เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
อ่าน: 37575 ว่าด้วยหนังสือพิมพ์ราชกุมาร
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 07 มิ.ย. 12, 10:05

^ เป็นเรื่องอ่านเล่น  ไม่สู้มีสาระนัก  ผมเลยไม่เอามาเล่าให้ยาวเยิ่นเย้อ

วันที่ ๖ สิงหาคม ร,ศ, ๑๑๒  มหาวชิรุณหิศ  ต้นเวร

เรื่องไม่กลัวผี

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  ทรงแต่ง

เรื่องนี้  มีบางท่านอาจจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว  ฉะนั้นจึงไม่เอามาลง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 07 มิ.ย. 12, 10:13


วันที่  ๒๗  สิงหาคม  ร,ศ, ๑๑๒  บุรฉัตร  ต้นเวร

ความเสียใจ

ต้นเวรทั้งหลายซึ่งได้เป็นมามีความเสียใจเป็นอันมาก   ด้วย..........
......................................................................
ซึ่งได้เคยเป็นต้นเวรมา  เสด็จ....................................เสียแล้ว.

๐                      ๐                        ๐

ให้ท่านทั้งหลายช่วยกันเดาว่า  ข้อความที่เว้นไว้นั้น  แจ้งเรื่องหรือข่าวอะไรกันแน่ ฮืม ฮืม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 07 มิ.ย. 12, 13:37

วันที่ ๖ สิงหาคม ร,ศ, ๑๑๒  มหาวชิรุณหิศ  ต้นเวร

เรื่องไม่กลัวผี

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  ทรงแต่ง

เรื่องนี้  มีบางท่านอาจจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว  ฉะนั้นจึงไม่เอามาลง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เรื่อง ไม่กลัวผี ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ ๖ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น ในรัชกาลที่ ๕ ฉันไม่เคยจำได้ว่าเปนอื่นนอกจากที่เก็บของเก่า ๆ และปิดมืดครึมเครืออยู่โดยมาก. จึ่งมีกลิ่นอับ ๆ และอากาศในนั้นเย็นชืด ๆ และคนโดยมากกลัวผีในที่นั้นกันนัก. ฉันยังจำได้ว่าวัน ๑, เปนเวลาพลบค่ำแล้ว ทูลกระหม่อมต้องพระราชประสงค์ของอะไรอย่าง ๑ ซึ่งอยู่ในพระที่นั่งจักรพรรดิ์. รับสั่งขึ้นว่า "ลูกไปเอามาคน ๑ เถิด." ไม่มีใครลุกขึ้นไปเลยจนคนเดียว  ทูลกระหม่อมทรงเหลียวไปไม่เห็นใครเข้าไป จึ่งทรงหยิบเทียนที่จุดอยู่เล่ม ๑ ข้างพระองค์ แล้วรับสั่งว่า "ชายใหญ่, เอ้า เอาเทียนนี่ถือไป" และตรัสชี้แจงโดยแจ่มแจ้งว่าของที่ต้องพระราชประสงค์นั้นอยู่ในตู้ในพระฉาก ทูลกระหม่อมใหญ่ท่านนั่งนิ่ง ไม่รับเทียนจากพระหัตถ์ทูลกระหม่อม, และไม่ทูลว่ากระไรจนคำเดียว เห็นพระพักตร์ซีดพิกล, ทูลกระหม่อมรับสั่งเตือนว่า "อย่างไรเล่า?  ใช้ไม่ไปหรือ?" ทูลกระหม่อมใหญ่จึ่งกราบบังคมทูลอ้อมแอ้มว่า จะไปแต่ขอผู้ใหญ่เข้าไปด้วยสักคน ๑ ทูลกระหม่อมรับสั่งถามว่า "ทำไม? กลัวอะไร?" ทูลกระหม่อมใหญ่กราบบังคมทูลตอบว่ากลัวผี.  ทูลกระหม่อมพระพักตร์บึ้ง ทรงเหลียวไปทางฉัน, แล้วตรัสว่า, " โต จะรับใช้พ่อได้หรือไม่ได้?"  ฉันก็กราบบังคมทูลว่าได้, และรับเทียนจากพระหัตถ์แล้วเข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิ์ แขงอกแขงใจเดิรอย่างหน้าตาเฉยขึ้นอัฒจันท์ไป, แต่ก็ชอบกล พอเข้าไปถึงในพระที่นั่งแล้วก็หายกลัว เพราะใจมุ่งแต่ที่จะไปหยิบของที่ต้องพระประสงค์. เมื่อได้ของออกมาแล้ว ทูลกระหม่อมทรงชมเชยทับถมทูลกระหม่อมใหญ่เสียขนานโต. ทรงกอดฉันและตรัสว่า, "อย่างนี้สิเป็นลูกพ่อแท้ ลูกพ่อกลัวผีไม่ได้" ก็เปนธรรมดาที่ฉันจะต้องยินดีมากที่ได้รับทรงชมเชยอย่างนั้น, แต่ฉันต้องรับสารภาพว่า ถึงฉันจะได้นึกกลัวผีอยู่สักเท่าใดก็ยังกลัวทูลกระหม่อมมากกว่า ฉันจึ่งได้สู้แขงใจเข้าไปตามที่ทูลกระหม่อมทรงใช้. ภายหลังต่อแต่นั้นมาอีกนาน, เมื่อทูลกระหม่อมใหญ่สวรรคตแล้ว ทูลกระหม่อมจึ่งได้มีพระราชดำรัสแก่ฉันว่า "พอพ่อใช้ชายใหญ่ให้เข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิ์เขาไม่ยอมเข้าไปเพราะกลัวผี, พ่อก็นึกรู้ในใจทีเดียวว่าชายใหญ่คงจะไม่มีบุญพอที่จะได้ใช้ที่นั้นเปนที่อยู่, แล้วก็พอโตกล้ารับใช้เข้าไป พ่อก็รู้ว่าโตคงจะต้องเปนแทนตัวพ่อต่อไป

