เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 86013 กบฎบวรเดช นี่ทหารการเมืองเขาเล่นอะไรกัน?
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:10

พระยาศรีสิทธิสงครามมีลูกสาว 3 คน  ลูกชาย 1 คน  คนโตเรียนจบแพทย์ ชื่อพญ.โชติศรี ท่าราบ
  
เธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เมื่อปี 2487 แต่ด้วยความที่ถูกประทับตราว่าเป็นลูกกบฏ  ราชการไม่รับเข้าทำงาน   จึงเป็นแพทย์คนเดียวที่ไม่ต้องใช้ทุนราชการ  แต่ได้ไปทำงานกับเอกชนที่ร้านวิทยาศรม ถนนราชดำเนิน จนเกษียณอายุ
เธอก็ได้ใช้วิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนมารักษาคนไข้  สร้างคุณประโยชน์ให้ประชาชนไม่น้อยไปกว่าแพทย์คนอื่นๆ

นอกจากนี้  คุณหมอโชติศรีมีฝีมือทางการประพันธ์  เขียนเรื่องสั้น ลงพิมพ์ใน "สยามนิกรวันอาทิจ" และเริ่มงานเขียนวิจารณ์ดนตรีคลาสสิก ชื่อคอลัมน์ "กลางกรุง" ในนิตยสาร "ชาวกรุง" โดยใช้นามปากกาว่า "จิ๋ว บางซื่อ"  คนอ่านนึกว่าเป็นผู้ชาย  ไม่มีใครรู้ว่าเป็นแพทย์หญิง
นอกจากนี้ยังมีนามปากกา     "ณ เพ็ชรภูมิ" เขียนเรื่องสั้น
    "เนือง" วิจารณ์ละคร และวิจารณ์การใช้ภาษาไทย
    "หนูเหน็ง" วิจารณ์หนังสือ
    "แกลตา" วิจารณ์ภาพยนตร์

   ได้รับการเชิดชูเกียรติ รางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2544 และได้รับการเชิดชูเกียรติ "รางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จ รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ประจำปี พ.ศ. 2549" เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

   หนังสือที่เธอเขียนถึงพ่อ  เล่าชีวิตในวัยเยาว์ และชีวิตเมื่อขาดพ่อแล้ว เป็นหนังสือที่เขียนได้สะเทือนใจอย่างยิ่งเล่มหนึ่ง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:13


ผู้นำสำคัญของเมืองนครราชสีมาอีกคนหนึ่งคือพันเอกพระประยุทธอริยั่น (เชื้อ มโหตตร) ผู้บังคับการทหารบกนครราชสีมา ถูกนำตัวขึ้นศาลพิเศษในข้อหา "ซ่องสุมผู้คนและสรรพศาสตราวุธโดยเจตนาเพื่อทำลายล้มล้างรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนการปกครองของประเทศสยามตามระบอบรัฐธรรมนูญให้เป็นอย่างอื่น" ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกไว้มีกำหนด ๑๖ ปี

นกจากนี้ยังมีทหาร ข้าราชการ และประชาชนถูกจับในฐานะร่วมมือกับฝ่ายกบฏ ๒๓๕ คน
น่าจะเป็น  มโหตตระ   ถ้าตัดสระ ะ ออก  คงต้องอ่านว่า มะโหดตอน   ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:19

อยู่ในระหว่างพิสูจน์อักษร แลขอบพระคุณที่กรุณาชี้แนะ

แก้ไขเรียบร้อยแล้ว

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:38

เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างส่วนกลางกับนครราชสีมา คำแถลงของรัฐบาลจึงหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวหาชาวนครราชสีมาว่าเป็น "กบฏ" และเพื่อเป็นการปลอดขวัญ รัฐบาลจึงจัดให้มีการเผาศพทหารชาวนครราชสีมาที่เสียชีวิตในที่รบ โดยในวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ทำการขุดศพทหารนครราชสีมาที่ฝังยังที่ต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อไปจัดการเผาในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ อีกทั้งยังจัดให้วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ เป็นวันทำขวัญเมืองด้วย

การจัดงานที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีเป็นธุระสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนระดมกำลังตระเตรียมถนนหนทาง สถานที่สำคัญเกี่ยวกับการพิธีอันมีศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ของเก่าอยู่ที่วัดกลางหรือวัดพระนารายณ์มหาราช เป็นสถูปเจดีย์) ประตูชุมพล และโรงมหรสพต่าง ๆ

ยังมีการออกประกาศเชิญชวนให้ประชาชนร่วมทำบุญในงานเผาศพทหารนครราชสีมาโดยดำริว่า "....ถ้ามีเงินเหลือพอก็จะได้จัดการทำอนุศาวรีย์ไว้เป็นที่รฤกต่อไป"

อนุสาวรีย์ที่คิดจะสร้างนี้ก็คืออนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีแบบปัจจุบันนั่นเอง

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:46

^
ก่อนที่ผมจะต่อด้วยภาพชุดวันเผาศพ ขอตอบท่านอาจารย์เทาชมพูว่าศาลของพระยาสิทธิสงครามคงไม่มี รัฐบาลคงจะยอมให้มีไม่ได้ นอกจากป้ายนี้ซึ่งอยู่ที่ช่องเขาใกล้สถานีหินลับ ระบุว่าเป็นที่ซึ่งท่านเสียชีวิต


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:48

^

ทางรถไฟตรงเป๊ะอย่างนั้น กลุ่มเป้าหมายใหญ่เบ่อเร่อเรียงกันไปบนทางรถไฟยาวหลายกิโลเมตร เอาปืนใหญ่มาวางคล่อมทางรถไฟ เล็งไปตรงๆแล้วหลับหูหลับตายิงไป มันต้องโดนใครต่อใครบาดเจ็บล้มตายบ้าง  แต่นี่ไปยิงจากมุมเฉียง กระสุนมันตกยาวไปบ้างสั้นไปบ้าง ก็คล่อมเป้าได้ทั้งหมด

ฉะนั้น เจตนาจริงๆของทหารการเมืองผู้นี้คืออะไร ลองคิดดูเป็นการบ้านก่อน เรามิได้รีบจะจบกระทู้ ผมไม่ได้ยัดเยียดความคิดให้เชื่อตามผม เอาเป็นว่า เรามาช่วยกันคิดวิเคราะห์พร้อมๆกันไป ไม่รีบสรุป  เอากรณีรวันดาที่คุณศึกษามาเปรียบเทียบด้วยก็ดี
 
ไม่แน่ เราอาจได้คำตอบที่เชื่อถือได้สำหรับคำถามที่ผมนำมาตั้งเป็นหัวข้อกระทู้นี้ก็ได้นะครับ


ตามความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้ายิงโดนจะล้มตายกันไปมากและความเสียหายทั้งรถไฟและรางรถไฟ อีกอย่างนายทหารที่ยิงหรือสั่งยิงยังมีความรักพี่น้องทหารด้วยกันอยู่มากๆ

ท่าน NAVARAT ยังไม่เข้ามาเฉลย  ก็เลยย้อนกลับมาค.ห.นี้อีกครั้ง
เห็นคล้ายๆคุณ werachaisubhong ว่า
1 เครื่องจักรเครื่องกลมันแพง  สงวนเอาไว้ได้ก็ดี  จะทำลายต่อเมื่อไม่มีทางอื่น
2 ทหารกับทหารไม่อยากฆ่ากันโดยไม่จำเป็น

รอคำตอบค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:50

^
ก่อนที่ผมจะต่อด้วยภาพชุดวันเผาศพ ขอตอบท่านอาจารย์เทาชมพูว่าศาลของพระยาสิทธิสงครามคงไม่มี รัฐบาลคงจะยอมให้มีไม่ได้ นอกจากป้ายนี้ซึ่งอยู่ที่ช่องเขาใกล้สถานีหินลับ ระบุว่าเป็นที่ซึ่งท่านเสียชีวิต


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 22:52

ภาพนั้นผมถ่ายมาจากหลังปกหนังสือที่คุณหมอโชติศรีเขียน ผมพยายามหาภาพที่ชัดและใหม่กว่านี้ทางอินเทอร์เน็ทแต่ไม่มีเลย ได้แต่ภาพสถานีหินลับ

คงอาจจะมีใครเอาป้ายที่ว่าออกไปแล้วก็ได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 23:00

อ้างถึง
ท่าน NAVARAT ยังไม่เข้ามาเฉลย  ก็เลยย้อนกลับมาค.ห.นี้อีกครั้ง
เห็นคล้ายๆคุณ werachaisubhong ว่า
1 เครื่องจักรเครื่องกลมันแพง  สงวนเอาไว้ได้ก็ดี  จะทำลายต่อเมื่อไม่มีทางอื่น
2 ทหารกับทหารไม่อยากฆ่ากันโดยไม่จำเป็น

รอคำตอบค่ะ

ผมชวนพวกเราช่วยวิเคราะห์อยู่ไงครับ คุณวีก็แสดงความเห็น คุณประกอบก็แสดงความเห็น คุณสมุน007ก็แสดงความเห็น(แหม น่าจะชวนนายหัวออกความเห็นด้วย) ผมก็ตรองตรึกตามไป อย่าลืมว่าผมเป็นคนตั้งคำถามนะครับ ไม่ใช่ทราบคำตอบแล้วมาตั้งคำถาม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 23:06

อ้างถึง
เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างส่วนกลางกับนครราชสีมา คำแถลงของรัฐบาลจึงหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวหาชาวนครราชสีมาว่าเป็น "กบฏ" และเพื่อเป็นการปลอดขวัญ รัฐบาลจึงจัดให้มีการเผาศพทหารชาวนครราชสีมาที่เสียชีวิตในที่รบ โดยในวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ทำการขุดศพทหารนครราชสีมาที่ฝังยังที่ต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อไปจัดการเผาในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๗๖ อีกทั้งยังจัดให้วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๑๕๗๖ เป็นวันทำขวัญเมืองด้วย

การจัดงานที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีเป็นธุระสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนระดมกำลังตระเตรียมถนนหนทาง สถานที่สำคัญเกี่ยวกับการพิธีอันมีศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ของเก่าอยู่ที่วัดกลางหรือวัดพระนารายณ์มหาราช เป็นสถูปเจดีย์) ประตูชุมพล และโรงมหรสพต่าง ๆ




บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 23:11

ถึงจะเป็นงานที่รัฐบาลจัด แต่คนที่ไปร่วมพิธีส่วนใหญ่ก็เกณฑ์กันมา นอกนั้น ถ้าไม่ใช่ญาติสนิทในครอบครัวของผู้ตายก็ไม่มีใครอยากปรากฏ เพราะสายลับของสันติบาลคอยปะปนเข้ามาสอดส่องเพื่อรายงานนายอยู่ตลอดเวลา





บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 23:23

ขอแยกซอยเล็กออกไปหน่อยนะคะ

สังเกตการแต่งกายของชาวบ้านสมัยพ.ศ. 2476  แม้แต่ในหัวเมืองไกลๆอย่างโคราชและอุบลฯ   ก็แต่งแบบตะวันตกคือผู้ชายนุ่งกางเกงขายาวแบบฝรั่งกันแล้ว   ส่วนผู้หญิงนุ่งซิ่นยาวและเสื้อแบบฝรั่งสมัย 1930s คือเป็นเสื้อแขนกุด คอสี่เหลี่ยมหรือคอกลมเรียบๆไม่มีปก  ตัวยาวเลยเอวลงมาถึงสะโพก  นักเรียนหญิงมีเครื่องแบบคือหมวกแบบแหม่มสมัย 1920s  ด้วย
แต่ในงานเผาศพ   ข้าราชการพลเรือนในจังหวัดไม่ได้แต่งกายแบบสากล  แต่ย้อนกลับไปสวมเสื้อราชปะแตนนุ่งผ้าม่วงดำ พันแขนทุกข์  ถือเป็นชุดสุภาพใช้ในงานศพ    ธรรมเนียมนี้น่าจะใช้กันมาจนถึงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2  ก่อนจะถูกกลืนหายไปในเครื่องแต่งกายแบบ "วัธนธัม" ของจอมพลป.
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 28 มิ.ย. 12, 23:40

รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่จากกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปเตรียมงาน โดยให้จัดเตรียมอุปรณ์ที่จะใช้ในการปลงศพทหารและการแสดงมหรสพต่าง ๆ ซึ่งการนำมหรสพไปแสดงนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน

ฝ่ายรัฐบาลนั้น พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ติดต่อมหรสพที่มีชื่อเสียงจากกรุงเทพฯไปแสดง ได้แก่ โขนนั่งราวจากสำนักพระราชวัง มีพระยานัฎกานุรักษ์เป็นผู้ควบคุม โขนของพระยาบำเรอภักดี โขนและละครของเจ้าพระยาวรพงศ์ จำอวดคณะสีสมิง กองแตรวงของทหารเรือ กองแตรวงคณะลูกเสือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย การแสดงจำอวดของนายสนิธ เกษธนัง

ฝ่ายเอกชนนั้น นายแป้น รัตนสาส์น นายเฮง ศรีสมเคราะห์ และนายแช่ม เพ็ชร์พล ได้ขอนำการแสดงของตนไปสมทบด้วยคือ ละครรำ ระบำจำอวด แจ๊สแบนด์ ซึ่งรวมกันเป็นโรงเดียวในนามของคณะ "นารีสยาม" และวงปี่พาทย์ของนายพยอม เกิดไพโรจน์ นอกเหนือจากการแสดงแล้วยังมีผู้บริจาคหมากสำเร็จให้แก่รัฐบาลจำนวน ๑๐,๐๐๐ ห่อ เพื่อนำไปแจกให้ชาวนครราชสีมา  ส่วนชาวนครราชสีมาได้จัดการแสดงพื้นเมืองมาร่วมด้วย คือเพลงโคราช ภาพยนตร์ ลิเก และการต่อยมวย เป็นต้น

เพื่อให้งานครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มีผู้ไปร่วมงานมาก ๆ รัฐบาลจึงให้กรมรถไฟหลวงลดค่าโดยสารจากกรุงเทพฯถึงนครราชสีมาเป็นพิเศษแก่ผู้ที่จะไปร่วมงานปลงศพทหารและทำขวัญเมืองนครราชสีมา อีกทั้งจัดรถโดยสารให้กับครอบครัวนายทหารในกองรบและนายทหารที่จะไปนครราชสีมา

รัฐมนตรีที่เดินทางไปร่วมงานครั้งนี้ได้แก่ พระยาประเสริฐสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลวงนฤเบศร์มานิต หลวงสิริราชไมตรี หลวงสินธุสงครามชัย และหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่วนหลวงพิบูลสงครามไม่ได้ไปเนื่องจากป่วย

ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นครราชสีมาหลังการสู้รบสิ้นสุดนำมาจาก หนังสือ "การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี" ของคุณสายพิน แก้วงามประเสริฐ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 29 มิ.ย. 12, 00:46

สรุปผลการสูญเสียในกบฏบวรเดช  ฝ่ายรัฐบาลเสียชีวิต ๑๕ คน รวมทั้งพันตรีหลวงอำนวยสงคราม (ถม เกษโกมล) ผู้นำคนหนึ่งของคณะราษฎร ส่วนฝ่ายกบฏเท่าที่ทราบจำนวนเสียชีวิต ๘ คน รวมทั้งพันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) และพันตรีหลวงพลหาญสงคราม (จิตร อัคนิทัต)

ความเสียหายฝ่ายประชาชนในบางเขนและดอนเมือง คือราษฎรตาย ๑ คน พระภิกษุมรณภาพ ๑ รูป ราษฎรที่บาดเจ็บสาหัสมี ๑ คน
อาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยเสียหาย รวม ๔๘ รายการ รัฐบาลตั้งงบพิเศษสำหรับค่าใช้จ่ายไว้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทจากกระทรวงการคลัง และได้รับบริจาคจากราษฎรอีก ๑๗๑,๖๕๙.๒๕ บาท
ส่วนฝ่ายกบฏเบิกจ่ายออกจากที่ตั้งรวมแล้วเป็นจำนวน ๕๙,๘๓๔.๐๓ บาท

นับเป็นการสูญเสียชีวิต และสิ้นเปลืองเงินทองงบประมาณที่น้อยมาก     จนท่านนวรัตนต้องมาถามว่าทหารเล่นการเมืองอะไรกัน
แต่ผลที่ตามมาจากนั้นนับว่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐประหารของไทย    

ทั้งๆที่พระองค์เจ้าบวรเดชมิได้ตั้งพระทัย และอาจเรียกว่ามิได้ทรงนึกฝันก็ได้   เหตุของกบฏครั้งนี้ก็นำไปสู่ผลที่คล้ายคลึงกับทรงตั้งพระทัยไว้  นั่นคือการเข้าสู่จุดอับแสงของคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่คณะผู้ก่อการฯเองก็ไม่นึกว่าจะต้องลงจากเวทีเร็วขนาดนี้
ผู่ที่ก้าวสู่อำนาจแทนคือหลวงพิบูลสงคราม  
จากนั้น  ถึงรายการ"เช็คบิลล์"    ผู้เกี่ยวข้องกับการกบฏไม่ว่ามากหรือน้อยก็ติดร่างแหกันระนาว   เป็นความสูญเสียที่ยืดเยื้อต่อไปอีกหลายปี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30598

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 29 มิ.ย. 12, 01:45

ผมชวนพวกเราช่วยวิเคราะห์อยู่ไงครับ คุณวีก็แสดงความเห็น คุณประกอบก็แสดงความเห็น คุณสมุน007ก็แสดงความเห็น(แหม น่าจะชวนนายหัวออกความเห็นด้วย) ผมก็ตรองตรึกตามไป อย่าลืมว่าผมเป็นคนตั้งคำถามนะครับ ไม่ใช่ทราบคำตอบแล้วมาตั้งคำถาม

งั้นมาปั่นเรตติ้งค่ะ
มองในแง่ดีก็คือพันโทหลวงพิบูลฯ อ่านเกมส์ออกแต่แรกว่าฝ่ายกบฏไม่มีทางชนะ   จึงไม่อยากให้เปลืองชีวิตผู้คนและทรัพย์สินราชการ (เช่นรางรถไฟและขบวนรถ)มากมายเกินจำเป็น   อะไรรักษาเอาไว้ได้ก็รักษาไว้ก่อน   ไม่ต้องหางบประมาณมาจ่ายซ่อมแซมกันกระเป๋าฉีกทีหลัง
ยกแรกจึงยิงตูมๆไปให้เฉียดแบบยิงขู่  เปลืองแต่กระสุน ไม่เท่าไหร่   แต่ทรัพย์สินราชการราคาแพงทั้งรถและรางยังอยู่ครบ   เผื่อฝ่ายโน้นฝ่อลงไป  ก็จะยุติกันได้แบบไม่เสียเลือดเนื้อ

เหมือนรัฐประหาร หรือรักษาความสงบในยุคหลังๆ ก็มีรถถังออกมาโชว์ตัวตามถนนหนทางอยู่เสมอ   แต่รถถังเหล่านั้นไม่เคยสาดกระสุนเข้าใส่อาคารบ้านเรือนหรือขบวนผู้ต่อต้าน   แค่แสดงแสนยานุภาพเท่านั้นว่าฝ่ายที่ออกมารัฐประหารมีกำลังพลเป็นที่น่าครั่นคร้ามขนาดไหน
จำได้ว่าในรัฐประหารครั้งหนึ่ง(ครั้งไหนไม่รู้  มันเยอะ) เขายึดอำนาจกันเสร็จแล้วยังมีรถถังวิ่งโครมครามให้ประชาชนตื่นเต้นตกใจออกมายืนดูข้างถนน ว่าจะเกิดรัฐประหารซ้อนหรือไร    
เปล่าค่ะ  รถถังคันนั้นหลงทาง กลับกองพลไม่ถูก   เพราะถนนในกรุงเทพมันซับซ้อนเหลือเกิน   คนขับโผล่หัวขึ้นมาถามทางชาวบ้าน
รู้ทางแล้วก็กลับที่ตั้งได้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 19 คำสั่ง