เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 146983 เก็บตกมาจากการเดินทาง
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6215


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 15:44

และ ข่าวนี้เป็นการบินไทย เที่ยวบินในประเทศ ครับ เหตุเกิดเมื่อเดือนพ.ค.ปีนี้

           ผู้ต้องหาชาวจีนแผ่นดินใหญ่ก่อเหตุขโมยเงินสกุลไต้หวันของผู้เสียหายจากกระเป๋าเดินทาง
ที่วางไว้ในช่องเก็บของบนเครื่องบิน โดยมีผู้โดยสารใช้มือถือไอโฟนบันทึกภาพขณะก่อเหตุเอาไว้ได้
จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น และพบเงินของผู้เสียหายอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 18:30

คำบอกเล่าของคุณ SILA ทำให้ต้องขอบอกเรื่องควรรู้อีกเรื่องในการเดินทาง   คือเมื่อเดินทางเข้าและออกอเมริกา  ต.ม.ของเขาไม่ให้เราใส่กุญแจกระเป๋าเดินทาง    เพื่อเขาจะได้มีสิทธิ์เปิดตรวจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต   (และไม่ต้องรับผิดชอบด้วยถ้าของในกระเป๋าเราเกิดล่องหนไป)    แต่เขาอาจติดเครื่องหมายบอกให้รู้ว่ากระเป๋านี้ถูกเขาตรวจแล้ว
กระเป๋าเดินทางของดิฉันก็ถูกตรวจมาหยกๆ  ยังดีที่ไม่มีอะไรหาย   เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจพอที่ใครจะอยากโยนทิ้ง หรือหยิบเอาไปใช้เอง

แต่ถ้าเดินทางไปยุโรป อย่างไปออสเตรีย   จะถูกกำชับตั้งแต่ต้นทางให้ใส่กุญแจกระเป๋าเดินทาง  มิฉะนั้นของอาจหายได้   เรื่องนี้คุณตั้งคงจะรู้ดีกว่าค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4422


ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 11 ก.ค. 12, 20:03

TG เลิกบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-เวียนนา มานานสิบกว่าปีแล้ว เลิกก่อนที่ผมจะไปประจำการเมื่อปลายปี 2542    ได้ทราบจากฝรั่งใน UN และคนไทยหลายคนว่า ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเลิกบิน ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบ   เป็นการเลิกเส้นทางการบินนี้ในขณะที่ Passenger load factor (PLF) อยู่ในระดับที่ดีมาก ขนาดที่สายการบินอื่นต้องอิจฉา (EVA Air และ Lauda Air) พอเลิกบินแล้วสายการบินที่ทำกำไรบนเส้นทางการบินนี้ได้ในระดับที่ดีในทันที คือ Lauda Air และสำหรับ EVA Air ก็ได้รับประโยชน์ด้วย  ฝรั่งนิยมที่จะบิน Lauda เนื่องจากสาเหตุเพียงนิดเดียวคือเรื่องของอาหาร เช่น  EVA เสิร์ฟอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม หรือบะหมี่+ตะเกียบด้วย ก็คงพอจะเข้าใจได้นะครับ ข้าวต้มหรือบะหมี่กับกาแฟ ต่างกับไข่+ขนมปัง+กาแฟในอรรถรสของฝรั่งเขา    สำหรับผมเมื่อเดินทางเป็นการส่วนตัว ผมเลือกใช้ EVA และก็เช่นเดียวกับคนเอเซียทั้งหลาย เพราะเขาให้สิทธิเราบางประการด้วยเป็นคนเอเซียด้วยกัน ไม่เรื่องมากและทุกอย่างเป็นไปไม่ได้หากออกนอกแนวเส้นไม้บรรทัดตามกระบวนทัศน์ของฝรั่ง

มีเรื่องที่ยังติดอยู่ในใจของผมอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เมื่อต้องย้ายไปประจำการต่อที่ญี่ปุ่น มันก็มีเครื่องที่บินตรงระหว่างเวียนนากับโตเกียว แต่ด้วยระเบียบทางราชการให้การบินไทยผูกขาดในการจัดการบินให้กับข้าราชการ ผมต้องบินจากเวียนนาไปต่อเครื่อง TG ที่ Munich บินกลับมากรุงเทพฯ เพื่อรอต่อเครื่องอีกประมาณครึ่งวันเพื่อบินด้วย TG จากกรุงเทพฯไปยังญี่ปุ่น เล่นเอาแฮกเลยครับ   ก็อย่างที่เคยเล่าเรื่องตั๋วเครื่องบินของ TG ที่่ออกให้กับข้าราชการที่จำกัดไปเสียทุกอย่าง (Non-refundable, non-reroutable, fixed date, fixed flight,) แถมคำนวนค่าโดยสารตามระยะทางที่ไม่ค่อยจะตรงกับคนอื่นเขาและรวมทั้งค่า fee ต่างๆ ก็เรียกว่าจำกัดมากพอที่ทำให้หมดสิทธิที่จะไปคุยและเปลี่ยนไปตามความจำเป็นในเรื่องใดๆ       

สมัยที่ประจำการอยู่ที่ออสเรียนั้น ไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องของมีค่าหายจากกระเป๋าเดินทางครับ  คิดว่าได้ยินแต่เพียงเลาๆว่า (ไม่แม่นในความทรงจำและยืนยันในเรื่องนี้นะครับ) ของที่อันตรธานไปนั้นจะเป็นพวกของต้องห้ามประเภทของกินที่แอบซ่อนมาในกระเป๋า ซึ่งดูเหมือนวาจะเกิดเหตุการณ์นี้อยู่ในหลายประเทศด้วยกัน ก็คงจะเป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ศุลการกรตามที่คุณเทาชมพูได้เล่ามา   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 04:21

TG. เที่ยวบินสายตรง กรุงเทพ แอลเอ ทั้งที่ผู้โดยสารเต็ม ก็ยกเลิกไปแล้วค่ะเพราะขาดทุน. เช่นเดียวกับสายตรงไปนิวยอร์ค ยกเลิกไปก่อนหน้านี้แล้ว
เวลานี้ต้องแวะเติมน้ำมันที่โซล ให้ผู้โดยสารลงมานั่งรอหน้า. Gate. หนึ่งช.ม.  ก่อนจะบินต่อ
อ่านที่คุณตั้งเดินทางวกวนหลายรอบกว่าจะถึงที่หมายแล้วพลอยสงสารข้าราชการอื่นๆที่เจอระเบียบการแบบนี้เข้าไปด้วย

ได้รับการกำชับนักหนาว่าอะไรที่หายได้. อย่าโหลดใต้เครื่อง ให้หิ้วติดตัวไปด้วย.  แต่พอมาเห็นมือกาวในเครื่องบินที่คุณ SILA มาเล่าให้ฟัง   ก็ชักจะต้องปลงเสียแล้วละค่ะ
อ้อ มีอีกเรื่องนึกได้. เพื่อนฝูงที่มีประสบการณ์เตือนว่า กระเป๋าเดินทางที่ของจะหายง่ายที่สุดคือกระเป๋าหน้าตาดีมีสกุล ราคาแพงๆทั้งหลาย.   ยิ่งมีนามบัตรวีไอพีผูกติดว่าเป็นคนดังละก็.  จะถูกเปิดถูกงัดก่อนเพื่อนเพราะแน่ใจว่าต้องมีของแพงอยู่ในนั้น.   ผู้เกี่ยวข้องก็คือคนทำงานในด้านนี้ระดับเล็กๆ ที่กระเป๋าต้องผ่านมือ.   จริงเท็จยังไงไม่มีโอกาสพิสูจน์ค่ะ. แต่เพื่อความไม่ประมาท. กระเป๋าเดินทางของดิฉันเป็นประเภทโนเนมทุกใบ. แถมยังใช้งานจนเลยเกษียณอีกด้วย. ใครเห็นก็คงไม่อยากเสียเวลางัด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 06:12

