เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 85819 กบฎบวรเดช นี่ทหารการเมืองเขาเล่นอะไรกัน?
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 13:05

๑๓ตุลาคม
เรือปืนสุโขทัยมีปืนที่ขนาดลำกล้อง๖นิ้ว มีอานุภาพการทำลายมากที่สุดในประเทศสมัยนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ นาวาเอกพระยาวิชิตชลธีท่านเลยไม่ยอมทำตามที่วังปารุสก์ต้องการ อ้างว่าปืนใหญ่เรือรบเป็นปืนวิถีราบ ไม่เหมาะจะยิงถล่มระยะๆไกลโดยไม่มีตารางการยิงและแผนที่บอกพิกัด เมื่อวังปารุสก์ยืนยันจะให้ยิงให้ได้ ทหารเรือจึงประกาศตนเป็นกลาง แล้วถอยร.ล.สุโขทัยไปจอดทอดสมอที่สรรพาวุธบางนา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 13:37

ไผเป็นไผ
ไผไหนเป็นเสือ ไผไหนเป็นกวาง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 13:51

รัฐบาลใช้สื่ออย่างได้ผล หลังจากรัฐบาลได้ออกแถลงการณ์ทางวิทยุกระจายเสียง เอาคำว่ารัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งหายไปนานแล้วกลับมาใช้เพื่อประนามพวกที่ยกมาว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน  วันนี้ทั้งวันประกาศจะไม่เอาโทษต่อพวกกบฏที่จะยอมเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลโดยดี อาศัยช่องทางนี้ กองพันทหารราบที่๙ ปราจีนบุรีนำโดย พันตรีหลวงชำนาญยุทธศาสตร์(ต่อมาคือจอมพลผิน ชุณหวัน พ่อน้าชาตินายกจอมซิ่ง) แต่เดิมก็รับบทจะเล่นตามแผนของคณะกู้บ้านกู้เมืองแล้ว ได้ตัดสินใจรำซิ่งมาต่อแถวฝ่ายรัฐบาลทันที ทหารลำปาง พิษณุโลก ลพบุรี นครสวรรค์ ต่างทะยอยกันโทรเลขมายืนยันความจงรักภักดีต่อรัฐบาล ปิดท้ายแถวก่อนค่ำวันนี้ด้วยทหารจันทบุรี  ไม่ทราบใครเบิกงบค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจากเจ้ามือไปแล้วบ้าง

ที่แนวหน้า พันโทหลวงพิบูลสั่งการให้เปิดการรุกตามทางรถไฟทั้งสองราง ซึ่งวางคู่ขนานกันจากสถานีรถไฟบางซื่อ ให้กองพันทหารราบที่๘ นำโดยพันตรีหลวงอำนวยสงคราม ใช้รถข.ต.(ข้างต่ำ)บรรทุกรถถังนำขบวนเคลื่อนที่พร้อมกันบนรางคู่ทั้งสองรางโดยใช้รถจักรดีเซลซึ่งเป็นรถบังคับการด้วยดันไป ต่อจากนั้นจึงเป็นรถบรรทุกทหารที่ได้รับแจกกระสุนปืนแล้ว
ด้านทางปีกซ้ายทิศทิศตะวันตก ต้องลุยน้ำลุยโคลนในทุ่งนา บุกขึ้นไปในแนวขนานกับคลองเปรมประชากร ให้กองพันของพ่อน้าชาติพิสูจน์ความจงรักภักดี(หนักหน่อย) ส่วนปีกขวานั้นให้กองพันทหารม้าที่๑ตรึงกำลังอยู่เฉยๆบนที่ดอนแถวย่านจตุจักรในปัจจุบัน เพราะในนาน้ำท่วมสูงเกินจะรุก  พาหนะใดๆก็ใช้ไม่ได้ เวลานั้นถนนพหลโยธินยังไม่มีเลย ถัดวัดไส้ตัน(ปัจจุบันเพี้ยนเป็นวัดไผ่ตัน)แถวสะพานควายไปแล้วมีแต่นา ไม่มีบ้านเรือนราษฎรเลย
  
ทางฝ่ายคณะกู้บ้านกู้เมือง ซึ่งยึดพื้นที่สถานีรถไฟบางเขนอยู่ ได้ใช้กองร้อยทหารราบนครราชสีมา ซึ่งมีประสบการณ์และยังขวัญกำลังใจดีต้านทางการรุกของฝ่ายรัฐบาลไว้ได้อย่างเข้มแข็ง ถึงจะใช้รถถังนำหน้าขบวนทั้งรางคู่ซ้ายขวาก็รุกคืบหน้าไม่ได้มาก ส่วนปีกซ้าย กองพันทหารราบที่๙ของหลวงชำนาญก็ได้รับการต้านทานหนักเช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันทั้งวันจนค่ำฝนได้ตกลงมาอย่างหนักเลยต้องพักรบ เข้าไปหลบฝนใต้รถไฟคุมเชิงกันไปตลอดคืน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 13:55

ดูรูปครับ ดูรูป




บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 13:56

 ๑๔ตุลาคม

รุ่งขึ้นเช้าวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลเปิดการรุกแต่ข้าวยังไม่เรียงเม็ดหมายจะเผด็จศึก  เสียงปืนของทั้งสองฝ่ายกึกก้องท้องทุ่งบางเขนได้ยินไปถึงเมืองปทุม หลวงอำนวยสงครามผู้บังคับกองพันอยู่บนหัวรถจักรดีเซลหุ้มเกราะ สั่งการให้รุกคืบหน้าไปบนรางรถไฟพร้อมกันทั้งสองราง ด้วยการใช้รถจักรดันหลังรถข.ต.บรรทุกรถถังเคลื่อนที่เข้าหาฝ่ายตรงกันข้าม  ทหารราบอยู่ในรถพ่วงคันหลังคอยฟังคำสั่ง ขบวนเคลื่อนที่ช้าๆออกจากบางซื่อ

รุกเข้าไปสักพักก็ได้รับการต้านทานอย่างหนักด้วยปืนกลของฝ่ายหัวเมือง  สักประเดี๋ยวเดียว ขบวนรถก็ถอยกรูดกลับมาสถานีบางซื่อ เพราะหลวงอำนวยสงครามถูกกระสุนปืนกลที่ยิงเฉียงเข้ามาจากโบสถ์วัดเทวสุนทรเข้าเต็มกกหู ร้อยตรีเผ่า ศรียานนท์(คนนี้ก็ชื่อดัง ต่อมาเป็นอธิบดีตำรวจยุคที่ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้) ตอนนั้นอยู่ในรถบังคับการเห็นเข้า ตกใจร้องไห้เอาศพนายวิ่งเข้าไปรายงานหลวงพิบูล ซึ่งสั่งให้เอาผ้าอาบน้ำมันห่อให้มิดชิดอย่างดีแล้วให้รักษาความลับ ไม่ให้ใครรู้ทั้งนั้น



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 14:53

พอเห็นฝ่ายรัฐบาลถอยไป ทางฝ่ายคณะกู้บ้านเมืองจึงส่งทหารม้ากองพันที่ ๔ สระบุรีขึ้นมาสับเปลี่ยนกำลังทหารราบนครราชสีมา ในตอนบ่าย

หลวงพิบูลโกรธมากที่เสียเพื่อนรัก จึงตัดสินใจแก้เผ็ดด้วยอาวุธใหม่ล่าสุดเมดอินอิงแลนด์ที่เพิ่งได้รับส่งมอบ นั่นคือรถสายพานตีนตะขาบติดตั้งปืนกลต่อสู้อากาศยานอานุภาพร้ายแรงขนาด๔๐ม.ม. ยิงได้นาทีละ๒๐๐นัด เรียกสั้นๆว่ารถปืนป.ต.อ. กองทัพบกสั่งซื้อไป๑๐คัน มาถึงคลองเตยแล้วแต่เพิ่งตรวจสภาพรับมอบมาเพียง๒คัน หลวงพิบูลสั่งการให้เอาคันหนึ่งมาลองประเดิมใช้กับฝ่ายกบฏเลย ในภาพรถปืน ป.ต.อ.ที่ว่ากำลังวิ่งไปรถไฟสู่แนวหน้า

เมื่อนำรถปืน ป.ต.อ. ขึ้นบรรทุกบนรถข.ต.แล้วจึงเคลื่อนขึ้นไปตามทางรถไฟโดยมีรถจักรดันหลัง เมื่อเคลื่อนเลยวัดแคราย(เสมียนนารี)ไปได้หน่อยหนึ่งก็ตกอยู่ในวิถีกระสุนของฝ่ายทหารหัวเมือง แต่ไม่ระคายผิวเพราะรถมีเกราะกำบัง ร.ท.บุศรินทร์ ภักดีกุล ผบ.หน่วยจึงใจเย็นไม่สั่งให้ยิงโต้ตอบ คงเคลื่อนที่ต่อไปช้าๆ จนในที่สุดก็สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่ารังปืนกลของฝ่ายตรงข้ามอยู่ที่หน้าต่างโบสถ์วัดเทวสุนทร ร.ท.บุศรินทร์จึงเข้าทำหน้าที่พลยิงด้วยตนเอง รัวกระสุนไป ๔ นัดเท่านั้น ทหารหัวเมืองก็ช๊อคเพราะเกิดมาเพิ่งเคยพยเคยเห็นปืนใหญ่ยิงได้รวดเร็วราวกับปืนกลและกระสุนก็แตกระเบิดแม่นยำ อย่ากระนั้นเลย รีบทิ้งปืนแจวอ้าวออกไปจากโบสถ์เห็นจะดีที่สุด

พอฝั่งนี้เงียบ รถปืนป.ต.อ.ก็หันไปยิงเป้าหมายอีกด้านที่สงสัยว่าจะเป็นที่มั่นของฝ่ายกบฏ คือสถานีวิทยุต่างประเทศที่หลักสี่เพื่อขับไล่ทหารที่ซุ่มตัวอยู่ในนั้น แต่เล็งสูงๆจากตัวอาคารไว้เพราะเป็นสถานที่ราชการเดี๋ยวต้องซ่อมหลายตังค์สงสารหลวง เพราะจะทอดผ้าป่าหาเงินมาซ่อมแบบวัดไม่ได้ ลั่นกระสุนไป๕นัดรอสักพักเห็นเงียบก็นำทหารราบรุกคืบหน้าไปโดยไม่มีอะไรให้ยิงอีกเลย เพราะไปติดแหง่กอยู่ที่สะพานซึ่งทหารหัวเมืองทำลายไว้ หน่วยเหนือจึงสั่งให้ถอนรถปืนป.ต.อ.กลับ เล่นมากไปเดี๋ยวเสียของ

กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานถือว่าเป็นพระเอกในวันนั้น



บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 14:55

ปัญหาคือ กองบัญชาการของคณะราษฎร์สายทหารที่วังปารุสก์มีการวางกองกำลังรักษาความปลอดภัยหนาแน่น ทั้งรถหุ้มเกราะติดปืนกล และรังปืนกลประจำฐานที่มั่น มิได้หละหลวมเหมือนวังบางขุนพรหมครั้งปฏิวัติ๒๔๗๕ นั่นกรมพระนครสวรรค์ท่านมิได้ระแวงว่าใครจะปฎิวัติ เพราะทราบดีกันอยู่แล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานอำนาจบริหารให้เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ติดขัดเพียงเจ้านายและขุนนางแก่ๆบางคนที่ต้องการแก้ร่างธรรมนูญการปกครองโน่นนี่นั่น แต่ไม่นานก็คงอภิวัฒน์เปลี่ยนแปลง

การจู่โจมด้วยอาวุธเบาเข้ายึดวังปารุสก์ของพระยาศรีโดยไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย คงเป็นไปไม่ได้เลย น่าจะรบกันเละ และขึ้นอยู่กับทหารในพระนครด้วยว่าจะเล่นกับฝ่ายใด มันเสี่ยงเหมือนโยนหัวโยนก้อยเหมือนกัน ใครเพลี่ยงพล้ำคงถูกรุมแบบหมาหมู่สู้หมาวัด เอาไม่อยู่แน่ครับ

จริง ๆ ไม่ต้องรบก็ได้นะครับ เพราะถ้าท่านเจ้าคุณศรีฯ ออกตัวเป็นหัวหน้าแต่ต้น ผมเชื่อว่าเกมจบไวกว่านี้ครับ อย่างที่ทราบ ๆ กันว่า ทหารหลายนายถอนตัวเพราะ "พระองค์เจ้าบวรเดช" นี่ล่ะครับ


ถ้าถึงเวลานั้น เหลือแค่วังปารุสก์ ไม่ต้องรบก็ได้ แค่ตัดการสื่อสารออกให้หมด แล้วทางฝ่ายเจ้าคุณศรีฯ ไปป่าวประกาศทางวิทยุแทน เจ้าคุณพหลฯ ก็แพ้แบบไม่ต้องสงสัยครับ ล้อมให้อดข้าวสัก 1 อาทิตย์ ไม่ยอมแพ้ให้มันรู้ไปครับ ว่าคนไม่กินข้าวแล้วจะไม่ตาย

เจ้าคุณทรงฯ ตอนนั้นยังอยู่เชียงใหม่ สร้างโรงเรียนรบพิเศษ ไม่มีทางลงมาช่วยทันหรอกครับ
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 15:06

ขออนุญาต พาออกนอกแนวนิดครับ

ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธินในปัจจุบัน

ถ้าว่ากันตามข้อมูลเดิม ผู้ที่ไปบุกเบิกก็คือ ท่านเจ้าคุณศรีสิทธิสงคราม ร่วมด้วย พลตรีหม่อมเจ้านิลประภัสสร เกษมศรี รวมไปถึง พ.อ. พระอินทรสรศัลย์ (สอาด แพ่งสภา) ซึ่งทั้งหมดเป็น ขเด็ท นายร้อยเยอรมันรุ่นเดียวกับ เจ้าคุณทรงฯ เจ้าคุณพหลฯ นั่นเองครับ

คุณป้าจิ๋ว (แพทย์หญิงโชติศรี ท่าราบ : บุตรีของพระยาศรีสิทธิสงคราม) ก็ว่าชื่อค่ายนี้ควรจะเป็นชื่อของบิดาท่าน

คุณลุงสรศัลย์ แพ่งสภา บุตรของ พระอินทรสรศัลย์ ท่านก็ว่าบิดาของท่าน และ "ท่านนิล" เป็นผู้ไปบุกเบิกศูนย์การทหารปืนใหญ่นี้

งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าคุณพหลฯ เลยสักนิด ว่างั้น

แต่จะว่าไป ชื่อค่ายอาจจะมาจากท่านเจ้าคุณพหลฯ ผู้พ่อของพระยาพหลฯ (งงไหมครับ ??) ก็เป็นได้ เพราะท่านเจ้าคุณพหล (กิ่ม พหลโยธิน) เป็นผู้ถูกนับเป็น ผบ.ของศูนย์การทหารปืนใหญ่ ก่อนจะย้ายมาที่โคกกระเทียมในปัจจุบันครับ

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 15:29

^
อ้อ ครับ ขอบคุณครับ มีข้อมูลอะไรดีๆ กรุณาเข้ามาเสริมอีกนะครับ

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 15:35

ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นักบินชั้นประทวนที่ถูกจำกัดบริเวณอยู่ที่สนามบินดอนเมือง ได้จังหวะนำเครื่องบินรบแบบ “นิเออปอรต์ เดอลาส" ๒เครื่อง หนีไปสวามิภักดิ์รัฐบาลโดยไปวนจะลงสู่สนามหลวงทางด้านทิศใต้ เครื่องหนึ่งผ่านพระบรมมหาราชวังในระดับต่ำมากจนพุ่งเข้าชนมุมชายคาพระที่นั่งองค์หนึ่งในเขตพระราชฐานชั้นใน เครื่องบินตกลงพังพินาศ สิบตรีแฉล้ม นักบินสลบคาที่ใกล้จะหมดลมรอมร่อ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังต้องรีบหามออกไปให้สิ้นใจภายนอกกำแพงวัง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องทำพิธี“กลบบัตรสุมเพลิง"ณ จุดที่ถึงแก่กรรม ตามประเพณีของราชสำนัก
 
อีกลำหนึ่งสิบตรีเสริม ชุมแสง เป็นนักบิน ลงไปปะทะกิ่งมะขามที่สนามหลวงแต่นักบินปลอดภัย รัฐบาลติดยศร้อยตรีให้ทันทีพร้อมออกวิทยุกระจายข่าวใหญ่โต โฆษณาชักจูงให้นักบินนำเครื่องมาสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลอีก ทำให้นักบินที่เหลือและประกาศวางตนเป็นกลางถูกทหารนครราชสีมากักบริเวณในฐานทัพดอนเมืองอย่างเข้มทันที


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 18:21

เมื่อถอยจากสถานีบางเขนไปหลักสี่  ทหารนครราชสีมาทิ้งปืนใหญ่ไว้ให้ฝ่ายรัฐบาลดูต่างหน้า๓กระบอก ปืนกลหนักปืนกลเบาอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ฝ่ายกู้บ้านกู้เมืองจึงต้องจัดทัพใหม่แต่สับสนเพราะผู้บังคับบัญชาต่างคนต่างสั่ง ไม่มีการประสานกัน พระยาศรีสิทธิสงครามสั่งอย่างนั้น ทางฝ่ายเสนาธิการสั่งอย่างนี้ ผมเองก็งงเพราะอ่านแต่ละสำนวนไม่เห็นจะเขียนตรงกัน มีเวปเดียวที่เขียนว่า เมื่อเห็นทหารถอยทัพมาอย่างไม่เป็นขบวน พระองค์เจ้าบวรเดชทรงเป็นกังวลมาก เสด็จออกมาตรวจแนวรบ แล้วสั่งให้นำปืนใหญ่ภูเขาขึ้นรถข.ต.ทั้งสองราง แล้วใช้หัวรถจักรดุนไปยิงสู้กับฝ่ายรัฐบาลบ้างโดยพระองค์เสด็จไปกับขบวนรถด้วย  รัฐบาลก็เอารถข.ต.ที่บรรทุกปืนใหญ่อย่างเดียวกันขึ้นมายิงใส่กันอย่างดุเดือดอยู่พักใหญ่  ท่านแม่ทัพจึงตรัสสั่งให้ถอยกลับฐานทัพ ผมก็สงสัยไม่สิ้นว่า นี่ยังไม่ทรงทราบอีกหรือว่ากระสุนปืนใหญ่ทางฝ่ายของพระองค์น่ะเป็นกระสุนซ้อมรบ ทางฝ่ายที่ยิงมาเป็นกระสุนจริง แล้วจะทรงแสดงความกล้าไปดวลกับเขาหาพระแสงศาสตราวุธอะไร
อ่านแล้วก็ปลงๆเหมือนดูข่าวปีก่อนโน้น หนังม้วนเดียวกันแท้ๆทีวีสองฝ่ายยังพากษ์ไปคนละเรื่อง

ตอนค่ำ กองทหารปืนใหญ่จากราชบุรีที่ประกาศเข้ากับรัฐบาลล่าสุด โดยการนำของพันโทพระชัยศรแผลง ได้เดินทางโดยรถไฟมาถึงสถานีบางกอกน้อย แต่ก็ต้องถูกส่งกลับในทันทีพร้อมด้วยกำลังผสมจากพระนครอีกจำนวนหนึ่ง เพราะมีข่าวแน่ชัดว่า กองทหารจากเพชรบุรีประกาศเข้ากับฝ่ายคณะกู้บ้านกู้เมือง แล้วได้เคลื่อนกำลังเข้ายึดสถานีรถไฟบ้านเขาย้อยไว้แล้ว เพื่อมิให้ฝ่ายรัฐบาลผ่านไปทางใต้ได้ เพราะต้องการถวายความปลอดภัยต่อพระเจ้าอยู่หัวที่ประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล พระชัยศรแผลงกลับไปจัดวางกำลังปืนใหญ่พร้อมด้วยอาวุธหนักเบา วางแนวป้องกันเมืองราชบุรีไว้ นอกจากนี้ก็ให้ตำรวจบ้านโป่งและกาญจนบุรีได้เตรียมพร้อมหากทหารเพชรบุรีจะบุกไปยึด



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 18:33

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯนั้น ได้ทรงพยายามวางพระองค์เป็นกลางเหนือการเมืองในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ที่หลวงพิบูลโทรเลขด่วนไปกราบบังคมทูลว่าพระองค์เจ้าบวรเดชยกกองทัพมายื่นคำขาดต่อรัฐบาล  แม้จะทรงรับรองรัฐบาลพระยาพหลว่ายังเป็นรัฐบาลของพระองค์ตามรัฐธรรมนูญ  แต่ก็ไม่สนับสนุนการกระทำของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือยอมทำตามความประสงค์ของทั้งคู่ที่จะเชิญเสด็จกลับพระนครหรือไปประทับที่นครราชสีมา ครั้นทหารเพชรบุรีประกาศเข้ากับทางโน้น รัฐบาลก็เร่งเร้าที่จะให้เสด็จกลับให้ได้ ทั้งส่งทางโทรเลขและส่งตัวแทนเดินทางโดยเรือทะเลไปเฝ้า จึงทรงมีพระราชดำรัสว่าทุกฝ่ายต่างยืนยันว่าจะซื่อตรงต่อพระองค์ แต่เมื่อทรงพูดอย่างไรกลับไม่มีใครเชื่อฟัง ก็เหลือทางเดียวที่พระองค์จะรักษาความเป็นกลางไว้ให้ได้ ต่อไปนี้ไม่ว่าฝ่ายใดมาหัวหิน ทหารรักษาวังจะทำการปลดอาวุธทุกคนไม่ละเว้น
 
สุดท้าย เมื่อทรงทราบว่าในวันนี้ทั้งสองฝ่ายทำศึกปะทะกันอย่างเอาเป็นเอาตายก็สลดพระทัย จึงทรงมีพระอักษรฝากไปถึงทั้งสองฝ่ายว่ามีพระราชประสงค์จะให้มีการหยุดยิงโดยทันทีและหันมาใช้การเจรจากันโดยพระองค์จะประทับเป็นคนกลางให้ พอได้ทราบพระราชกระแสเช่นนั้น พระองค์เจ้าบวรเดชและนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาก็ถึงกับหมดกำลังใจ ไม่เห็นทางสว่างที่จะชนะทั้งทางการเมืองหรือทางทหาร ในขณะที่เสบียงอาหารและกระสุนมีเหลือที่แจกจ่ายให้ทหารอได้อีกแค่๓วันเท่านั้น จึงคิดวางแผนถอยกลับไปปากช่องเพื่อคิดหาหนทางต่อสู้ต่อไป



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 20:08

๑๕ ตุลาคม
เมื่อคืนที่ผ่านมาในกองบัญชาการของคณะกู้บ้านกู้เมือง ได้เกิดการโต้เถียงกันอย่างหนักในระหว่างบรรดานายทัพนายกองถึงความมั่วเมื่อตอนบ่าย และแผนที่จะทำการอย่างไรในอนาคต เป็นเหตุให้นายทหารเสนาธิการที่จบจากฝรั่งเศสคนหนึ่ง ยิงตัวตายเป็นการประท้วง ต้องศพไปฝังไว้ที่วัดดอนเมือง(ซึ่งทางรัฐบาลได้ขุดขึ้นมาให้หนังสือพิมพ์ถ่ายรูปเสมือนประจาน ผมมีรูปนี้อยู่แต่ไม่เห็นควรที่จะเอามาลงซ้ำเติมผู้ตาย) ในที่สุดสรุปว่า วันนี้จะเก็บข้าวเก็บของ ทำลายหลักฐานต่างๆแล้วถอยกลับอิสานบ้านเฮา พระยาศรีสิทธิสงครามได้รับคำสั่งให้รบถ่วงเวลาไว้ เมื่อพร้อมแล้วจะปล่อยอาวุธลับสะกดทัพรัฐบาล เพื่อที่กองบัญชาการและกำลังส่วนใหญ่จะถอนตัวได้อย่างปลอดภัย

วันนี้ฝ่ายรัฐบาลแจกข้าวห่อสำหรับสองมื้อแล้วเปิดการรุกตั้งแต่เช้ามืด ฝ่ายคณะกู้บ้านเมืองซึ่งปักหลักตั้งรับบริเวณวัดหลักสี่ ห่างกันไม่ถึงสองกิโลเมตรอยู่ในวิธีกระสุนด้วยกันทั้งคู่ แม้ทหารในแนวหน้าจะต้องหาอาหารกินกันตามมีตามเกิดเพราะทางดอนเมืองไม่สามารถส่งเสบียงแล้ว ทหารหัวเมืองก็ยังสู้รบเต็มที่ จนถึงเวลา๑๖.๐๐ น.เศษ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังรุกคืบหน้าใกล้สถานีสถานีหลักสี่เข้ามา จนห่างจากแนวต้านทานของทหารม้าสระบุรีไม่ถึง ๒๐๐ เมตร เห็นจะเอาไม่อยู่แล้ว พระยาศรีสิทธิสงครามจึงกระซิบหม่อมเจ้าสุขปรารภ กมลาสน์ ด้วยภาษาเยอรมัน เพื่อไปบอกให้พระยาเสนาสงครามที่ดอนเมือง สั่งนายอรุณ บุนนาค ขับหัวรถจักรไอน้ำฮาโนแมกซ์ เบอร์๒๗๗ วิ่งฟืดฟาดออกจากสถานีดอนเมืองช้าๆ แล้วสับคันเร่งสุดเกจ์ก่อนกระโดดลง ให้รถวิ่งด้วยความเร็วเต็มฝีจักรผ่านทหารฝ่ายเดียวกันที่สถานีหลักสี่ และแม้จะโดนกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามถึง๔นัด แต่ด้วยโมเมนตั้ม ตอร์ปิโดบกคันนั้นก็พุ่งเข้าชนขบวนรถบรรทุกปืนใหญ่และรถถังของฝ่ายรัฐบาลอย่างรุนแรงจนตกรางและถอยครูดไปกว่าร้อยเมตร แรงกระแทกทำให้ทหารเสียชีวิตทันที ๑๓ นาย บาดเจ็บอีกมากมาย การสู้รบวันนั้นยุติลงในบัดดล



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 20:11

หลังเหตุการณ์ ชาวบ้านพากันมาดู และถ่ายรูปตามธรรมเนียม



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 25 มิ.ย. 12, 20:17

฿฿฿฿฿฿฿฿฿




บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง