เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 145037 เก็บตกมาจากการเดินทาง
กระต่ายหมายจันทร์
พาลี
****
ตอบ: 284


ศศ (สะสะ) แปลว่ากระต่ายและกวาง


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 19 มิ.ย. 12, 01:53

เมื่อวานนี้ อากาศในเมืองร้อนมาก ขึ้นถึง 97 องศา F  วันนี้จะขึ้นถึง 99   แดดเปรี้ยงเหมือนเดินแถวทุ่งกุลาร้องไห้   แต่ที่นี่ร้อนแบบแห้งๆ ไม่มีเหงื่อเหนียวเหนอะตัวอย่างบ้านเรา    ความแห้งทำให้คอแห้ง ผิวแห้ง   ตามบ้านต้องมีเครื่องพ่นไอน้ำให้ความชุ่มชื้นในห้องค่ะ   
ชาวบ้านร้านถิ่นฝรั่งอายุตั้งแต่ 6 ขวบถึง 60  เหลือแต่เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้น  ลากรองเท้าแตะไปจ่ายของกันเป็นแถว

เปิดประตูออกไป  พบว่ามีกลิ่นควันลอยมาอีกแล้ว  กระแสลมจากภูเขาพัดมาถึงที่นี่   ตอนค่ำๆมองดูขอบฟ้ารอบเมือง  เหมือนมีหมอกบางๆคลุมอยู่   
ไฟยังไม่ดับ   นับเป็นข่าวที่ควรแก่ความไม่ยินดีอย่างยิ่งค่ะ
อีกสองสามวัน ดิฉันจะหนีไปเที่ยวรัฐอื่นแล้วค่ะ   คงจะเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากกันตามเคย

เที่ยวให้สนุกนะคะอาจารย์ ห่างไกลจากควันไฟก็ดีค่ะ เพื่อสุขภาพ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 19 มิ.ย. 12, 02:12

ข่าวล่าสุดวันจันทร์คือไฟป่ากินเนื้อที่เข้าไปแล้ว 58,046 เอเคอร์  พนักงานดับเพลิงระดมกำลังขึ้นเป็น 1700 คน  ใช้เฮลีคอปเตอร์ตอนนี้ 17 เครื่อง ก็ยังดับไฟไม่ได้ 
ป.ล. ดิฉันก็เกรงใจคุณตั้ง อยากจะแยกกระทู้ไฟป่าออกไปเหมือนกันค่ะ   แต่ยังแยกความเห็นไม่ถูก เพราะมันสลับกับค.ห.เรื่องเดินทาง
เลยขอแหมะเอาไว้อย่างนี้แล้วกน


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 19 มิ.ย. 12, 19:37

...  ป.ล. ดิฉันก็เกรงใจคุณตั้ง อยากจะแยกกระทู้ไฟป่าออกไปเหมือนกันค่ะ   แต่ยังแยกความเห็นไม่ถูก เพราะมันสลับกับค.ห.เรื่องเดินทาง
เลยขอแหมะเอาไว้อย่างนี้แล้วกน

กรุณาอย่าได้คิดอะไรเลยครับ กลับรู้สึกว่าดี สมกับที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกว่า จะให้เป็นกระทู้ในเรื่องหลากหลายที่ได้พบเห็นมาจากการเดินทางของเพื่อนสมาชิกที่ได้มีโอกาสเดินทางไปในที่ต่างๆกัน ช่วยกันแง้มหน้าต่างโลกให้เปิดกว้างเพื่อที่จะได้รู้จักสถานที่ เรื่องราว ประเพณี วัฒนธรรม ในต่างประเทศ ตามที่คุณพวงแก้วได้เคยแนะนำมา   ซึ่งก็ได้หวังไว้แต่แรกอยู่แล้วว่ากระทู้นี้น่าจะไปกระตุ้นให้เกิดกระทู้ใหม่ๆแยกออกไปอีกหลายๆกระทู้     
แท้จริงแล้ว เมื่อคราวพูดถึงเรื่องการกินหมากในกระทู้นี้ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องของ (การนุ่ง) โสร่งขึ้นมา ซึ่งก็คิดว่า โสร่ง ก็เป็นเรื่องน่าสนใจที่มีประเด็นสามารถแยกออกไปได้อีกกระทู้หนึ่ง รวมทั้งกระทู้เรื่องของการกินหมากด้วย  (และคงจะมีเรื่องอื่นตามมาเรื่อยๆเมื่อเรื่องได้ดำเนินต่อไป)

ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ  หากท่านผู้ใดที่พอมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องเหล่านี้ จะเป็นผู้นำตั้งเป็นกระทู้ใหม่และเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ผมเองมีความรู้ไม่มากพอ เพียงแต่มีโอกาสได้เห็น ได้คิด และสนใจหาความรู้เพิ่มเติมบ้างเล็กๆน้อยๆในเรื่องราวของมันเท่านั้นครับ

ลึกๆแล้ว ผมหวังให้กระทู้นี้เป็นเครื่องมือสำหรับการปรับความนึกคิดต่างๆ เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวเข้าไปสู่ความเป็นนานาชาติเมื่อเราจะต้องเข้าไปอยู่ในสังคม AEC ในอีกไม่นานนี้  ผมเองเป็นบุคคลหนึ่งที่มีโอกาสได้รู้จักและได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน EU ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงการเตรียมขยาย EU5 และในช่วงการเปลี่ยนสกุลเงินเป็น EUR     ด้วยความเป็นห่วงจริงๆกับเรื่องราวและผลในระดับจุลภาคที่มิค่่อยจะบอกเล่ากันครับ 
   
   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 19 มิ.ย. 12, 21:16

ขอกลับไปต่อให้จบเรื่อง Schengen Visa ให้จบครับ

ผมไม่ทราบว่าในปัจจุบันเป็นอยางไรนะ แต่เมื่อก่อนนี้ เมื่อไปขอวีซ่าเข้าประเทศในยุโรป  หากขอวีซ่าที่สถานทูตใดๆ และระบุว่าเพื่อเข้าประเทศนั้นๆ โดยไม่ระบุว่าขอวีซ่า Schengen ก็จะได้วีซ่าเข้าประเทศนั้นๆ จะไปประเทศอื่นๆมิได้  จึงเป็นเรื่องที่พึงต้องระวังเหมือนกัน   

ดังที่เล่ามาแล้วว่าเขต Schengen นั้น เป็นเรื่องที่เสมือนหนึ่งไม่มีเขตประเทศ จึงไม่มีการตรวจคนเข้าเมืองใดๆในระหว่างที่เดินทางอยู่ในเขต   แท้จริงแล้วแต่ละประเทศยังคงมีด่านต่างๆตามชายแดนอยู่ เพียงแต่ไม่ตรวจตราตลอดเวลา  เป็นการสุ่มตรวจเป็นบางวัน บางครั้ง   ด่านที่อยู่บนถนนเชื่อมเขตแดน จะมีป้ายที่เขียนว่า Zoll ซึ่งก็คือด่านศุลกากรนั่นเอง  ที่ Zoll นี้มิใช่มีแต่เฉพาะเจ้าหน้าที่ศุลกากรเท่านั้น มี ตม.อยู่ด้วย  แล้วเขาตรวจตราจการเข้าเมืองอย่างไรในระหว่างเดินทางอยู่ในเขต Schengen    หากเป็นการเดินทางโดยเครื่องบิน การตรวจตราต่างๆเรียกได้ว่าเกือบจะไม่มีเลย  แต่หากเป็นการเดินทางโดยทางรถยนต์ เมื่อผ่านด่านจะถูกบังคับให้ต้องขับรถช้าลงหรือชะลอความเร็วลงด้วยระบบถนน หากเขาสงสัยก็จะขอตรวจ ซึ่งตามปรกติก็จะไม่มีการตรวจใดๆ   การตรวจที่เห็นบ่อยที่สุด คือ เมื่อพ้นเขตด่านไปแล้วไกลๆหลายกิโลเมตรอยู่ เป็นการเรียกตรวจโดยตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องของด้านยวดยานพาหนะ (ซึ่งจะได้เล่าต่อไป) ซึ่งมันจะพ่วงไปด้วยการของดู ID หรือ Passport    ดังนั้น โดยความจริงแล้วจะบอกว่าไม่มีการตรวจเลยก็ไม่ได้ ซึ่งลักษณะขอความผิดมันต่างกัน ความผิดเมื่อก่อนจะเข้าเมือง ก็คือให้เดินทางกลับออกไป แต่ความผิดที่จับได้บนท้องถนนนี้ คือ การลักลอบเข้าเมือง