พูดถึงกระเป๋าเดินทาง ทำให้นึกได้ว่าควรมีเรื่องเก็บตกมาฝากเล็กน้อย
เวลาไปซื้อกระเป๋าเดินทาง  เรามักจะเล็งไปในแง่ของการใช้สอย  ดูรูปทรงขนาดกระเป๋า  ดูน้ำหนักว่าเบาหรือหนักเกินไปหรือไม่   ดูความคงทนว่าระหว่างกระเป๋าวัสดุแข็งๆกับกระเป๋าผ้าที่ยืดหยุ่นได้อย่างไหนเหมาะกว่ากัน   แล้วก็ไม่ลืมดูราคาด้วยว่าคุ้มกับซื้อหรือไม่ 
ถ้าไปเจอกระเป๋าถูกใจตรงตามสเป็ค แถมทางห้างลดราคาพอดีละก็  ถือเป็นโชคที่มิอาจมองข้ามทีเดียว

เรื่องทั้งหมดนี้เจ้าของกระเป๋าพิถีพิถันกันอยู่แล้ว

แต่มีอีกเรื่องที่เรามักจะมองข้ามกันไป   ดิฉันก็มองข้ามเหมือนกัน  คือลืมไปว่าเวลาไปรับกระเป๋าที่ baggage claim    มันมีกระเป๋าเป็นร้อยๆใบเลื่อนตามกันมาเป็นตับบนสายพาน   ยิ่งถ้าเป็นเครื่องบินใหญ่ผู้โดยสารเยอะละก็   แม่เจ้า  กระเป๋าไม่รู้ว่ากี่ร้อยใบแห่กันมาเป็นขบวนภายในไม่กี่นาที    ผู้โดยสารที่คอยกันใจจดใจจ่อก็เฮโลกันเข้าไปยกกระเป๋าตัวเองออกมาใส่รถเข็น  เบียดเสียดชุลมุนวุ่นวาย
ตรงนี้ละค่ะ   ดิฉันพบว่ากระเป๋าเดินทางที่เราอุตส่าห์เลือกมาอย่างดิบดี หน้าตามันไปคล้ายๆกับกระเป๋าของคนอื่นซะเยอะแยะไม่รู้กี่เจ้าทีเดียว    เพราะกระเป๋าเดินทางที่ไหนๆก็มักเป็นสีน้ำเงินแก่  สีดำ สีน้ำตาลแก่  รูปทรงก็เหมือนๆกัน  ถ้าจะสังเกตยี่ห้อ หรือผูกอะไรไว้ที่หูกระเป๋าพอสังเกต  ยี่ห้อดังมันก็ซ้ำกันเยอะ  บางทีกระเป๋ามันก็คว่ำเค้เก้มาบ้าง ดูไม่ทัน  หรือดูทัน  มันก็ถูกทับด้วยกระดาษป้ายของสายการบิน หรือของบริษัททัวร์จนรุงรัง  เหมือนๆกันอีกหลายใบ  แยกไม่ออก
ไปยกกระเป๋าผิดก็เคยมาแล้ว  ต้องยกกลับขึ้นสายพานไปอีกอย่างทุลักทุเล  ไม่งั้นเจ้าของเขาที่รอรับอยู่จะไม่เห็น
 
