เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 3365 เที่ยวเมืองเทา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:01

เมืองนี้เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Taos   บางคนอาจจะอ่านว่า ทาออส   หรือบางคนอ่านว่า เต๋าส
จริงๆ ออกเสียงว่า เทา  ไม่มีเสียง s

เทาเป็นเมืองเล็กๆใกล้ชายแดนรัฐ    เล็กประมาณหมู่บ้านของไทยเราดีๆนี่เอง    ถ้าจะไปเยี่ยมเมืองเทาต้องขับรถออกจากไฮเวย์ใหญ่  ผ่านป่าใหญ่บนภูเขา ไปประมาณหนึ่งชั่วโมง พ้นป่า จากนั้นอีกสักพัก   ถึงจะเจอเมืองน้อยแห่งนี้อยู่ในขุนเขา
เทาเป็นเมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผา  เป็นแหล่งทำมาแต่โบราณยุคหลังคริสตกาลประมาณร้อยกว่าปี   นับเป็นพันปีก่อนทวีปนี้จะตั้งขึ้นเป็นประเทศเสียอีก
เจ้าของถิ่นนี้แต่ดั้งเดิมเป็นชนเผ่าอาปาเช่ และนาวาโฮ   ที่เราเรียกว่าอินเดียนแดง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:02

อีกมุมของเมือง
ความจริงสีอาคารในเมือง เป็นสีเข้มกว่านี้  ออกเป็นสีหม้อดินเผาทั้งเมือง
แต่ดิฉันปรับแสงให้สว่างขึ้น  ก็เลยกลายเป็นสีเนื้อไป


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:03

 ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:04

รูปนี้ไม่ได้ปรับสี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ณฐ
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:31

ขออนุญาตอาจารย์ เข้าชั้นเรียนเป็นคนแรกครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 04:50

เลือกที่นั่งตามสบายค่ะ

อินเดียนแดงเผ่าต่างๆ ครอบครองถิ่นนั้นมนมนานกาเลนับพันปี  จนกระทั่งวันหนึ่ง ในศตวรรษที่ 16  พวกสเปนก็นั่งเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคมาถึงโลกใหม่  จากนั้น การสำรวจดินแดนที่ชาวยุโรปยังไม่รู้จักก็เริ่มขึ้น   สเปนพบโลกซีกตะวันตกที่ตัวเองได้เส้นทางสำรวจ  แบ่งกับโปรตุเกสซึ่งได้เส้นทางตะวันออก ว่าเป็นดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลเหลือจะประมาณได้    แถมผู้คนที่ครอบครองก็เป็นคนท้องถิ่นเผ่าเล็กๆ   ไร้วิทยาการอย่างยุโรป   โดยเฉพาะไร้กำลังอาวุธที่จะสู้รบด้วย

จึงไม่แปลกอะไร ที่นายทหารและนักสำรวจชาวสเปนเดินทางไปถึงที่ไหน  เห็นทำเลเหมาะ ก็ตั้งอาณานิคมของตัวเองลงที่นั่น    พวกนี้ก็แบบเดียวกับโปรตุเกส คือมีนักบวชติดเรือมาด้วย    ไปถึงท้องถิ่นไหนก็เผยแพร่คริสตศาสนา   ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะทำให้ชนท้องถิ่นที่เป็นพวกนอกรีต มิจฉาทิฐิได้กลับใจมารู้จักพระเจ้า  
ส่วนผลดีจากนั้นที่ตามมาก็คือขยายอาณาเขตของสเปนในโลกใหม่     โดยตัวเองเป็นเจ้าอาณานิคม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 10:32

ภาพของอินเดียนแดงที่แสดงออกสู่ชาวโลก ให้ติดตากันมากที่สุดคือ อินเดียนแดงในหนังคาวบอย   ร้อยทั้งร้อยคาวบอยเป็นพระเอก    ยิ่งหนังเก่าๆ อินเดียนแดงถูกสร้างภาพให้เป็นคนเถื่อน ยกขบวนมาโจมตีคนขาวที่ไปตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในทุ่งกว้าง    กี่ฉากๆก็ออกมาร้องวู้ๆ โบกธนู ยิงธนูไฟเผาประทุนเกวียนคนขาว  ในที่สุดพระเอกขี่ม้าขาวนำหน้ากองทหารมาปราบ  อินเดียนแดงก็แพ้หนีเตลิดไป
แต่ทางประวัติศาสตร์  อินเดียนแดงมีวัฒนธรรมของเขามายาวนาน ในถิ่นของพวกเขาเอง     อย่างเมืองเทา เป็นเมืองขึ้นชื่อทางหัตถศิลป์มาแต่โบราณ   ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญ      เดินทั่วเมืองจะเห็นว่าทุกแห่งขายงานศิลปะเป็นหลัก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 11:45

พร้อมกับสงสารชาวอินเดียนแดงที่ตกเป็นเบี้ยล่าง ในการถูกรุกรานยาวนานหลายศตวรรษ     ก็อดสรรเสริญความทรหดอดทนของชาวสเปนเสียมิได้      ถ้าใครมาเห็นภูมิประเทศในแถบเทือกเขานี้จะเข้าใจว่ามันทุรกันดาร  จนยากเย็นสาหัสขนาดไหนในการเดินทางผ่าน     

ภูมิประเทศ มีทั้งภูเขาที่แต่ละลูกใหญ่กว่าเขาใหญ่สัก ๒๐ เท่าอย่างน้อย   หาทางปีนผ่านไม่ได้   มีที่ราบกว้างไกลสุดสายตาเป็นดินปนทรายแห้งแล้ง มีแต่พืชพันธุ์อะไรไม่รู้ขึ้นเป็นกระจุกๆ   จะหาต้นไม้ให้ร่มเงาก็ไม่มีสักต้น   เดินทางกันเป็นเดือนๆกว่าจะผ่านไปได้    ยังสงสัยว่าพวกสเปนที่มาสำรวจเขาเอาอาหารเอาน้ำที่ไหนกินกัน    วันๆขี่ม้าเดินทางได้ตั้งแต่เช้าจดกลางคืนก็ ๒๐ ไมล์ อย่างเก่ง   จะล่าสัตว์ยิงนั่นยิงนี่มากินตามทางอย่างกระทู้เมนูอาหารป่า เห็นจะไม่มีทาง  เพราะแถวนี้มีสัตว์ก็คือควายป่า bizon  สิงโตภูเขา  หมี    อ้อ มีกวางด้วย   แต่ปืนโบราณยิงทีละนัด  กวางตัวเล็กๆกลางพื้นที่กว้างสุดสายตาไปจนขอบฟ้า คงยิงถูกหรอก

พื้นที่แถบกว้างขวางนี้ยาวเหยียดสุดขอบฟ้า   ขนาดขับรถไปตามซูเปอร์ไฮเวย์แสนสะดวกสบายยังกินเวลาทั้งวัน   แล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน   ชาวสเปนกลุ่มเล็กๆถึงมีคนนำทาง  ยังไงก็ต้องค้างกลางทางในทุ่งหญ้านานๆเป็นเดือนๆ  กลางวันก็แดดเผาลมแรง  กลางคืนก็หนาวเข้ากระดูกดำ     พวกนี้ไม่เหลือแต่กระดูก ถือว่ามหัศจรรย์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 11:51

มีทะเลสาบคั่นอยู่บ้างเหมือนกัน    แต่ถ้าเดินทางมาจากทางใต้  กว่าจะถึงทะเลสาบก็ต้องผ่านภูเขา ผ่านทุ่งหญ้า มาไม่รู้เท่าไหร่


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 11:54

ภูเขาที่เราผ่านมาก่อนถึงเมืองเทา   มีผาสูงแบบนี้ละค่ะ  ขนาดมีทางไฮเวย์บนภูเขายังน่ากลัวที่จะขับผ่าน     ยังนึกไม่ออกว่าคนที่ต้องขี่ม้าข้ามเขามา เขาลัดเลาะกันมาทางไหน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 12:12

อย่างไรก็ตาม สเปนก็ยึดเมืองที่เป็นของอินเดียนแดงไว้ได้     ชื่อเดิมของเมือง คือ เทา เป็นภาษาท้องถิ่นของอินเดียนแดง แปลว่า ดินแดนแห่งต้นวิลโลว์สีแดง
ประวัติศาสตร์ได้บันทึกการสู้รบระหว่างสเปนและอินเดียนแดงเอาไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เรื่อยมาจนศตวรรษที่ 19   จนกระทั่งพ่ายแพ้แก่ปรปักษ์บิ๊กที่สุดในถิ่นนี้ ก็คือสหรัฐอเมริกาที่ขยายจำนวนรัฐจากตะวันออกมาทางตะวันตกอย่างไม่อั้น   รัฐไหนซื้อได้-ซื้อ  รัฐไหนยึดได้-ยึด     นอกจากนี้ยังได้จากชัยชนะในสงครามกับสเปนอีกด้วย   ก็คือรัฐที่เทาขึ้นอยู่ด้วยนี่ละค่ะ
ได้แก่นิวเมกซิโก     เดิมเป็นของสเปน ซึ่งครอบครองเมกซิโกมาก่อน

เมกซิโกกลายมาเป็นรัฐที่ 47 ของอเมริกาเมื่อค.ศ. 1912  ตรงกับรัชกาลที่ 6  คุณเปรมของแม่พลอยกำลังเป็นข้าราชสำนักหนุ่มโก้หรูอยู่ทีเดียว

กลิ่นอายของเมกซิโกมีให้เห็นทั่วเมือง  เริ่มตั้งแต่อาคารร้านรวงที่ออกแบบกลมกลืนกันทั้งเมือง อย่างในอาคารนี้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 12:22

เมืองเทา เป็นเมืองอาร์ต   มีอาร์ติสต์ขายพวกเครื่องปั้นดินเผา ลูกปัดสี หินสี ล้วนแฮนด์เมด    คนขายบอกลูกค้าด้วยความภูมิใจว่าเขาทำเอง เขียนสีเอง  ร้อยลูกปัดเอง     
แต่ลูกค้าไทยเป็นพวกมองโลกในแง่ร้าย  ชะโงกเข้าไปมองลูกปัดสีต่างๆแล้ววาดภาพว่าจะกลับมาเจอเหมือนกันเปี๊ยบอยู่แถวจตุจักร   ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร หรือใครผลิตกันแน่    ก็เลยไม่มีใครซื้อติดมือกลับมา

ก่อนหน้าจะเข้าเมือง  ผ่านป่าใหญ่บนภูเขาออกมาถึงชายเขา มองเห็นบ้านอย่างในรูปข้างบน สร้างอยู่ห่างๆกัน   แต่ละหลังดูโดดเดี่ยวห่างไกลกันเอาการ     มองภูมิประเทศก็เปล่าเปลี่ยวชวนเหงาใจอยู่แล้วขนาดในฤดูร้อนต้นไม้เขียวไปหมดทุกแห่ง    พอถึงหน้าหนาวมีแต่ต้นไม้โกร๋น หญ้าแห้งแล้ง ไร้สีสัน   มันจะน่าหวาดหวั่นขนาดไหน     เลยสงสัยว่าเขาอยู่กันได้อย่างไร  ดูแต่ละหลังก็ไม่ใช่กระจอกๆ   หน้าตาบางหลังเป็นคนฐานะดีเชียวละค่ะ 
ก็มีคนสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นบ้านของอาร์ติสต์ที่ผลิตงานศิลปะในเมืองนี้ละ     พวกติ๊ดก็รู้ๆกันอยู่ว่ามีโลกส่วนตัวสูง    เรื่องอะไรจะอยู่กันแออัดยัดเยียดกับคนอื่นๆ
น่าจะจริง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 13:05

สินค้าทำมือ วางขายหน้าร้าน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 13:07

ชอบชิ้นนี้   เครื่องแขวนผนัง เป็นนกตัวเล็กๆเกาะบนกิ่งไม้  ทำด้วยมือทั้งหมด
ของในร้านมีอีกหลายแบบ แต่ว่าเจ้าของห้ามถ่ายรูป   ชิ้นนี้แขวนอยู่หน้าร้านเลยเก็บภาพมาได้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 03:37

ร้านค้าต่างๆในเมืองนี้เป็นงานศิลปะเสียเกือบ ๑๐๐%    มีแกลเลอรี่ให้เห็นอยู่สองข้างถนน  หน้าต่างร้านมักโชว์ภาพสีน้ำมันฝีมือจิตรกรท้องถิ่น  รองลงไปก็พวกงานหัตถศิลป์ต่างๆ  ฝีมือท้องถิ่นเหมือนกันค่ะ
อาคารสร้างแบบเดียวกันหมด  กลมกลืนกันไปทั้งเมือง   ไม่มีตึกสมัยใหม่รูปเป็นกล่องติดกระจกโผล่ออกมาให้ขัดตา     ผนังอาคารบางส่วนก็วาดภาพเอาไว้ด้วย    ส่วนใหญ่เป็นภาพชีวิตท้องถิ่น หรือไม่ก็ภาพทางศาสนา  

เมื่อสเปนเข้ามายึดครองแถบนี้  ศาสนาที่พวกเขานำเข้ามาเผยแพร่คือคริสตศาสนานิกายคาทอลิค   เพราะสเปนเป็นคาทอลิค  ไม่ใช่โปรแตสแตนท์อย่างอังกฤษที่เข้ามาครอบครองรัฐทางตะวันออกที่เรียกกันว่านิวอิงแลนด์     ด้วยเหตุนี้ โบสถ์แถวนี้ก็เลยเป็นโบสถ์คาทอลิค  ภาพวาดต่างๆเช่นภาพวาดพระเยซู ก็เป็นแบบที่เห็นกันในวัดคาทอลิค  
ใครเป็นศิษย์เก่าร.ร.เซนต์กาเบรียล อัสสัมชัญ และร.ร.คริสต์ที่ขึ้นต้นด้วยเซนต์     หรือร.ร.หญิงพวกคอนแวนต์ ทั้งหลาย   ถ้ามาเดินๆดูแถวนี้จะรู้สึกคุ้นตาทีเดียว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.116 วินาที กับ 19 คำสั่ง