีจากเสียงคุณเลิศที่เคยฟังคุ้นหูสมัยเด็กๆ เพลงนี้ครับ

ริมฝั่งน้ำแพงม้า

           
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 11:25

ขอต้อนรับคุณ SILA ที่มาร่วมวง ด้วยเพลงที่คุณเลิศ ประสมทรัพย์ แต่งให้ม.ล.ปราลี มาลากุล คู่ชีวิตของท่านค่ะ
เพลงนี้ดัดแปลงจากทำนองไทยเดิม  ต้อยตลิ่ง

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 11:28

เพลงตามคำขอค่ะ



เนื้อร้องและทำนอง แต่งโดย ป. ชื่นประโยชน์

 สักวันหนึ่งเธอ  คงคิดถึงฉัน        แหละแล้ววันนั้น  เธอต้อง ร้องไห้
เธอลืมฉันลง จะจริงหรือใจ           รอดูกันไป เถิดหนา
สักวันหนึ่งเธอ   คงรู้ว่าฉัน           มั่นรักเพียงไหน   จริงใจยิ่งกว่า
คราใดรู้ตัว อกเธอร้าวรัวเจียนบ้า    ยิ่งกว่าตัวฉัน 
เกิดมาชาตินี้ มีรักไม่จริง             ขอสาป ทิ้งไป ไม่ปองผูกพัน
ไม่รักอีกเลย ใจเดียวเท่านั้น         ฉันไม่เหลือ เผื่อใคร
สักวันหนึ่งเธอ  ที่ทำแก่ฉัน          แหละแล้ววันนั้น    เธอต้องหมองไหม้
เธอลืมน้ำคำ  เจ็บจำช้ำใจ           คงได้ กับเธอ สักวัน


นริศ อารีย์ บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2498 โดยบริษัทดีคูเปอร์ จอห์นสัน
ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2509 โดยบริษัทกมลสุโกศล
และครั้งที่ 3 โดย ห้างแผ่นเสียงเมโทรและเทป
เพลง "สักวันหนึ่ง" เป็นเพลงหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ นริศ อารีย์
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 11:34

          หลังจากอยู่เกาหลีและญี่ปุ่นประมาณ 1 ปี 6 เดือน เลิศก็กลับเมืองไทย
และได้นำเพลงมาใส่เนื้อไทย บันทึกแผ่นเสียงด้วยวงดนตรีสุนทราภรณ์ เลิศได้เข้าทำงาน
ที่กรมประชาสัมพันธ์อีกครั้งในปี พ.ศ. 2498 ครูเอื้อเห็นว่าเลิศเหมาะที่จะเป็นนักร้องมากกว่า
เป็นนักดนตรี จึงให้ร้องเพลง และอยู่วงสุนทราภรณ์มาตลอด

            เลิศเป็นนักร้องชายที่มีชื่อเสียงมาก เป็นที่รู้จักกันในแนวเพลงตลก มีนักร้องคู่กับ
ศรีสุดา รัชตะวรรณ เป็นสัญลักษณ์ของวงสุนทราภรณ์ เพลงที่ผู้ฟังนิยมชมชอบก็คือเพลงจังหวะเร็ว
ซึ่งแทรกความตลกไว้ในเพลง เช่น เพลงในจังหวะตะลุง และ เพลงสนุกสนาน ได้แก่เพลง "จุดไต้ตำตอ"
และ "สาวบ้านแต้" ที่ร้องคู่กับศรีสุดา รัชตะวรรณ

              โดยส่วนตัวชอบเพลงคู่กับคุณศรีสุดา เพลงนี้ที่สุด ครับ ตรงที่เนื้อร้องแบบภาษากวี
มีความโรแมนติกมากและมีท่อนที่ทั้งสองร้องประสานเสียงคู่กันด้วย

ดีใจมากที่มีคลิปบันทึกการร้องสดออกอากาศทางโทรทัศน์ด้วย

     
     
                             พนาโศก 

คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ            ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน       
 
ช)..ย่ำค่ำยามพลบซบฟ้า โพ้นพนาโศกสั่ง
นกกาคล้อยคลาคืนรัง ข้ายังสัญจร
..ย่ำค่ำยามพลบโพล้เพล้ ขวัญชวนเซเร่ร่อน
ร้างรานิจจาอาวรณ์ จะนอนไหนเล่า
..ไม้หมองคลองครึ้ม โศกซึมทึมทึมงึมเงา
ไหว้วอนขอนอนซอนเศร้า ให้ลมเคล้าอกโรยร้าวราน
..ย่ำค่ำยามพลบลบไร้ ผีพรายไพรเพ่นพ่าน
เสียงเพลงพลบยังกังวาน กล่อมปราณฝันเปลี่ยว

ญ)..ค่ำคืนเดือนคล้อยเคล้าฟ้า โพ้นพนาป่าเปลี่ยว
ร้างราขวัญมาดายเดียว โศกเซียวเสียวทรวง
..ค่ำคืนยืนฝันขวัญหาย เห็นดาวรายลู่ร่วง
ฟ้าพรายเสียดายดาวดวง ถูกทวงแสงเศร้า
..สงสารขวัญเพ้อ ละเมอเรียกเธอเบาเบา
เรียกมานิทราทูนเกล้า เฝ้าโลมเล้ากอดเกลาเคล้ากัน
..ค่ำคืนเดือนคล้อยลับฟ้า ขวัญชีวาหวาดหวั่น
นกไพรพิไรรำพัน ว่ามันเหมือนข้า

พร้อม)..ค่ำคืนเดือนคล้อยเคล้าฟ้า โพ้นพนาป่าเปลี่ยว
ร้างราขวัญมาดายเดียว โศกเซียวเสียวทรวง
..ค่ำคืนยืนฝันขวัญหาย เห็นดาวรายลู่ร่วง
ฟ้าพรายเสียดายดาวดวง ถูกทวงแสงเศร้า
..สงสารขวัญเพ้อ ละเมอเรียกเธอเบาเบา
เรียกมานิทราทูนเกล้า เฝ้าโลมเล้ากอดเกลาเคล้ากัน
..ค่ำคืนเดือนคล้อยลับฟ้า ขวัญชีวาหวาดหวั่น
นกไพรพิไรรำพัน ว่ามันเหมือนข้า 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 12:09

ชอบเพลงของนริศ อารีย์เพลงนี้    เป็นเพลงหาฟังยาก  ทำนองและเนื้อร้องเป็นภาษารุ่นเก่าที่ไพเราะมากค่ะ
ผลงานของอุทิตต์ ทินกร ณ อยุธยา และประสิทธิ์ พยอมยงค์



ดึกดื่นคืนนี้มีแสงจันทร์  เฉิดฉันพราวพราย
ชื่นไม่วาย  แดนฟ้าไกล แขไขกระจ่าง
เบื้องบนสวรรค์นั้นแพรวพรรณด้วยจันทร์ลอยคว้าง
แสงเดือนสว่างพร่างนภา

โอ้ดวงจันทร์นั้นลอยอยู่ไกล  เรามองได้แต่ตา
หากปรารถนาเดือนแค่ไหน  เราก็ได้แต่มอง
สุดเอื้อมมือสอย ได้แต่คอย ลอยมาให้ประคอง
แม้ได้สมปอง ไม่ร้างรา

แต่เดือนดวงนี้  ดูยิ่งไกล ไกลจนสุดนัยน์ตา
หากจะคอยหาเดือนแค่ไหน  คงจะไม่มาเยือน
อกเศร้าเราเอ๋ย  กระไรเลยเคยเป็นห่วงดวงเดือน
แล้วกลับร้างเลือนไม่เห็นใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 12:38

ใครที่แฟนพันธุ์แท้ของม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์  คงจำเพลง "พี่เกลียดวสันต์" ของท่านได้     คุณนริศ อารีย์มีเพลง "พี่รักวสันต์"
เพลงทั้งสองเพลงนี้บรรยายถึงอารมณ์รักในฤดูฝนเหมือนกัน    และนำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม   "ลาวสวยรวย"  เหมือนกันอีก
แต่ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงตีความไปคนละทาง  ออกมาสละสลวยไม่แพ้กัน



พี่รักวสันต์
คำร้อง - ทำนอง :  สง่า  อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ

พี่รักวสันต์   ใจพี่ฝันคะนึงถึงเจ้า
ป่านนี้น้องคงหมองเศร้า  ขวัญเจ้าอยู่เดียวดาย
หยาดฝนเย็น  เหมือนเป็นน้ำสังข์เสี่ยงทาย
ให้เราสองรักร่วมตาย  เมื่อวสันต์กรายเคยได้คลอเคล้า

ยิ่งคิดคะนึงหวน  เสียงลมครวญดังเสียงชวนของเจ้า
พี่กอดกระซิบรำพึงแผ่วเบาๆ
ฟ้าคะนองสองเรายังพร่ำพลอดกัน

(ซ้ำ) ขอให้พี่รักจริง  ยอดหญิงเพ้อรำพัน
สองเรารักมั่น  วสันต์กรายคือวิมาน   
เราร่วมวิญญาณ ดวงใจ และดวงมาน
สาบานรักกันจนวันตาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 26 ก.ค. 12, 13:07

"ลาวสวยรวย" ถูกนำมาใช้เป็นทำนองเพลงไทยสากลอีกครั้ง ขับร้องโดยนริศ อารีย์เช่นกันใน เพลง ผกาฟ้า  เป็นเพลงคู่กับคุณลัดดา ศรีวรนันท์   
ถึงแก่กรรมไปแล้วทั้งสองท่าน
เพลงนี้ ผู้แต่งเนื้อร้องคือคุณศักดิ์เกษม หุตาคม หรือ "อิงอร" นักประพันธ์สำนวนปากกาจุ่มน้ำผึ้ง เจ้าของเรื่อง ดรรชนีนาง
ทำนอง คุณสุรพล แสงเอก



ช .  ชื่นกลิ่นเกสร  ภมรเคล้าเร้ารึงจิต 
สวรรค์นิมิต  เหมือนสร้างสรรค์
สวยสคราญ  แย้มบานช่อประชัน
ต้อนรับสัมพันธ์  ยิ่งนิรันดร์ไมตรี

ช่อเจ้าเอ๋ย  ช่อเจ้าผกาฟ้า
ชาวใต้หมายมา  มอบดวงชีวี
ขอโฉมเฉลา  ยอดเยาวนารี
รับรองไมตรีของพี่ชาวใต้  อย่าให้รัญจวน

ญ .  รื่นคำหวาน  รู้ประสานไมตรีจิต
แสนประดิษฐ์   คิดล่อใจ
สัญญา  อนิจจาน้ำจิตชาวใต้
มั่นหมายผกาฟ้า   ดั่งว่าอาวรณ์

ช .  ขวัญเจ้าเอ๋ย  ขวัญเจ้าผกาฟ้า
ชาวใต้หมายมา  มอบดวงชีวี

ญ .  ขวัญเอ๋ยอกข้า
ช .  ขวัญเอ๋ยจุ่งมา
ญ .  ข้าระแวงไมตรี
ช .  อย่าระแวงปรานี 
ขอมอบดวงฤดี   ไว้จนชีพพี่มอดม้วยมลายลง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.07 วินาที กับ 19 คำสั่ง