เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 14
  พิมพ์  
อ่าน: 59499 คดีลอบสังหาร จอมพลป. : เงื่อนงำเบื้องหลัง ๑๘ ศพ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 19 ก.ค. 12, 12:19

ผู้ที่สนใจชะตากรรมของกบฏนายสิบ ติดตามส่วนหนึ่งได้จากคลิปวิดีโอนี้ค่ะ

สารคดีเชิงข่าว "เรื่องจริงที่โลกภายนอกไม่รู้"   โดยอาคเณย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา หรือแบ๊ว แซมบ้า ทายาทสิบโท ม.ล.ทวีวงษ์ วัชรีวงศ์ ผู้ให้ข้อมูลแก่ ITV โดยได้รับการบอกเล่าจากคุณพ่อ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 19 ก.ค. 12, 19:10

  การลอบสังหารครั้งที่ 2  เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นเดียวกับครั้งแรก     และน่าหวาดเสียวยิ่งกว่าครั้งแรกตรงที่เกิดขึ้นใต้ชายคาบ้านพักของหลวงพิบูลฯเอง ในกรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อ    
  ตอนนั้นเป็นเวลา 19.00 น.  หลวงพิบูลสงครามอยู่ในห้องชั้นบนของบ้าน   กำลังแต่งตัวจะออกไปงานเลี้ยง   ท่านผู้หญิงละเอียดภรรยาของท่านอยู่อีกห้องหนึ่ง   ชั้นล่างมีนายทหารอยู่อีก 3-4 คน ล้วนเป็นเลขานุการและทหารติดตาม
  จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นโดยไม่มีใครคาดฝัน    ตามมาด้วยเสียงหลวงพิบูลฯตะโกนว่า
 "ตาลียิง"
 นายร้อยตรีผล สมงาม นายทหารติดตาม รีบวิ่งขึ้นบันไดไป    พอถึงบันไดชั้นบนก็ได้ยินเสียงปืนอีก 1 นัด    เห็นหลวงพิบูลฯวิ่งออกมาจากห้อง  มีนายลี บุญตาวิ่งไล่หลังมา
   หลวงพิบูลฯร้องบอกอีกว่า "ตาลียิง"    ร้อยตรีผลจึงผลักหลวงพิบูลฯเข้าไปในอีกห้องหนึ่งแล้วโดดเข้าปัดปืนนายลีที่ยกขึ้นจะยิงซ้ำ  ชกนายลีล้มลงก่อนจะเข้าปล้ำแย่งปืน
   พอดีนายทหารอีก 3 คนที่อยู่ในบ้านวิ่งขึ้นบันไดมาถึง     คือนายร้อยเอกเผ่า ศรียานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   นายร้อยตรีเปล่ง  รุจะศิริ  และพันจ่าตรีทองดี จันทนะโลหิต  ก็เข้าช่วยกันจับตัวนายลีไว้ได้  แล้วส่งตัวให้ตำรวจ
  
   การลอบสังหารครั้งนี้ แม้คนร้ายบุกขึ้นไปยิงในระยะกระชั้นชิดถึง 2 นัด   ก็ไม่ถูกทั้ง 2 นัด หรือแม้แต่ถากผิวหนัง     หลวงพิบูลสงครามแคล้วคลาดปลอดภัย    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 19 ก.ค. 12, 19:26

นายลี บุญตา เป็นใคร
นายลี เป็นคนรับใช้ภายในบ้าน   ทำงานมายาวนานถึง 7 ปี เป็นที่เมตตาและไว้วางใจของหลวงพิบูลฯและภรรยา  ถึงขั้นให้ขับรถไปรับส่งลูก   วันนั้นนายลีก็ปฏิบัติหน้าที่โดยเรียบร้อย  ไปรับลูกสาวคนเล็กของเจ้าของบ้านกลับจากโรงเรียนประจำในตอนเย็น   พอตกค่ำก็ขึ้นไปสังหารนายถึงในห้องชั้นบน

คุณจีรวัสส์ ปันยารชุน ลูกสาวของจอมพลป. เล่าถึงเหตุการณ์การลอบสังหารว่า

อ้างถึง
จอมพล ป.ในขบวนผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นคนที่ถูกทำร้ายมากที่สุดนะ เป็นคนถูกจ้องทำลายมากที่สุด คุณพ่อถูกวางยา กินข้าวด้วยกันนายพลเยอะแยะ รวมทั้งจอมพลฟื้นด้วย ที่นั่งกินข้าวด้วยกัน คุณพ่อยังถูกวางยา และคุณพ่อถูกยิงอีก ๒ หนที่สนามหลวงเกือบตาย ระยะเผาขนเลย มาอยู่ตรงประตูรถ พอดีก้มลงหยิบกระบี่  ตอนเผาคุณพ่อยังเห็น ข้างหลังกระโหลกยังเป็นรอยกระสุนถากไป อีกหนหนึ่งก็ไอ้ลี (บุญตา) คนสวน ไล่ยิงระยะติด ๆ คุณพ่อกำลังแต่งตัวไปกินข้าวที่สถานทูตอังกฤษ มันเข้าไปยิง คุณพ่อก็วิ่งออกมาห้องพี่ แล้วออกมาอีกห้องหนึ่ง พอดีคุณเผ่าเขาอยู่ข้างล่าง ขึ้นมาล็อกไอ้ลีถึงบันได ดีที่มันยิงไม่ถูกคุณแม่ คุณแม่มาแต่งตัวห้องพี่ โต๊ะเครื่องแป้งยังเป็นรูกระสุนเลย ตอนนั้นลูก ๆ ไม่อยู่บ้าน พี่อยู่โรงเรียนวัฒนา

ความต่อจากบนนั้น

ป้าจีก็รู้จักนายลีเพราะเป็นคนในบ้าน
"มันเป็นคนสวนในบ้าน เป็นคนอุบลฯ วันนั้นนายลีไปรับน้องสาวที่อยู่โรงเรียนประจำด้วยกัน ไปรับยายเล็กกลับบ้าน เคราะห์ดีมันไม่ฆ่า ตกกลางคืนมาไล่ยิงคุณพ่อ"
นายลีโดนยิงเป้า "เขาว่าเวลามันจะตาย มันตะโกนบอกไหนว่าจะช่วยผมไงๆ"
แล้วคิดว่าใครสั่ง "ต้องไปค้นคำสั่งศาล"
เป็นการแย่งอำนาจกันหรือ "พี่ว่าไม่ใช่การแย่งอำนาจ เป็นการตัดคนที่มีอำนาจ"

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 19 ก.ค. 12, 19:38

เมื่อถูกตำรวจสอบสวน  นายลีให้การว่าที่ขึ้นไปยิงนายก็เพราะเมา   แต่ไม่ยอมปริปากพูดว่ามีใครจ้างวานมาหรือเปล่า   อย่างไรก็ตาม มีเกร็ดตามที่คุณจีรวัสส์เล่า  ว่า

"นายลีโดนยิงเป้า "เขาว่าเวลามันจะตาย มันตะโกนบอกไหนว่าจะช่วยผมไงๆ"

ถ้านายลีร้องอย่างนั้นจริง ก็แปลว่านายลีถูกจ้างวานมาให้เป็นมือสังหาร     แต่เป็นมือสังหารที่อ่อนหัดมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติการลอบสังหารของโลก    เพราะนายลีมีโอกาสเข้าไปประชิดตัวเหยื่อในห้องเดียวกัน สามารถจ่อยิงได้เลย  เหยื่อไม่มีอาวุธที่จะต่อสู้   ได้แต่วิ่งหนีลูกเดียว   
ถึงกระนั้น นายลีก็ยังวิ่งตามไม่ทัน  ได้แต่ยิงไปถึง 2 นัดในระยะเผาขน     ผลปรากฎว่าไม่ถูกหลวงพิบูลฯแม้แต่ระคายผิว
ถ้าหากว่านายลีเมาอยู่ด้วยในขณะนั้น ก็มีเหตุควรแก่การเชื่อถือ  ว่าทำไมวิ่งเงอะงะและยิงสะเปะสะปะขนาดนั้น   นี่ยังไม่ต้องพูดว่านายลีอาจไม่เคยจับปืนเลยด้วยซ้ำ

เป็นที่น่าสงสัยว่าคนที่จ้างวานมีความคิดอย่างไร   จะหามือปืนดีกว่านี้สักหน่อยไม่ได้หรือ       หรือว่าเป็นดวงของหลวงพิบูลสงครามที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ    ถูกลอบสังหารครั้งแรกก็เจอนายพุ่มคนบ้า    ถูกลอบสังหารครั้งที่สองก็เจอนายลีคนเมา    ท่านจึงแคล้วคลาดไปได้ทั้งสองครั้ง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 19 ก.ค. 12, 20:45

ผมขอตั้งข้อสังเกตุด้วยประโยคคำถามว่า คนที่นายลีหวังว่าจะมาช่วยในนาทีสุดท้ายไม่ให้ถูกประหารได้นั้น น่าจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตคับแผ่นดินเอาการอยู่ คนๆนั้นน่าจะเป็นฝ่ายหลวงพิบูล หรือฝ่ายศัตรูของหลวงพิบูล ?



