เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 62826 เล่าเรื่องฆ่าการล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 01 มิ.ย. 12, 19:51

พยายามจะไม่เข้าใกล้การเมืองมากกว่านี้ค่ะ   อ่านพบจากเว็บหนังสือพิมพ์ว่า ไฟเริ่มกรุ่นๆขึ้นมาอีกแล้ว

วิธีการต่างๆที่คล้ายคลึงกันนั้น เห็นจะมาจากตำรับตำราแหล่งเดียวกัน   ทฤษฎีต่างๆในอดีตเคยได้ผลมาแล้วก็นำมาใช้ซ้ำซากอีก   โดยไม่คำนึงว่า ได้ผลเฉพาะระยะแรกแล้วล้มเหลวจนฉุดประเทศนั้นล่มลงไปในตอนจบก็มี    ปัญญาชนนักปลุกระดมพวกนี้มีอยู่ทั่วไปรวมทั้งในรวันดาด้วย   

ยิ่งในประเทศที่ไม่ได้ปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณ ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่  ขอให้จี้จุดอ่อนให้ถูก อย่างที่คุณประกอบยกตัวอย่างมา  ใช่เลย  คือปัญหาอะไรก็ตามในชีวิตของคุณ ไม่ได้เกิดจากความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเอง    แต่มันเกิดจากคนอื่นมาทำคุณทั้งนั้น  เพราะฉะนั้น ต้องแก้ปัญหาด้วยการกำจัดคนอื่นเหล่านั้นออกไป
เช่น  คุณไม่เคยยากจนเพราะขี้เกียจ   แต่เพราะคนอีกกลุ่มหนึ่งเอาเปรียบคุณต่างหาก   คุณจะได้ดีกว่านี้  ถ้าโค่นคนที่เขาได้ดีกว่าคุณลงไปได้ ฯลฯ
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เขียนเสียดสีความคิดทำนองนี้ไว้ชัดเจนมาก ตอนเปิดตัวแกว่น แก่นกำจร ใน "ไผ่แดง"

ออกความเห็นแค่นี้เห็นจะพอ


บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 30


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 15:01

เข้ามาเก็บข้อมูล
บ้านเราคงไม่ขนาดนั้น เพราะทั้งแดงทั้งเหลืองบางทีอยู่บ้านเดียวกัน
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 08 มิ.ย. 12, 15:38

ไปเข้ากรุงลันดั้นมาหลายวัน เพิ่งกลับมาครับ   กระทู้เรื่องรวันดายังไม่ถึงตอนจบ เพราะยังไม่ได้สรุปว่าอะไรทำให้คนธรรมดาบ้าคลั่งขึ้นมาฆ่าคนได้ ตอนนี้สั่งหนังสือไปเล่มหนึ่ง "Becoming Evil: How Ordinary People Commit Genocide and Mass Killing" จะเอามาอ่านซะหน่อยแบบละเอียด

กลับมา อ่านข่าวตลกที่มาเป็นเสนาฯเอารายละเอียดชื่อ ที่อยู่ ลูกเต้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาปลุกปั่น แถมเอามาพูดเป็นนัยๆ ต่างๆ นาๆ   นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นได้ว่าทำไมคนบางคนในรวันดา สามารถออกมาพูดปลุกปั่นฝูงชนให้บ้าคลั่ง ลากมีดออกมาฆ่าฟันคนที่ต่างได้ นี่เป็นกรณีที่ไม่ต่างกันเลยเพียงแต่ในไทยมันยังไม่สุกงอมถึงขนาดนั้น  แต่ทำให้เห็นว่าคนที่พร้อมจะเกาะกระแสความเกลียด ปลุกปั่นผู้คน สร้างราคาให้คนที่เหนือกว่าตัวเห็น  ถ้าสถานการณ์เมืองไทยจะก้าวไปถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คนประเภทนี้ก็พร้อมจะรับใช้ผู้มีอำนาจปลุกปั่นผู้คนทันที

บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
กระต่ายหมายจันทร์
พาลี
****
ตอบ: 284


ศศ (สะสะ) แปลว่ากระต่ายและกวาง


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 09 มิ.ย. 12, 19:29

เข้ามาอ่านเรื่องรวันดา และ "เฮ้อ" ให้กับเมืองไทย ... สถานการณ์มันแย่เหลือเกิน  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 03:48

หวังอยู่อย่างหนึ่งว่า คนไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ ถือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาปหนักข้อแรกของศีล 5 เลยทีเดียว   แม้จะถูกปลุกปั่นขนาดไหนก็คงไม่ถึงกับหันมาฆ่ากันดะไม่เลือกหน้า    จนล้มตายกันไปทั้งเมืองอย่างรวันดา  อย่างมากก็ขู่คุกคามกันให้ขวัญหนีดีฝ่อ

อีกอย่างคือคนไทยเป็นคนขี้สงสาร   เห็นใครถูกรังแกจะช่วยคนนั้น    คงจำเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลา 2519  ว่านักศึกษาในธรรมศาสตร์จำนวนมากหนีตายมาได้ เพราะชาวบ้านแถวนั้นช่วยชีวิตเอาไว้    ช่วยทั้งๆเป็นคนแปลกหน้า   เพียงแต่เห็นว่าฝ่ายนศ.มือเปล่าและอีกฝ่ายมีอาวุธครบมือ

ยังตั้งความหวังว่า เหตุการณ์ในปีนี้หรือปีไหนๆข้างหน้าจะไม่เป็นอย่างรวันดา    แม้ว่าแนวคิดการปลุกระดมจะมาในแบบคล้ายคลึงกัน
บันทึกการเข้า
กระต่ายหมายจันทร์
พาลี
****
ตอบ: 284


ศศ (สะสะ) แปลว่ากระต่ายและกวาง


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 21:13

หวังอยู่อย่างหนึ่งว่า คนไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ ถือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาปหนักข้อแรกของศีล 5 เลยทีเดียว   แม้จะถูกปลุกปั่นขนาดไหนก็คงไม่ถึงกับหันมาฆ่ากันดะไม่เลือกหน้า    จนล้มตายกันไปทั้งเมืองอย่างรวันดา  อย่างมากก็ขู่คุกคามกันให้ขวัญหนีดีฝ่อ

อีกอย่างคือคนไทยเป็นคนขี้สงสาร   เห็นใครถูกรังแกจะช่วยคนนั้น    คงจำเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลา 2519  ว่านักศึกษาในธรรมศาสตร์จำนวนมากหนีตายมาได้ เพราะชาวบ้านแถวนั้นช่วยชีวิตเอาไว้    ช่วยทั้งๆเป็นคนแปลกหน้า   เพียงแต่เห็นว่าฝ่ายนศ.มือเปล่าและอีกฝ่ายมีอาวุธครบมือ

ยังตั้งความหวังว่า เหตุการณ์ในปีนี้หรือปีไหนๆข้างหน้าจะไม่เป็นอย่างรวันดา    แม้ว่าแนวคิดการปลุกระดมจะมาในแบบคล้ายคลึงกัน

เชื่อว่าคงไม่หนักอย่างรวันดาเช่นเดียวกับอาจารย์เทาชมพูค่ะ แต่เกรงว่าหากเกิดสงครามประชาชชนขึ้นมาในห้วงนี้ อาจมีความรุนแรงมากกว่าปีที่แล้วเพราะมีการปลุกมวลชนหลายฝ่ายเหลือเกิน
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 11 มิ.ย. 12, 21:53

ต้องขู่ฟ่อๆ ให้อาจารย์เทาชมพูและคุณกระต่ายฯ หนาวๆ ร้อนๆ เล่น
เรื่องที่คนไทยจะลุกขึ้นมาฆ่ากันแบบไม่เลือกหน้าเหมือนรวันดาอาจเป็นไปได้ยาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสเกิดขึ้นครับ
เพราะในทุกสังคม ถ้าเงื่อนไขต่างๆ เอื้อและเป็นใจ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้   ไม่เกี่ยวว่าผู้คนจะยึดมั่นในศาสนามากแค่ไหน
เงื่อนไขหลักๆ ก็เช่น

1. ถ้าผู้มีอำนาจในสังคมนั้นๆ บอกว่าสิ่งที่ทำนั้นมันถูก และผู้มีอำนาจ มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
2. ถ้าผู้คนในสังคมนั้นๆ มีแนวโน้มที่จะเชื่อฟังและปฏิบัติตามผู้มีอำนาจได้ง่าย
3. กระแสความเกลียดชังถูกปลูกฝังอย่างเป็นระบบและยาวนานเพียงพอ จนผู้คนส่วนใหญ่มองฝ่ายตรงข้ามว่าไม่ใช่มนุษย์หรือไม่มีค่าเทียบเท่าตัวเอง
4. ผู้มีหตุผลหรือไม่เห็นด้วยเลือกที่จะนิ่งเฉยหรือเมินเฉยต่อความไม่ถูกต้อง  อาจจะด้วยความกลัวหรืออะไรก็ตาม

ตัวอย่างง่ายๆ คือ 6 ตุลา ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งช่วยนักศึกษาหลบหนี แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งสะใจและสนุกกับการฆ่า ยืนยิ้มดูร่างนักศึกษาที่ถูกเผาหรือแขวนคอ ในขณะที่คนจำนวนมากกว่ามากๆ เลือกที่จะไม่พอใจเงียบๆ  แต่วางเฉยไม่กล้าออกมาทำอะไร เพราะไม่ต้องการขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในขณะนั้น

การฆ่ากันครั้งล่าสุดก็เช่นกัน  แต่อ่านตามเว็บบอร์ดสีต่างๆ เราจะหาอ่านอารมณ์ความยินดี ความสะใจของผู้คนมากมายในเวลาที่ได้เห็นฝ่ายตรงข้ามตายได้ไม่ยากเลย เพราะสำหรับคนเหล่านั้น พวกที่ตายคือพวกโง่ โดนหลอกไปตาย เป็นใครซักคนที่คนเหล่านั้นไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นความมีตัวตน  แม้จะมีกำเนิดเป็นคน แต่ก็ไม่ต่างจากมดปลวกทั่วไป ทำให้บางคนสะใจที่ได้เห็นการตาย บ้างแสดงความยินดีออกมานอกหน้า  บางคนวางเฉยไม่ยินดียินร้าย บางคนใช้ความตายเป็นบันไดของตัวเอง ฯลฯ

เรื่องการฆ่าขนาดการล้างเผ่าพันธุ์ในเมืองไทยอาจไม่เกิดขึ้น แต่สงครามกลางเมืองที่มีการฆ่าผู้คนที่มีความเห็นต่างกันยังสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยากครับ และความขัดแย้งในสังคมไทยตอนนี้สามารถพัฒนาต่อไปจุดนั้นได้ไม่ยาก
และถ้ามีคนแบบฮิตเล่อร์ หรือสตาลินเข้ามาครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในไทย แล้วผมเลือกที่จะไม่เงียบงันต่อความถูกต้อง  ถ้าโชคดียังไม่โดนเอาไปทำปุ๋ยซะก่อน ท่านอาจารย์เทาชมพูอาจจะหาตัวผมเจอได้ที่ริมรั้วเกตโต้ หรือกูลัคที่ใช้เก็บพวกที่เห็นต่างทางการเมืองครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 03:24

เอามาให้อ่านเพลินๆ ว่าคนมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์เขาคิดกันยังไง

They wrote in the old days that it is sweet and fitting to die for one's country. But in modern war, there is nothing sweet nor fitting in your dying. You will die like a dog for no good reason.
- Ernest Hemingway

In the long run, we shape our lives, and we shape ourselves. The process never ends until we die. And the choices we make are ultimately our own responsibility.
-Eleanor Roosevelt

No bastard ever won a war by dying for his country. He won it by making the other poor dumb bastard die for his country.
-George S. Patton

It is easier to find men who will volunteer to die, than to find those who are willing to endure pain with patience.
- Julius Caesar

If a man hasn't discovered something that he will die for, he isn't fit to live.
-Martin Luther King, Jr.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 07:02


ตัวอย่างง่ายๆ คือ 6 ตุลา ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งช่วยนักศึกษาหลบหนี แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งสะใจและสนุกกับการฆ่า ยืนยิ้มดูร่างนักศึกษาที่ถูกเผาหรือแขวนคอ ในขณะที่คนจำนวนมากกว่ามากๆ เลือกที่จะไม่พอใจเงียบๆ  แต่วางเฉยไม่กล้าออกมาทำอะไร เพราะไม่ต้องการขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในขณะนั้น

และถ้ามีคนแบบฮิตเล่อร์ หรือสตาลินเข้ามาครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในไทย แล้วผมเลือกที่จะไม่เงียบงันต่อความถูกต้อง  ถ้าโชคดียังไม่โดนเอาไปทำปุ๋ยซะก่อน ท่านอาจารย์เทาชมพูอาจจะหาตัวผมเจอได้ที่ริมรั้วเกตโต้ หรือกูลัคที่ใช้เก็บพวกที่เห็นต่างทางการเมืองครับ

ในสงครามกลางเมืองไม่ว่ามุมไหนของโลก    คนเดินดินที่เกี่ยวข้องแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
1   กลุ่มจัดตั้ง   ซึ่งได้รับฝึกฝนมาให้เอาชนะ หรือทำลายฝ่ายปรปักษ์โดยเฉพาะ      มนุษยธรรมไม่ต้องพูดถึงกัน
2   กลุ่มเหยื่อผู้บริสุทธิ์    แบ่งเป็น ก)ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่  หลุดเข้าไปสู่วังวนตรงนั้น   กับ ข)พวกเต็มใจเข้าสู่สถานการณ์ด้วยความตั้งใจดี  หากแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์  
     คนในข้อ 2  คือพวกที่ตายง่ายที่สุด   อย่างเบาก็ถูกจับกุมคุมขัง     ส่วนคนที่ข้อ 1 คือพวกหนีรอดได้ง่ายที่สุด เพราะฝึกฝนทางหนีทีไล่มาแล้ว    
     เคยสังเกตไหมว่า  ในเหตุการณ์นองเลือดทั้งหลายแหล่ทุกมุมโลก   พวกตัวบิ๊กๆหนีรอดได้ทั้งนั้น    ที่ตายส่วนใหญ่เป็นตัวเล็กๆ
3   ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ดูภายนอก   พวกนี้อาจโดนลูกหลงจากกลุ่ม 1 บ้าง  และแอบช่วยกลุ่มที่ 2 บ้าง  เป็นพวกที่มีความคิดของตัวเอง   จะดีหรือเลวก็แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน  

คุณประกอบจะเลือกเป็นแบบไหนก็ได้แล้วแต่ใจสมัครค่ะ   ไม่มีใครว่าได้     แต่ก่อนจะเดินไปสู่อะไร  ขอให้เดินด้วยสติ และรอบคอบในสิ่งที่ทำลงไป  หากว่าเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นจริงๆ จะได้บอกได้เต็มปากว่าทำดีที่สุดแล้ว
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 10:06

ขอบคุณ คุณประกอบมากครับ เรื่อง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ผมสนใจมาตั้งแต่ดูหนังเรื่อง Hotel Rwanda แล้ว (หนังเรื่องนี้ ผมดูซ่ะหลายรอบ แม้จะหนัก แต่สนุกครับ) พยายามหาเรื่องประกอบการดู โชคดีคุณประกอบ มาประกอบข้อมูลให้แล้ว ดีใจจัง  ยิ้ม

จากในภาพยนต์ ผมยังสะเทือนใจไม่หาย

1. เขาแยกคนสองเผ่ากันยังไง ?  ในหนังมีฉากที่แสดงให้เห็น เมื่อนักข่าวฝรั่งถามนักข่าวท้องถิ่น คำตอบก็คือ คนเบลเยี่ยมเป็นคนแบ่งแยกไว้ โดยดูจากความกว้างของรูจมูก !!!!!!!!!  ตอนปกครองอยู่ ก็ยกพวกผิวขาวกว่า ตัวสูงกว่า (ทุตซี่ เหมือนคนขาวมากกว่า) เป็นชนชั้นปกครอง และให้พวก ฮูตู เป็นคนใต้ปกครอง  และเมื่อหมดอำนาจ ก็กลับตาลปัด มอบอำนาจไว้ให้พวก ฮูตู  คนที่เคยโดนกดขี่มาจึงถึงเวลา "แก้แค้น"

2. เขารู้สึกกันอย่างไร ? มีอีกฉากหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่กาชาดหญิง ออกไปรับเด็กกำพร้าชาว ทุตซี่ แล้วถูกพวก อินเตอร์ฮัมวี่ (ฮูตู หัวรุนแรง) บังคับให้ดูการสังหาร เด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอ ร้องบอกว่า "Please don't let them kill me, I promise I won't be Tutsi anymore" ........ ฟังแล้วสะเทือนใจเป็นที่สุด และเหตุที่เขาฆ่าเด็ก ก็เพื่อเพราะจะได้ไม่มีทุตซี่หลงเหลืออยู่ในยุคต่อไป !!!!!!

3. ผลประโยชน์ เป็นเรื่องความสำคัญ บางทีคำว่า มนุษยธรรม ก็เป็นแค่ข้ออ้าง(สำหรับใครบางคนที่มองเห็นแต่อำนาจ) เพราะ รวันดา ไม่มีผลประโยชน์ พี่เบิ้มทั้งหลาย จึงไม่เหลียวแล ลอง รวันดา มีน้ำมัน มีเหมืองทอง-เพชร ซักหน่อย คงแห่แหนกันเข้ามาช่วย + กอบโกย  สมแล้ว ที่ว่า ยูเอ็น บางครั้ง ก็กลางเป็นเสือกระดาษ ไ้ร้น้ำยา

แม้จะเป็นบทภาพยนต์ (ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดมากกว่า หรือแตกต่างจากความเป็นจริงบ้าง) ก็แสดงความคิดเห็นได้หลายแง่มุม

ปล. ชอบแฟน ของผู้จัดการโรงแรม ทาเทียน่า รูสเซซาบากีน่า (Tatiana Rusesabagina) Sophie Okonedo สวย และเล่นได้ดีมาก.....

ขอบคุณ คุณประกอบอีกหนครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 10:25

Sophie Okonedo


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 14:44

ในขณะที่เรากลัวว่าเหตุการณ์ในรวันดาจะเกิดขึ้นในประเทศเรา

จับตาให้ดี อะไรกำลังเกิดขึ้นที่รัฐยะไข่ (อาระกัน) ของพม่า

๑๑ มิถุนายน - ที่หน้าที่ทำการ สหประชาชาติ ประเทศไทย ถนนราชดำเนิน กลุ่มสมาคมพม่าโรฮิงยา ประเทศไทย ประมาณ ๑๐๐ คน นำโดยนายหม่อง จอ นู ประธานสมาคมพม่าโรฮิงยา ประเทศไทย เดินทางมารวมตัวเพื่อยื่นหนังสือถึง นายบัน คี มูน เลขาธิการ สหประชาชาติ เรียกร้อง ให้หยุดยั้งวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมในรัฐอารกันโดยเร่งด่วน โดยนำป้ายผ้าพร้อมรูปภาพชาวโรฮิงยาที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมมาโชว์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโหดร้าย ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในรัฐอารกันในขณะนี้



โดยนายหม่อง จอ นู ได้อ่านแถลงการณ์เล่าถึงสถานการณ์ที่เริ่มเลวร้ายลงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วมีความแตกแยกระหว่างเชื้อชาติ เหยื่อมีทั้งผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ มีผู้บาดเจ็บและสูญหายประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐คน การสังหาร เผาบ้านเรือนดำเนินไปทั้งกลางวันและกลางคืน ประชาชนต้องหลบหนีซ่อนตัวในป่า บ้างหนีข้ามพรมแดนไปประเทศที่สาม โดยหนังสือที่จะยื่นผ่านสหประชาชาติเรียกร้อง ให้หยุดยั้งการฆ่าล้างเผาพันธุ์ทันที โดยการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ สหประชาชาติ เข้าพื้นที่เพื่อคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ คลี่คลายและแซกแซงสถานะการณ์พร้อมตรวจสอบการกระทำที่เป็นอันตรายต่อมนุษยชาติและนำคนผิดเข้าสู่ขบวนการศาลโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ขอให้สื่อนานาชาติเข้าติดตามสถานการณ์เพื่อรายงานความเป็นจริง

ข่าวจาก เดลินิวส์

 ตกใจ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 15:18

เรืองในยะไข่นี่ผมเห็นข่าวตั้งแต่เมื่อวาน แต่ยังหารายละเอียดลึกๆ ไม่ได้เลยครับ รู้แต่ว่ามีการฆ่ากัน ขัดแย้งกันระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม
แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นเหยื่อ ใครเป็นผู้กระทำ มุสลิมฆ่าพุทธ หรือพุทธไล่ฆ่ามุสลิม เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับกลุ่มชนและในพื้นที่ที่ไม่มีความสลักสำคัญใดๆ สำหรับนานาชาติ แม้แต่ข่าวยังหาอ่านไม่ได้ง่ายๆ แต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าเรื่องนี้ต้องเกิดจากแกนนำคลั่งศาสนาใดศาสนาหนึ่งออกมาปลุกปั่นผู้คนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัว  การฆ่ากันเกิดขึ้นโดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ไม่ต้องรู้จัก ขอเพียงต่างศาสนากันก็มีโทาถึงตายได้แล้ว ไม่ต่างจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่อื่นๆ


สำหรับพวกโรฮิงยานี่เท่าที่ทราบมาอาจจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าสงสารที่สุดในเอเชียก็ได้ ไม่มีชาติ ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่มีที่ไป ไม่มีใครต้องการ และไม่มีความสำคัญสำหรับชาติตะวันตกหรือชาติใดๆ  ที่จะไปให้ความสนใจ ทำให้เป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด น่าสงสารมากๆ มั่นใจอีกเช่นกันว่าคนไทยเกินล้านไม่รู้จักว่าโรฮิงยาคือใคร


ส่วนเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา โดยส่วนตัวผมคิดว่าถึงศาสนาพุทธจะเปิดกว้าง  แต่ปัญหาหนึ่งของคนที่นับถือศาสนาพุทธและต้องการจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริงคือต้องใช้ปัญญามาก ทำให้ชาวพุทธบางส่วนจึงเป็นประเภทพุทธตามทะเบียนบ้าน  ทำให้พวกนี้บ้างก็ใช้ศาสนาพุทธเพื่อแสดงความเหนือกว่าศาสนาอื่น เป็นพุทธหัวรุนแรงไม่ต่างจากมุสลิมหรือคริสต์หัวรุนแรง  บ้างก็ไม่เข้าใจว่าพุทธแท้เป็นอย่างไร ออกมาตำหนิก่นด่ากระพี้ หรือสิ่งที่แอบแฝงกับพุทธแบบไทยๆ เช่นเรื่องเครื่องลางของขลัง ฯลฯ   แต่ทั้งสองกลุ่มไม่เคยศึกษาหรือเข้าถึงพุทธแท้ๆ เลยทั้งคู่


ส่วนที่ท่านอาจารย์เทาแนะนำมาว่าผมจะใช้วิธีใดในการรับมือนั้น  เนื่องจากยังไม่ต้องการโดนจับไปไว้ในเกตโต้หรือกูลัค  แต่ผมจะเลือกใช้วิธีไม่นิ่งเฉยเช่นกันครับ เพียงแต่ด้วยกำลังตอนนี้ที่พอทำได้คือการเผยแพร่แนวคิดให้ผู้คนรู้ทันพวกนักการเมืองหรือแกนนำต่างๆ นำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์และความล้มเหลวของคนในอดีตที่ัวนิ่งเฉยปล่อยให้คนเลวๆ ออกมาชักนำสังคมไปในทางที่ผิดครับ  กระทู้ผู้ชายที่ไม่ยืนเคารพแบบนาซีและรวันดานี้เป็นหนทางหนึ่งที่ผมใช้อยู่เช่นกัน  เจ๋ง
และถ้าเมืองไทยจะมีการกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมือง ท่าทางคงจะไม่ใช่การจับใส่คุกหรือเกตโต้หรอก แต่สงสัยจะถูกทำให้สูญหายไปเฉยๆ มากกว่า  ชักกลัวซะแล้ว รูดซิบปาก


ตอนนี้หนังสือ Becoming Evil: How Ordinary People Commit Genocide and Mass Killing มาถึงแล้ว หนา 300 หน้า  ลังเล ยังไม่ได้เริ่มอ่านเลย ติดอ่านเรื่อง King of the Mountain: The Nature of Political Leadership เล่มนี้ถ้าแปลเป็นไทยอาจจะพอแปลได้ว่ารู้ทันผู้นำ  เป็นการศึกษาธรรมชาติของผู้นำประเทศต่างๆ ในช่วงประมาณ 100 ปีที่แล้ว อ่านสนุกมากครับ แต่อ่านไปได้สามสิบกว่าหน้าเอง  แลบลิ้น
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 15:30

สำหรับคุณ piyasann หรือผู้ที่สนใจหนังเกี่ยวกับการฆ่ากันในรวันดา  
เพิ่มเติมให้เรื่อง Hotel Rwanda นั้น จากการอ่านที่ พอล พระเอกของเราเล่า เหตุการณ์เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นจริงครับ ไม่ใช่ฮอลลิวู้ดโม้เอาเอง แถมเหตุการณ์จริงกดดันและเครียดยิ่งกว่าในหนัง
ฉากอพยพและถูกรุมจนต้องหนีกลับโรงแรมก็เป็นเรื่องจริง  เพียงแต่พระเอกของเราไม่ได้ตัดสินใจที่จะไม่ไปกับรถในนาทีสุดท้าย และภรรยาไม่ได้โกรธแบบในหนังเท่านั้น เพราะอันนั้นผู้กำกับแกใส่มาให้หนังมีดราม่ามากขึ้นเฉยๆ


นอกจากหนัง Hotel Rwanda แล้ว ยังมีหนังอีกหลายเรื่อง  จะขอแนะนำซัก 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือ Sometimes in April เป็นหนังปี 2005 เล่าเรื่องของพี่น้องฮูตู 2 คน  คนพี่เป็นทหารแต่มีภรรยาเป็นทุตซี่  เป็นฮุตูสายกลาง  ส่วนคนน้องเป็นโฆษกวิทยุที่คอยออกมาปลุกปั่นให้ผู้คนออกมาฆ่ากัน สุดท้ายคนพี่เสียครอบครัวทั้งหมด คือภรรยา ลูกชาย ลูกสาวไป ส่วนน้องถูกจับและถูกขึ้นศาล UN
เรื่องนี้มีฉากรุนแรงมากกว่า Hotel Rwanda แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสยดสยองเหมือนพวกหนังฮอลลีวู้ดทั่วไป แต่อาจจะกดดันบ้าง

หนังเรื่องเต็มดูใน youtube ได้ตามนี้ครับ


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 12 มิ.ย. 12, 15:42

อีกเรื่องที่น่าดู คือ Shake hands with the devil  หนังปี  2007 ของแคนาดาจากหนังสือชื่อเดียวกันที่เขียนโดยพ่อโรมิโอ ผบ. กองกำลัง UN ของเรา เป็นหนังที่ถ่ายทำในคิกาลีเมืองหลวงของรวันดาจริงๆ ต่างกับ Hotel Rwanda ที่ส่วนใหญ่ถ่ายทำในแอฟริกาใต้

หนังเรื่องนี้หาดูหาโหลดยากหน่อยผมเองก็เพิ่งหาโหลดได้เมื่อวานนี้เอง  เพิ่งดูไปได้ครึ่งเรื่องเอง   ใครสนใจผมใส่ link ไว้ให้ไปโหลดเอาเองครับ  หนังใช้ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ  ตอนที่พูดภาษาฝรั่งเศสมี subtitle ภาษาอังกฤษแต่ต้องไปหาโหลดเพิ่มต่างหาก แต่ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษก็ฟังง่ายครับ ไม่ต้องมี subtitle ก็ดูรู้เรื่อง

อันนี้ link โหลดหนังนะครับ

http://d01.megashares.com/?d01=2321158
http://d01.megashares.com/?d01=df58777

สำหรับโปรแกรมที่โหลด แนะนำให้ใช้ JDownloader ครับเป็น freeware  โหลดทิ้งไว้ทั้งคืนมันจะโหลดจนครบให้เอง ไม่งั้นถ้าโหลดเองเราจะโหลดได้ไม่เต็มเรื่องครับ
ส่วน subtitle ให้ใช้อากู๋หาคำว่า Shake hands with the devil english subtitle ครับ

ภาพใบปะหนัง


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.077 วินาที กับ 19 คำสั่ง