เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 146417 เก็บตกมาจากการเดินทาง
กระต่ายหมายจันทร์
พาลี
****
ตอบ: 284


ศศ (สะสะ) แปลว่ากระต่ายและกวาง


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 22:50

เห็นด้วยกับคุณประกอบค่ะ ก๊อกแยกร้อนจัดเย็นจัดของอังกฤษมันช่าง ... ถ้าอยู่ในบ้านเราเองก็ทำใจได้ว่าสะอาดพอจะผสมน้ำในอ่างเพื่อล้างมือ แต่ถ้าเป็นห้องน้ำนอกบ้าน ต้องกัดฟันล้างมือในน้ำเย็นจัด ล้างเสร็จมือชาไปเลยทีเดียว ส่วนตัวเป็นคนชอบล้างมือบ่อยๆ ตลอดวัน มือชากันทั้งวัน นิ้วแข็งแทบจะกดคีย์บอร์ดไม่ได้ ลังเล ลังเล ลังเล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 01:58

ดิฉันเปิดก๊อกน้ำร้อน  แล้วล้างอย่างรวดเร็วก่อนน้ำจะทันร้อนค่ะ   บางทีน้ำเกิดร้อนเร็ว  ลวกมือไม้แทบพอง   แต่ก็ยังดีกว่าน้ำเย็นเจี๊ยบ  มันหนาวไปทั้งตัว
***************
ขอต่อเรื่องไฟป่าอีกนะคะ   จนบัดนี้ยังดับไม่ได้   ไฟป่าลามไปประมาณ 37,000 เอเคอร์แล้ว  มากกว่าที่ประเมินไว้แต่แรกแค่ 14,000 เอเคอร์
ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ไม่ใช่เรื่องคน  เพราะทางการสามารถเตือนผู้คนบนภูเขาให้อพยพลงมาทัน    แต่เป็นข่าวที่คุณเพ็ญชมพูคงจะใจไม่ดีไปด้วย คือสัตว์ป่าบนภูเขาหนีไฟไม่ทัน     ข้างบนเทือกเขาเป็นวนอุทยานแห่งชาติหลายแห่งด้วยกัน   และมีสัตว์ป่าสงวนอยู่มากมาย
เข้าใจว่าจะเกิดการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่ากันอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ



ยังไม่รวมควันไฟที่จะมารมชาวเมืองอีกหลายเมืองด้วยกัน บนที่ราบเชิงเขาข้างล่าง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 02:07


ต้องเดินบนสะพานไม้สองแผ่นประมาณ 15 เมตร ข้ามแอ่งน้ำ ไปยังกล่องไม้ที่สร้างอยู่บนเสาสี่เสาอยู่สูงเหนือน้ำสักประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ผมใช้คำว่ากล่อง เพราะไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี เป็นทรงสี่เหลี่ยม กว้างยาวประมาณ 1.5 เมตร พื้นไม้เป็นร่องให้ถ่าย ฝาด้านข้างรอบด้านใช้ไม้กระดานประมาณ 4 แผ่นตีบังเอาไว้ ก็สูงประมาณ 1 เมตรเห็นจะได้ เอาละต้องสู้ สุดทนแล้วนี่ เรื่องยุ่งยากก็เริ่มจากปลดกางเกงลงมา ที่ก็แคบ ยืนปลดคนก็เห็นหมด แถมร่องยังบังคับอีกด้วยให้หันหน้าได้สองทิศเท่านั้น ก็พยายามปลดกางเกงลงมาจนนั่งได้ แต่ฝาที่บังนี้ซี มันบังได้เพียงประมาณใหล่เท่านั้น นั่งมองเขาได้ทั่ว เขาก็มองเห็นเราได้ทั่ว นึกสภาพแล้วก็เหมือนเป็ดลอยน้ำหัวโผล่อยู่ เด่นเป็นเป้าสายตา

ส้วมแบบที่ว่า ดิฉันเข้าใจว่าสมัย 100 ปีก่อน ไทยเราก็มีเหมือนกัน  สร้างไว้ริมคลอง     แต่ผนังน่าจะสูงกว่า 1 เมตร ถึงขั้นสูงเลยหัว   สามารถบังผู้ใช้ได้หมด   
นึกถึงพระนิพนธ์ "แม่เล่าให้ฟัง"  ในสมเด็จฯกรมหลวงนราธิวาสฯ  ทรงเล่าถึงบ้านเดิมของสมเด็จพระศรีนครินทราฯ ว่ามีส้วมแบบนี้ตั้งอยู่ริมคลอง   เป็นส้วมที่สะอาดและไม่มีกลิ่น     จะเห็นได้ว่าพื้นล่างโปร่งมีอากาศถ่ายเทได้   ถ่ายลงน้ำก็เท่ากับน้ำพัดพาไปไม่ขังอยู่ในส้วม

ในยุคที่บ้านเมืองยังมีคนอยู่น้อยมาก   ส้วมแบบนี้จัดเข้าประเภทสุขา ไม่ใช่ทุกขาอย่างในเมืองจีน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 02:55

ส่วนนี่ ที่ไทเป ไต้หวัน
ประเทศที่พัฒนาแล้ว

ผมเห็นครั้งแรกยังงงว่า นี่เธอเล่นขายอะไรกันโจ้งๆข้างถนนอย่างนี้
เพื่อนคนจีนที่นั่นบอกว่า ขายหมาก

ผมยิ่งงงใหญ่

ถ้าเด็กขายพวงมาลัยในบ้านเราแต่งแบบนี้มาขายพวงมาลัย    วันแรก  รถราคงชนกันวินาศแถวสี่แยก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 05:13

ไฟป่า (ต่อ)
ที่นี่เป็นเวลาสี่โมงเย็นของวันจันทร์   ตรงกับตีห้าของวันอังคารในประเทศไทย
ติดตามฟังข่าวไฟป่าบนเทือกเขา   พบว่าจนป่านนี้ก็ยังสะกัดไม่อยู่  ไฟยังคงลุกลามไม่รู้จบ    อาคารบนภูเขาหมดไป 100 กว่าหลังแล้วค่ะ  เพราะที่นั่นเป็นแหล่งท่องเที่ยว   มีโรงแรมและรีสอร์ตอยู่หลายแห่ง
ควันเริ่มรมเมือง Fort Collins ที่อยู่ห่างเชิงเขาไปเพียง 15 ไมล์  กลายเป็นหมอกมุงเมือง   ถ้าหนากว่านี้ชาวเมืองเห็นจะแย่   ควันไฟจะทำให้หายใจไม่ออก

Fort Collins เป็นเมืองที่ตั้งของ State University    มีนักเรียนไทยเรียนอยู่แยะเหมือนกัน    สมัยก่อนโน้น  เมืองนี้เป็นแหล่งของพวกวิศวฯ จุฬา มาเรียน หรืออบรม หรือดูงานต่อ  โดยเฉพาะพวกเข้าทำงานในรัฐวิสาหกิจอย่างไฟฟ้า   เดินๆไปเจอหน้าก็จะคุ้นๆ เอ๊ะ  ฉันว่าฉันเคยเห็นแถวสามแยกปากหมา หรือระเบียงคณะอักษรฯ นี่นา

หาแผนที่จากเน็ต เพื่อดูว่ามันจะมาถึงเมืองที่อยู่หรือเปล่า     ไฟคงมาไม่ถึง เพราะข้างล่างเป็นทุ่งราบ  ไม่มีป่าเป็นเชื้อไฟ     แต่ถ้ายังลุกไหม้ลามไปเรื่อยๆบนภูเขา  ควันจะต้องมาถึงแน่นอน
ถ้าหายหน้าไปจากเรือนไทย  แปลว่าอพยพไปแล้วนะคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 13 มิ.ย. 12, 11:11

แยกกระทู้ไปแล้ว  กระทู้นี้เลยหล่นฮวบลงมา ต้องตามมาดึงขึ้นไป

เรื่องไฟป่า เมื่อตอนบ่ายยังมีกลิ่นควันไฟจางๆให้แสบตาเมื่อเดินในเมือง   แต่ตอนค่ำ กลิ่นหายไปแล้ว 
แสดงว่าควันลดน้อยลงแล้ว  ทางการควบคุมพื้นที่ได้อยู่ แม้ว่ายังดับไฟไม่ได้   ก็ถือว่าเมืองแถวนี้ปลอดภัย หมดห่วงไปที
เชิญคุณตั้งกลับมาเก็บตกเรื่องการเดินทางต่อไปค่ะ



บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4253


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 13 มิ.ย. 12, 20:33

ครับผม  ออกมาจากสุขาแล้ว เลยเก้ๆกังๆ ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางใหนดี

ต่อเรื่อง ในระหว่างช่วงที่ตัดสินใจว่าจะเดินทางไปใหนนั้น มักจะเริ่มต้นที่ไปจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เดินทางด้วยสายการบินที่ต้องการ ตามเส้นทางที่ต้องการ และในราคาที่รับได้ 
เนื่องจากการชำระค่าตั๋วเครื่องบินนั้น มักจะกระทำก่อนวันเดินทางจริงระหว่าง 7 - 15 วัน ดังนั้น ในช่วงก่อนหรือระหว่างเวลานี้จึงไปขอวีซ่ากัน 
เมื่อได้วีซ่าแล้ว เป็นอันว่าทุกอย่างลงตัว เดินทางได้แน่ๆ เข้าประเทสที่ต้องการได้แน่ๆ

การซื้อตั๋วเครื่องบินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีเทคนิคอยู่พอสมควรทีเดียว  โดยปรกติเราก็ต้องคิดว่าไปจองไปซื้อที่บริษัทการบิน  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซื้อกับบริษัททัวร์หรือตัวแทนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวจะง่ายและยืดหยุ่นกว่ามาก ด้วยเหตุผลหลายประการ  ซึ่งมีอยู่สองสามประการที่เป็นสาระสำคัญ คือ เรื่องแรก สำนักงานของสายการบินนั้นๆจะมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ไม่มากและไม่ทุกท้องที่ จึงต้องมีการตั้งตัวแทนจำหน่ายเพื่อกระจายโอกาสที่จะได้ผู้โดยสารมากขึ้น    เรื่องที่สอง บริษัทการบินจะขายที่นั่งให้กับบริษัททัวร์เป็นล๊อต หรือในอีกนัย บริษัททัวร์จะขอซื้อเป็นล๊อตจำนวนใดจำนวนหนึ่งขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ซึ่งหมายถึงมีการลดและแถม เช่น หากซื้อถึง 15 ที่นั่งก็จะได้แถมฟรีหนึ่งที่นั่ง ซึ่งจะเป็นส่วนกำไรให้กับบริษัททัวร์   เรื่องที่สาม เกี่ยวกับเงื่อนไขในการใช้ตั๋วกับราคาค่าตั๋ว
ทั้งสามเรื่องนี้เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งคงจะไม่เล่าความเกี่ยวพันกันเหล่านี้

เอาเป็นว่า ตั๋วเครื่องบินของสายการบินใดๆที่ราคาถูกที่สุด คือ ประเภทกำหนดเที่ยวบินและวันที่จะบินทั้งไปและกลับ เรียกว่าเปลี่ยนหรือเลื่อนอะไรไม่ได้เลย จากนั้นก็เพิ่มราคาขึ้นไปเรื่อยๆตามเงื่อนไขของการอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ เช่น เที่ยวบิน วันที่จะไป วันที่จะกลับ การแวะลงระหว่างทาง สายการบิน เส้นทางการบิน และรวมถึงช่วงระยะเวลาของปี ระยะเวลาการซื้อล่วงหน้า ตลอดจนอายุของตั๋วอีกด้วย เป็นต้น   การซื้อตั๋วเครื่องบินจากบริษัททัวร์จึงถูกมากกว่าการซื้อจากที่ทำการสายการบิน

ซื้อตั๋วเครื่องบินนั้น มีเรื่องที่จะต้องตรวจทานก่อนรับตั๋วเสมอ คือ การสะกดชื่อในตั๋วจะต้องตรงกับที่สะกดในหนังสือเดินทาง ดังนั้นเมื่อไปชำระเงินและรับตั๋วนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ขายจึงมักจะต้องขอให้เอาหนังสือเดินทางไปเพื่อตรวจสอบความถูกต้องด้วย   และในหลายๆครั้งที่เจ้าหน้าที่จะพลิกดูวีซ่าในหนังสือเดินทางด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่า หากสายการบินนั้นนำผู้โดยสารที่ไม่มีวีซ่าเข้าประเทศปลายทาง สายการบินจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบนำผู้โดยสารคนนั้นกลับมายังประเทศต้นทางด้วย
   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 06:58

ถ้าซื้อจากประเทศไทย  ให้ตัวแทนของทัวร์เป็นคนจัดการให้   จะสะดวกและประหยัดอย่างที่คุณตั้งบอกไว้ค่ะ   

แต่ถ้าซื้อตั๋วเดินทางภายในประเทศ ของสหรัฐอเมริกา  ตอนนี้สะดวกมากคือสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต   คีย์ข้อมูลเข้าไป ก็เรียบร้อย   
จากนั้นเขาก็ส่งหลักฐานมาทางอีเมล์ ให้พริ้นท์ออกมายื่นให้เจ้าหน้าที่ตอนเช็คอิน   หรือว่าจะเช็คอินเอง  กับเครื่องที่เคานเตอร์ด้วยตัวเองก็ได้ค่ะ

ในประเทศ มีสายการบินราคาต่ำ (low cost)  ที่ตั๋วถูกกว่าปกติ     พวกนี้มักจะเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก   ไม่เสิฟอาหาร อย่างดีก็มีเครื่องดื่มให้คนละถ้วยกระดาษ   
ที่เจออีกอย่างคือเขาคิดเงินค่ากระเป๋าเดินทางด้วย    ไม่ฟรีอย่างเวลาบินระหว่างประเทศ  และจำกัดจำนวนไม่เกิน 2 ใบ รวมใบที่ติดตัว
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:07

อ้างจาก: naitang

เรื่องการกินหมากของพม่านี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่บางประการ คือ
  -คนที่มีหมากเคี้ยวอยู่ในปากตลอดเวลา เกือบทั้งหมดจะเป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งส่วนมากหรือแทบจะทั้งหมดจะเป็นคนเชื้อสายอื่นที่มีสายสัมพันธ์ทางกรรมพันธุ์กับชาติพันธุ์ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ    คนเชื้อสายพม่า (ม่าน) จริงๆ รวมทั้งคนมอญ กะเหรี่ยง ดูจะกินหมากอย่างค่อนข้างจะเป็นกิจลักษณะ คือ เมื่อขึ้นบ้านเขา รับรองแขก และในเวลาพักผ่อน พักกาย ซึ่งสำหรับพวกไทยใหญ่นั้นเืกือบจะไม่เห็นเลย      
  -ภาพของน้ำหมากเต็มไปหมดบริเวณรอยต่อของผนังกับพื้นและโดยเฉพาะบริเวณโคนเสาอาคารนี้ จะพบมากในเมืองย่างกุ้ง และจะพบน้อยลงไปเรื่อยๆในเมืองตามเส้นทางขึ้นเหนือ ตองอู พิมมะนา (เมืองหลวงในปัจจุบัน) พุกาม จนพบน้อยในมัณฑะเลย์ และเกือบจะไม่เห็นคนกินหมากเลยเหนือมัณฑะเลย์ขึ้นไป   ภาพนี้มิไช่จะเห็นเฉพาะในเขตประเทศพม่า ยังเห็นได้ตามแนวชายแดนไทย-พม่าอีกด้วย  

ถ้าเป็นในประเทศไทย ผมแนะนำให้ไปดูที่ตลาดขายส่งผักและผลไม้ย่านรังสิต , คลองหลวง หรือแม้แต่โรงงนแถว ๆ พระราม ๒ ครับ รับรองว่าเจอน้ำหมากเยอะแน่ ๆ ไม่ได้มีเฉพาะที่ชายแดนหรอกครับ ถ้ารู้แหล่งแรงงานพม่า ก็จะหาไม่ยากครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:11

เก็บตกข่าวไฟป่าที่ "ที่นี่" ของคุณเทาชมพู

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายนว่า เหตุไฟป่าในมลรัฐโคโลราโดและนิวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลุกลามกินพื้นที่ ๘๐ ตารางกิโลเมตร และ ๑๐๓ ตารางกิโลเมตร ตามลำดับ หลังจากเกิดลมแรงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือนต้องอพยพจากที่อยู่อาศัย

ข่าวจาก ไทยรัฐ

คุณเทาชมพูเคยนั่งรถผ่านบ้านแถวนี้บ้างหรือเปล่า

 ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:31

ตอนนี้ไฟป่ากินเนื้อที่เข้าไปกว่า 46,000 เอเคอร์แล้ว  ยังไม่ดับค่ะ  ถ้ามองจากทุ่งราบ  ยังมองเห็นควันสีขาวม้วนตัวขึ้นมาไม่ขาดสาย เป็นกลุ่มกระจายในวงกว้างมาก  
เครื่องบินทั้งโปรยสารเคมี และฉีดน้ำลงในป่า   ควบคุมไม่ให้ขยายออกไปได้ แต่ยังดับไม่ได้

เคยไปแถวไฟไหม้   ส่วนหนึ่งของป่าแถวนี้เป็นภูเขาชื่อ Horsetooth Reservoir   อยู่ไม่ห่างจาก Fort Collins มากนัก เป็นที่ชาวบ้านนิยมกันไปปิคนิค  เพราะมีทะเลสาบสวยมาก  โดยเฉพาะในเวลาเย็น ตะวันใกล้ลับเหลี่ยมเขา  
เอารูปจากอินทรเนตรมาให้ดู    


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:34

อ้างจาก: naitang

เรื่องการกินหมากของพม่านี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่บางประการ คือ
  -คนที่มีหมากเคี้ยวอยู่ในปากตลอดเวลา เกือบทั้งหมดจะเป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งส่วนมากหรือแทบจะทั้งหมดจะเป็นคนเชื้อสายอื่นที่มีสายสัมพันธ์ทางกรรมพันธุ์กับชาติพันธุ์ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ    คนเชื้อสายพม่า (ม่าน) จริงๆ รวมทั้งคนมอญ กะเหรี่ยง ดูจะกินหมากอย่างค่อนข้างจะเป็นกิจลักษณะ คือ เมื่อขึ้นบ้านเขา รับรองแขก และในเวลาพักผ่อน พักกาย ซึ่งสำหรับพวกไทยใหญ่นั้นเืกือบจะไม่เห็นเลย      
  -ภาพของน้ำหมากเต็มไปหมดบริเวณรอยต่อของผนังกับพื้นและโดยเฉพาะบริเวณโคนเสาอาคารนี้ จะพบมากในเมืองย่างกุ้ง และจะพบน้อยลงไปเรื่อยๆในเมืองตามเส้นทางขึ้นเหนือ ตองอู พิมมะนา (เมืองหลวงในปัจจุบัน) พุกาม จนพบน้อยในมัณฑะเลย์ และเกือบจะไม่เห็นคนกินหมากเลยเหนือมัณฑะเลย์ขึ้นไป   ภาพนี้มิไช่จะเห็นเฉพาะในเขตประเทศพม่า ยังเห็นได้ตามแนวชายแดนไทย-พม่าอีกด้วย  

ถ้าเป็นในประเทศไทย ผมแนะนำให้ไปดูที่ตลาดขายส่งผักและผลไม้ย่านรังสิต , คลองหลวง หรือแม้แต่โรงงนแถว ๆ พระราม ๒ ครับ รับรองว่าเจอน้ำหมากเยอะแน่ ๆ ไม่ได้มีเฉพาะที่ชายแดนหรอกครับ ถ้ารู้แหล่งแรงงานพม่า ก็จะหาไม่ยากครับ

พม่ากินหมาก
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2010/09/22/entry-1
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:46

ข่าวไฟป่า (ต่อ)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ว่า เหตุไฟป่าที่รัฐโคโลราโด ของสหรัฐอเมริกายังคงทวีความรุนแรง โดยไฟได้ลุกลามกินพื้นที่ป่ามากกว่า ๑๗๖ ตารางกิโลเมตร นับเป็นเหตุไฟป่าที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปีของรัฐ ทั้งยังมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว ๑ คน ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าในรัฐนิวเม็กซิโก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ราว ๔๐ เปอร์เซนต์แล้ว

ข่าวจาก ไทยรัฐ

 ตกใจ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 11:53

ตอบคุณเพ็ญชมพู
วันนี้ไปส่งเพื่อนขึ้นเครื่องที่สนามบิน    ขากลับ ยังมองเห็นควันสีขาวพลุ่งขึ้นมาเหนือเทือกเขาอยู่เลยค่ะ
ป.ล. เวลาในรูปเป็นเวลาในประเทศไทย   ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเวลาท้องถิ่น


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4253


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 14 มิ.ย. 12, 19:47

ไม่เคยอยู่ในพื้นที่ๆไฟกำลังใหม้ป่าในต่างประเทศ ฟังแต่ข่าวและเห็นภาพในทีวี มันใหม้น่ากลัวดีเหมือนกัน และที่น่ากลัวขึ้นไปอีกก็ตอนที่มันเริ่มลามต่อเนิ่องและไม่มีทิศทางแน่นอน ขึ้นอยู่กับทิศทางของลมพัด ไฟให้ป่าที่คุณเทาชมพูเล่ามาในครั้งนี้ ข่าวว่าต้นตอมาจากฟ้าผ่าใช่ใหมครับ

ฟ้าผ่านี้ มักจะเกิดในบริเวณที่มวลอากาศร้อนกับอากาศเย็นมาเจอกัน สร้างให้เกิดเมฆทรงกระถางต้นไม้ (Cumulonimbus cloud) และเกิดพายุ และก็มักจะเกิดร่วมกับการพ่นเถ้าถ่านของภูเขาไฟ และรวมทั้งพายุฝุ่นอีกด้วย   เมื่อมีไฟใหม้ป่า เิกิดละอองขี้เถ้าฟุ้งลอยขึ้นไป ก็จะไปช่วยทำให้เกิดฟ้าผ่าตามมามากขึ้น

ฟ้าผ่าก็มีประโยชน์เหมือนกัน คือไปช่วยทำให้เกิดสารประกอบไนโตรเจนที่เรียกว่า nitric oxide ซึ่งเมื่อผนวกกับน้ำก็จะได้กรดไนตริก กลายเป็นประโยชน์ต่อพืช

เล่าแล้วว่าไม่เคยอยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีไฟใหม้ป่าในต่างประเทศ แต่เคยอยู่ในบริเวณที่กำลังมีไฟใหม้ป่าในไทย ต้องหาทางหนี   ซึ่งเนื่องจากลักษณะของพืชพันธุ์มีความแตกต่างกันระหว่างบ้านเขาซึ่งเป็นพวกไม้มียาง (ต้นสนต่างๆ ฯลฯ) ส่วนบ้านเรามักจะเป็นป่าไผ่หรือป่าเต็งรัง (ต้นเหียง ต้นพลวง) ความรุนแรงของการใหม้จึงต่างกัน จึงไม่ยากนักที่จะใช้สติหาหนทางเพื่อหนีรอดได้ เพียงแต่ต้องตั้งสติให้ดีอย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  พ้นออกมา เสื้อผ้า หน้าตาแขนขาก็สกปรกมอมดำไปเท่านั้นเอง 

ไฟป่าในไทยนั้น จะบอกว่าทั้งหมดเกิดจากคนจุดก็ได้ และอยู่ในสภาพที่รู้ว่าขอบเขตจะไปถึงใหน จะเรียกว่าจุดให้ใหม้แบบควบคุมมันได้ก็คงจะไม่ผิดนัก เท่าที่ได้สัมผัสมา มีอยู่เพียงสองเหตุผล คือ จุดเผากองไม้ที่แผ้วถางที่ทำไร่ไว้ และเผาหญ้าแห้งเพื่อในหญ้าระบัดขึ้นเพื่อใ้ห้สัตว์มาหากิน ซึ่งจะเผาในบริเวณที่เป็นป่าเต็งรัง ต้นไม้พวกนี้ไม่ตายเพราะมีเปลือกหนา   ในเชิงของวิทยาศาสตร์ ป่าพวกนี้อยู่ในพื้นที่ดินที่เป็นกรด ขี้เถ้าจากหญ้าเป็นด่าง เมื่อฝนตกลงมาก็จะช่วยปรับดินให้มีสภาพดินเป็นกลาง หญ้าก็จะขึ้นงอกงามได้ง่าย ส่งผลให้เป็นระบบนิเวศน์ที่กลับสมดุลย์อีกครั้งหนึ่ง 

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.107 วินาที กับ 19 คำสั่ง