เรื่องเดียวกันหรือเปล่าหนอ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 07 มิ.ย. 12, 16:35

^ คนละเรื่องครับ  ไม่ใช่เรื่องที่ทรงเล่าไว้ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ ๖

ผมนึกว่าคุณเพ็ญฯ เคยอ่านแล้วเสียอีก  สงสัยคุณวีมีและคุณปิยะสารณ์อาจจะเคยอ่านแล้วก็เป็นได้ ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 07 มิ.ย. 12, 22:14


วันที่  ๒๗  สิงหาคม  ร,ศ, ๑๑๒  บุรฉัตร  ต้นเวร

ความเสียใจ

ต้นเวรทั้งหลายซึ่งได้เป็นมามีความเสียใจเป็นอันมาก   ด้วย..........
......................................................................
ซึ่งได้เคยเป็นต้นเวรมา  เสด็จ....................................เสียแล้ว.

๐                      ๐                        ๐

ให้ท่านทั้งหลายช่วยกันเดาว่า  ข้อความที่เว้นไว้นั้น  แจ้งเรื่องหรือข่าวอะไรกันแน่ ฮืม ฮืม

 ยิงฟันยิ้ม
แจ้งข่าวการเสด็จไปทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ของ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 08:28

^ คนละเรื่องครับ  ไม่ใช่เรื่องที่ทรงเล่าไว้ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ ๖

ผมนึกว่าคุณเพ็ญฯ เคยอ่านแล้วเสียอีก  สงสัยคุณวีมีและคุณปิยะสารณ์อาจจะเคยอ่านแล้วก็เป็นได้ ยิ้ม ยิ้ม

ไม่เคยอ่านครับ โปรดเฉลย.........
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 08:40

คุณ ดีดี เดาข้อความได้ถูกต้องครับ  เก่งมาก ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ข้ความเต็มสมบูรณ์มีว่า


วันที่  ๒๗  สิงหาคม  ร,ศ, ๑๑๒  บุรฉัตร  ต้นเวร

ความเสียใจ

ต้นเวรทั้งหลายซึ่งได้เป็นมามีความเสียใจเป็นอันมาก   ด้วยสมเด็จ
พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  พระองค์เจ้าอาภากร 
ซึ่งได้เคยเป็นต้นเวรมา  เสด็จไปเล่าเรียนในประเทศยุโรปเสียแล้ว.

๐                      ๐                        ๐
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 08:42

^ คนละเรื่องครับ  ไม่ใช่เรื่องที่ทรงเล่าไว้ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ ๖

ผมนึกว่าคุณเพ็ญฯ เคยอ่านแล้วเสียอีก  สงสัยคุณวีมีและคุณปิยะสารณ์อาจจะเคยอ่านแล้วก็เป็นได้ ยิ้ม ยิ้ม

ไม่เคยอ่านครับ โปรดเฉลย.........

อุแม่เจ้า  จริงดิครับ   ตกใจ   เหลือแต่คุณวีมีเป็นความหวังอยู่  ถ้าท่านไม่เคยอ่านอีกคน
เห็นจะต้องลงมือเล่าเองเสียแล้ว ยิ้ม
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 09:36

จำไม่ได้ว่าเคยอ่านหรือเปล่าครับ  ขออาราธนาคุณหลวงจัดการบรรเลงเลยครับ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 10:14

จำไม่ได้ว่าเคยอ่านหรือเปล่าครับ  ขออาราธนาคุณหลวงจัดการบรรเลงเลยครับ

หมดกันความหวัง กะว่าจะหาตัวช่วยสักหน่อย  ว้า  ต้องออกแรงเองเสียแล้ว
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 15:15

ระหว่างรอเรื่อง "ไม่กลัวผี"

ขอคั่นรายการด้วยเรื่อง "พบผี"

ขอเล่าเกร็ดอีกเรื่อง  คราวนี้เรื่องผี  คงจะมีคนในเว็บรู้จักเรื่องนี้กันบ้างแล้วนะคะ  เพราะเป็นเรื่องแพร่หลาย ตีพิมพ์ลงในหนังสือวชิราวุธานุสรณ์ แต่ที่เล่านี่   เผื่อคนที่ยังไม่รู้

เป็นเหตุการณ์ตอนปลายรัชกาล   วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๘    พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ สิ้นพระชนม์   
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ  ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ ณ พระที่นั่งอุดร ซึ่งมีเฉลียงทั้งบนและล่าง เชื่อมต่อกับพระที่นั่งอัมพรสถาน 
มีอัฒจันทร์(บันได)หินอ่อนทอดลงไปที่ถนนสำหรับรถยนต์พระที่นั่งเข้าเทียบ
หากมีพระราชประสงค์จะเสด็จขึ้นลงจากตรงนั้นก็ทรงทำได้
แต่ปกติแล้วรถจะเทียบหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน   บรรดาราชองครักษ์และมหาดเล็กตามเสด็จก็จะไปรอรับเสด็จที่พระที่นั่งอัมพรสถาน


วันนั้น พระเจ้าอยู่หัวเสด็จจากพระที่นั่งอุดร ตรงไปที่พระที่นั่งอัมพรสถานเพื่อจะประทับรถพระที่นั่งจากตรงนั้น
ระหว่างเสด็จมาตามลำพังพระองค์เดียว เพราะผู้คนไปรอที่อัฒจันทร์ด้านพระที่นั่งอัมพรกันหมด   พอเลี้ยวจากอัฒจันทร์ชั้นบนจะลงมาที่ชั้นล่าง  ก็ทอดพระเนตรเห็นนายพันโทจมื่น ฤทธิ์รณจักร (กรับ โฆษะโยธิน)  ผู้บังคับการทหารรักษาวัง และราชองครักษ์เวร  มายืนเฝ้าถวายการเคารพอยู่ริมถนนเชิงอัฒจันทร์
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่านไป ทรงรับความเคารพ ด้วยความแปลกพระทัยที่องครักษ์เวรมายืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ตามลำพัง แทนที่จะไปรอเฝ้าที่หน้าพระที่นั่งอัมพรอย่างที่ควรทำ
แต่ก็ทรงนึกว่า หรือราชองครักษ์จะรอเฝ้าเพราะมีเรื่องกราบบังคมทูลเป็นส่วนตัว    แต่ท่าทีเขาก็ไม่เห็นจะถวายหนังสือหรือมีเรื่องกราบบังคมทูล
และที่แปลกพระทัยอีกอย่างคือ แทนที่จะแต่งเต็มยศขาวตามหมายกำหนดการ  จมื่นฤทธิ์ฯกลับแต่งเต็มยศใหญ่
จะทรงทักว่าแต่งผิด ก็เกรงว่าจมื่นฤทธิ์ฯจะตกใจ   จึงเสด็จผ่านไปเฉยๆ 


