เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
อ่าน: 39942 เวิ้งนครเขษม เวิ้งนครสนุก
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 01 ก.ค. 12, 21:14

ขอนับถือในความเสาะหาครับ คุณ siamese ผมได้รับประโยชน์จากกระทู้นี้ หลายประการ

 ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 01 ก.ค. 12, 21:50

เพิ่งไปเดินฉุยฉายหาซื้อหนังสือที่ร้านในเวิ้งนาครเขษมมาเติมกรุเมื่อหลายวันก่อน

ร้านหนังสือยังมีหนังสือที่เคยซื้อไปยังมีอยู่ครบถ้วน  แต่จะซื้อมากไม่ได้  เดี๋ยวขนกลับไม่ไหว
เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี  เป็นอาแปะใจดี  ใครมาถามหนังสืออะไรก็ตอบได้ทันทีว่ามีหรือไม่มี
ถ้าใครมาถามหาหนังสือกำลังภายใน  เหมือนจี้ถูกจุด  เล่าได้เป็นคุ้งเป็นแควทีเดียว

ซื้อหนังสือเสร็จก็เดินเข้าไปหาของกินที่ตลาดปีระกา  บรรยากาศยังขลังเหมือนเดิม
พ่อค้าแม่ค้าก็ดูจะไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลย  เมื่อก่อนเป็นอย่างไร  เดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนั้น
เวลาในเวิ้งดูจะเดินช้ากว่าที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 02 ก.ค. 12, 07:10

ขอนับถือในความเสาะหาครับ คุณ siamese ผมได้รับประโยชน์จากกระทู้นี้ หลายประการ

 ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ

ขอบคุณครับผม
บันทึกการเข้า
visitna
นิลพัท
*******
ตอบ: 1723


ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 04 ก.ค. 12, 15:23

เจอโรงหนังนี่ ชื่อโรงหนังอะไร เคยเห็นภาพแต่นึกไม่ออก
คิดว่าอยู่ที่เยาวราช


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 04 ก.ค. 12, 15:39

^
โรงหนังศรีราชวงศ์ หรือ ภาษาจีนว่า "ตงหวู่ไถ" ปัจจุบันอยู่ช่วงอาคารกาญจทัต ทาวเวอร์ ถนนเยาวราช

ข้อมูลอนุเคราห์จากเฮียสมชัย


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 07 ก.ค. 12, 01:40

ข่าวล่าสุดทางเจ้าของสิทธิเวิ้งนาครเขษม ได้ขายพื้้นที่ให้กับกลุ่มนายทุนเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนเจ้าของเบียร์สัตว์ประจำชาติไทยนี่แหละ ต้องรอดูต่อไปว่าจะมีการจัดการอย่างไรกับเวิ้งนาครเขษมครับ
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 08 ก.ค. 12, 07:04

ข่าวล่าสุดทางเจ้าของสิทธิเวิ้งนาครเขษม ได้ขายพื้้นที่ให้กับกลุ่มนายทุนเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนเจ้าของเบียร์สัตว์ประจำชาติไทยนี่แหละ ต้องรอดูต่อไปว่าจะมีการจัดการอย่างไรกับเวิ้งนาครเขษมครับ


"เจริญ"เดินเครื่องเวิ้งนาครเขษม-ผู้เช่าเดิมกว่า 400 รายเคว้ง! หวั่นถูกไล่ที่
updated: 07 ก.ค. 2555 เวลา 21:00:05 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผู้เช่า 400 ราย "เวิ้งนาครเขษม" เคว้ง ! หวั่นเจ้าของที่ดินรายใหม่ไล่ที่ไม่ต่อสัญญาเช่า เผยผู้ค้าเริ่มถอดใจ เล็งหาทำเลค้าขายใหม่ ชี้สำนักงานบริพัตรผิดข้อตกลงเดิมที่จะขายให้กลุ่มผู้เช่าเก่า ฟากเจ้าสัวเจริญอุบเงียบ ไม่ปริปากแนวทางพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต ด้านทายาทดอดไหว้เจ้าที่เตรียมลุย
หลังจาก "ราชสกุลบริพัตร" ตัดสินใจขายที่ดินพร้อมสิทธิการเช่าย่านกรุงเก่า "เวิ้งนาครเขษม" เนื้อที่ 14 ไร่ ระหว่างเจริญกรุง ซอย 8-10 ให้กับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวเบียร์ช้าง และมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเงียบ ๆ เมื่อ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้เช่ากว่า 400 รายเคว้ง