ใบที่โดดเด่นเห็นมาแต่ไกลบนสายพาน  มักจะเป็นใบที่ไม่มีใครเขาเลือกกัน  เช่นใบหนึ่งจำได้ติดตาว่าเป็นกระเป๋าเดินทางสีเขียวดอกสีแดง   เห็นในร้านเราก็เมิน  รู้สึกเหมือนกระเป๋าตุ๊กแก ใครจะไปซื้อลง    แต่พอมันอยู่บนสายพาน  รับรองว่าเจ้าของจำไม่ผิดแน่นอนค่ะ  สังเกตเห็นได้ในระยะห้าร้อยเมตร
เพราะฉะนั้นเวลาเลือกกระเป๋าเดินทางใบใหม่    เลือกกระเป๋าที่สีสันไม่ค่อยจะเหมือนใบอื่นๆก็จะช่วยได้มาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 06:24

ขอพูดถึงกระเป๋าเดินทางอีกเล็กน้อย
บางคนชอบกระเป๋าเดินทางที่เป็นวัสดุแข็ง  เพราะถือว่าป้องกันแรงกระทบกระแทกได้ดี ยิ่งถ้าเจ้าของใส่ข้าวของที่แตกได้ไว้ในกระเป๋า เอาฝาแข็งๆไว้ดีกว่า   เวลาขนกระเป๋าเขาไม่ได้ค่อยๆอุ้มกระเป๋าขึ้นไป แต่เหวี่ยงโยนกันแรงๆ  อยู่ใต้ท้องเครื่องบินก็ซ้อนทับกันไม่รู้กี่ชั้น
แต่บางคนก็บอกว่าเอากระเป๋าผ้าที่ยืดหยุ่นได้ดีกว่า  มันไม่แตก   ส่วนของอะไรในนั้นที่แตกได้ก็เอาเสื้อห่อไว้หลายๆชั้นตรงกลาง  อย่าวางชิดฝาหรือก้นกระเป๋า

จากประสบการณ์ มันดีกันคนละอย่าง   กระเป๋าแข็งของดิฉันใช้งานได้ดีถ้าต้องประคับประคองของเปราะบางใส่กระเป๋ามา โดยใส่กล่องและยัดวัสดุกันกระแทกไว้แน่นหนาอีกชั้นหนึ่ง    เสียแต่ว่าความแข็งของกระเป๋าทำให้ยัดอะไรลงไปเกินรูปทรงกระเป๋าไม่ได้   ไม่เหมาะกับคนที่ขาไปของน้อยขากลับของมากอย่างดิฉัน       กระเป๋าผ้าแก้ปัญหาข้อนี้ได้ดีมาก ขนาดของในกระเป๋าเต็มแล้วยังสามารถยัดของฝากจากคนนั้นคนนี้จนฝากระเป๋าโป่งได้อีก    เสียอย่างเดียว  ถ้าเอาอะไรที่แตกได้ใส่มา  มักจะแตกเรียบร้อยเมื่อถึงปลายทาง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6215


ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 09:47

เมื่อเดินทางเข้าและออกอเมริกา  ต.ม.ของเขาไม่ให้เราใส่กุญแจกระเป๋าเดินทาง    เพื่อเขาจะได้มีสิทธิ์เปิดตรวจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต   (และไม่ต้องรับผิดชอบด้วยถ้าของในกระเป๋าเราเกิดล่องหนไป)    แต่เขาอาจติดเครื่องหมายบอกให้รู้ว่ากระเป๋านี้ถูกเขาตรวจแล้ว

           หากจะล็อค ให้ใช้ล็อคด้วย TSA (Transportation Security Administration of the USA)-recognized locks ครับ

             เพราะ TSA จะมีแม่กุญแจที่สามารถไขเปิดล็อคกุญแจชนิดนี้ของเรา(ที่ล็อคด้วยเลขรหัส)ได้ ครับ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6215


ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 12 ก.ค. 12, 09:50

           กระเป๋าเดินทางหลายยี่ห้อก็ทำที่ล็อคแบบเลขรหัสและมีช่องสำหรับให้แม่กุญแจ
ของ TSA ไขเปิดได้ ครับ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4422


ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 14 ก.ค. 12, 20:43

เรื่องของกระเป๋าอีกเรื่องหนึ่งคือ

ในปัจจุบันนี้ เรามักจะนิยมซื้อกระเป๋าที่มีล้อลาก นัยว่าเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายลากไปลากมา

ประเด็นมันไปอยู่ที่ว่า ในกรณีที่ไปเที่ยวเป็นคณะกับทัวร์นั้น เราเกือบจะไม่ได้แตะต้องและเคลื่อนย้ายกระเป๋าด้วยตัวเราเองเลย ผมเห็นว่าท่านที่ไม่ได้เดินทางด้วยตนเอง คงจะไม่ต้องไปซื้อหากระเป๋าเดินทางประเภทมีล้อมาใช้ เอาน้ำหนักและเนื้อที่เก็บก้านและล้อเพื่อการลากกระเป๋าที่ไปเบียดเบียนปริมาณความจุและน้ำหนักของกระเป๋าทั้งใบนั้นไปบรรจุของจะดีกว่า
 
รวมทั้งกระเป๋าแบบที่หิ้วขึ้นเครื่องด้วย เราต้องการกระเป๋าแบบมีล้อไปทำไมให้มันกินน้ำหนักและเนื้อที่ แถมมีความยากเย็นมากขึ้นที่จะหาเนื้อที่ว่างพอที่จะเอามันขึ้นไปเก็บ  จะต้องเดินลากกระเป๋าซื้อหาของกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันกระนั้นหรือ จะขึ้นจะลงสนามบินใหนๆเขาก็มีรถเข็นสำหรับกระเป๋าแบบ Carry on และสัมภาระให้อยู่แล้ว

ผมเห็นว่า แม้จะมีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องใช้กระเป๋าแบบมีล้อ ก็อาจจะต้องพิจารณาซื้อหากระเป๋ามีล้อประเภทที่เขาออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ มิใช่แบบที่เอาโครงสร้างของล้อเลื่อนตัดแปะประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้มีแต่อะไรต่อมิอะไรยื่นออกมาเกะกะไปหมด   
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4422


ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 14 ก.ค. 12, 21:10

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง

ดังที่คุณเทาชมพูเล่าเรื่องกระเป๋าเหมือนๆกัน ยี่ห้อเดียวกัน
 
ทางออกอย่างหนึ่ง คือ การผูกโบว์สีที่หูหิ้ว เืพื่อการสังเกตและแยกแยะของเรากับของผู้อื่น

ผมเห็นหลายคนชอบที่จะยังคงป้ายชื่อห้อยกระเป๋าของบริษัททัวร์ที่เคยเดินทาง นัยว่าจะได้ไม่ต้องซื้อหาใหม่และต้องการโชว์ว่าฉันก็เป็นคนเดินทางมากนะ  รวมถึงที่ไม่ชอบจะฉีก Tag ที่สายการบินเขาติดเมื่อเช็คอินเพื่อการจำแนกแยกแยะสายการบินที่จะเดินทางและสติกเกอร์อื่นๆ   เป็นไม่ดีเลยครับ  Tag และสติกเกอร์เหล่านั้นมีบาร์โค๊ต เมื่อกระเป๋าของเราผ่านการเช็คอินและไหลไปตามสายพานลงไปสู่ชั้นล่างของอาคาร ในการแยกแยะว่ากระเป๋าใบนั้นๆจะไปกับเครื่องบินลำใดนั้น เขาใช้ระบบการอ่านบาร์โค๊ตแบบอัตโนมัติ และแยกกระเป๋าไปสำหรับแต่ละเครื่องบินโดยระบบอัตโนมัติเช่นกัน   เมื่อเราไม่แกะของเก่าออกโอกาสเกิดความมั่วของเครื่องก็มีมาก กระเป๋าของเราจึงมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวด้วยตนเองรอบโลกได้ง่ายมาก  ดังนั้น จึงควรยอมเสียเวลาแกะแผ่นอะไรก็ตามที่มีบาร์โค็ตออกให้หมดเมื่อจะต้องเดินทางขึ้นเครื่องครั้งต่อไป 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4422


ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 14 ก.ค. 12, 21:32

ประสบการณ์สอนผมว่า
ไปสนามบินแต่เนิ่นๆเพื่อการเช็คอินเป็นลำดับต้นๆ เมื่อถึงสนามบินปลายทาง กระเป๋าเราก็จะออกมาก่อน  นอกจากนั้นแล้วเรื่องน้ำหนักเกินก็มักจะไม่เป็นปัญหา แถมยังเลือกที่นั่งได้ตามที่ต้องการพอสมควร ยกเว้นที่นั้งกลางเครื่องแถวหน้าสุดที่สายการบินมักจะเก็บสำรองไว้สำหรับผู้โดยสารที่มีเด็ก การเช็คอินในลำดับหลังๆกระเป๋าก็จะออกมาทีหลัง เลือกที่นั่งไม่ได้และหากมีกรณ๊น้ำหนักเกินเล็กน้อยๆก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้  กระเป๋าเดินทางที่หนักและไม่เข้าทรงไม่เข้าขนาดมาตรฐานของผู้อื่นมักจะได้ออกมาทีหลังเสมอ

หากเมื่อมาทำการเช็คอินแล้วเห็นว่ามีผู้โดยสารเข้าคิวยาว สำหรับผม เมื่อเห็นว่าไม่ค่อยจะมีเด็กผมก็จะขอที่นั่งแถวหน้าสุดในทันที ทั้งแถวติดประตูเครื่องหรือแถวกลางเครื่อง  ซึ่งเป็นแถวที่ไม่ค่อยจะมีคนสนใจ แต่แท้จริงแล้วนั่งสบาย ลุกออกเดินได้ง่าย   สำหรับกรณีมีของมากและน้ำหนักเกินในกระเป๋าใบใหญ่ อาจจะลองเอามาใส่ในกระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่องก็ได้  ก่อนจะเข้าประตูเครื่องเจ้าหน้าที่เขาจะดูอีกรอบ พอเห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะยัดใส่บน overhead lock เขาก็จะขอแยกลงไปเก็บใต้ท้องเครื่อง   ก็สบายเราเลยซิครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 15 ก.ค. 12, 06:29

เคยซื้อกุญแจล็อคด้วยเลขรหัสมาใช้ค่ะ   ปรากฏว่าผ่านไปเป็นปี กว่าจะลากกระเป๋าเดินทางมาปัดฝุ่นเตรียมเดินทางใหม่   ลืมรหัสล็อคเสียสนิท   เลยต้องมาไล่เปลี่ยนตัวเลขไปทีละตัว จนเจอ
ขอเตือนท่านทั้งหลายที่ใช้กุญแจล็อคแบบนี้จดตัวเลขรหัสไว้กันลืมด้วยนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 15 ก.ค. 12, 11:01

ขอคั่นจังหวะเรื่องการเดินทาง ด้วยเรื่องไฟป่าในโคโลราโดอีกครั้ง   ว่าจนบัดนี้ก็ยังดับไม่ได้
ล่าสุด ไฟป่าเกิดขึ้นแล้ว 12 จุดทั่วรัฐนี้    เรียกได้ว่าโคโลราโดกำลังลุกเป็นไฟ    อากาศที่ปกติแล้วเย็นจนหนาวก็วิปริต  กลายเป็นร้อนกว่าประเทศไทยเสียอีก ในตอนบ่ายๆ
ประธานาธิบดีโอบาม่าบินไปเยี่ยมประชาชนที่โคโลราโดสปริงส์แล้ว  เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ทางใต้  มีทั้งพื้นราบเชิงเขาและบนภูเขา ที่ตั้งของร.ร.นายเรืออากาศ  บ้านเรือนแถวนี้มักจะเป็นบ้านของคนฐานะดี   
ตอนนี้ไฟป่าลามไปแล้วกว่า 18,000 เอเคอร์   ผู้คนอพยพไปแล้วกว่า 35,000 คน 

ภาพข้างล่างนี้ราวกับบ้านเมืองถูกถล่มด้วยภัยระเบิดสงคราม     ความจริงคือไฟป่าค่ะ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4422


ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 15 ก.ค. 12, 21:34

เห็นภาพแล้ว ทำให้นึกถึงคำว่า Inferno  และ engulfed by forest fire  คงจะไม่ผิดความหมายไปใช่ใหมครับ

ผมเข้าใจว่าป่าที่ถูกไฟใหม้ในครั้งนี้ น่าจะเป็นป่าที่มีต้นสนเป็นหลัก ไฟจึงดูจะลุกลามไปรวดเร็วมาก ใบต้นสนที่ร่วงลงมากองที่พื้นดินนั้นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีพอๆกับใบสดที่ต้นของมัน ผมเคยเห็นภาพไฟใหม้ใบสนที่ยังสดติดอยู่กับต้น เหมือนกับการจุดคบเพลิงเลยทีเดียว เกิดเร็ว ลุกโชติช่วงเร็ว แล้วก็มอดเร็ว การลามต่อเนื่องของไฟอย่างรวดเร็วจึงเกิดจากการที่ไฟที่กระจายเชื่อมต่อกันเหนือพื้นดิน ลูกไฟที่ตกลงมาสู่พื้นก็จะช่วยทำหน้าที่กระจายไฟไปตามพื้นดินด้วยความเร็วที่น้อยกว่าตามกิ่งก้านสาขาของต้นไม้  ต้นสนเป็นต้นไม้ที่มียาง (resin) บางพันธุ์ก็มียางมาก บางพันธุ์ก็น้อย  ยางสนนี้เมื่อนานปีเข้าก็จะแข็งตัว หลายร้อยล้านปีเข้าก็กลายเป็น อำพัน (Amber) ที่เอามาทำเป็นเครื่องประดับอันสวยงาม   

ในภาคเหนือของไทยในสมัยก่อน มีการนำยางจากต้นสนมาต้มกลั่น ได้น้ำมันใสๆออกมาที่เรียกว่าน้ำมันสน ส่วนต้นสนที่มียางนี้ เขาเีรียกชื่อว่า สนเกี๊ยะ  ชาวบ้านจะสับไม้ของสนเกี๊ยะนี้เป็นชิ้นเล็กขนาดประมาณครึ่งไม้บรรทัด เรียกว่า ไม้เกี๊ยะ เอามาเป็นเชื้อสำหรับจุดถ่านในเตาไฟ ปัจจุบันก็ยังพอมีการนำมาขายกันอยู่บ้าง มัดเป็นกำๆขนาดของแต่ละกำก็ประมาณขวดน้ำดื่ม จำราคาไม่ได้ครับ แต่ไม่แพง

เอาละครับ resin กับ gum ซึ่งต่างก็เป็นยางไม้ด้วยกันนั้น ต่างกันอย่างไร  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6215


ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 16 ก.ค. 12, 09:46

ลอกคำตอบจากกระทู้เก่า ครับ

          resin จากวิกกี้ บอกว่า       

          ความหมายที่เฉพาะเจาะจงที่สุด หมายถึง สารคัดหลั่งประเภท hydrocarbon
จากต้นไม้หลายชนิด,โดยเฉพาะพวก coniferous trees

         ในกรณีความหมายอย่างกว้าง เรซิน ยังรวมไปถึงสารสังเคระห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนๆ กัน
นั่นคือ เป็นของเหลวที่เมื่อแข็งตัวจะกลายเป็นของแข็งโปร่งใส ซึ่งรวมถึง shellacs ที่ได้จาก
แมลงของ superfamily Coccoidea
 
          ส่วน gum รอคุณเพ็ญมาตอบ ครับ       
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.098 วินาที กับ 19 คำสั่ง