บนรถไฟที่วิ่งข้ามระหว่างประเทศ มีการตรวจมากกว่าท้องถนน  เรื่องจะเริ่มต้นที่เจ้าหน้าที่ประจำตู้รถไฟ เมื่อเขาเห็นเราเป็นคนแปลหน้าแปลกถิ่น เขาจะขอดู ID หรือ Passport ในรูปแบบแรก เมื่อรถเริ่มออกจากสถานีไปไม่ไกล เหมือนกับว่าดูแล้วก็ไม่มีอะไรต่อไป  แต่ในขณะที่รถไฟกำลังวิ่งและเริ่มจะเข้าเขตแดนของอีกประเทศ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เดินตรงมาหาเพื่อขอตรวจตรา Passport   ในรูปแบบที่สอง เจ้าหน้าทีประจำตู้รถไฟจะขอ Passport แล้วเอาไปเก็บไว้ จะคืนให้เราก็เมื่อรถไฟกำลังจะเข้าสถานีปลายทางที่เราจะลง    เจ้าหน้าที่ประจำตู้รถไฟพวกนี้พูดได้หลายภาษาอย่างค่อนข้างจะคล่องทีเดียว       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 00:11

ขอเล่าถึงกุญแจไขสู่ประตูโลกท่องเที่ยวอีกดอกหนึ่ง   นอกเหนือจากการทำวีซ่า
นั่นคือ กุญแจออนไลน์ ค่ะ

ถ้ามาเที่ยวอเมริกาแบบไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์     วิธีที่คุณจะท่องเที่ยวได้สะดวกที่สุดคือต้องหัดใช้อินทรเนตรให้คล่อง   ไม่ใช่เอาไว้ chat กับเพื่อนฝูง    แต่ว่าต้องหัดใช้กูเกิ้ลในการค้นหา และติดต่อเชื่อมโยงการคมนาคมให้เป็น
เพราะทุกอย่างตอนนี้ออนไลน์ทั้งสิ้นค่ะ

ถ้าจะนั่งเครื่องบินจากรัฐหนึ่งไปอีกรัฐหนึ่ง   ไม่ต้องออกจากบ้านไปติดต่อเคานเตอร์บริษัท  แต่ว่าออนไลน์เข้าไปจองตั๋ว กำหนดวัน เวลา และราคา ตลอดจนเลือกสายการบินได้เลย   จองให้ตัวเองก็ได้   จองให้พ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็ได้   งานเสร็จเรียบร้อยอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นั่นเอง
ถึงเวลาก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปเช็คอิน   กดคีย์บอร์ด  ชื่อของเราก็ปรากฏอยู่ในรายการจองเรียบร้อยแล้ว   ไม่ต้องพกตั๋วเครื่องบินเป็นปึกๆเหมือนสมัยก่อน    แค่ควักพาสปอร์ตขึ้นมายืนยันว่าเราเป็นเจ้าของชื่อในจอตัวจริงก็พอ
สมัยก่อนนั้นเผลอทำตั๋วเครื่องบินหล่นหายไปสักใบ ก็แทบจะต้องนอนกันถาวรอยู่ที่สนามบินเชียวละค่ะ

เดินทางโดยรถไฟ หรือรถประจำทางก็เหมือนกันค่ะ  ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก

จะเดินทางไปรัฐไหน แม้ไม่เคยไปมาก่อนก็ไม่มีปัญหา  เปิดกูเกิ้ลดูแผนที่ของรัฐนั้นได้เลย    อยากรู้ว่าจุดท่องเที่ยวมีที่ไหนบ้าง ก็ให้กูเกิ้ลเป็นเลขาฯช่วยหาให้    พริบตาเดียว แหล่งท่องเที่ยวโผล่ขึ้นมาเรียงรายเป็นแถว   ไม่ต้องเดินทางไปหาแผ่นพับมาให้เสียเวลา

โรงแรมตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนโมเต็ลขนาดเล็ก มีให้เลือกทางกูเกิ้ลได้ทุกแห่ง ทุกเมือง   บอกแผนที่ทางไปโรงแรม ราคาห้อง หน้าตาของห้องเป็นยังไงแบบไหน หาในเว็บได้ไหม    จากนั้นก็คีย์เข้าไปจองห้องล่วงหน้าได้เลย   

การจ่ายเงินก็แน่นอนอยู่แล้วว่าจ่ายเงินพลาสติค คือใช้บัตรเครดิต  ไม่ต้องพกเงินสด    แม้แต่ซื้อของตามซูเปอร์ก็รูดการ์ดอย่างเดียว    เคยจ่ายเป็นเงินสด  คนขายเขาต้องยกส่องแล้วส่องอีกว่าธนบัตรปลอมรึเปล่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 11:37

จนชั่วโมงนี้ ไฟป่าก็ยังไม่ดับ   ตอนนี้ลุกลามกินเนื้อที่ไปแล้ว 59,845 เอเคอร์  บ้านวอดวายไปแล้ว 189 หลัง   สถานการณ์มีแนวโน้มว่าจะถึงขั้นวิกฤต  เพราะตอนนี้ควบคุมพื้นที่ได้แค่ 55% เท่านั้นค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 11:39


ลึกๆแล้ว ผมหวังให้กระทู้นี้เป็นเครื่องมือสำหรับการปรับความนึกคิดต่างๆ เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวเข้าไปสู่ความเป็นนานาชาติเมื่อเราจะต้องเข้าไปอยู่ในสังคม AEC ในอีกไม่นานนี้  ผมเองเป็นบุคคลหนึ่งที่มีโอกาสได้รู้จักและได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน EU ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงการเตรียมขยาย EU5 และในช่วงการเปลี่ยนสกุลเงินเป็น EUR     ด้วยความเป็นห่วงจริงๆกับเรื่องราวและผลในระดับจุลภาคที่มิค่่อยจะบอกเล่ากันครับ 
       

คุณ puyum  และคุณ samun007 ออกความเห็นไว้ในกระทู้คนไทยกับ AEC   ดิฉันยังไม่มีพื้นความรู้ทางด้านนี้เพียงพอจะคาดคะเนได้ว่าจะเป็นผลดีผลเสียกับไทยมากกว่ากัน
ก็อยากจะฟังความเห็นของคุณตั้งด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 15:45

เข้ามาส่งข่าวคะว่า ติดตามอ่านอยู่แต่ที่ไม่ได้เข้ามาคุยเพราะ คอมโดนไวรัส

มันเลยรวนอยู่เรื่อย ....เสียความรู้สึก...อีกสักพักคงต้องไปจัดการกับมันให้เรียบร้อย

คงจะเข้ามาคุยด้วยคะ

วันนี้คอมอารมณ์ดีเลยยอมให้โพสข้อความนานหน่อย....

เรื่องที่ไทยกำลังจะเข้าสู่ "วาระใหม่" ในอีก 3 ปีข้างหน้า หลายคนบอกว่าเรายังไม่ได้เตรียมความพร้อมอะไรเลย

มาเลเซีย สิงค์โปร์ เขาเตรียมความพร้อมให้ประชาชนไปมากแล้วโยเฉพาะทางด้านการศึกษา

แล้วเรา จะทำอะไรได้ทันบ้างสำหรับเวลาที่เหลืออยู่ นี้


อีกเรื่องคะ "โสร่ง" คุณตั้งจะใช่เส้นทางโสร่ง นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มคน ที่ไหนบ้าง

มานึกดู พม่า  มาเลเซีย  อินเดีย ยังมีโสร่งนุ่งอยู่ทุกวันนี้

สำหรับคนไทย ทางใต้ใกล้มาเล  คนอิสานชายเขตแดน ก็ยังนุ่งโสร่ง โดยเฉพาะคนมุสลิมยังเห็นอยู่โดยทั่วไป

ถ้ามีโอกาสลองเล่าสู่กันฟังนะคะ  อาจมีสิ่งที่เรามองข้ามไปมากมายก็ได้


ส่วนประสบการณ์ในต่างแดน หลังจากจบเรื่องวีซ่า คุณตั้งจะเริ่มที่ประเทศไหนก่อนดีคะ อยากให้เป็นยุโรป

โดยเฉพาะ ชนบท คงน่าสนใจมากเพราะมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและชัดเจน คะ

บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 16:53

หลังจากฉีดยาฆ่าไวรัสไปบางตัว ทำให้คอมทำงานดีขึ้นในวันนี้...

ขอถือโอกาสว่า "...ตอนนี้บรรยากาศโดยรวมยังดีอยู่แต่เมฆฝนก็ตั้งเค้าทะมึนมาไกลๆ..."

ไม่รู้ว่าจะมีพายุเข้ามาในบ้านเมืองหรือไม่  ...มาชวนคุยเรื่องเบ็ดเตล็ด สั้นๆที่ทำให้ปลอดโปร่งโล่งใจ

ไว้เป็นความชุ่มชื่นในการ.... ชมบ้านชมเมือง... ทั้งเมืองเรา เมืองเขา ...

เชื่อว่า ในการเดินทางของชีวิต เราคงจะพบมุมที่น่าประทับใจ ในรูปแบบต่างๆกัน

ที่ให้ทั้งความรู้ ความคิด และน่าทึ่ง เอามาเล่าสู่กันฟังดีไหมคะ

บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 17:29

ขอเริ่มที่มุมแห่งความอบอุ่นคะ

ด้านหลังของโรงแรมแห่งหนึ่งบนทิวเขา ในเมืองเซ็นได เขาทำมุมนี้ที่สวนเล็กๆ

มองดูทีแรกก็คิดว่า เป็นที่นั่งพักดื่มชา กาแฟเฉยๆ แต่เอ....นั่งแล้ววางเท้าในกระบะไม้...ทำไม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มิ.ย. 12, 18:05 โดย admin » บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 17:32

คอมทำหน้าแตกอีกแล้ว...ต้องการโพสแค่ 2 ภาพข้างบน (ทำไงจะลบ สองภาพล่างได้คะ )
บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 20 มิ.ย. 12, 17:51

นี่เป็นอีกมุมหนึ่งที่เห็นระหว่างทาง อยู่ริมถนน ห่างจากเส้นขอบถนนก็ไม่เกิน 5 เมตร เห็นทีแรกก็งงๆ

อะไรนี่...




บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 21 มิ.ย. 12, 19:44

ขอเล่าถึงกุญแจไขสู่ประตูโลกท่องเที่ยวอีกดอกหนึ่ง   นอกเหนือจากการทำวีซ่า
นั่นคือ กุญแจออนไลน์ ค่ะ....

เรื่องที่คุณเทาชมพูเล่ามานี้ แรกเกิดอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อระบบ Broad band เริ่มมีกระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกแห่งหน   ในยุโรปนั้นเพิ่งจะมีตามมาเมื่อสักประมาณ 15  ปีมานี้เอง และถ้าจำไม่ผิด จำได้ว่าเมื่อครั้งไปดูงานเกี่ยวกับ GIS ที่ประเทศไอร์แลนด์นั้น Hub ใหญ่ก็อยู่ในประเทศนี้    สำหรับในญี่ปุ่นนั้น แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีมาก แต่ระบบนี้กลับเกิดขึ้นและมีการใช้กันอย่างกว้างขวางเมื่อประมาณ 10 ปีมานี้เอง จำได้ว่าเมื่อแรกไปประจำการนั้น ยังต้อง Print เอากระดาษไปแสดงที่เคาเตอร์เพื่อขึ้นตั๋ว แล้วก็ต้องไปที่ตู้อีเล็กทรอนิกส์เพื่อทำรายการโดยมีเจ้าหน้าที่คอยบอกขั้นตอน  สามหรือสี่ปีต่อมาจึงสามารถไปทำการเช็คอินได้ที่ตู้อีเล็กทรอนิิกส์ตั้งแต่ต้นจนจบ   

ระบบการจองตั๋วและเช็คอินแบบอิเล็กทรอนิกส์นี้  มีการใช้ทั่วไปสำหรับสายการบินภายในประเทศ (และในเขต Schengen แต่ก็ไม่เสมอไป) แต่สำหรับการบินข้ามทวีปและข้ามประเทศ (ผมอาจจะเชยไปแล้วนะครับ) ก็ยังหนีไม่พ้นที่จะต้องไปเช็คอินที่เคาเตอร์ ด้วยเหตุผลทาง Security คือ ต้องปรากฎตัวบุคคล ต้องดู Passport ฯลฯ
   
ยังมีอีกเหตุผลที่สำคัญ คือ การเดินทางภายในประเทศในระว่างวันทำงานนั้น ส่วนมากจะเป็นการเดินทางในงานทางธุรกิจ อย่างมากก็นอนค้างหนึ่งหรือสองคืน ส่วนใหญ่ก็อยู่ในลักษณะไปเช้าเย็นกลับ ดังนั้น สัมภาระติดตัวจึงเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี แล้วจะต้องไปเสียเวลาทำไมกับการไปยืนเข้าแถวต่อคิวเพื่อเช็คอิน การซื้อตั๋วและการเช็คอินด้วยระบบอีเล็กทรอนิกส์จึงเหมาะสมกว่ามาก   ซึ่งในกรณีที่มีสัมภาระที่ไม่สามารถจะเอาไปใว้ใน Cabin เหนือที่นั่ง ก็ต้องเอาลงท้องเครื่อง กรณีนี้ก็ต้องไปเช็คอินที่เคาเตอร์อยู่ดี

เมื่อครั้งไปควบคุมงานที่แคนาดา จะต้องเดินทางไปมาระหว่างอ็อตตาวากับโตรอนโตหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงหนาวจัด ติดลบประมาณ 10 องศา  เราก็ขึ้นเครื่องแล้ว (เครื่องบินเล็กขนาดประมาณ 40 ที่นั่ง) มีผู้โดยสารประมาณครึ่งลำได้ นั่งรออยู่ในเครื่องประมาณ 15 นาที แล้วก็ถูกขอให้ลงจากเครื่องเพื่อไปยืนชี้กระเป๋าของตนเองที่ขนออกมาจากใต้ท้องเครื่องก่อนที่จะขนเข้าไปบรรทุกใหม่ เนื่องจากว่ามีผู้โดยสารคนหนึ่งไม่ปรากฎตัวแสดง Boarding Pass ขึ้นเครื่อง
ก็ด้วยสาเหตุนี้ประการหนึ่ง การจองการซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านทางระบบอีเล็กทรอนิกส์นั้น แม้จะกระทำได้จนถึงขั้นสามารถได้รับ Boarding Pass จากตู้ก็จริง แต่ก็ต้องแยกออกเป็นสองส่วน คือ การจองตั๋วการซื้อตั๋ว กับการเช็คอินเพื่อขอ Boarding Pass  สนามบินในบางเมืองอาจจะใช้ระบบผสมผสานระหว่างระบบกระดาษ (Hard copy) กับระบบอีเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเหตุผลทาง Security ในช่วงระยะเวลานั้นๆในพื้นที่นั้นๆ