จนกระทั่งเสด็จกลับจากงานพระศพ  กลับมาที่พระที่นั่งอุดร   ทรงลืมเรื่องของจมื่นฤทธิ์ฯไปแล้ว
ทอดพระเนตรเห็นพานดอกไม้ธูปเทียนกราบถวายบังคมทูลลาตาย วางอยู่

เป็นระเบียบของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนข้าราชสำนัก จะต้องมีญาติพี่น้องทำหนังสือกราบบังคมทูลในนามผู้ตาย ถวายบังคมลาตายส่งไปที่กระทรวงวัง พร้อมดอกไม้ธูปเทียนใส่พานไปด้วย
เจ้าหน้าที่กระทรวงวังจะได้นำพานและหนังสือ ทูลเกล้าฯถวาย เพื่อทราบใต้ฝ่าละอองฯ
หลังจากนั้นสำนักพระราชวังก็จะจัดน้ำหลวงอาบศพ และเครื่องประกอบเกียรติยศส่งไปให้ผู้ถึงแก่กรรม

หนังสือลาตายที่ทรงเปิดทอดพระเนตร  เป็นหนังสือลาตายของนายพันโท จมื่นฤทธิ์รณจักรนั่นเอง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ก็ทรงระลึกได้ทันทีว่า บ่ายนี้ที่จมื่นฤทธิ์ฯมาเฝ้าในเครื่องแต่งกายเต็มยศใหญ่   ก็คงเป็นเพราะประสงค์จะมาถวายบังคมลาตายด้วยตัวเองนั่นเอง

เรื่องนี้ ทรงเล่าให้ข้าราชสำนักฟัง รวมทั้งพระยาบำรุงราชบริพาร ซึ่งนำเรื่องมาบันทึกลงไว้ในหนังสือในภายหลังค่ะ


 ตกใจ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 15:56

ู^เรื่องผีข้างต้น  ผมตรวจสอบข้อมูลแล้ว  มีข้อพึงใคร่ครวญตามข้อเท็จจริงด้วยเหตุผล  ดังต่อไปนี้

๑.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ สิ้นพระชนม์  เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๖๘  เวลา ๑๐ นาฬิกา ๒๕ นาที หลังเที่ยง
( ๒๒.๒๕ น. ) รัชกาลที่ ๖ เสด็จฯ ไปพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพ  วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๖๘  เวลา ๖ นาฬิกา หลังเที่ยง
( ๑๘.๐๐  น. )

๒.ไม่มีข้าราชการวายชนม์ในปี ๒๔๖๘  ที่ชื่อ นายพันโท  จมื่นฤทธิ์รณจักร (กรับ โฆษะโยธิน)
แต่ไปปรากฎข้อมูลในปี ๒๔๖๔ ว่า

"นายพันโท  พระฤทธิรณจักร์ (กรับ  โฆษะโยธิน)  ฯลฯ  กรมทหารรักษาวัง ว.ป.ร. อายุ  ๓๘  ปี
เปนลม  ถึงแก่กรรม วันที่  ๒๖ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๔"


สงสัยว่า  เรื่องผีเรื่องนี้จะถูกเล่าต่ิอๆ กันมาจนคลาดเคลื่อนไป  วันเพ็ญฯ ระวังถูกหลอกนะครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 18:18

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก เคยเล่าว่า เมื่อครั้ง คุณพระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) ถวายตัวเป็นมหาดเ็ล็ก ในหลวง รัชกาลที่ ๖ โดยท่านเจ้าคุณพี่ชาย เป็นผู้เบิกตัวถวาย

ไม่ทราบว่า ด้วยความที่ท่านเป็น "ลูกน้ำเค็ม" เป็นเด็กชาวน้ำ ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาอย่างทนุถนอม หรือไม่ ในหลวง รัชกาลที่ ๖ จึงมีพระราชดำรัสถามเมื่อตอนถวายตัวว่า "เคยเห็นผี" หรือไม่ ถึงสองครั้ง   แต่อาจารย์ระพี ก็จำไม่ได้ว่า คุณพระฯ ท่านตอบไปว่าอย่างไร ........


เรื่องผี กับในหลวงองค์ ๖ ซักจะมีเยอะขึ้นแล้วซี หากันต่อดีไหม?
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 19:13

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก เคยเล่าว่า เมื่อครั้ง คุณพระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) ถวายตัวเป็นมหาดเ็ล็ก ในหลวง รัชกาลที่ ๖ โดยท่านเจ้าคุณพี่ชาย เป็นผู้เบิกตัวถวาย

ไม่ทราบว่า ด้วยความที่ท่านเป็น "ลูกน้ำเค็ม" เป็นเด็กชาวน้ำ ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาอย่างทนุถนอม หรือไม่ ในหลวง รัชกาลที่ ๖ จึงมีพระราชดำรัสถามเมื่อตอนถวายตัวว่า "เคยเห็นผี" หรือไม่ ถึงสองครั้ง   แต่อาจารย์ระพี ก็จำไม่ได้ว่า คุณพระฯ ท่านตอบไปว่าอย่างไร ........


เรื่องผี กับในหลวงองค์ ๖ ซักจะมีเยอะขึ้นแล้วซี หากันต่อดีไหม?

เรื่องผีในสมัยรัชกาลที่ ๖ เรื่องหนึ่ง คือ "ท้าวหิรัญพนาสูร" เป็นที่กล่าวถึงและทรงจำลองรูปปั้นขึ้นมา ปัจจุบันอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

อีกเรื่องเป็นเรื่องลี้ลับเมื่อปลายรัชกาลที่ ๖ เรื่องน้ำฝนตกต้องนพดลมหาเศวตรฉัตร และ กลิ่นเหม็นประหลาดติดกันหลายวัน ก่อนวันสวรรตไม่นาน
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 19:14

เรื่องผีๆ ในรัชกาลที่ ๖ คุณพระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง  สาคริก) เล่าไว้ว่า
วันหนึ่งกำลังทรงพระอักษร  คุณพระฯ นั่งเฝ้าฯ อยู่ไม่ห่าง  แล้วจู่ๆ ล้นเกล้าฯ ก็ทรงเปล่งพระสุรเสียงขึ้นมาเหมือนตกพระทัย
พอวันรุ่งขึ้นมีดอกไม้ธูปเทียนพร้อมหนังสือกราบบังคมทูลลาของกรมหลวงชุมพรฯ มาถวาย  ก็มีรับสั่งว่า "รู้แล้ว"

หรือมีอีกเรืองที่บันทึกไว้ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันว่า  กำลังประทับเป็นประธานในที่ประชุมเสนาบดี  แล้วจู่ก็เสด็จจากโต๊ะประชุมไปประทับที่ริมพระแกล  ทันใดนั้นโคมไฟเพดานก็หล่นลงมาบนโต๊ะประชุม
ในเรื่องนี้มีผู้วิจารณืว่าน่าจะเป็นพระปรีชาญาณที่ทรงได้รับการฝึกหัดมาจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์  จึงทำให้ทรงสังเกตทุกสิ่งรอบพระองค์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.392 วินาที กับ 19 คำสั่ง