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 06:53

ข้อความนี้ เป็นอารัมภคาถาของศาลพิเศษในการอ่านคำพิพากษา ได้สรุปย่อไว้ พอที่จะทำให้เชื่อได้หรือไม่ว่า "ท่าน"ที่นายลีพร่ำพรรณนาจะให้มาช่วยคือนายทหารยศนายพันทั้งสองคน หนึ่งในนั้นถูกยิงตายในขณะจับกุม อีกหนึ่งก็ต้องโทษประหารพร้อมๆกับนายลี

หรือจะคอยพระยาทรงสุรเดช ที่ศาลตั้งเป้าไว้ว่าเป็นผู้บงการใหญ่ แต่ขณะเดินเข้าสู่หลักประหารนั้น เป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วว่าพระยาทรงกำลังตกระกำลำบาก ถูกบังคับให้ต้องลี้ภัยไปอยู่เขมร


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 07:19

ต่อ๑



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 07:21

ต่อ๒


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 07:27

ต่อ๓



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 08:27

ละครในเวทีชีวิตจริงบทนี้ จัดให้ พันโทพระสุวรรณชิต เป็นสายลับที่กินเงินเดือนแต่ไม่มีผลงาน จึงสงสัยว่าจะเป็นฝ่ายโน้น กับพันตรีหลวงสงครามวิจารณ์ ผู้ซึ่งเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของพระยาทรงสุรเดช เป็นผู้แสดงนำ

ข้อความโดย: NAVARAT.C
อ้างถึง
ในวันที่ผู้เผด็จการส่งลูกน้องไปจับกุมตัวพระยาทรงสุรเดชที่กรมทหารราชบุรี ได้แยกสายกันจับอดีตนายทหารคนสนิทของท่านในที่ต่างๆกันด้วย พันตรีหลวงราญรณกาจ ได้ต่อสู้จนถูกยิงตาย พันตรีหลวงวรณสฤช ถูกจับที่ปากพนัง เมื่อสันติบาลคุมตัวมาถึงชุมพร ผู้ต้องหารายนี้ได้ฆ่าตัวตาย พันตรีหลวงสงครามวิจารณ์ออกจากราชการไปประกอบอาชีพส่วนตัวอยู่ยะลา ทางราชการแถลงว่าระหว่างทางมีคนร้าย๙คนจะเข้ามาแย่งตัว หลวงสงครามวิจารณ์พยายามจะแย่งปืนจากตำรวจจึงถูกยิงตาย เบื้องหลังนั้นไม่มีใครทราบว่านายทหารทั้งสามเจตนาจะให้ตนเองตาย หรือมีใครจัดให้

ความจริงแล้วพระสุวรรณชิต กับหลวงสงครามวิจารณ์อยู่คนละขั้ว ทางเดินไม่ทับกันอยู่แล้ว ช่วงเกิดเหตุ คนหนึ่งอยู่กรุงเทพอีกคนลาออกไปทำสวนอยู่ที่ยะลา ยังเขียนบทดั้นให้ไปนัดกินข้าวกันได้แถวหน้ากรมทหารบางซื่อ ซึ่งเป็นถิ่นศัตรู ระบุวันที่เสียด้วยคือวันที่๘พฤศจิกายน ๒๔๘๑ การระบุถึงวันที่นี้ทำให้ฝ่ายจำเลยงงเป็นไก่ตาแตกที่จะต้องแก้ว่า วันดังกล่าวนั้น จำเลยไม่ได้อยู่ในร้านนายเซ็งนำที่เกิดเหตุ ก็มันหลายปีมาแล้ว ขนาดตัวจำเลยยังจำไม่ได้ คนรู้จักที่จำเลยขอมาให้การเป็นพยานจะไปจำความละเอียดถึงวันที่นั้นนี้โน้นได้อย่างไร ศาลเลยไม่ให้น้ำหนักและเชื่อว่า ณ วันเวลา และสถานที่ดังกล่าว จำเลยนัดหมายนายลี และ ม.ร.ว.ประยูร (ลูกพี่ลูกน้องของหลวงสงครามวิจารณ์ซึ่งสันติบาลไปตะครุบมาตั้งข้อหา แล้วตอนหลังถูกกันให้เป็นพยานโจทก์) ไปไหว้วานให้คนหนึ่งไปฆ่าหลวงพิบูล อีกคนหนึ่งไปฆ่าพระยาพหล โดยไม่มีค่าจ้างและค่าใช้จ่ายล่วงหน้าแต่ประการใด นอกจากคำมั่นสัญญาว่าถ้าทำสำเร็จแล้วเงินทองจะมาภายหลัง ส่วนจะให้ไปฆ่าเขาอย่างไร สำหรับนายลีก็ไม่ได้บอกหรือมอบเครื่องมือฆ่าให้ ทำให้นายลีต้องไปขโมยปืนนายที่ทิ้งไว้ในรถแล้วขึ้นเรือนไปยิงนายทั้งๆที่ตัวเมา ส่วน ม.ร.ว.ประยูรซัดทอดผู้ที่ตายไปแล้วว่า เอายาพิษใส่ซองส่งให้ตนเอาไปวางยาพระยาพหล แต่ตัวเองใจไม่ถึงจึงเอาทิ้งลงคลองไปแล้ว

ที่ตลกที่สุด เรื่องใหญ่ขนาดนี้ แทนที่จะนัดมาทีละคน แล้วมอบงานกันลับๆ แต่นี่กลับเรียกมือสังหารมาพร้อมๆกัน คนหนึ่งเป็นหม่อมราชวงศ์ อีกคนหนึ่งเป็นคนสวนมาจากอีสาน ต่อหน้าใครก็ไม่รู้อีกสามคน ศาลระบุว่าชาย๒หญิง๑

นายตำรวจสันติบาลเจ้าของคดีที่ทำสำนวนคดีนี้ชื่อพันตำรวจตรี หลวงแผ้วพาลชน ซึ่งได้ดิบได้ดีในราชการการเมืองต่อจากนั้นเป็นต้นมา เพราะทำให้ทั้งอัยการและศาลที่เคารพเชื่อว่าจำเลยผิดจริง ให้ประหารชีวิตทั้งพระสุวรรณชิตและนายลี บุญตา

บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 437


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 11:14

<
โอโห Walther PPK
นั่นปืนของพ่อเจมส์ บอนด์007(ไม่ทราบว่าเป็นอะไรกับคุณsamun007)เลยนะนั่น

ปืนรีวอลเวอร์คือปืนลูกโม่มาตรฐาน บรรจุกระสุน๖นัด
สมัยนั้นคงมีรูปโฉมประมาณนี้นะครับ

กระผมเป็นแค่ลูกกะโล่ของบุรุษจากหน่วย MI5 เท่านั้นขอรับ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 12:12

ถ้าเรื่องนี้เป็น workshop ของนักฝึกเขียนบทละคร  ครูผู้ตรวจจะสั่งแก้บท รื้อฉากร้านเช็งนำทั้งฉากในค.ห. 51 ทิ้ง     เพราะถ้าเอาไปทำละครเวทีแล้ว   แทนที่จะกลายเป็นเรื่องลึกลับสืบสวนสอบสวน จะกลายเป็นเรื่องฮา ให้นักวิจารณ์สับเละ

ตัวละครเอก 4-5 คนเดินออกมากลางเวที  พากันลงนั่งในร้านอาหารจีนที่มีลูกค้านั่งกันอยู่ตามโต๊ะต่างๆ ใกล้กันพอจะได้ยินเสียงพูดคุยแต่ละโต๊ะได้สะดวก      ตัวละครเอกเริ่มคุยกันโขมงโฉงเฉงด้วยถ้อยคำชวนตื่นเต้นระทึกใจทั้งสิ้น
ตัวละครเอกคนแรก พูดกับตัวละครที่สอง
" เรื่องที่พูดไว้ ลื้อต้องทำให้สำเร็จ   อั๊วจะเลี้ยงดูตลอดชีวิต"
" ครับผม  ผมจะพยายามทำให้สำเร็จ"
ตัวละครตัวแรกหันไปพูดกับอีกคน
" เรื่องที่สั่งไว้ คุณต้องทำให้สำเร็จ   ทำอะไรขอให้พร้อมใจกัน  และต้องทำจริงๆ ทำอย่างเด็ดขาด  ความกล้าหาญหมายความว่าฝืนใจหรือหักใจจึงจะเป็นผลสำเร็จ   ตายก็ตายด้วยกัน  ถ้าไม่ตายเงินทองมาเอง   พวกที่อยู่ทุกวันนี้เป็นเพื่อนร่วมตายกันมาทั้งนั้น"
จากนั้นก็พูดต่อว่า
"จงพยายามทำกันให้หมดความสามารถ( น่าจะพิมพ์บทผิด ควรเป็น 'สุดความสามารถ' )ต้องทำกันเด็ดขาด  เมื่อทำสำเร็จแล้วเงินทองจะมาภายหลัง"
ตัวละครไร้ชื่ออีกคน สนับสนุนขึ้นว่า
" เอาเถอะ  ถึงแม้จะพลาดพลั้ง จะส่งเสีย"
ตัวละครที่สอง ยิ้มแย้มแสดงความพอใจ

บททั้งหมดนี้ หาความสมจริงไม่ได้เลย    เพราะคนดูจะเกิดคำถามว่า  ในเมื่อคบคิดทำอะไรถึงขั้น "ตายก็ตายด้วยกัน" ทั้งที   บ้านช่องไม่มีจะให้นั่งปรึกษากันบ้างหรือ  ถึงต้องแห่กันมาพล่ามในร้านอาหาร  ท่ามกลางลูกค้านั่งตะแคงหูฟังอยู่  
ซ้ำยังซวยเจอลูกค้าที่ความจำแม่นยำปานประหนึ่งเครื่องบันทึกเสียง   บันทึกคำได้ยินลงในสมองเป็นประโยคยาวๆไม่มีพลาด  ใครคนไหนพูดคำไหน  ใครตอบว่าอะไร ใครยิ้มรับคำใคร  จำได้โม้ด...

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 12:27

มีความเป็นไปได้อย่างเดียวคือ ลูกค้าในร้านที่กลายมาเป็นพยานปรักปรำจำเลยนี้  ถ้าจำได้ขนาดนี้จริง  ต้องตั้งอกตั้งใจจำคำพูดแน่นอน  นอกจากจำแล้วต้องจดด้วย   ถึงจะไม่ลืม
และเมื่อตั้งใจขนาดนี้ ก็แปลได้อีกอย่างเดียวคือเป็นสายลับฝ่ายทางการที่สะกดรอยความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย  
ในเมื่อเป้าหมายเป็นคนที่มีสายลับสะกดรอย  พระสุวรรณชิตเองก็เป็นสายลับ  ยังไงก็ต้องระมัดระวังตัว   สายลับที่ไหนจะมานั่งยืนยันแผนสังหารอยู่ในร้านอาหาร  เป็นเป้าสายตาและเป้าหูฟังของฝ่ายตรงข้าม
ทำยังกะตัวเองเป็นเจมส์ บอนด์   ไม่ว่าไปไหนต้องทำตัวเป็นเป้าสายตาสาวๆทุกคนในเรื่อง

นอกจากนี้   ตัวละครเอกของเราก็น่าสงสารเหลือเกิน   หามือปืนไปยิงคนสำคัญขนาดนี้ ปืนสักกระบอกก็ไม่มีให้ไป   ต้องให้นายลีไปหาเอาเองดาบหน้า    นี่ถ้าท่านรัฐมนตรีกลาโหมไม่ละเลยเรื่องอาวุธ ขนาดทิ้งปืนไว้ง่ายๆ ในรถยนต์   แต่เก็บไว้มิดชิดใกล้ตัวอย่างบุคคลสำคัญพึงกระทำ  นายลีจะเอาอะไรไปฆ่าท่าน   มิต้องพกมีดดายหญ้าขึ้นไปบนบ้านพักหรือ
อีกข้อก็อย่างที่ท่านนวรัตนตั้งข้อสังเกตไว้     จากถ้อยคำที่พูดกันไม่มีตอนไหนเลยที่แสดงว่านายลีได้รับเงินค่าจ้างล่วงหน้าตามประสาการจ้างมือปืนทั้งหลาย      มีแต่คำสัญญาว่าถ้าทำได้จะได้เงินทอง   และถ้าพลาดพลั้ง(หมายถึงทำไม่สำเร็จหรือถูกจับได้) ติดคุกก็ไม่ต้องห่วง  ผู้จ้างวานจะส่งเสียเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 12:41

   สรุปว่าบ่าวคนหนึ่งมีนายใจดี อยู่กันมา 7 ปี  เลี้ยงดูลูกเมียพร้อม   ไว้วางใจให้ขับรถรับส่งภรรยาและบุตรของท่าน    ไม่เห็นมีปัญหาอะไรกับนาย  จู่ๆเกิดไปรับจ๊อบฆ่านายเอาง่ายๆ  ทั้งๆคนจ้างวานเองก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้สักอย่าง  นอกจากคำพูดสัญญาลมๆแล้งๆ เงินก็ไม่ให้  อาวุธก็ไม่หามา 
   อย่าว่าแต่มาจ้างให้ไปฆ่าคนเลย   ต่อให้จ้างขนส่งสินค้า  คนถูกจ้างก็ยังต้องเรียกร้องวางมัดจำกันบ้าง  ให้รู้ว่าไม่หลอกให้ขนฟรี
   แต่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้  แค่พูดลอยๆ    นายลีก็ปลื้มแทบตาย  เต็มใจบุกขึ้นไปยิงนายทันที   จะเป็นจะตายยังไงไม่ว่ากันทั้งนั้น        แสดงว่านายลีจงรักภักดีและเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ในตัวผู้ว่าจ้าง   ว่าต่อให้ตัวเองถูกจับได้ ผู้ออกคำสั่งก็จะเหาะมาช่วยให้รอดพ้นได้   ไม่มีใครขัดขวางได้แม้แต่นาย 
    ใครหนอในพ.ศ. ๒๔๘๑  มีอำนาจล้นเหลือยิ่งกว่านายของนายลี    ถ้าจะบอกว่าเป็นพระยาพหลฯ    ก็ไม่ใช่แน่นอน  เพราะในคำให้การก็แสดงว่าพระยาพหลฯเป็นเป้าหมายสังหารอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ด้วยการวางยาพิษ   แต่บังเอิญมือวางยาพิษเกิดใจฝ่อไม่กล้าทำ  รับห่อยามาแล้วโยนทิ้งเอาดื้อๆ     ก็เรียกได้ว่าเหลวไหลพอกันทั้งผู้จ้างวานและผู้รับงาน    ต่างคนต่างทำกันเป็นของเล่นทั้งสองฝ่าย  ทั้งๆกล้าคิดขนาดวางยาพิษนายกรัฐมนตรีกันทีเดียว
   บทละครเรื่องนี้ จึงไม่ผ่านเซนเซอร์ของผู้ตรวจ  ด้วยประการฉะนี้

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 20 ก.ค. 12, 12:53

พันโทพระสุวรรณชิตเป็นใคร
     หาคำตอบได้แต่เพียงว่า พระสุวรรณชิตเป็นนายทหารนอกราชการ  มีอาชีพที่แสดงโดยเปิดเผยว่าค้าขาย   ส่วนอาชีพที่ไม่เปิดเผย เพิ่งมารู้กันตอนขึ้นศาลคือเป็นสายลับของสันติบาล  แต่เป็นสายลับที่ไม่มีผลงานคือไม่เคยรายงานอะไรให้หน่วยทราบเลย  ถึงกระนั้นตำรวจก็ยังจ้างให้กินเงินเดือนอยู่  ไม่ได้ปลดออกจากงาน
    นายลีเองถึงเป็นแค่คนรับใช้ ไม่ได้เป็นทหาร แต่ก็รับใช้นายมา 7 ปี  เห็นนายทหารใหญ่น้อยเข้านอกออกในบ้านอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน    จะไม่รู้ดูไม่ออกทีเดียวหรือว่าใครใหญ่ใครไม่ใหญ่      เหตุใดนายลีจึงคิดได้ลงคอว่าพระสุวรรณชิตนั้นใหญ่กว่านายของตน  มากพอจะสัญญิงสัญญาอะไรมา นายลีก็เชื่อถือยอมทำตามหมด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.095 วินาที กับ 19 คำสั่ง