เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 28108 ร้อยแก้ว----->ร้อยกรอง ?!?
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 02 พ.ค. 01, 07:42

อุ้ยอ่านเจอ "ร้อยแก้ว"  บทนึง ที่ประพันธ์โดย นายชิต บุรทัต ซึ่งเป็นกวีร่วมสมัยกับหลวงธรรมาภิมณฑ์ และ น.ม.ส. ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะในการแต่งฉันท์และกาพย์ ลองอ่านดูนะครับ แต่อุ้ยจะบอกใบ้ให้นิดนึงว่า ถ้าเราจัดวรรคดีๆ "ร้อยแก้ว"ชุดนี้ จะกลายเป็น"ร้อยกรอง" นะครับ แต่จะเป็นร้อยกรองอะไร รบกวนแสดงฝีมือนิดเถอะครับ แล้วอุ้ยจะมาเฉลยทีหลังครับ

....."เออ  ท่านจักอ่านในวิธีไหนก็ตามที นี้ ท่านเจ้าคุณตรีปิฎกเถระผู้งามพร้อมด้วยศีลาจารวัตรเจ้าพระอารามทวยเทพาวาส นามพระเถระนั้นแหละ ลือดังโดยว่องไวในโวหารกวีการพิเศษ สังเกตด้วยกล่าวใดฟังก็คล้องจองเพราะพร้องคำ..."

หมายเหตุ...คนมีตำราอยู่ในมือห้ามเล่นอ่ะครับ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 01 พ.ค. 01, 19:02

การบ้านข้อที่ ๒ ครับ

บทประพันธ์ที่อุ้ยคัดมาชุดนี้ เป็นของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (กวีซีไรท์ปี 2523) ในชุด "ชักม้าชมเมือง" ดูแล้วเหมือนเป็นกลอนสุภาพธรรมดาใช่มะครับ ลองจัดวรรคใหม่สิครับ แล้วเราจะพบอะไรๆที่มหัศจรรย์(ในความคิดอุ้ยนา) ใครมีตำราในมือห้ามเล่นอ่ะครับ

.....พิเศษสาร..เสกสร้าง..รังสรรค์สาร
ประจงจาร..ฉันทภาค..พริ้งพรายฉาย
เฉกเพชรพรรณ..เพราเฉิด..เลิศแลลาย
ระยับสาย..สะอิ้งส่อง..สร้อยกรองทรวง

ดวงดอกไม้..มิ่งแก้ว..โกมุทมาศ
เอี่ยมสะอาด..พิสุทธิ์ฉ่ำ..ซึ้งคำหลวง
โรจน์รุ่งดุจ..ดาวฤกษ์..เบิกราดวง
ประดับรวง..ผึ้งร่ำ..น้ำคำกวี

ชีวิตนิด..หนึ่งน้อย..นี้หนักนัก
ปราชญ์ประจักษ์..หลักแน่..ล้วนหน่ายหนี
ทุกข์สุขศักดิ์..สรรพทั่ว..ชั่วแลดี
ใช่ดีถี่..ถ้วนเท็จ..ล้วนเลศนัย

ใช้ชีพนี้..ชี้เช่น..เป็นแบบบท
ประจงจด..แนบเนื่อง..ร้อยเรื่องไข
หลากข้อแยบ..ยลคิด..จิตฤๅใจ
จักสอดใส่..สร้อยสว่าง..ไว้ทางกวี
บันทึกการเข้า
พลายงาม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 01 พ.ค. 01, 21:55

...กลัวที่หลานอุ้ยให้การบ้านมาจะยากเกินไป ผมขอใบ้สักหน่อยแล้วกันครับ

...ร้อยแก้วที่ให้มา สามารถแบ่งวรรคใหม่ กลายเป็น ฉันท์ ๑๑ ชนิดหนึ่ง ลองแบ่งวรรคใหม่ดูโดยไม่ต้องสลับคำนะครับ

...ส่วนกลอนสุภาพ " ชักม้าชมเมือง " แต่ละบทสามารถจัดใหม่ กลายเป็นโคลงสี่สุภาพ ๑ บท คล้ายกลโคลงแบบหนึ่ง อาจมีการใช้คำต่อเนื่องข้ามวรรคบ้างครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 03:34

เฉลยเร็วจังครับพ่อนาค
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 03:38

เฉพาะบทของชิต บุรทัต ถอดได้เป็นฉันท์ 11 ไปจนถึงแค่ -นั้นแหละลือ นะครับ หลังจากนั้นไม่ใช่ฉันท์ที่ว่า แต่เป็นอะไรก็ยังคลำๆ อยู่
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 09:22

ผมถอดได้ดังนี้
      พิเศษสารเสกสร้าง        รังสรรค์
สารประจงจารฉันท            ภาคพริ้ง
พรายฉายเฉกเพชรพรรณ     เพราเฉิด เลิศแล
ลายระยับสายสะอิ้ง             ส่องสร้อยกรองทรวง
  ดวงดอกไม้มิ่งแก้ว          โกมุท
มาศ เอี่ยมสะอาดพิสุทธิ์       ฉ่ำซึ้ง
คำหลวงโรจน์รุ่งดุจ           ดาวฤกษ์ เบิกรา
ดวงประดับรวงผึ้ง             ร่ำน้ำคำกวี
 ชีวิตนิดหนึ่งน้อย             นี้หนัก
นักปราชญ์ประจักษ์หลัก       แน่ล้วน
หน่ายหนีทุกข์สุขศักดิ์         สรรพทั่วชั่วแล
ดีใช่ดีถี่ถ้วน                  เท็จล้วนเลศนัย
 ใช้ชีพนี้ชี้เช่น                  เป็นแบบ
บทประจงจดแนบ               เนื่องร้อย
เรื่องไขหลากข้อแยบ           ยลคิด จิตฤๅ
ใจจักสอดใส่สร้อย               สว่างไว้ทางกวี
รู้สึกว่าถอดเป็นโคลงจะง่ายกว่าถอดกลับเป็นกลอน  เพราะโครงมีบังคับเอกโท
ผมลองคิดเล่นๆดูว่าถ้าให้ โครงบทนี้มา แล้วบอกว่าอ่านเป็นกลอนได้ น่าจะใช้เวลามากกว่านี้

ส่วนบทร้อยแก้ว ผมก็ได้เท่าที่คุณนกข.บอกมาเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
พลายงาม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 09:56

จะมีอยู่ช่วงหลัง ว่าหลานอุ้ย จะพิมพ์มาถูกหรือเปล่า เพราะจะมีบางวรรคใช้คำเกิน ผมขอลองถอดช่วงหลังให้ดู จะถอดได้แบบนี้

...........พระเถร(ะ)นั้นแหละลือดัง
โดยว่องไวในโวหาร.....กวีการพิเศษสัง-
เกตด้วยกล่าวใดฟัง.....ก็คล้องจองเพราะพร้องคำ

โดยว่องไวในโวหาร วรรคนี้จะมีคำเกินมาหนึ่งคำ ตรงนี้เหมือนกันครับที่ผมไม่แน่ใจ

ยังไงหลานอุ้ยต้องมาอธิบายให้ปู่เข้าใจนะ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 19:34

ดีใจจังครับ มีพี่ๆมาเล่นด้วยง่ะ

เอาเรื่องกลอน-โคลง โคลง-กลอนก่อนนะครับ คือแบบว่าโคลงสี่สุภาพโดยปกติจะมี ๓๐ คำอ่ะครับ(ไม่รวมสร้อย) แต่ว่ากลอนสุภาพบทนึงจะมี ๓๒ คำ เพราะฉะนั้นก็ต้องเติมสร้อยเข้าไปอีก ๒ คำ เพื่อให้ครบงัยครับ

ปัญหาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ ที่อุ้ยก็มึน เพราะ ๒ คำที่เติมมา ต้องมีคำนึงที่ไม่มีความหมาย แบบ แฮ เฮย ฤๅ แล ประมาณนั้นอ่ะครับ  แล้วที่อุ้ยสังเกต จะเติมสร้อยในบาทที่ 3 อ่ะครับ

อุ้ยพยายามแต่งบ้างมาวันเต็มๆละ ก้อพอดูได้อ่ะครับ แต่ว่าอ่านเป็นกลอนแล้วไม่ค่อยได้ความ หรือถ้ากลอนได้ความ โคลงก็ไม่ได้ความ..แหะๆๆ..มะกล้า post ครับ แบบว่าอายง่ะ

เฉลยก้อคือพี่ภูมิถอดถูกแล้วอ่ะครับ ... ถนัดทางถอดนาพี่นา...อิอิอิ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 02 พ.ค. 01, 19:42

ตานี้ร้อยแก้วนะครับ

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

.....เออ  ท่านจักอ่านใน.......วิธีไหนก็ตามที
นี้ท่านเจ้าคุณตรี................ปิฎกเถระผู้งาม
.....พร้อมด้วยศีลาจา-........รวัตรเจ้าพระอาราม
ทวยเทพาวาสนาม............พระเถระนั้นแหละลือดัง
.....โดยว่องไวในโวหาร.....กวีการพิเศษสัง-
เกตด้วยกล่าวใดฟัง............ก็คล้องจองเพราะพร้องคำ..."

ปู่จ๋า...ปู่ลืมที่สอนอุ้ยแล้วเอ๋อคับ...การนับคำในฉันทลักษณ์ เรานับยังไงก็ได้นี่ครับ (ตอนนั้นที่เราเล่นจตุรงคนายกกันงัยครับ..อาไศรย..อาศรม..จำได้ยังครับ) อย่าง"โวหาร" เรานับเป็นครุคำเดียวก็ได้นี่ครับ หรือจะนับเป็นครุ ๒ คำก้อด้ายง่ะ

อิอิอิ..สอนเองลืมเองง่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.125 วินาที กับ 17 คำสั่ง