คุณเนาวรัตน์เล่าไว้ตั้งแต่ตอนต้นกระทู้ว่าต้องลงจากเครื่องเดินผ่านความหนาวไปยืนเรียงคิวเพื่อเข้าอาคาร  ผมก็เจอะเจอสภาพดังกล่าวดังที่เล่ามา
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 21 มิ.ย. 12, 20:57

ููู^
ข้อพึงทราบบางประการ คือ
การเดินทางที่อยู่ในช่วงวันหยุดทางธุรกิจหรือทางราชการ (ของต่างประเทศ) ค่าโดยสารต่างๆ (โดยเฉพาะเครื่องบิน) จะถูกมากกว่าช่วงในวันทำงาน ในบางกรณ๊แทบจะครึ่งต่อครึ่งกับเลยทีเดียว    เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ  เป็นแนวนโยบายของรัฐ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวภายใน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คนได้กลับไปพบครอบครัวอัันเป็นพื้นฐานของแหล่งพลังในการเพิ่มผลผลิต    สำหรับในวันทำงานนั้น การเดินทางส่วนมากจะเป็นเรื่องทางธุรกิจ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆก็จะเป็นค่าใช้จ่ายด้านรายจ่ายหรือด้านการลงทุนของธุรกิจนั้นๆ

ยังไม่เห็นแนวนโยบายของรัฐของไทยเช่นนี้เลย   

นอกจากนั้นแล้วยังมี Low season และ High season ของธุรกิจต่างๆอีกด้วย ค่าเดินทางของทั้งสองฤดูนี้จะต่างกันมากพอสมควรเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นฤดูโกยทำกำไรของธุรกิจเลยทีเดียว เช่น หน้าหนาวของประเทศด้านทิศเหนือของโลก เป็น High season ของสายการบินที่บินเข้าสู่ประเทศแถบร้อนทางใต้ เป็นต้น   จะเห็นได้ว่าทัวร์ต่างๆของเราก็จะจัดให้ไปดูความหนาวและหิมะในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็น Low season ของเขา  ค่าใช้จ่ายต่างๆจึงไม่สูงมาก

แนวคิดเรื่อง High - Low เช่นนี้  ญี่ปุ่นเขาเอาไปทำในระดับประจำวันเลยทีเดียว  เมนูเดียวกันของร้านอาหาร ตอนอาหารเที่ยงราคาอาจจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาอาหารเย็น เช่น ร้านเนื้อย่าง ยากินิคขุ หรือ ชาบูชาบู ผมมักจะเปรียบว่า กลางวัน พันห้า (ร้อยเยน) กลางคืน ห้าพัน (เยน) ได้ใจได้ลูกค้าทุกระดับ

ได้เห็นกระทู้ของคุณ puyum เรื่อง คนไทยกับ AEC แล้ว ก็ว่าจะเข้าไปเล่าเรื่องเหล่านี้ครับ เดิมก็กะว่าจะยกกระทู้เรื่องในลักษณะนี้อยู่แล้ว ก็พอดีไม่ต้องไปดำเนินเรื่องเอง 



     
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 21 มิ.ย. 12, 21:14

ขอเริ่มที่มุมแห่งความอบอุ่นคะ
ด้านหลังของโรงแรมแห่งหนึ่งบนทิวเขา ในเมืองเซ็นได เขาทำมุมนี้ที่สวนเล็กๆ
มองดูทีแรกก็คิดว่า เป็นที่นั่งพักดื่มชา กาแฟเฉยๆ แต่เอ....นั่งแล้ววางเท้าในกระบะไม้...ทำไม

เมืองเซ็นได ผมไม่เคยไป ตั้งใจว่าจะ ก็ไม่มีโอกาสสักทีจนกลับ

หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบเลยว่าเรา (ไทย) เป็นผู้เปิดประตูทำให้เมืองนี้ให้ก้าวออกมาสู่ความเป็นนานาชาติ

แล้วจะเล่าให้ฟังครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง