เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 28 29 [30] 31 32 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 144732 เก็บตกมาจากการเดินทาง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 435  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 18:41

นางงามยุคโน้น กับร่มกันแดด แยกกันไม่ออกจริงๆ
ส่วนญี่ปุ่น ร่มกันแดดน่าจะไม่จำเป็นเท่าร่มกันฝนนะคะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 436  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 19:15

ร่มกันแดดของญี่ปุ่นแบบโบราณทำด้วยกระดาษ สไตล์เดียวกันกับร่มทางเหนือของเรา

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3596


ความคิดเห็นที่ 437  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 19:19

ก็เลยขอต่อไปเรื่องของการแต่งกาย

นักท่องเที่ยวจะแต่งกายอย่างไรก็คงไม่เป็นปัญหา แต่มันก็ต้องมีการดูถึงความเหมาะสมและความพอดีอยู่เหมือนกัน

ผมเคยเห็นคนในคณะศึกษาดูงานหลายคณะ ซึ่งเป็นคณะบุคคลในคณะบุคคลากรระดับสูงขององค์กรต่างๆอีกด้วย  (ซึ่งผมต้องเป็นผู้ประสานงานและต้อนรับอำนวยความสดวก)   ใส่สูทผูกเน็คไทด์แต่ใส่รองเท้าผ้าใบ   หากจะแต่งกายด้วยชุดสูท (ซึ่งเขาถือกันว่าเป็นชุดสุภาพและเป็นงานเป็นการ) ก็ควรจะต้องใส่รองเท้าหนังหุ้มส้น สวมถุงเท้า และก็ควรจะเป็นรองเท้าสีดำอีกด้วย     บ้างก็ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีสดใสที่ใช้ในเวลาเล่นกอล์ฟ ใส่รองเท้าผ้าใบ แล้วใส่เสื้อ blazer ทับก็มี   ที่มากไปกว่านั้นคือ ใส่เสื้อเล่นกอล์ฟสีสดใส รองเท้าผ้าใบ ใส่โอเวอร์โค๊ตทับ แถมมีผ้าพันคอสีสดใสพันรอบคออีกด้วย (ยังกับเขมรแขวนผ้าขาวม้ารอบคอ) สุดยอดจริงๆ   มันไม่ใช่แฟชั่น มันไม่ใช่ความเท่ห์ มันทำให้คนเขามองแบบดูถูก ขนาดคนจรจัดที่เรียกว่าพวก bum ยังยิ้มและหัวร่อ    ฝ่ายหญิงที่ใส่ชุดไทยจิตรลดาแล้วใส่รองเท้าผ้าใบไปในงานพิธี ก็เป็นของสุดยอดที่เคยเห็นเหมือนกัน

ผมเห็นว่า ในการเดินทางไปต่างถิ่นนั้น หากเป็นไปได้ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าผ้าใบ ควรจะใช้รองเท้าหนัง casual แบบสวมสบายๆ ซึ่งใช้ได้อย่างพอเหมาะสมในทุกโอกาส รองเท้าแตะคงไม่ต้องเอาไป ใช้ของโรงแรมก็พอได้  เสื้อนอกนั้น หากไม่ต้องไปในพิธีการใดๆ เพียงอยากใส่ให้ดูดีก็หาซื้อที่เป็นแบบสปอร์ตแจ็คเก็ต (มิใช่แบบ blazer)  เสื้อก็เป็นเสื้อเชิร์ตปรกติ จะลายอย่างไรก็ได้ แต่ขออย่าได้เป็นเสื้อยืดหรือเสื้อกอล์ฟเลย    การแต่งกายแบบสุภาพพอสมควรนี้ ไปซื้อของอะไรอย่างน้อยเขาก็ไม่โขกราคาและให้การต้อนรับที่ดีกว่าเยอะ

สำหรับฝ่ายหญิงนั้น ผมเชื่อว่าผู้หญิงมีสำนึกดีเป็นทุนอยู่แล้ว   เคยเห็นผู้หญิงสูงวัยชาวบ้านใส่ผ้าซิ่น ใส่เสื้อแขนกระบอก ใส่รองใส่เท้าแตะ ในคณะทัวร์ในยุโรป  ฝรั่งยังชอบใจ ให้ความเอ็นดู และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่แสดงอาการดูถูกเย้ยหยันแต่อย่างใดเลย              

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 438  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 20:00

    บ้างก็ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีสดใสที่ใช้ในเวลาเล่นกอล์ฟ ใส่รองเท้าผ้าใบ แล้วใส่เสื้อ blazer ทับก็มี  

      เพียงอยากใส่ให้ดูดีก็หาซื้อที่เป็นแบบสปอร์ตแจ็คเก็ต (มิใช่แบบ blazer)  

     ไม่ค่อยจะรู้เรื่องแฟชั่นผู้ชายค่ะ   ออกตัวไว้ก่อน    อยากทราบว่า blazer ที่เดิมเข้าใจว่าเป็นเสื้อตัวนอกของผู้ชาย  นุ่งกับกางเกงคนละสีกับเสื้อ  (ไม่ใช่เสื้อกางเกงตัดด้วยผ้าชนิดเดียวกันที่เรียกว่าสูท)    มันต่างจากสปอร์ตแจ็คเก็ตยังไงคะ   
     ถ้าเห็นแขวนอยู่เดี่ยวๆในร้านจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือท่อนบนของชุดสูท  ตัวนั้นคือเบลเซอร์ และตัวโน้นคือสปอร์ตแจ็คเก็ต  สังเกตความแตกต่างได้จากตรงไหนคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 439  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 20:08

คนที่บ้านเคยสวมเสื้อนอกแบบในรูปข้างล่างนี้   สีน้ำเงินแก่ เป็นผ้าอะไรไม่รู้ ถ้าไม่ใช่ wool ก็คงเป็นสักหลาด  
มีกระดุมทองสองแถว  นุ่งกับกางเกงขาว  แต่เจ้าตัวไม่ผูกเนคไทเวลาสวมไปงานสังสรรค์   ใช้ผ้าพันคอแทน  แสดงว่าสวมแบบลำลอง  
เสื้อนอกแบบนี้เรียกว่าเบลเซอร์ใช่ไหมคะ  หรือว่าเป็นสปอร์ตแจ็กเก็ตก็ได้เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3596


ความคิดเห็นที่ 440  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 20:45

เรื่องร่มที่ทำจากกระดาษนั้น แท้จริงแล้วมีการอาบด้วยยางไม้ จึงกันได้ทั้งฝนและกันแดด   ในสมัยก่อนนั้นไม่มีการเขียนลวดลายให้สวยงาม มีแต่สีน้ำตาลเข้มหรือดำเท่านั้น เมื่อสมัยเด็กๆก็ยังใช้อยู่ครับ

ที่น่าทึ่งก็คือ ร่มกระดาษของญี่ปุ่นนั้น (เข้าใจว่าทั้งเราและญี่ปุ่นเอามาจากจีน)  ผมเคยเห็นที่ Kanazawa  จังหวัดทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น   เหมือนกับร่มกระดาษสาของไทยราวกับทำมาจากแหล่งเดียวกัน  คือมีการถักเส้นด้ายในกลีบไม้ใต้ก้านร่มด้วย จะต่างกันนิดเดียวตรงด้ามมือจับเท่านั้นเอง   

งานทำด้วยมือที่ Kanazawa นี้ คล้ายๆกับของไทยมาก ทั้ง ร่ม เครื่องปั้นดินเผา ทองเปลวที่ปิดพระ ฯลฯ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 441  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 21:36

อ้างถึง
ผมเคยเห็นคนในคณะศึกษาดูงานหลายคณะ ซึ่งเป็นคณะบุคคลในคณะบุคคลากรระดับสูงขององค์กรต่างๆอีกด้วย  (ซึ่งผมต้องเป็นผู้ประสานงานและต้อนรับอำนวยความสดวก)   ใส่สูทผูกเน็คไทด์แต่ใส่รองเท้าผ้าใบ   หากจะแต่งกายด้วยชุดสูท (ซึ่งเขาถือกันว่าเป็นชุดสุภาพและเป็นงานเป็นการ) ก็ควรจะต้องใส่รองเท้าหนังหุ้มส้น สวมถุงเท้า และก็ควรจะเป็นรองเท้าสีดำอีกด้วย
     

ประสพการณ์ใหม่เอี่ยมที่สนามบินสุวรรณภูมิครั้งล่าสุดไม่กี่วันมานี้ ผมเห็นคณะนักการเมืองท้องถิ่นจากชนบทกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ คนหนึ่งสวมชุดสูตรผูกเนคไทตามที่คุณตั้งว่าทุกประการ แต่มีแถมสร้อยพระพวกเบ่อเริ่มแขวนไว้นอกเสื้อ อารมณ์คล้ายๆกับรูป(ของคนอื่น)ข้างล่างที่ผมพยายามหามาให้ดูพอให้นึกภาพออก

ไม่ทราบว่าพี่แกกำลังจะไปประเทศไหน แต่ถ้าเป็นซีเรียก็ไม่ว่ากัน


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3596


ความคิดเห็นที่ 442  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 21:58

blazer โดยหลักที่ถูกต้องแล้วก็คือเสื้อทีมครับ ที่กระเป๋าหน้าอกจะต้องมีปักตราอะไรสักอย่าง กระดุมมักจะเป็นสีทองหรือเงินที่มีตราอยู่ด้วย  สีของเสื้อนั้นไม่บังคับ แต่ที่นิยมก็มักจะเป็นสีเข้ม เช่น navy blue (หรือสีกรมท่า) แต่สีเขียวก็มี สีฟ้าหม่นหรือสีควันบุหรี่ก็มี และสีแดงก็มีเหมือนกัน
  
ในปัจจุบันนี้ ไม่ยึดถือกันว่าจะต้องมีตราปักที่กระเป๋าหน้าอกของเสื้อ  ยังคงนิยมว่าต้องเป็นสี dark blue หรือ navy blue และติดกระดุมสีทองหรือเงิน ทั้งนี้สำหรับเสื้อของพวกแบรนด์เนมทั้งหลาย กระดุมก็ยังคงเป็นแบบมีตราอะไรสักอย่างอยู่เสมอ    สำหรับทรงเสื้อนั้น ตามปรกติจะเป็นแบบกระดุมสองเม็ด แต่จะเป็นแบบปกทับ (กระดุมสองแถว) หรือแบบมีกระดุมสามเม็ดก็รับได้ว่าเป็นเสื้อ blazer เหมือนกัน

สำหรับแจ็คเก็ตหรือสปอร์แจ็คเก็ตนั้น เป็นเสื้อทรงเสื้อนอกเหมือนกัน จะเป็นแบบกระดุมสองเม็ด หรือสามเม็ดก็ได้ ความต่างจริงๆอยู่ที่ผ้าที่ใช้ตัดเย็บ ซึ่งอาจจะเป็นผ้าหนาๆมีลายสี (ผ้าขนสัตว์หรือผ้าฝ้าย) หรือเป็นผ้าลายตารางต่างๆหรือตารางเล็กๆ  อาจจะมีการปะหนังที่ข้อศอกก็ได้  กระเป๋าก็มีทั้งแบบปะและแบบเจาะ  หากไม่ใช้กระดุมสีทองหรือเงินแล้ว ลักษณะเหล่านี้รวมเรียกว่าเสื้อแจ็คเก็ต   ส่วนสปอร์ตแจคเก็ตนั้น จะต่างไปตรงที่ ค่อนข้างจะเป็นผ้าบางและไม่มีลาย ใส่คลุมทับกับเสื้อเชิร์ตสีพื้น ดูเนี๊ยบเรียบร้อย จะผูกเน็คไทด์หรือไม่ผูกก็ได้   ในการ์ดเชิญไปงานตอนบ่ายแก่ๆหรือตอนเย็น บางครั้งก็ระบุว่า แต่งการแบบ smart casual ก็คือการแต่งกายแบบใส่ sport jacket นี้เอง

ภาพที่คุณเทาชมพูนำมาแสดงนั้น หากเสื้อในเป็นสีขาว ผูกเน็คไทด์สีเข้มกว่านี้หน่อย ใส่เสื้อนอกตัวเดียวกันนี้โดยไม่มีผ้าเซ็ดหน้าเหน็บที่กระเป๋าหน้าอก เสื้อนอกตัวนี้ก็จะจัดไปเป็นเสื้อ blazer   แต่หากแต่งตามภาพ ก็จะกลายเป็นการแต่งการแบบ smart casual  เสื้อนอกก็จะกลายเป็นเสื้อแจ็คเก็ตไป

การผสมผสานและการเลือกใช้เสื้อใน เสื้อนอก และเน็คไทด์ ในการแต่งกาย รวมทั้งสีของเสื้อผ้า สีและลวดลายของเน็คไทด์ และแม้กระทั่งการใช้รองเท้าหนังแบบมีเชือกผูกหรือไม่มีเชือกผุก นิดๆหน่อยๆจากของทีมีอยู่แล้ว ทำให้การแต่งกายนั้นๆเหมาะสมกับกาลเทศะต่างๆกันไป    

ข้อสำคัญ เสื้อนอกของชุดสูทนั้น จะเอามาใส่เดี่ยวๆอย่างไรก็ไม่เป็นเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อ blazer  ทั้งด้วยลักษณะของผ้าและทรงของการตัดเย็บ ซึ่งก็กลายเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ถูกมองไปในทำนองที่ไม่ดี (พวกข้างถนน)  ชุดสูืทต้องมีสีเดียวกันทั้งเสื้อและกางเกง ต้องเป็นผ้าผืนเดียวกันม้วนเดียวกัน  อีกข้อหนึ่ง การแต่งกายของผู้ชายจะต้องมีความเข้มและ sharp มิใช่ความเนี๊ยบ และมิใช่ความนุ่มเนียน          
  
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3596


ความคิดเห็นที่ 443  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 22:02

บังเอิญผมกลับมาก่อนยุคฮิตแขวนพระโชว์นอกเสื้อ  มิเช่นนั้นก็คงจะได้มีเรื่องเล่าและข้อสังเกตดีๆมาเล่าสู่กันฟัง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 444  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 22:20

อ้างถึง
สำหรับแจ็คเก็ตหรือสปอร์แจ็คเก็ตนั้น เป็นเสื้อทรงเสื้อนอกเหมือนกัน จะเป็นแบบกระดุมสองเม็ด หรือสามเม็ดก็ได้ ความต่างจริงๆอยู่ที่ผ้าที่ใช้ตัดเย็บ ซึ่งอาจจะเป็นผ้าหนาๆมีลายสี (ผ้าขนสัตว์หรือผ้าฝ้าย) หรือเป็นผ้าลายตารางต่างๆหรือตารางเล็กๆ  อาจจะมีการปะหนังที่ข้อศอกก็ได้  กระเป๋าก็มีทั้งแบบปะและแบบเจาะ  หากไม่ใช้กระดุมสีทองหรือเงินแล้ว ลักษณะเหล่านี้รวมเรียกว่าเสื้อแจ็คเก็ต
สนใจเสื้อแจ็กเก็ต แบบที่เป็นผ้าหนาๆมีลายสีและตารางเล็กๆ ค่ะ  ไม่มีการปะหนัง    เสื้อแบบนี้จะเป็นผ้าคนละชิ้นกับกางเกง แต่วิธีตัดเย็บก็เหมือนเสื้อสูท    ขอถามว่าใช้ในโอกาสเดียวกับเสื้อสูทได้หรือไม่คะ  เช่นไปดูคอนเสิร์ท  ไปดูละครสำคัญๆที่ศูนย์วัฒนธรรม (ที่เจ้านายเสด็จ) 
หรือว่าจะต้องใช้ในงานที่บัตรเชิญเขียนว่า smart casual เท่านั้น
ที่ถามก็เพราะดิฉันเห็นงานไหนๆ ผู้ชายไทยก็สวมสูทกันทั้งนั้น   ตั้งแต่เลี้ยงโต๊ะจีนในลานออฟฟิศ  ไปจนกระทั่งงานรับเสด็จเจ้านาย  ไม่เห็นค่อยใส่ทั้งแจ็กเก็ตและสปอร์ตแจ็กเก็ต  เลยอยากรู้ว่าเขาแบ่งกันยังไงน่ะค่ะ และอย่างไหนถูกต้อง
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 445  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 02:53

เสื้อ blazer นี่ปกติแล้วถือว่าเป็น uniform นะครับ มักมีตราของโรงเรียนหรือสมาคม (club) ไม่ใช่ว่าใครจะใส่ก็ใส่ได้ ถ้าไปซื้อที่ร้านพนักงานก็ต้องถามว่าอยู่โรงเรียนนี้หรือเปล่า เช่นเดียวกันกับ necktie ว่าเรียนที่นี่หรือจบจากที่มหาวิทยาลัยนี้ไหม ไม่งั้นก็ไม่ยอมขายให้ สังคมอังกฤษต่างจากสังคมไทยที่มีการเข้าสมาคม เวลามีกิจกรรมผู้ชายก็แต่งตัวกันไม่แพ้ผู้หญิง แล้วพอผู้หลักผู้ใหญ่เห็น uniform ก็ทักก็ถามถึงอาจารย์เก่าๆ หรือเรื่องต่างๆ ที่สมาคม ที่ทำงาน จนไปถึงพ่อ ลุง บ้านเราที่เห็นทำได้คงมีแต่วชิราวุธ สถานที่บางแห่งถ้าไม่ใช่สมาชิกก็เข้าไม่ได้ จะเป็นสมาชิกก็มีเงื่อนไขข้อกำหนด ว่าจบจากที่นั่นที่นี่ หรือทำงานให้กับหน่วยนั้น หรือเป็น sports club ก็ต้องมีสมาชิกแนะนำ แล้วต้องมีการประชุมว่าจะรับเข้าสมาคมด้วยหรือไม่ เดินเข้าไปสมัครก็ไม่ได้ สมัยก่อนผู้ชายก็มีสมาคมเหมือนกัน ผมคิดว่าออกจะเหนียวแน่นมากๆ ภรรยาแทบไม่มีความหมายเลย ก่อนกลับบ้านก็ไปสมาคม บางครั้งก็กินอาหารเย็น ดื่มบรั่นดี กาแฟ สูบบุหรี่ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ใกล้เที่ยงคืน เวลาอยู่บ้านจริงๆ คงเป็นเฉพาะวันอาทิตย์ตอนบ่าย (วันเสาร์ก็มีกิจกรรมที่สมาคมอีก ไม่งั้นก็ไปล่าสัตว์ ไปนอนค้างบ้านในชนบท) วิถีชีวิตของคนปัจจุบันนี้เทียบได้กับชนชั้นแรงงานสมัยก่อน ง่ายๆ กลับจากที่ทำงานก็ตรงสุ๋บ้าน ไม่งั้นก็แวะ pub ดื่มกับเพื่อนนิดหน่อย ที่จะเป็นผู้ดี ขุนนางแบบเดิมนั้นเหลือน้อยเต็มที สำหรับผมแล้วคิดว่าคนเอเชียเราทำอย่างไรก็ไม่เหมือนครับ แต่ยอมรับว่าโลกเปลี่ยนไปมากจริงๆ ชนิดที่คนโบราญย้อนกลับมาได้คงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ

เพิ่มเติมครับ: เสื้อ jacket นี้แต่ละตระกูลก็มีลวดลายต่างกัน เอาของตระกูลอื่นมาใส่ไม่ได้อีกเช่นกัน แบบที่คุณเทาชมพูถามปัจจุบันเห็นจะเป็นลายใหม่ คนไม่ถือกันมากเหมือนในอดีต คงต้องรอท่านผู้รู้มาอธิบายครับ เพราะที่ผมเจอผู้สูงอายุมักใส่แบบมีหนังหุ้มที่ข้อศอก พร้อมกับใส่หมวกแก๊บ ส่วนมากมักอยู่กับฟาร์ม หรือเป็นสัตวแพทย์ที่นิยมใส่
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 446  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 06:53

^
คคห.ข้างบนนี้เขียนเมื่อเวลาอีกไม่กี่นาทีจะตีสาม ไม่ว่าจะยังไม่นอนหรือตื่นมาเขียนก็เชื่อว่า มีวิริยะจริงๆ

แจ๊กเก๊ตที่มีหนังหุ้มข้อศอก เห็นจะเป็นแฟชั่นของพวกนักล่าสัตว์เล็กประเภทผู้ดีมีเงินของฝรั่งด้วยครับ
ผ้ามักจะเป็นพวกลูกฟูก หรือสักหลาดที่เนื้อรุ่ยง่ายถ้าเสียดสี จึงทำหนังมารองรับจุดนั้นไว้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 447  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 09:36

เสื้อเบลเซอร์ที่มีตราสมาคมต่างๆปักอยู่บนกระเป๋าเสื้อ  รู้จักค่ะ   เพราะทุกวันนี้ ทำงานให้มูลนิธิอยู่แห่งหนึ่ง   เขามีเครื่องแบบทั้งผู้ชายผู้หญิง   ผู้ชายมีเสื้อนอกปักตรามูลนิธิ    สีเข้ากับเนคไท   นุ่งกับกางเกงดำซึ่งคนละสีกับเสื้อนอก    พอคุณตั้งอธิบายก็ร้องอ๋อ เข้าใจแล้วว่านี่คือเสื้อเบลเซอร์   ดูวิธีตัดและแบบ ก็ตัดเย็บเหมือนเสื้อสูท  

คำอธิบายของคุณhobo ทำให้นึกภาพถึงสังคมอังกฤษตามที่เคยอ่านหนังสือ ขึ้นมาได้     มันไม่เหมือนกับอเมริกันที่เห็น     ในเมืองที่ดิฉันไปอยู่   ผู้ชายตามถนนหนทางสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเป็นผ้าตาสก๊อตลายๆ ซึ่งจะว่าเป็นลายตระกูลอะไรก็ไม่ได้ทั้งสิ้น    แต่เขานิยมกันแบบนั้น นุ่งกับกางเกงยีนส์   ไม่เคยเห็นนุ่งกับกางเกงแบบอื่น    
พวกที่สวมเสื้อนอก(jacket) มีอยู่ตามสถานที่ทำงาน ที่มากที่สุดคือมหาวิทยาลัย   อาจารย์ที่นี่บางคนก็สวมสูท   แต่น้อย    ส่วนใหญ่สวมเสื้อนอกคนละสีกับกางเกง ชนิดมีแผ่นหนังปะข้อศอกก็เห็นกันบ่อย   เสื้อนอกคนละสีที่เห็นกันมากคือเป็นผ้าตาเล็กๆถี่ยิบ สีเข้ม  เช่นน้ำตาลเข้มหรือเทาแก่  นุ่งกับกางเกงสีเข้มหรือดำ   สวมรองเท้าหนัง ยังไม่ตามสบายถึงสวมรองเท้าผ้าใบ  
เวลาเลยไปงานตอนค่ำ ถึงจะแต่งสูท  ถ้าเป็นงานพิธีรีตองอย่างมอบรางวัลก็แต่งสูทเหมือนกันค่ะ

สมัยเรียนเคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งแต่งตัวไม่เหมือนคนอื่น  ได้ความว่าไปเป็นอาจารย์รับเชิญอยู่ที่อังกฤษมาเป็นปี     คงเอาเสื้อผ้าอังกฤษกลับมาด้วย  เป็นสูทสีเข้มเกือบดำ หรือไม่ก็ดำ  เชิ้ตขาวสะอาด เนคไทดำ และที่สำคัญคือมีเสื้อกั๊ก(vest) สวมอยู่อีกตัวหนึ่งด้วย   โก้ซะมิมี   เป็นเหตุให้ถูกนศ.มะกันนินทาเอาลับหลังว่าอาจารย์อยากทำตัวเป็นผู้ดีอังกฤษ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 448  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 09:44

คำว่า jacket ของผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงที่ไม่ค่อยรู้จักแฟชั่นผู้ชายงงมาก  ยิ่งงงหนักขึ้นไปอีกเมื่อต้องแปลหนังสือ   เพราะคำว่าแจ็กเก็ตมันแปลว่าเสื้อตัวนอกของผู้ชาย ได้แบบครอบจักรวาล      เสื้อที่เมสเซนเจอร์ในบ้านเราใส่ตอนควบมอเตอร์ไซค์ไปส่งงานก็เรียกว่าแจ็กเก็ต   เสื้อที่เด็กหนุ่มไฮสกูลใส่ทับเสื้อยืดหรือเชิ้ต มีอักษรย่อโรงเรียน หรือทีมกีฬาประทับอยู่ก็เรียกว่าแจ็กเก็ต     เสื้อนอกผู้ชายที่นุ่งคนละสีหรือสีเดียวกันกับกางเกงก็เรียกว่าแจ็กเก็ต      เสื้อที่ดูเหมือนไม่ใช่เสื้อนอก เพราะมีซิปติดด้านหน้าแทนกระดุมยกปกขึ้นมาคล้ายเชิ้ต สวมทับเสื้อตัวใน ก็เรียกแจ็กเก็ต
สรุปแล้วว่าแจ็กเก็ตแปลว่าอะไรก็ได้   ที่ไม่ใช่เสื้อยืดและเสื้อเชิ้ต      จะสวมเป็นทางการ หรือลำลอง   ก็ได้ทั้งนั้น     จะแปลว่าเสื้อนอก (ฟังเป็นเสื้อทางการ) หรือเสื้อตัวนอก (สวมไม่เป็นทางการ)ก็ได้อีกเหมือนกันค่ะ

ไปปรึกษาคุณกู๊ก   ได้ความว่ารูปข้างล่างเรียกว่า jacket ทั้งหมด   และยังมีอีกมหาศาลล้านเจ็ดค่ะ  ลังเล


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 449  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 09:46

รูปนี้ เขาบอกว่าเป็น sport jacket ค่ะ   โปรดสังเกตว่าสวมทับเชิ้ตไม่ผูกไท  และนุ่งกับยีนส์
(โดยส่วนตัว รู้สึกว่าน่าเกลียดมากกว่าน่าซื้อ  เพราะมันดูไม่เข้ากันเลยระหว่างลายสก๊อตและแบบ)


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 28 29 [30] 31 32 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.064 วินาที กับ 19 คำสั่ง