เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 12931 ศิลปะไทย ในมรดก ดอริส ดุ๊ก (Doris Duke)
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 14:54

น่าไปชมสวนกล้วยไม้ยิ่งนัก

จะขอนำภาพการจัดแสดงศิลปะวัตถุของเธอที่นำมาจัดแสดงในห้อง


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 14:59

เบญจรงค์ในคอเลคชั่น ก็งามสุด ๆ


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 22:29

สมบัติ ของแม่ดุ๊ก

เริ่มด้วย อสังหาริมทรัยพ์ ของเธอก่อน...... แม่ดุ๊ก มีบ้าน อยู่หลายแห่งในอเมริกา หลักๆ ก็คือ

Duke Farms ที่ นิวเจอร์ซี่  

บ้านสวนขนาด ๗,๐๐๐ ไร่ ที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในวัยเด็ก เป็นบ้านหลัก หลังหนึ่งของเธอ ด้วยความที่มีพื้่นที่ขนาดใหญ่ และมีอาคารอยู่หลายหลัง เช่น Farm Barn ซึ่งเป็นอาคารหลัีงที่เธอพักอาศัย ปัจจุบัน ใช้เป็นจุดศูนย์กลางของ Duke Farms ........ Coach Barn เป็นอาคารหลังแรกของฟาร์มแห่งนี้ ด้วยความที่มีพื้นที่ โล่งใหญ่ จึงเคยถูกใช้เป็นที่ เก็บของ (เช่น ศิลปะไทย ก็นำมาจัดแสดงไว้ในอาคารนี้ มาก่อน ตอนที่แม่ดุ๊กยังมีชีวิตอยู่ ) และยังมีคอร์ทเทนนิสในร่มขนาดใหญ่ (ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นที่ซ่อม ประกอบงานศิลปะ) เป็นต้น

แต่ดูเหมือน คณะกรรมการของ DDCF จะสนใจเก็บไว้แต่ที่ดิน กับสิ่งปลูกสร้าง .....เฟอร์นิเจอร์ และของประดับบ้านทั้งหลาย ได้ถูกนำออกประมูล หลายครั้ง ในปีค.ศ. ๒๐๐๙ (ก็สถานที่เขาใช้ทำเป็นพื้นที่กิจกรรมของสวนไปแล้ว ของใช้แพงๆ ก็ไม่จำเป็น ขายเอาเงินบำรุงสวนจะดีกว่า)

 ไปเปิดๆ ดู ก็มีของสวยของดี แต่เป็นศิลปะยุโรป ที่เธอใช้ตกแต่งบ้าน มีทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง สวยๆ หลายชิ้น ราคา ก็หรู เอาการอยู่ ( เข้าไปดุตามลิงค์ ได้ http://www.liveauctioneers.com/catalog/18703/page1 )


 ปัจจุบัน Duke Farms ได้มีการจัดตั้ง เป็นสวนสาธารณะเอกชน เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ มีการกิจกรรมที่เกีี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิ Doris Duke Charitable Foundation  

สามารถเข้าชม ได้ที่ เว็บไซด์ : http://www.dukefarms.org/



บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 23:47

Rough Point นิวพอร์ต โร๊ด ไอแลนด์

บ้านสไตล์อังกฤษ พื้นที่ ๑๐ เอเคอร์ ริมชายฝั่งทะเล แอตแลนติก เดิม เป็นบ้านที่ Nanaline Duke แม่ของเธอพักอาศัยอยู่เมื่อเธอยังเด็ก(ที่นี่แหล่ะ ที่เธอใช้จัดงาน เดบูตอง) จากนั้น ก็ถูกปิดมาเป็นเวลาหลายสิบปี จนประมาณปี ๑๙๕๘ แม่ดุ๊ก ก็เกิดมาปิ๊ง บ้านสไตล์อังกฤษหลังนี้ ทำการซ่อมบำรุง และใช้เป็นหนึ่งในบ้านพักในจำนวนหลายหลังของเธอ และใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวม งานสะสม ศิลปะ ภาพวาด และเครื่องเรือน ชั้นดีของยุโรป และ จีน ไว้

ในพินัยกรรมของเธอ  เธอยกบ้าน Rough Point ให้กับ the Newport Restoration Foundation (NRF) เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์งานศิลปะยุโรป และศิลปะมีค่าอื่นๆ ที่เคยอยู่ในบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นศิลปะจีนชิ้นเยี่ยม (มีไทยปนบ้างแต่น้อยมาก)

ปัจจุบัน NRF ได้เปิดให้เข้าเยี่ยมชมบ้าน Rough Point ได้โดยต้องจองซื้อตั๋วล่วงหน้า เข้าชมได้ครั้งละ ๑๒ คน ปีละ ๗ เดือน (พ.ค. - พ.ย.) สิ่งที่จัดแสดง ได้แก่ เครื่องเพชร เสื้อผ้าอาภรณ์ จากดีไซเนอร์ชื่อดัง (แน่นอนว่าต้องสวย เนี๊ยบ !! ) ของ แม่ดุ๊ก เฟอร์นิเจอร์จากศตวรรษที่ ๑๗,๑๘ เครื่องกระเบื้องทั้งยุโรปและเอเชีย (โดยเฉพาะของจีน ) และยังมีภาพวาดของจิตรกรชื่อดัง เช่น Thomas Gainsborough, van Dyck, Reynolds, Ferdinand Bol และ Renoir.

นอกจากนั้น รอบๆ บ้าน ยังเป็นสวนที่สวยงาม ริมทะเล พร้อมกับมี อูฐ ของจริง ซึ่งเป็นสัตว์โปรดของเธออีกหลายตัว เดินไปเดินมาอีกด้วย !!!

สามารถเข้าชมได้ที่ : http://www.newportrestoration.org/about/press/100-doris_dukes_sporty


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:24

Shangri La ฮอนโนลูลู ฮาวาย

เป็นบ้านสีขาวเรียบง่าย แต่ภายในประดับตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยศิลปะ มุลลิม กว่า ๒,๕๐๐ ชิ้นอันล่ำค่า !!!!!!!!

แม่ดุ๊ก เดินทางไปฮันนีมูนกับสามีคนแรก ในหลายประเทศ (เกือบจะรอบโลก) ในการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ครั้งนี้ เขาและเธอได้แวะเยือน ฮาวาย และประเทศแถบตะวันออกกลางหลายประเทศ (จริงๆ มาถึงเมืองไทยด้วย)  

เธอก็เกิดปิ๊งไอเดีย อยากมีบ้าน ในฮาวาย และมีบ้านที่ตกแต่งแบบ โลกมุสลิม สองความคิดบรรเจิด จึงมาลงตัวที่ ที่ดินริมทะเล ๕ เอเคอร์ บนเกาะฮอนโนลูลู เป็นบ้านที่ เธอตั้งชื่อว่า Shangri La ( แชงกาลี ร่า, ดินแดนสวรรค์ - สำหรับฝรั่งอเมริกันแล้ว บ้านวิจิตรพิศดารปานนี้ ก็ต้องเรียกว่า สวรรค์หล่ะ,)

บ้านหลังนี้ เป็นโครงการนำศิลปะจากทวีปอื่น มารวบรวมไว้ในดินแดนเสรีภาพ อย่างอเมริกา เป็นโปรเจ็คแรกๆ ของเธอ ด้วยความเอื้ออำนวยต่างๆ ทำให้ โครงการนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี กลายเป็น "บ้าน" ควบกับ "พิพิธภัณฑ์" อย่างสมบูรณ์ .......

แม่ดุ๊ก ที่บ้านสวรรค์ Shangri La

ภาพจาก : http://www.whitewebb.com/worldwhitewebb/Spring-2012.php



บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:33

ประเทศที่เธอเดินทางไปและเก็บสะสมศิลปะวัตถุมาไว้ที่ Shangri La ได้แก่ อียิปต์ , โมรอคโค, ซีเรีย, อีรัก - อีหร่าน ไปจนถึง ปากีสถาน อินโดนิเซีย อินเดีย เรียกว่า ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ เป็นศิลปะวัถุของโลกมุสลิม โดยแท้จริง 

บ้านหลังนี้ เริ่มสร้าง ค.ศ. ๑๙๓๖ เป็นบ้านพักต่างอากาศ ........ เอาไว้เล่น เสิร์ฟบอร์ด ว่ายน้ำ และ ปาร์ตี้ กับเพื่อน


ภาพของเธอที่บ้านหลังนี้ อีกภาพ กับสระน้ำกลางบ้าน


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:34

ห้องหนึ่งภายในบ้าน.....


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:43

สวนใน Courtyard กลางบ้าน


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:45

ห้อง Blue Room ซึ่งจำลองมาจากวิธีชีวิตของชาว ดามัสกัส ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเต้นท์ ห้องนี้ ใช้เป็นห้องอาหาร

มีพรมเปอร์เซีย จากหลายวัฒนธรรมมุสลิมหลายประเทศ แขวนอยู่ (บางผืน ราคาเป็นล้าน จะเอามาเหยียบเล่นก็คงเย็นเท้าตาย.......)



บ้านหลังนี้ แม่ดุ๊ก ต้องจ้างคนตะวันออกกลาง มาทำการแกะหิน ทำลวดลายประดับตกแต่งทั้งหลัง ....... ถ้าไม่รัก, ไม่รวย คงหมดแรงสร้างสรรค์


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:51

งานศิลปะภายในบ้าน ก็ใช่ว่าจะเป็นของธรรมดาสามัญ ล้วนแต่เป็นของล้ำค่า สุดยอดของความงาม และหายากทั้งสิ้น (สมัยก่อน คงพอหาซื้อได้ ไม่เหมือนปัจจุบัน ราคา ....... ซื้อทองคำได้เป็นหลายกิโล)



บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:53

ภาพ illustrated manuscript ปัจจุบัน เป็นที่นิยมสะสมกันอย่างมาก


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 16:59

สมบัติใน บ้าน Shangri La ถูกรักษาไว้ หลังจากที่ แม่ดุ๊กเสียชีวิตลง เธอทำพินัยกรรม ไว้ให้ส่งเงินบำรุง ดูแล บ้านหลังนี้ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะวัตถุโลกมุสลิม

โดยเธอได้ตั้ง Duke Foundation for Islamic Art (DFIA) เป็นผู้ดูแลบ้าน และมรดกศิลปะอิสลาม(น่าจะรวมทั้ง ให้เิงินแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะโลกมุสลิมด้วย)

มูลนิธินี้ อยู่ภายใตั้การดำเนินงาน และรายได้จาก Doris Duke Charitable Foundation (DDCF) อีกที

สามารถเข้าชม หรือติดต่อไปชมของจริงได้ที่ : http://www.shangrilahawaii.org/Default.aspx
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 17:26

นอกจากบ้านหลักๆ นี้แล้ว แม่ดุ๊ก ยังมีบ้านหลังอื่นอีก เช่น แมนชั่นหลังใหญ่(มาก) บนถนนEast 78th Street แมนฮัตตัน นิวยอร์ค  ซึ่งเธอฟ้องแม่ ไม่ให้ขายแมนชั่นหลังนี้ เธอก็ได้บริจาคให้กับ New York University จัดตั้งเป็น the Institute of Fine Arts โดยใช้ชื่ออาคารว่า James B. Duke House

อีกหลังก็ "Falcon's Lair" ใน Beverly Hills, California, ที่เธอเสียชีวิต บ้านหลังนี้ เธอยกสิทธิ์พักอาศัยให้ Bernard Lafferty บัตเลอร์แสนรักของเธอ, พ่อหนุ่มก็เข้า "นั่งซัง" แทนเจ้าแม่คนก่อน (แทนที่จริงๆ เพราะตา Lafferty ก็นอนเตียงเก่า เตียงเดียวกับแม่ดุ๊ก และเอาเสื้อผ้าของแม่ดุ๊ก ออกมาใส่ สวยงาม !!!!! (อันนี้, ข่าวเขาว่านะ) ก่อนที่จะถูกฟ้องขังไล่โดย มูลนิธิของแม่ดุ๊ก บ้านหลังนี้ ถุกขายไปเมื่อปี ๑๙๙๘ ปัจจุบัน มีราคา เกือบ ๑๐ ล้านเหรียญ

ยังมีที่ดิน บ้าน แมนชั่นหรูหรา อีกหลายหลังเล่าคงไม่จบ ........ มาดูเรื่อง สังหาริมทรัพย์ หรือ สมบัติของสะสมของเธอดีกว่า อันนี้ ก็น่าสนใจ เพราะ "รีเทิร์น กลับสู่ตลาด อย่างเป็นข่าครึกโครม"


ท่านใดสนใจ ชีวิตของเธอ หาหนังสืออ่านได้ มีวีดีโอ ให้ดู เข้าไป Amazon.com ได้จ๊าาาาา......


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 17:27

พูดถึง Doris Duke Charitable Foundation (DDCF) แล้ว แม้จะได้รับมรดกพกห่อ จากแม่ดุ๊กมาบริหารทั้งหมด (ประมาณว่า ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ!!!)

 แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการบริจาค ในการกุศลมากมายมหาศาลเหมือนกัน ถ้าเธอไม่ทิ้งการลงทุนไว้ให้ ก็ยากที่จะดำเนินการได้

การดำเนินการทุกอย่างย่อมมีค่าใช้จ่าย และมีการบริหารจัดการ .........

DDCF หลังจากที่ได้ตั้งขึ้นในปี ๑๙๙๖ แล้ว ก็ต้องจัดการกับทรัพย์สินของแม่ดุ๊ก และจัดสรรเงินให้กับองค์การ การกุศล หน่วยงาน ที่แม่ดุ๊กเธอสั่งเสียไว้

ส่วนของเงินบริจาค กองทุนมูลนิธิ ก็มีเงินจากรายได้อยู่แล้ว ก็กระจายไปตามที่เห็นสมควร (ภายใต้กรอบพินัยกรรมของแม่ดุ๊ก)

ส่วนศิลปะวัตถุ และสิ่งของต่างๆ ทางมูลนิธิ ก็ต้องหาวิธีจัดการ ...... ก็แม่เธอ มีของมากจริงๆ จะเก็บไว้ทั้งหมด ก็เป็นภาระหนักเอาการอยู่ หลายๆ ส่วนจึง



ภาพนี้ เป็นรายงานสัดส่วนการบริจาคการจัดสรรเงินสนับสนุนการกุศลต่างๆ  ของ DDCF




คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 17:34

DDCF ตัดสินใจ นำสมบัติของ แม่ดุ๊ก ออกมาประมูล ในปี ในระหว่างวันที่ ๒-๔ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๐๔ เป็นครั้งใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัทประมูลชื่อดัง Christie's   

งานประมูลประกอบไปด้วย จิวเวอร์รี่, ของสะสม, เฟอร์นิเจอ ของตกแต่ง, ศิลปะวัถตุ และ แม้กระทั้งไ้วน์ ........

มีแคตตาล็อกเป็นพิเศษ ชื่อ The Doris Duke Collection



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.053 วินาที กับ 19 คำสั่ง