ความเป็นมาของรูปปั้นช้าง

(1/3) > >>

ลุงไก่:
น้องคนหนึ่งในห้องไร้สังกัด พันทิป เขาสงสัยเรื่องของรูปปั้นช้าง (หรือรูปหล่อโลหะ์?) ของช้างที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง
ผมก็ไม่ทราบที่ไปที่มา
ท่านใดพอจะช่วยชี้แจงความเป็นมาได้บ้างครับ
จากกระทู้
http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M12021766/M12021766.html

เพ็ญชมพู:
คุณวิกกี้ บอกว่า

ที่ด้านหน้าสถานีมีสวนหย่อมและน้ำพุสำหรับประชาชน โดยข้าราชการรถไฟได้รวบรวมทุนทรัพย์จัดสร้างอนุสาวรีย์น้อมเกล้าฯ อุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระพุทธเจ้าหลวง อนุสาวรีย์ที่ว่านี้เป็นรูป “ช้างสามเศียร” มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แกะสลักเป็นภาพนูนสูงประดิษฐานอยู่ด้านบน

เคยสงสัยอยู่เช่นกัน

อ้างจาก: เพ็ญชมพู ที่  03 พ.ค. 11, 12:40

สงสัยอยู่ ๒ ข้อ

๑. ระเบิดร่วงลงมาตรงหลุมหลบภัย แต่เหตุไฉนรูปปั้นช้างสามเศียรยังคงอยู่ไม่บุบสลาย

๒. รูปปั้นช้างสามเศียร เกี่ยวข้องอะไรกับสถานีรถไฟหัวลำโพง

 ???



รูปช้างสามเศียรปรกติเราจะนึกถึงช้างเอราวัณ  แต่มีอีกความหมายหนึ่งให้พึงคิด

อ้างจาก: นิลกังขา ที่  23 ม.ค. 04, 20:22

ตราแผ่นดินเดิมสมัย ร. 5 ก่อนที่เราจะใช้ตราครุฑเป็นตราแผ่นดินในราชการเดี๋ยวนี้นั้น ถ้าใครนึกไม่ออกก็ขอให้นึกถึงตราหน้าหมวกตำรวจ เพราะเมื่อไม่ได้ใช้เป็นตราแผ่นดินแล้วตำรวจไทยก็เชิญตรานี้ไปประดับหน้าหมวกจนปัจจุบันนี้

ลักษณะตราแผ่นดิน เป็นรูปโล่อยู่ตรงกลาง แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนบนของโล่เป็นรูปช้างสามเศียร หมายถึงสยามเหนือ สยามกลาง สยามใต้ ส่วนล่างของโล่แบ่งอีกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นรูปช้าง (ธรรมดา มีหัวเดียว) 1 เชือก หมายถึงประเทศราชทางลาว ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอาณาเขต อีกส่วนหนึ่งเป็นรูปกริช 2 เล่มไขว้กัน หมายถึงประเทศราชทางหัวเมืองมลายูทั้งหลาย ซึ่งตอนนั้นยังขึ้นกับไทยเหมือนกัน

เบื้องบนขึ้นไปจากโล่ มีพระมหาพิชัยมงกุฏเปล่งรัศมีอยู่ (มงกุฏไทยไม่ใช่มงกุฎทรงฝรั่ง แต่ความคิดเดียวกัน) มีตราพระราชวงศ์จักรีอยู่ใต้มหามงกุฎ มีพระมหาเศวตรฉัตรอยู่สองข้างมงกุฏ และมีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ คือเครื่องหมายแสดงความเป็นพระราชาของราชบัลลังก์สยามประกอบอยู่รอบๆ

เบญจราชกกุธภัณฑ์นั้นมีห้าอย่าง หรือถ้าถามผมก็ว่าห้าอย่างครึ่ง เพราะไม่แน่ใจว่ามันห้าหรือหกอย่างกันแน่ อย่างแรกคือพระมหาพิชัยมงกุฏ อย่างที่สองคือพระแสงขรรค์หรือดาบ อย่างที่สามคือธารพระกรคือไม้เท้า ทั้งพระแสงดาบและไม้เท้านี้ไขว้กันประกอบอยู่สองฟากของโล่ เห็นแต่ด้าม อย่างที่สี่และสี่ครึ่งที่จริงเป็นสองอย่าง แต่โบราณท่านนับเป็นอย่างเดียวกัน คือที่บาลีเรียกว่าวาลวีชนี ซึ่งแปลออกมาได้เป็นสองอย่างคือพระแส้ปัดขนจามรีก็ได้ พัดก็ได้ ไม่แน่ใจว่าคืออะไรแน่ เพื่อให้ปลอดภัยโบราณท่านก็เลยสร้างไว้ทั้งสองอย่าง แต่เวลานับ นับเป็นอย่างเดียว อย่างที่ห้าคือฉลองพระบาทหรือรองเท้าเชิงงอน เครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้านี้ล้วนเป็นส่วนประกอบของตราอาร์มแผ่นดินทั้งสิ้น อยู่รอบๆ โล่

สองฟากตรามีราชสีห์คชสีห์ประคองตรา ซึ่งเป็นความคิดฝรั่งเหมือนกัน แต่เมื่อมาถึงเมืองไทยแทนที่จะเป็นสิงโตกับยูนิคอร์น หรือมังกรในนิยายฝรั่ง ก็เป็นสัตว์ในนิยายไทยของเราเอง ซึ่งเคยอยู่ในตราเก่าของเราเอง

รอบโล่ตราแผ่นดินมีรูปสายสังวาลย์นพรัตน์ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงมากตระกูลหนึ่ง (คล้ายๆ กับรูปสายเข็มขัดในตราแผ่นดินอังกฤษ ซึ่งมุ่งให้หมายถึงอิสริยาภรณ์ตราการ์เตอร์) ล่างลงมาเป็นสายสร้อยในเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นอิสริยาภรณ์ชั้นสูงอีกตระกูลของเมืองไทย สถาปนาโดยในหลวง ร. 5 เอง

พื้นหลังของตราเป็นรูปฉลองพระองค์ครุย คลี่คลุมโล่หรือตราอยู่ เอาแบบมาจากพื้นหลังตราฝรั่งที่เป็นรูปผ้าคลุมหรือเสื้อคลุมเหมือนกัน

ล่างสุดเป็นแถบแพรหรือแถบริบบิ้น ในตราฝรั่งก็จะเป็นคำขวัญภาษาละตินบ้าง หรือภาษาอื่นๆ ของเราเป็นพระคาถาภาษาบาลี  

แปลว่า ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ ยังให้เกิดความเจริญ

นี่แหละครับ ตราอาร์มของไทยที่เทียบได้กับตราอาร์มของฝรั่ง





ก็ยังไม่ทราบความหมายของอนุสาวรีย์นี้อยู่นั่นเอง

 ???

siamese:
อนุสาวรีย์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นหลังจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๓ บรรดาข้าราชการรถไฟได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เป็น "อนุสาวรย์น้ำพุ" สำหรับให้ประชาชนใช้สอยบริโภค เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

การก่อสร้างและเปิดใช้เป็นสาธารณะเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๙ มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ๙,๒๒๔ บาท ๓๖ สตางค์

ที่มาราชกิจจานุเบกษา

ดังนี้แล้วการสร้างอนุสาวรีย์ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สอยบริโภคน้ำ ก็จัดอยู่ในจำพวกอุทกทานแบบหนึ่ง

siamese:
แผนที่ พ.ศ. ๒๔๕๐ บริเวณสถานีกรุงเทพ

ลุงไก่:
ขอบคุณที่ชี้แนะครับ

วันพรุ่งนี้สิ้นเดือน ก่อนวันหยุดของผู้ใช้แรงงาน ต้องแวะเวียนไปทำความรู้จักให้มากขึ้น สังเกตอยู่ว่ามีคำจารึกรอบฐานทั้งสี่ด้าน จะลุยน้ำเข้าไปอ่านให้จงได้ แล้วค่อยมาว่ากันต่อไป

แต่ใน รจ ก็ไม่ได้บอกที่มาของรูปอนุสาวรีย์ช้างสามเศียรนี้

บันทึกกันลืม - รจ เล่ม ๓๓ น่า ๑๐๓๑ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๔๕๙ แจ้งความกระทรวงคมนาคม พแนกรถไฟ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป