เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 22971 ขออนุญาตเรียนเชิญทุกท่านเปิดบันทึกพฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕ ครับ
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 26 พ.ค. 12, 09:22

เสริมให้อีกนิดว่า เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ นี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ม๊อบมือถือ เพราะในช่วงเวลานั้นโทรศัพ์มือถือได้เริ่มมีใช้กันมากขึ้นแล้ว
ข่าวคราวเหตุการณ์ทั้งหลายจากถนนราชดำเนินจึงถูกบอกเล่าผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้โดยตรง โดยไม่ต้องรอนักข่าวเข้าไปถ่ายภาพแล้รีบกลับมาเขียนข่าวที่โรงพิมพ์

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 26 พ.ค. 12, 10:39

เกร็ดอีกเรื่องหนึ่งของพฤษภาททมิฬ ก็คือผลจากการนำประชาชนไปประท้วงด้วยมือเปล่า      ทำให้พลตรีจำลอง ศรีเมืองถูกประทับตราด้วยคำว่า "จำลองพาคนไปตาย"
บันทึกการเข้า
chupong
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 26 พ.ค. 12, 14:13

กระผมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทาชมพูเป็นล้นพ้นครับที่กรุณาอัญเชิญพระราชดำรัสแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทันสมัยเสมอมานำเสนอให้พวกเราชาวเรือนไทยได้อ่าน ได้ใคร่ครวญกันอีกวาระหนึ่ง ในยุคสามัคคีเภทเช่นนี้ครับ

   ประโยค “จำลองพาคนไปตาย” นี่ผมเคยได้ยินครับอาจารย์ ความทรงจำอีกอย่างที่ยังเหลือ ก็คือ รู้สึกจะช่วงปลายๆปี ๒๕๓๕ นั้นเอง วงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง นาม “คาราบาว” ออกอัลบัมชุด “พฤษภา” (ถ้าผมจำคลาดเคลื่อน ขอท่านผู้รู้โปรดติติงด้วยครับ) เพลงแรกของอัลบัมดังกล่าวชื่อ “ใครฆ่าประชาชน” มีเพลงสรรเสริญวีรกรรมของพลตรีจำลอง ศรีเมืองเพลงหนึ่ง   ชื่อ “กระบี่มื้อเดียว” หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ ผมยังพอจำได้แบบรางเลือนเต็มทีว่า
   “นักรบในวรรณกรรม
คือผู้นำในโลกมายา
นักบุญในใจประชา
คือมหากระบี่มื้อเดียว
นักรบในวรรณกรรม
คือผู้นำในโลกมายา
นักบุญในใจประชา
คือ มหาจำลอง”

   เรื่องขำๆอีกเรื่องหนึ่ง มีนักร้องเพลงแปลง”บุญโทน พระไม่ทำ” (ชื่อในขณะนั้น) นำเรื่องอดข้าวของท่านฉลาด วรฉัตร มาล้อเลียน โดยดัดแปลงเพลง “อกหักซ้ำบ๊อยบ่อย” ซึ่งคุณเสรี รุ่งสว่าง ขับร้องจนโด่งดัง แปรเปลี่ยนเป็นชื่อเพลง “อดข้าวซ้ำบ๊อยบ่อย” ท่อนที่ ๓     กล่าวพาดพิงถึงพฤษภาทมิฬ ถ้าฟังแบบไม่คิดอะไรมากก็ฮาดีเหมือนกันครับ

   “ก่อนนี้ ก็เมื่อเดือนพฤษภา
ไม่ยอมกินข้าวกินปลา รัฐสภายุ่งใหญ่
ข้าอยากอดข้าว แต่เจ้าหน้าที่ใจร้าย
เอาน้ำเกลือมาให้ เลยมิได้ไปวัด”

   นี่แสดงว่า พฤษภาทมิฬ ก่อแรงสะเทือนอย่างกว้างขวาง จนแม้วงการเพลงยุคนั้นยังอดไม่ได้ที่จะบันทึก อัลบัม “พฤษภา” ของคาราบาว ผมเคยมีเทปครับ แต่เดี๋ยวนี้สูญหายไปเสียแล้ว ถ้าจะดมดอมกลิ่นอายอดีต ก็อาศัยฟังผ่านโลกออนไลน์แทนครับผม

   เรียนคุณลุงไก่ครับ
   มือถือรุ่นนั้น ผมเคยคลำอยู่บ้างครับ รู้สึกจะอันใหญ่โตพอควร ขออนุญาตเรียนถามคุณลุงไก่ รวมถึงท่านสมาชิกท่านอื่นๆเพิ่มเติมครับ ว่า ช่วงระยะเวลานั้น ซีดีเริ่มเข้ามาสู่บ้านเราแล้วใช่ไหมครับ ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าแต่ก่อนราคาสูงมากทั้งตัวแผ่นทั้งเครื่องเล่น ใครฟังซีดีแปลว่ามีสตางค์ใช่ย่อย เครื่องเล่นซีดีถือเป็นเครื่องอวดฐานะกันอีกต่างหาก ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะจำผิดยุคหรือเปล่า ขอความรู้จากทุกๆท่านด้วยเถิดครับ
 
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 09:45

เกร็ดอีกเรื่องหนึ่งของพฤษภาททมิฬ ก็คือผลจากการนำประชาชนไปประท้วงด้วยมือเปล่า      ทำให้พลตรีจำลอง ศรีเมืองถูกประทับตราด้วยคำว่า "จำลองพาคนไปตาย"

เป็นที่รับรู้กันในหมู่คอการเมืองว่า...........ง
- ส่วนหนึ่งของชัยชนะของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ คือ ความศรัทธาของประชาชนจำนวนไม่น้อยต่อตัวพลตรีจำลอง ศรีเมือง การเข้าร่วมของประชาชนอย่างล้นหลาม จึงมีเหตุผลหนึ่งมาจากศรัทธานี้
- พรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่ง ที่แอบดูอยู่ห่างๆ (ไม่ยอมร่วมเป็นร่วมตายกับประชาชน)ถือโอกาสฉกฉวยเอาชัยชนะของประชาชน ไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองด้วยการใส่ร้ายคุณจำลอง ว่าพาคนไปตาย
- คุณจำลองเป็นคนเดียว ที่สามารถดึงคนแก่อายุ 80 up จำนวนไม่น้อยออกจากบ้านมาเข้าร่วมการชุมนุม (จะเล่าทีหลัง)
- สถานการณ์การบานปลายขยายตัวของม็อบต่อต้านสุจินดา ในต่างจังหวัดเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้ไม่มากเท่า 14 ตุลา 16 แต่เข้มข้นมากไม่แพ้กัน

จนทุกวันนี้ แม้ข้าพเจ้าจะมองคุณจำลองต่างจากก่อนบ้าง.................แต่สิ่งหนึ่งที่พร้อมจะทำ คือ ประณามทุกปากที่กล่าวหาว่า - จำลองพาคนไปตาย- เพราะหากไม่มีคุณจำลองในการนำม็อบครานั้น เราคงอยู่ใต้ท็อปบูตทมิฬอีกนาน




 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 12:29


จริงๆน่าจะลองวิเคราะห์ดูนะ ว่าหลังประท้วง เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากกลุ่มผู้ประท้วง ตัวผู้ประท้วงที่ตายจาก รวมถึงผู้นำประท้วงทั้งหลาย และรัฐบาลที่ปราบประท้วง มีการดำเนินชีวิตเช่นไรบ้าง อยู่ดีมีสุข หรือตกทุกข์ได้ยาก กฎหมายลงโทษหรือไฉน
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 12:57

ตอนนั้นข้าพเจ้าอายุ ๖ ขวบ จำได้แค่ว่านั่งดูโทรทัศน์กับคุณยายและพี่เลี้ยงจู่ๆก็ตัดภาพเป็นทหารมาพูดอะไรก็ไม่รู้

ในวันนั้นเองจำได้ว่าแม่กับป้าออกไปห้างซื้อของแห้งมาตุนไว้ทันที ข้าพเจ้าจำได้แค่ว่าเห็นประกระป๋องมากพอจะเอาไปทำบุญได้สัก ๒ วัด แต่ก็ได้สนใจอะไรไปมากกว่านั้น

และต่อมาจำได้แม่นคือวันเสาร์ วันที่ข้าพเจ้าจะไปกินเอ็มเค สาขาสุขุมวิท ร้านแรกและดั้งเดิม ข้าพเจ้าตอนเด็กชอบไปกินขนมจีบที่นั้นทุกเสาร์อาทิตย์ พอถึงวันเสาร์ก็ถามแม่ว่าไปกินกันเถอะ ผลคือแม่ตอบกลับมาว่า หน้าสิ่วหน้าขวาน คนเขาประท้วงใหญ่ มียิงกันตาย ออกไปอันตราย

ข้าพเจ้าเลยรับรู้ครั้งแรกว่าอันตรายมาก เพราะข้าพเจ้าไม่สามารถไปกินขนมจีบได้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 15:49


จริงๆน่าจะลองวิเคราะห์ดูนะ ว่าหลังประท้วง เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากกลุ่มผู้ประท้วง ตัวผู้ประท้วงที่ตายจาก รวมถึงผู้นำประท้วงทั้งหลาย และรัฐบาลที่ปราบประท้วง มีการดำเนินชีวิตเช่นไรบ้าง อยู่ดีมีสุข หรือตกทุกข์ได้ยาก กฎหมายลงโทษหรือไฉน


ในแต่ละเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ย่อมส่งผลสะเทือนทั้งบวกลบ ต่อตามกันมามากมาย ก่อเกิดวีรบุรุษ นักสู้ ฯลฯ เช่นเดียวกันกับนักฉวยโอกาสทั้งหลาย หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้นักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งไม่เคยสนใจการเมือง แต่สูญเสียลูกชายในพฤษภาทมิฬ กลับมาเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนหนึ่ง แต่หากในขั้วไหนเป็นอีกเรื่อง.............
ลองหาอ่านดูได้.............จากชื่อ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์

http://www.isnhotnews.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C/


 ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1882



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 15:53

ผมจำได้ว่าเป็นคุณสมัคร สุนทรเวชนะครับที่ว่าคุณจำลองพาคนไปตาย
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 18:05

ผมจำได้ว่าเป็นคุณสมัคร สุนทรเวชนะครับที่ว่าคุณจำลองพาคนไปตาย

คุณสมัครพูดที่หลังครับ แต่เป็นการกระจายเสียงที่ดังกว่า


 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 19:29

สหาเหตุที่มีการพูดว่า "จำลองพาคนไปตาย" เนื่องจากการพักชุมชุมเป็นเวลา ๗ วัน และประกาศนัดชุมนุมใหญ่เปิดศึกแตกหัก ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ตามการพาดหัวข่าวไทยรัฐ ฉบับที่ ๑๒๓๕๐ วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 19:32

ลีลาอารมณ์ พลตรีจำลอง ศรีเมือง กับโทรศัพท์มือถือรุ่นกระดูกหมา


บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 20:56

สหาเหตุที่มีการพูดว่า "จำลองพาคนไปตาย" เนื่องจากการพักชุมชุมเป็นเวลา ๗ วัน และประกาศนัดชุมนุมใหญ่เปิดศึกแตกหัก ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ตามการพาดหัวข่าวไทยรัฐ ฉบับที่ ๑๒๓๕๐ วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕

ขอเห็นแย้ง ว่าอาจไม่เป็นดังที่คุณหนุ่มสยามว่า.............

เพราะในระหว่างการต่อสู้กับสุจินดา ยังไม่มีการแพ้/ชนะ และยังไม่มีการตายเกิดขึ้น แม้จะพักม็อบและสู้ใหม่
ที่สำคัญคือ..............ทหาร(ในยุคนั้น) ยังไม่ได้รับการพัฒนาความคิดทางการเมืองเท่ากับปัจจุบัน

พวกฉวยโอกาสจึงได้จังหวะ.....ฆ่าพลตรีจำลอง ทางการเมือง...............ด้วยข้อหา พาคนไปตาย หลังสถานการณ์พัฒนาไปสู่ความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังรัฐบาลสุจินดาจับกุมพลตรีจำลองแล้ว




ทุกครั้งของการต่อสู้โดยสุจริตใจของประชาชน ผู้ฉวยโอกาสพร้อมที่จะฉกชิง/วิ่งราวและปล้นชัยชนะของประชาชนเสมอมา ไม่เคยเว้นแม้แต่ครั้งเดียว









 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 21:19

มือถือรุ่นโบราณนั้น น่าจะเรียกกันว่ากระดูกหมูมากกว่าครับ
เพลงล้อเลียนคนใช้มือถือ(ที่ตัวเองยังไม่มีตังค์ซื้อ)ว่า   ......เหมือนหมาคาบกระดูกหมู...........................
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
natadol
ชมพูพาน
***
ตอบ: 171


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 28 พ.ค. 12, 21:33

กลับมาร่วมด้วยครับ..ไปทำงานต่างจังหวัดเสียนาน เมื่อสมัยปี 35 ทหารเกือบทุกเหล่าทัพ ไม่กล้าไส่ชุดทหารกลับบ้านหรืออกนอกสถานที่เลย เพราะประชาชนมองทหารเป็นฝ่ายตรงข้ามตัวเองไปแล้ว ยกเว้นกองทัพเรือ ที่สามารถไส่เครื่องแบบเดินได้อย่างปกติ เพราะประชาชนมองว่าทหารเรือคอยช่วยเมื่อตอนโดนล้อมที่ท้องสนามหลวงและประชาชนหนีไปทางสะพานพระปิ่นเกล้า ส่วนใหญ่จะปลอดภัย แม้แต่คนที่กระโดดสะพานก็ยังมีเรือไปลาดตระเวณคอยรับอยู่ตลอดวัน
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 29 พ.ค. 12, 10:29

แต่ท่านจำลองก็ดูเป็นที่นับถือนะครับ เพราะเวลาผ่านไปเป็นสิบปี คราวประท้วงยึดสนามบิน และยึดรัฐสภา มีคนสนับสนุนเข้ายึดสนามบิน และรัฐสภาตามท่านมากมาย และไม่มีความผิดใดๆสืบมาด้วยสำหรับแกนนำบางท่าน

ไม่ทราบสิ่งนี้จะทำให้เกิดลัทธิเอาอย่างของผู้ประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งที่พัฒนารุ่นแรงขึ้นหรือเปล่า เพราะเห็นที่ผ่านๆมาไม่มีใครเคยเอาผิด เลยย่ามใจก่อเหตุรุนแรงกว่าเดิม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.084 วินาที กับ 19 คำสั่ง