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงพื้นที่สำรวจย่านเวิ้งนาครเขษมพบว่า กลุ่มผู้เช่ากว่า 400 รายที่ค้าขายอยู่ในเวิ้งฯ รู้สึกสับสนกับข่าวที่เกิดขึ้นและยังไม่มีการแจ้งข่าวสาร ๆ ใดจากสำนักงานบริพัตร ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ ส่วนใหญ่วิตกว่าเจ้าของที่ดินรายใหม่อาจทำการไล่ที่ ไม่ต่อสัญญาเช่า และรื้อทิ้งเวิ้งนาครเขษมซึ่งเป็นโครงการเก่าที่ให้เช่ามาแล้วหลายปี

ส่วนใหญ่อยากรู้ว่า ผู้ครอบครองที่รายใหม่อย่างกลุ่มทุนนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทไทยเบฟฯ หรือเจ้าสัวเบียร์ช้างที่ทุกคนรู้จัก จะพัฒนาโครงการใหม่ไปในทิศทางใด จะเป็นศูนย์การค้าแนวใหม่หรือแบบย้อนยุคสุดจะคาดเดา แต่ชุมชนผู้เช่าที่เวิ้งฯต่างคาดหวังจะให้กลุ่มเจ้าสัวเบียร์ช้างต่อสัญญาเช่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้ากลุ่มเดิมสามารถค้าขายต่อไปได้

"ตอนนี้พวกเรารู้สึกเครียดและเคว้ง เพราะไม่มีใครมาแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการ เคสซื้อขายที่ดินแปลงนี้ถือว่าเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อเดือนก่อนตัวแทนเวิ้งฯได้เข้าไปเจรจากับผู้จัดการสำนักงานบริพัตรแล้ว ได้รับสัญญาณที่ดีว่าจะต่อสัญญาเช่าออกไปให้อีก 3 ปี ทำให้ทุกคนมีความหวัง จากผลหารือครั้งนั้นทำให้ นายวิศิษฐ์ เตชะเกษม และกรรมการในเวิ้งฯ รวมทั้งนักวิชาการ ตัดสินใจเดินทางไปดูการพัฒนาและอนุรักษ์ชุมชนเก่าที่ประเทศจีน เพื่อนำมาเป็นต้นแบบการพัฒนาเวิ้งฯในอนาคต" แหล่งข่าวในชุมชนดังกล่าว

แคลงใจ เจริญ เสนอซื้อถูกกว่า

ผู้แทนชุมชนยังมีข้อสงสัยอีกว่า หากเป็นกลุ่มนายเจริญซื้อไปจริงในราคา 4,507 ล้านบาท ก็ถือว่าต่ำกว่าราคาที่ชาวเวิ้งฯเคยเสนอไว้ที่ 4,800 ล้านบาท มีส่วนต่างถึง 300 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าแล้วทำไมสำนักงานบริพัตรไม่ยอมขายให้กับชาวเวิ้งฯ พร้อมย้ำว่า ซึ่งการเสนอซื้อครั้งนั้นได้เชิญตัวแทนจาก 2 สถาบันการเงินไปเจรจา และการันตีด้วยว่าธนาคารยืนยันที่จะปล่อยกู้ให้ แต่ขอให้แบ่งโฉนดที่ดินให้เรียบร้อย โดยชาวเวิ้งฯยินดีที่จะจ้างบริษัทที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนทั้งหมด โดยที่เจ้าของที่ดินไม่ยุ่งยากอะไร

"ตอนนี้คงต้องรอให้คุณวิศิษฐ์กลับมาจากจีนก่อน ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้เช่าในเวิ้งฯบางรายได้เริ่มมองหาทำเลค้าขายใหม่ไว้บ้างแล้ว เพราะผู้เช่าไม่มีทางเลือก จากประสบการณ์จากเวิ้งฯ ทำให้พวกเราต้องตัดสินใจสร้างร้านบนที่ดินของตัวเอง"

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพ่อค้าร้านก๋วยเตี๋ยวรายหนึ่ง "ผมรู้สึกเครียดมากกับเรื่องนี้ ยังไม่ได้มองหาที่ใหม่ เมื่อ 3 ปีก่อนเพิ่งตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งหมดมาขยายร้านเพิ่มอีก 1 คูหา เสียค่าเซ้งและตกแต่งหมดไป 2 ล้านบาท หากรู้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายที่ดินแปลงนี้ ผมจะไม่ลงทุนเพิ่มโดยเด็ดขาด"

ซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้สัญญาเช่าจะหมดในเดือนสิงหาคม 2555 และเป็นครอบครัวที่ค้าขายอยู่ที่นี่มานานกว่า 60 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นอากงถึงรุ่นหลาน รวม 3 เจเนอเรชั่น

ขณะที่เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานกล่าวว่า ถ้าเจ้าของใหม่ไม่ต่อสัญญาเช่าก็จำเป็นต้องย้ายไปอยู่โรงงานผลิตที่ จ.นครปฐม แต่จะขอเช่าหน้าร้านละแวกทำเลเดิมเพื่อรับออร์เดอร์จากลูกค้าเก่า แม้จะแพงก็ต้องยอมเพราะไม่มีทางเลือก และรู้สึกเสียดายเงิน 4 ล้านบาทที่ขยายพื้นที่ร้านเพิ่มเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังนายเจริญโอนที่ดินไปไม่กี่วัน ปรากฏว่าเวลาเช้าตรู่ช่วง 06.00-07.00 น. ลูก ๆ ของนายเจริญได้เดินทางมาไหว้ศาลเจ้าในเวิ้งนาครเขษมเพื่อขอความสิริมงคล ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่คนจีนย่านนี้นับถือมาก

ฝากบันทึกข่าวไว้ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 08 ก.ค. 12, 07:21

ในเมื่อกรุงเทพขยายตัวไปชานเมืองค่อนข้างช้า    จึงพบว่าที่ดินในย่านเก่ามักรื้อ ทุบ สร้างใหม่จนแออัด แล้วเบียดกันแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่ตรงนั้น    ที่ดินก็แพงขึ้นมหาศาล  จนของเดิมค่าเช่าไม่คุ้มราคา   ของเก่าก็เลยหายไปเปิดโอกาสให้ของใหม่ที่ใช้สอยพื้นที่คุ้มกว่าเข้ามาแทน   
เวิ้งเก่าที่มีตึกการค้าสองชั้นสามชั้นเห็นจะไม่พอใช้สอยเสียแล้ว    ที่ดินแพงขนาดนี้ ต้องสร้างตึกสูง กินพื้นที่บนอากาศขึ้นไปเยอะๆ ถึงจะคุ้มกับลงทุน   
จึงเดาว่า เวิ้งใหม่ของพญาช้างเห็นทีจะเป็นศูนย์การค้า  หรือสำนักงานแบบแท่งคอนกรีตสูงลิ่วมหึมาละมังคะ
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 08 ก.ค. 12, 09:33

คงไม่สูงมากหรอกครับอาจารย์ เนื่องจากพื้นที่นี้ถูกกฎหมายบังคับให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน ๑๖ เมตรจากระดับพื้นดิน ก็คงจะประมาณตึก ๕ ชั้น แต่การก่อสร้างจะมุ่งลงสู่ระดับต่ำกว่าดินแทนครับ

เทคโนโลยีงานก่อสร้างใต้ดินพัฒนาเร็วมากในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา มาตรฐานงานก่อสร้างและกฎหมายบังคับเรื่องความปลอดภัยนำมาใช้บังคับอย่างจริงจังกว่าแต่ก่อน

เงินลงทุนเป็นหมื่นล้านบาท จะทำงานเล่นๆ ไม่ได้หรอกครับ (ผมไม่ได้กล่าวประชดประชันโครงการก่อสร้า้งสนามบินสุวรรณภูมินะครับ)





บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 08 ก.ค. 12, 09:40

ขอถาม
เมื่อก่อนนี้  ชั้นใต้ดินมักเป็นที่จอดรถ   แต่ในโครงการใหม่ของเวิ้ง  ชั้นใต้ดินน่าจะมีหลายชั้น มากกว่าที่จอดรถ  เพื่อประโยชน์ใช้สอยได้กว้างขวางกว่านั้น
ในปีต่อๆไปแต่ละปี   เมื่อกรุงเทพฯอาจจะต้องเจอน้ำท่วมแบบเอาไม่อยู่ (เอ๊ะ หรือจะเรียกว่าน้ำท่วมแบบเอาอยู่ ดี) น้ำอาจไหลบ่าท่วมท้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา  คือมาบนดิน กับปุดๆมาตามท่อระบายน้ำ   เวิ้งเองก็ไม่ไกลแม่น้ำสักเท่าไรเลย

ชั้นใต้ดินของเวิ้งใหม่นี้จะกันน้ำไหลเข้ามาได้  แบบ ๑๐๐% ไหมคะ  แม้ตั้งปั๊มน้ำสูบออกทั้งวันทั้งคืนก็เถอะ  อาจจะต้องปิดชั่วคราวแบบเซนทรัลปิ่นเกล้าหรือเปล่า?
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 08 ก.ค. 12, 12:50

อาจารย์คิดไกลจัง  ยิงฟันยิ้ม การออกแบบอาคารชั้นใต้ดิน เขาต้องคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าจะออกแบบไว้ป้องกันระดับน้ำสูงเท่าไหร่เท่านั้นเองครับ แต่ถ้าน้ำมาสูงแบบ Tsunami ก็คงจะป้องกันไม่ไหวเช่นกัน

สิ่งที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ แต่คนรู้ไม่เคยพูด คือ การรั่วซึมของน้ำใต้ดินผ่านกำแพงคอนกรีตและพื้นชั้นล่างสุดในชั้นใต้ดิน จะมีบ้างตามสมควร จึงต้องมีรางระบายน้ำ (Gutter) เพื่อรวมน้ำซึมเหล่านี้ให้ไหลลงสู่บ่อดักน้ำ (Sump pit) แล้วก็จะสูบออกไปทิ้งต่อไปครับ

ทุกวันนี้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้่างของคนไทยระดับมืออาชีพในงานก่อสร้างชั้นใต้ดิน รับประกันได้ในฝีมือครับ ขนาดว่าเจ้าของโครงการในต่างประเทศขอจองตัวให้ไปก่อสร้างอาคารของเขาทีเดียว

ที่จอดรถชั้นใต้ดินของโรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราช ที่เคยเป็นเวิ้งนาครสนุกนั่นแหละครับ เป็นอาคารแรกของเมืองไทยที่มีการก่อสร้างงานใต้ดินในระดับลึกทีสุด คือ ๑๗ เมตร เพื่อทำเป็นที่จอดรถได้ ๖ ชั้น มั๊ง
ผมยังมีโอกาสได้ไปมุดดูจนถึงชั้นล่างสุด ตอนที่กำลังก่อสร้างเลยครับ

แต่ราคาค่าก่อสร้างเฉพาะชั้นใต้ดินนี่สิ ...

บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 09 ก.ค. 12, 12:01

ในเมื่อกรุงเทพขยายตัวไปชานเมืองค่อนข้างช้า    จึงพบว่าที่ดินในย่านเก่ามักรื้อ ทุบ สร้างใหม่จนแออัด แล้วเบียดกันแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่ตรงนั้น    ที่ดินก็แพงขึ้นมหาศาล  จนของเดิมค่าเช่าไม่คุ้มราคา   ของเก่าก็เลยหายไปเปิดโอกาสให้ของใหม่ที่ใช้สอยพื้นที่คุ้มกว่าเข้ามาแทน   
เวิ้งเก่าที่มีตึกการค้าสองชั้นสามชั้นเห็นจะไม่พอใช้สอยเสียแล้ว    ที่ดินแพงขนาดนี้ ต้องสร้างตึกสูง กินพื้นที่บนอากาศขึ้นไปเยอะๆ ถึงจะคุ้มกับลงทุน   
จึงเดาว่า เวิ้งใหม่ของพญาช้างเห็นทีจะเป็นศูนย์การค้า  หรือสำนักงานแบบแท่งคอนกรีตสูงลิ่วมหึมาละมังคะ

ล่าสุด มีผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ดีได้ไปซื้อพื้นที่ตรงถนนกัลปพฤกษ์ทางจะออกไปบางแคได้ ทำเป็นโครงการ "สำเพ็ง ๒" เพื่อไว้รองรับผู้ค้าจากย่านสำเพ็งและพาหุรัดแล้วครับ แนวคิดในการก่อสร้างเป็นแบบเดียวกับย่านค้าเก่าแก่เลย อนาคตผู้ค้ารายย่อยที่กำลังเงินน้อยคงต้องย้ายไปอยู่แถวนั้นแทน และก็คงไปสร้างเป็นชุมชนใหม่ต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 09 ก.ค. 12, 12:15

^
สร้างเสร็จเมื่อไรจะไปเยือนค่ะ  น่าสนใจ


บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 09 ก.ค. 12, 13:32

^
สร้างเสร็จเมื่อไรจะไปเยือนค่ะ  น่าสนใจ

ทางผู้ประกอบการบอกว่าจะเสร็จราว ๆ ปลายปีหน้า( พ.ศ. 2556) ครับ

ด้านนายธีระชาติ มโนธรรมรักษา รองกรรมการผู้จัดการ เครือ เจ.เอส.พี. กล่าวว่า อีกโครงการที่กำลังจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ก.ค.นี้ คือ “ไชน่า เซ็นเตอร์ สำเพ็ง 2” ขนาด 62 ไร่ ทำเลสาทร-กัลปพฤกษ์ พัฒนาเป็นศูนย์ค้าปลีก-ส่งขนาดใหญ่แห่งใหม่ของฝั่งธนบุรี กระจายความหนาแน่นของผู้ประกอบการในย่านสำเพ็ง และย่านการค้าดั้งเดิม มาอยู่ในทำเลใหม่ที่เดินทางสะดวก

ไชน่า เซ็นเตอร์ สำเพ็ง 2 จะพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นสไตล์จีน 472 ยูนิต ขนาด 17-34 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 4.99-16.5 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 3,615 ล้านบาท จะพัฒนาเสร็จภายใน 18 เดือน และเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2556


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/property/property/20120620/457569/%E0%B9%80%E0%B8%88.%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA.%E0%B8%9E%E0%B8%B5.%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%872-%E0%B8%9C%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html
บันทึกการเข้า
TASoccer
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 17 ก.ค. 12, 20:17

ถ้าเป็นไปตามนั้นผมสงสารชาวเวิ้งมากครับ ผมตามอาม่าอากงไปเวิ้งตั้งแต่เด็กๆ ที่บ้านเป็นร้านหนังสืออยู่ต่างจังหวัดครับ เลยต้องมาสั่งหนังสือในเวิ้งเป็นประจำ ที่ขายดีคือพวกตำราพรหมชาติ ทำนายฝัน คู่มืองานช่างแขนงต่างๆ แล้วก็ภาษาอังกฤษ 75 ชั่วโมงเล่มสีแดงๆนั่นแหละครับ

ขอบคุณทุกท่านสำหรับความรู้ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.065 วินาที กับ 19 คำสั่ง