เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 14306 อยากทราบเกี่ยวกับพิธีกลบบัตรสุมเพลิง
ละอองทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 5


 เมื่อ 19 พ.ค. 12, 11:59

คือดิฉันอยากทราบเกี่ยวกับพิธีกลบบัตรสุมเพลิงค่ะ ขอความกรุณาท่านผู้รู้ช่วยอธิบายให้ดิฉันทราบหน่อยนะคะว่า เป็นมาอย่างไร และพิธีนี้ทำอย่างไร ยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 14:11

ขอให้ความหมายเบื้องต้นก่อนว่าพิธีกลบบัตรสุมเพลิง เป้นพิธีทางพราหมณ์ กระทำขึ้นโดยนัยให้ใช้ไฟ (พระเพลิง) ปัดเสนียดจัญไรอันเกิดจากการเจ็บไข้ได้ป่วย การตาย การคลอดลูกของสามัญชนที่เกิดขึ้นภายในเขตพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะการคลอดลูกในพระบรมมหาราชวังจะต้องเป็นพระหน่อในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น


"วันนี้ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2462 เวลา 6.00 ล.ท.  พราหมณ์พฤฒิบาศ ได้ตั้งพระราชพิธีกลบบัตรสุมเพลิง ที่หน้าประตูสวัสดิโสภา ตามประเพณีเพราะเหตุที่ เมื่อคืนนี้ เวลา 2.00 ก.ท. ฝนตก จ่าตรีเขียน กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เดินทางมาเกรงฝนจะเปียก จึงถอดเครื่องแบบหนีเข้าไปแฝงอยู่ใกล้ซุ้มประตู

บังเอิญอสุนีบาตตกต้องยอดซุ้มประตูนั้น แตกออกเป็น 3 เสี่ยง ยอดนภสูลตกปูนพังลงมา บางส่วนตกลงมาในพระบรมมหาราชวัง ทับหลังคาโรงทหารรักษาวัง กองพันที่ 1 กองร้อยที่ 3 ชำรุดยาวประมาณ 1 วาแต่จ่าตรีเขียนผู้ที่แฝงอยู่นั้น ได้ล้มลงตายอยู่ที่ริมประตูภายนอก ห่างประมาณ 2 ศอก ทหาร รักษาวังทราบเหตุ จึงได้โทรศัพท์ไปที่กองสารวัตร ทหารฯ บอกไปที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือฯ ได้มารับศพไปแต่เวลา 4.00 ก.ท. ในวันเดียวกันแพทย์ทหารเรือตรวจว่า ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ ที่จะทำให้ถึงตายได้ สันนิษฐานว่า จ่าตรีเขียนคงจะตายด้วยหัวใจหยุด"

ที่มา ส.พลายน้อย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 14:27

การพิธีเริ่มจาก
1. ปลูกศาลเพียงตา
2. ให้ขุดดินบริเวณที่มีเลือดตกยางออก ที่คนตาย กว้างสองศอก ยาวสองศอก ลึกศอกเศษ
3. นำแกลบกลบลงในหลุมที่ขุดไว้
4. ก่อไฟบริเวณหลุม
5. พรามณ์กระทำพิธีโปรยเครื่องสังเวยเจ็ดหยิบ โปรยใส่กองไฟ
6. ขณะเดียวกันพราหมณ์อ่านโองการขับไล่เสนียดจัญไร
7. เสร็จแล้วกลบหลุมนั้นเป็นอันเสร็จพิธี
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 14:36

บัตร ในคำว่า "กลบบัตร" อาจเขียนได้อีกหลายแบบเช่น บาต, บาตร และบาท

ราชกิจจานุเบกษาได้ลงข่าวการพระราชพิธีกลบบาทสุมเพลิงปักผังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  เมื่อวันพฤหัสบดีที่  ๒๒  สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๕๕   ไว้ว่า

“."..ครั้นถึงเวลาเช้า ๓ โมง  กับ ๓๐ นาทีอันเปนศิริมงคลได้ฤกษ์  ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายมั่น นายคง  นายอยู่  นายไชย  กระทำพิธีกลับพื้นปถพีปักผังตามพระราชประเพณีแต่โบราณมา  แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลเงินคนละ ๑๒ บาท  กับเสื้อผ้าแก่คนทั้ง ๔ นี้คนละสำรับ  ฝ่ายพระสิทธิไชยบดีก็กระทำพิธีกลบบาทสุมเพลิง  ในขณะเมื่อเริ่มกลับพื้นปถพี  พระมหาราชครูพิธีก็หลั่งน้ำสังข์บนพื้นปถพีที่กลับตามแบบพราหมณ์แล้วเปนเสร็จการ...”


 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ละอองทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 5


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 16:10

ขอบคุณ คุณsiameseและคุณเพ็ญชมพู มากนะคะที่ให้ความกระจ่างกับดิฉัน แล้วดิฉันอยากทราบอีกว่า นอกจากในราชสำนักแล้วชาวบ้านธรรมดามีการทำพิธีนี้รึเปล่าคะ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
ละอองทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 5


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 16:15

แล้วถ้าท่านใดมีภาพเก่าเกี่ยวกับพิธีนี้ ดิฉันขอความกรุณาช่วยนำมาลงให้ดูหน่อยได้ใหมคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 18:15

แล้วดิฉันอยากทราบอีกว่า นอกจากในราชสำนักแล้วชาวบ้านธรรมดามีการทำพิธีนี้รึเปล่าคะ ยิ้ม

คุณกิเลน ประลองเชิง แห่งไทยรัฐ บอกให้ลองทำดู

http://www.thairath.co.th/column/pol/chuckthong/240029

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 27 พ.ค. 12, 15:49

จดหมายเหตุในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวเรื่องการกลบบัตรสุมเพลิงไว้ว่า

การวิวาทตบตีฟันแทงกันให้โลหิตตกในพระราชวังก็ดี และหญิงสาวใช้ทาสไทยผู้ใดคลอดแท้งลูกในพระราชวังก็ดี ท่านให้บัดพลีวังท่าน ให้ตั้งโรงพิธี ๔ ประตู ใบศรี ๔ สำรับ บัด ๕ ชั้น ๔ อัน ไก่เป็นประตูละคู่ ให้วงด้ายคารอบพระราชวัง นิมนต์พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน ไปหาพ่อชีพราหมณ์มากระทำบวงสรวงตามธรรมเนียม

ให้มีระบำ พิณพาทย์ ฆ้อง กลอง ดุริยางค์ประโคมทั้ง ๔ ประตู ครั้นเสร็จพิธีแล้วให้เอาไก่นั้นไปปล่อยเสียนอกกำแพงเมือง ให้มันพาเสนียดจัญไร ภัย อุบาทว์จัญไร ไปพ้นพระนคร
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 08:35

จดหมายเหตุในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวเรื่องการกลบบัตรสุมเพลิงไว้ว่า

การวิวาทตบตีฟันแทงกันให้โลหิตตกในพระราชวังก็ดี และหญิงสาวใช้ทาสไทยผู้ใดคลอดแท้งลูกในพระราชวังก็ดี ท่านให้บัดพลีวังท่าน ให้ตั้งโรงพิธี ๔ ประตู ใบศรี ๔ สำรับ บัด ๕ ชั้น ๔ อัน ไก่เป็นประตูละคู่ ให้วงด้ายคารอบพระราชวัง นิมนต์พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน ไปหาพ่อชีพราหมณ์มากระทำบวงสรวงตามธรรมเนียม

ให้มีระบำ พิณพาทย์ ฆ้อง กลอง ดุริยางค์ประโคมทั้ง ๔ ประตู ครั้นเสร็จพิธีแล้วให้เอาไก่นั้นไปปล่อยเสียนอกกำแพงเมือง ให้มันพาเสนียดจัญไร ภัย อุบาทว์จัญไร ไปพ้นพระนคร

เมื่อจะนำเอาไก่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกลบบัตรสุมเพลิงไปปล่อยนอกกำแพงเมือง
เพื่อให้ไก่พาเอาเสนียดจัญไรต่างๆ ออกไปนอกเมืองนั้น  โบราณท่านให้ตัดขนหางไก่ด้วย
(คงตัดขนหางสัก ๓ - ๔ เส้น พอเป็นเครื่องสังเหตุได้ว่า  เป็นไก่ปล่อยแก้เสนียด
ไก่เหล่านี้ ได้ยินเล่าต่อๆ กันมาว่า  นิยมเอาไปปล่อยตามวัดวาอารามนอกกำแพงเมือง
เพื่อไม่ให้คนจับเอาไก่นั้นไปฆ่าแกงกิน  เพราะในเขตวัดเป็นเขตอภัยทาน

อนึ่ง  การปล่อยไก่ให้นำพาเสนียดจัญไรออกไปนี้  ก็ทำในหมู่ชาวบ้านด้วย
เช่นว่า  เมื่อผู้ใดเจ็บป่วยหนัก หรือได้รับอันตรายต่างๆ หรือสงสัยว่าจะเคราะห์ร้าย
ก็จะหาไก่มาทำพิธีปัดรางควานจากผู้ป่วยหรือผู้มีเคราะห์ไปอยู่ในตัวไก่  แฃ้วเอาไก่ไปปล่อยที่วัด
นี่ก็เป็นที่มาของสำนวนว่า  ตัดหางปล่อยวัด  ซึ่งบางเข้าใจผิดว่า  เอาสุนัขมาตัดหางแล้วปล่อยที่วัด
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 09:24

อนึ่ง  การปล่อยไก่ให้นำพาเสนียดจัญไรออกไปนี้  ก็ทำในหมู่ชาวบ้านด้วย
เช่นว่า  เมื่อผู้ใดเจ็บป่วยหนัก หรือได้รับอันตรายต่างๆ หรือสงสัยว่าจะเคราะห์ร้าย
ก็จะหาไก่มาทำพิธีปัดรางควานจากผู้ป่วยหรือผู้มีเคราะห์ไปอยู่ในตัวไก่  แฃ้วเอาไก่ไปปล่อยที่วัด
นี่ก็เป็นที่มาของสำนวนว่า  ตัดหางปล่อยวัด  ซึ่งบางเข้าใจผิดว่า  เอาสุนัขมาตัดหางแล้วปล่อยที่วัด

ไม่เกี่ยวกับเรา



นอนดีกว่า ฮิ ฮิ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 19:59

จดหมายเหตุในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวเรื่องการกลบบัตรสุมเพลิงไว้ว่า

การวิวาทตบตีฟันแทงกันให้โลหิตตกในพระราชวังก็ดี และหญิงสาวใช้ทาสไทยผู้ใดคลอดแท้งลูกในพระราชวังก็ดี ท่านให้บัดพลีวังท่าน ให้ตั้งโรงพิธี ๔ ประตู ใบศรี ๔ สำรับ บัด ๕ ชั้น ๔ อัน ไก่เป็นประตูละคู่ ให้วงด้ายคารอบพระราชวัง นิมนต์พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน ไปหาพ่อชีพราหมณ์มากระทำบวงสรวงตามธรรมเนียม

ให้มีระบำ พิณพาทย์ ฆ้อง กลอง ดุริยางค์ประโคมทั้ง ๔ ประตู ครั้นเสร็จพิธีแล้วให้เอาไก่นั้นไปปล่อยเสียนอกกำแพงเมือง ให้มันพาเสนียดจัญไร ภัย อุบาทว์จัญไร ไปพ้นพระนคร

เมื่อจะนำเอาไก่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกลบบัตรสุมเพลิงไปปล่อยนอกกำแพงเมือง
เพื่อให้ไก่พาเอาเสนียดจัญไรต่างๆ ออกไปนอกเมืองนั้น  โบราณท่านให้ตัดขนหางไก่ด้วย
(คงตัดขนหางสัก ๓ - ๔ เส้น พอเป็นเครื่องสังเหตุได้ว่า  เป็นไก่ปล่อยแก้เสนียด
ไก่เหล่านี้ ได้ยินเล่าต่อๆ กันมาว่า  นิยมเอาไปปล่อยตามวัดวาอารามนอกกำแพงเมือง
เพื่อไม่ให้คนจับเอาไก่นั้นไปฆ่าแกงกิน  เพราะในเขตวัดเป็นเขตอภัยทาน

อนึ่ง  การปล่อยไก่ให้นำพาเสนียดจัญไรออกไปนี้  ก็ทำในหมู่ชาวบ้านด้วย
เช่นว่า  เมื่อผู้ใดเจ็บป่วยหนัก หรือได้รับอันตรายต่างๆ หรือสงสัยว่าจะเคราะห์ร้าย
ก็จะหาไก่มาทำพิธีปัดรางควานจากผู้ป่วยหรือผู้มีเคราะห์ไปอยู่ในตัวไก่  แฃ้วเอาไก่ไปปล่อยที่วัด
นี่ก็เป็นที่มาของสำนวนว่า  ตัดหางปล่อยวัด  ซึ่งบางเข้าใจผิดว่า  เอาสุนัขมาตัดหางแล้วปล่อยที่วัด

การตัดหางปล่อยวัด ควรมาจากการตัดกรรม ปล่อยเคราะห์มากว่าที่จะเรียกตามอย่างไก่ที่เอามาจากการกลบบัตรสุมเพลิง เนื่องจากชาววัง ทั้งหลายต่างเข้าใจกันดีว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไร เมื่อเข้าไปในรั้ววัง การตัดหางไก่ในเรื่องสะเดาะเคราะห์นั้นชาวบ้านร้านตลาดคงจะเห็นได้ง่ายกว่า จึงจำการเรียกแบบนี้จนติดปาก
น่าจะถามคุณหลวงเล็กเสียเหลือเกินว่า "วัดนอกกำแพงพระนคร...ท่านควรเอาไปปล่อยวัดใด ช่วยบอกข้าพเจ้าด้วยเทอญ"
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 29 พ.ค. 12, 06:28

ตัดกรรม  เป็นคำสมัยใหม่   กรรมเป็นของตัดไม่ขาด  กรรมแต่ละอย่างก็ส่งผลสนองกลับแตกต่างกันไป
และเป็นของที่คาดเดาไม่ได้ว่า  กรรมอย่างนั้นอย่างนี้จะมาสนองแก่ผู้กระทำกรรมเมื่อไร อย่างไร และแต่ละคน
แม้ทำกรรมอย่างเดียวกัน  ก็ใช่ว่าจะได้ผลกรรมสนองเหมือนกัน

คนสมัยก่อนรู้จักแต่สะเดาะเคราะห์  ตัดกงตัดกรรมคงยังไม่มี  
อย่างมากถ้ารู้ว่ามีเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา  เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์ โอ๊ะๆ ไม่ใช่สิ
ก็ทำพิธีเสริมดวงชะตา  ทำบุญทำทาน  เพื่อเพิ่มกุศลบารมีตนเอง  หนุนให้ดวงชะตาดีขึ้น  สบายใจขึ้น

การกลบบัตรสุมเพลิงในวัง  ทำได้ในหลายกรณี  ไม่เฉพาะมีเหตุวิวาทตบตีจนเลือดตกในวัง
หรือลุก แท้งลูกในวัง  กรณีมีสามัญชนมาถึงแก่กรรมในวัง  ก็ต้องทำพิธีนี้เหมือนกัน
ช้าง ม้าล้มในวังก็ต้องทำ   จะขุดดินปลูกสร้างอาคารอะไรก็ทำ   เกิดเหตุอุบาทว์อันใดในวัง
ก็ต้องทำเพื่อความสวัสดี  บำรุงขวัญมงคลของวัง  และขอขมาเทพารักษ์รักษาวัง

พิธีกรรมในวัง  อาจจะมีพิธีรีตองมากกว่าของชาวบ้านก็ไม่แปลก  กลบบัตรสุมเพลิงเป็นการชำระปัดรางควาน
ส่วนการเอาไก่มาใช้ในพิธีนั้น  ก็เพื่อให้ไก่เป็นพาหะนำเคราะห์เสนียดออกไป  ถามว่าทำไมต้องเป็นไก่
เป็นเป็ดเป็นปลาเป็นนกหรือสัตว์อื่นไม่ได้หรือ  ก็คงได้  แต่บัญญัติในพิธีและธรรมเนียมในวังท่านกำหนดไว้เป็นแบบแผน
เป็นกฎหมายไว้  ทุกคนก็ต้องทำตามกฎ  อีกทั้งไก่ก็เป็นสัตว์ที่หามาได้ง่าย (สมัยก่อน สมัยนี้อีกเรื่อง)
จะนำมาประกอบพิธีก็สะดวก


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 29 พ.ค. 12, 07:17

^
วัฒนธรรมชาวไท เซ่นสรวงวิญญาณ ตลอดจนเสี่ยงทาย ใช้ไก่เป็นตัวแทนการสื่อสารระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธ์กับมนุษย์ เท่าที่ทราบเป็นการทายกระดูกไก่
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 29 พ.ค. 12, 09:14

^
วัฒนธรรมชาวไท เซ่นสรวงวิญญาณ ตลอดจนเสี่ยงทาย ใช้ไก่เป็นตัวแทนการสื่อสารระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธ์กับมนุษย์ เท่าที่ทราบเป็นการทายกระดูกไก่

การเสี่ยงทายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แม้จะใช้ไก่เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ต่างกัน
อันที่จริงไม่เฉพาะกลุ่มชนในวัฒนธรรมไท  เท่านั้น มอญ เขมร ก็ใช้เหมือนกัน
แต่ขอถามออกขุนว่า ที่ว่าทายกระดูกไก่  เขาเอากระดูกส่วนใดของไก่มาทาย
แล้วอยากให้ลองยกตัวอย่างการเสี่ยงโดยวิธีการดังกล่าวมาให้ดูด้วย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 29 พ.ค. 12, 09:43

^
วัฒนธรรมชาวไท เซ่นสรวงวิญญาณ ตลอดจนเสี่ยงทาย ใช้ไก่เป็นตัวแทนการสื่อสารระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธ์กับมนุษย์ เท่าที่ทราบเป็นการทายกระดูกไก่

การเสี่ยงทายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แม้จะใช้ไก่เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ต่างกัน
อันที่จริงไม่เฉพาะกลุ่มชนในวัฒนธรรมไท  เท่านั้น มอญ เขมร ก็ใช้เหมือนกัน
แต่ขอถามออกขุนว่า ที่ว่าทายกระดูกไก่  เขาเอากระดูกส่วนใดของไก่มาทาย
แล้วอยากให้ลองยกตัวอย่างการเสี่ยงโดยวิธีการดังกล่าวมาให้ดูด้วย

เรื่องไก่ในการเซ่นสังเวย ให้คุณหลวงหาอ่านที่ ความหมายและบทบาทของ “ไก่” ในโลกทัศน์ของชาวอ่าข่า

เอกสารดังกล่าวได้อธิบายถึง ประเพณีชาวอาข่า ที่ผูกพันกับไก่ ซึ่งนับถือผี และพิธีกรรมการเสี่ยงทายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไก่ เช่น เนื้อ กระดูก ตับ หัว ตลอดจนใช้ไข่ไก่ในการเสี่ยงทาย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง