เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 8
  พิมพ์  
อ่าน: 41974 ว่าด้วยเรื่องของหลังคาแบบฝรั่ง
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4184


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 02 พ.ค. 12, 21:38

แย่แล้ว  ตกใจ  มีความรู้แค่หางอึ่งเท่านั้นเองครับ

 รูดซิบปาก ขอเว้นวรรคไปต่างจังหวัดสักเจ็ดวันก่อนนะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 07 พ.ค. 12, 10:54

หลังคาหัวหอมของคุณตั้ง คงจะเป็นแบบ Grand Kremlin Palace ละมังคะ
ในรัฐนี้ไม่มีค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 07 พ.ค. 12, 10:56

มีหลังคาอีกแบบหนึ่ง ไม่รู้ว่าอนุโลมเข้าประเภทหัวหอมหรือเปล่า คือหลังคาแบบโดม คล้ายๆโดมธรรมศาสตร์
เป็นหลังคาที่พบได้มากในบ้านแบบวิคตอเรียน สร้างในปลายศตวรรษที่ 19 ต่อกับต้นศตวรรษที่ 20
ปัจจุบันมันใหญ่เกินกว่าจะอยู่กันในครอบครัวเดียว   ก็มักจะทำเป็นโรงละคร   B&B  หรือหอพัก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 07 พ.ค. 12, 11:14

รัฐนี้เป็นรัฐที่มีจุดเด่นคือธรรมชาติ   ไม่ค่อยจะมีสถาปัตยกรรมใหญ่โต     คนไทยที่อยู่ที่นี่ได้นานๆโดยไม่เบื่อก็คือพวกนิยมธรรมชาติ   ว่างจากเรียนก็ขับรถขึ้นเทือกเขาร็อคกี้ไปชมทะเลสาบ   ชมภูเขา  ชมสัตว์ในวนอุทยานไปตามเรื่อง   
สัตว์ป่าที่เห็นๆก็มีกวางป่า  ซึ่งมีขนงอกออกมาหยิกอยู่บนหลังเหมือนเอาพรมในห้องน้ำไปพาดไว้   กินหญ้าอยู่ไกลๆ ไม่สนใจคนที่ไปชะเง้อชะแง้ส่องกล้องดูจากถนน   ท่าทางพวกมันเห็นคนจนเบื่อเต็มที   
ถ้าจะดูงานศิลปะต้องไปดูที่เมืองหลวง    หอศิลป์ของเขามีของดีให้ดูหลายอย่าง  แต่คงจะต้องเป็นอีกกระทู้ ไม่เกี่ยวกับหลังคา

แต่มีสิ่งก่อสร้างอย่างหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาของรัฐ    และเป็นหลังคาเสียด้วยค่ะ
สิ่งนั้นคือ chapel (น่าจะแปลว่าวิหาร)  ของโรงเรียนนายเรืออากาศของสหรัฐ  ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้   ห่างจากเมืองที่ดิฉันเรียน ขับรถไปราวๆ 3 ชั่วโมง   มีหลังคาซึ่งออกแบบวิจิตรพิสดารเหมือนกระดาษพับเป็นกลีบๆ  ไม่เคยเห็นซ้ำกับที่อื่น
เขาเปิดให้คนนอกเข้าไปชมได้   ไม่ได้ถือเป็นเขตทหารห้ามเข้า       


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 07 พ.ค. 12, 11:17

พอเข้าไปข้างใน  แสงแดดส่องผ่านกระจกสีของหลังคา  ลงมาเป็นรุ้งหลากสี ทั้งชมพู ม่วง และฟ้า ละลานตา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 09 พ.ค. 12, 09:32

รูปแรกคือผนังด้านข้างของชาเปล  แต่งด้วยกระจกสี  ส่วนรูปที่สองคือหลังคาเมื่อแหงนมองจากข้างในค่ะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พ.ค. 12, 19:31 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 11 พ.ค. 12, 12:22

ชาเปลหลังคาสวยประทับใจแห่งนี้ใช้เป็นโบสถ์ที่ประกอบพิธีแต่งงานด้วย    เจ้าบ่าวก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล  คือพวกนายทหารอากาศ    นิยมกันมาทำพิธีกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 13 พ.ค. 12, 20:17

หลังคาแบบโดม คล้ายๆพระที่นั่งอนันต์ เห็นอยู่แห่งเดียวคือศาลากลางของรัฐ ในเมืองหลวง     เรียกว่า State capitol   คำนี้อย่าเผลอไปสับสนกับคำว่า capital ที่แปลว่าเมืองหลวงนะคะ
ศาลากลางของรัฐในอเมริกามักจะออกแบบคล้ายคลึงกัน  เป็นอาคารใหญ่ยาวแผ่ออกไปเป็นปีกสองข้าง   ตรงกลางเป็นมุขยื่นออกไป  และมีหลังคาโดมอยู่ข้างบน    โดมออกแบบให้มีบันไดวนขึ้นไปถึงยอดสุด  เพื่อชมวิวเมืองกันได้   



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 13 พ.ค. 12, 20:44

คุณตั้งเกริ่นไว้เรื่องหลังคาโบสถ์   เข้าใจว่าท่านคงจะคุ้นเคยกับโบสถ์ในยุโรปมากกว่าอเมริกา หรือถ้าเป็นอเมริกาก็แถวนิวอิงแลนด์ซึ่งมีกลิ่นอายอังกฤษสองสามศตวรรษก่อนอยู่มาก    
ส่วนรัฐที่ดิฉันอยู่เป็นรัฐคาวบอยมาก่อน   บ้านเมืองเพิ่งจะสร้างกันขึ้นมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19   โบสถ์เก่าย้อนหลังไปก่อนหน้านั้นจึงไม่มี    เก่าสุดก็ประมาณ 1870s   ส่วนโบสถ์ใหม่มีให้เห็นอยู่เรื่อย ตามการขยายตัวของเมือง

ดิฉันเคยไปเที่ยวดูโบสถ์ในอังกฤษ  รวมทั้งมหาวิหารแคนเทอเบอรี่ (Canterbury Cathedral)ที่ขึ้นชื่อด้วย    ดูหนักๆเข้าวันละสามสี่โบสถ์  สมองก็เลยรวมทุกโบสถ์เป็นโบสถ์เดียวกันหมด   ไม่ว่าโบสถ์ไหนมันก็มีประตูหน้าต่างโค้งแบบโกธิค    มีกระจกสีประดับเป็นลายภาพเกี่ยวกับคริสตศาสนา   ที่ขาดไม่ได้คือมีหีบศพโบราณวางประดับอยู่ในนั้น  หลังหีบมีหินอ่อนสลักตัวเจ้าของหีบซึ่งเป็นพระราชาบ้าง เจ้าชายบ้าง อัศวินคนใหญ่คนโตบ้าง นอนแข็งทื่อ  แต่งตัวเต็มยศ  บางหีบก็นอนคู่กันกับภรรยา    
เดินๆไปนิยายเรื่องผีที่เกี่ยวกับร่างหินอ่อนพวกนี้ลุกขึ้นมาได้ก็ลอยกลับมาหลอน    สรุปว่าดูแต่ละโบสถ์ได้ครั้งเดียว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 13 พ.ค. 12, 20:55

ตัวจริงเสียงจริงกลับมาแล้ว  ขอหลีกทางเข้าหลังโรงไปก่อน  ให้ท่านเล่าต่อค่ะ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4184


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 13 พ.ค. 12, 21:15

ขออนุญาตกลับเข้าห้องเสวนาครับ

ยังอยู่กับหลังคาแบบโดม ก็เลยจะขอกลับไปเรื่องของหลังคาทรงหัวหอม

หลังคาทรงหัวหอมทั้งหมด พบบนสิ่งก่อสร้างที่เป็นโบสถ์วิหารและอาคารทางศาสนา (ผมเห็นว่าอย่างนั้นนะครับ) โดยทั่วไปจะเป็นโบสถ์ของคริสต์ Orthodox ดังเช่นที่เห็นในรัสเซียตามภาพที่เผยแพร่ในเอกสารต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วพบได้ทั่วไปในโบสถ์ที่เป็นคริสต์ Roman Catholic ด้วย โดยเฉพาะโบสถ์เก่าต่างๆในเยอรมัน ออสเตรีย และอิตาลีตอนเหนือ
ในเชิงของการกระจายตัว หลังคาทรงหัวหอมพบมากในพื้นที่ของยุโรปตะวันออกจนถึงพื้นที่ด้านตะวันออกของเยอรมันและออสเตรีย แล้วจะพบลดน้อยลงเป็นลักษณะกระจัดกระจายทั่วไปทางตะวันตก พบได้ในทุกประเทศทั้งยุโรปกลางและตะวันตก รวมทั้งในอังกฤษด้วย

ผมเห็นว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ และยังมีพัฒนาการในตัวเองอีกด้วย ลองดูภาพต่างๆในเว็บไซด์ตามที่แนบมานี้ซิครับ

 http://www.superstock.com/stock-photography/onion+dome

บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4184


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 13 พ.ค. 12, 21:53

มีหลังคาอีกแบบหนึ่ง ไม่รู้ว่าอนุโลมเข้าประเภทหัวหอมหรือเปล่า คือหลังคาแบบโดม คล้ายๆโดมธรรมศาสตร์
เป็นหลังคาที่พบได้มากในบ้านแบบวิคตอเรียน สร้างในปลายศตวรรษที่ 19 ต่อกับต้นศตวรรษที่ 20
ปัจจุบันมันใหญ่เกินกว่าจะอยู่กันในครอบครัวเดียว   ก็มักจะทำเป็นโรงละคร   B&B  หรือหอพัก

เป็นเรื่องของความคิดเห็นแบบไม่มีความรู้ เป็นการเดานะครับ

ผมคิดว่าหลังคารูปทรงตามภาพนี้ น่าจะมีต้นตอมาจากหลังคาทรงหัวหอมนะครับ ดัดแปลงกันต่อๆมา เช่นเดียวกับในยุโรปที่แทนที่จะเป็นทรงกลมมน ก็เป็นทรงกลมเหลี่ยมหลายหน้า เข้าใจว่าเกี่ยวกับการขาดช่างฝีมือ ความยากในการทำ และข้อจำกัดทางวัสดุมุง ในยุโรปเองหลายๆแห่งใช้แผ่นเหล็กแทนปูนและกระเบื้องก็มี ทรงกลมเองก็เห็นว่ามีแบบอ้วนป้อมสั้นและแบบผอมสูง ในที่สุดก็คงจะไปเป็นแบบแหลมเรียวตามลักษณะของโบสถ์คริสต์ Roman Catholic 

และที่คิดว่าน่าจะมีต้นตอมาจากหลังคาทรงหัวหอมก็เพราะว่า เท่าที่ได้เคยสนทนากับฝรั่งหลายคน พื้นที่ใต้หลังคาทรงกลมนี้คือพื้นที่เหมือนห้องพระบ้านเรา แต่ก็คงจะไม่จริงเสมอไปครับ ผมเห็นเป็นพื้นที่ของบันไดขึ้นลงแบบวนก็มีมาก ใช้เป็นห้องกิจกรรมอื่นๆก็มาก (นั่งเล่น ทานอาหาร รับแขก)

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 14 พ.ค. 12, 18:59


และที่คิดว่าน่าจะมีต้นตอมาจากหลังคาทรงหัวหอมก็เพราะว่า เท่าที่ได้เคยสนทนากับฝรั่งหลายคน พื้นที่ใต้หลังคาทรงกลมนี้คือพื้นที่เหมือนห้องพระบ้านเรา แต่ก็คงจะไม่จริงเสมอไปครับ ผมเห็นเป็นพื้นที่ของบันไดขึ้นลงแบบวนก็มีมาก ใช้เป็นห้องกิจกรรมอื่นๆก็มาก (นั่งเล่น ทานอาหาร รับแขก)

ลองสำรวจดูว่าห้องใต้หลังคาทรงโดมใช้ทำอะไรบ้าง  ก็อย่างที่คุณตั้งว่า คือหลากหลายขึ้นอยู่กับเนื้อที่ห้อง และลักษณะอาคารว่าใช้ทำอะไร
อาคารใหญ่ห้องก็ใหญ่  พื้นที่กว้าง ใช้เป็นห้องประชุม ห้องดินเนอร์ ฯลฯ   อาคารเล็กอย่างบ้าน ห้องใต้โดมก็เป็นห้องนอน ทำนองเดียวกับห้องใต้หลังคา

ที่ไปหามาประกอบค.ห.คุณตั้ง ซ้ายบน คือห้องใต้โดมในทำเนียบขาว เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ค่ะ   



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4184


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 14 พ.ค. 12, 21:17

.........สรุปว่าดูแต่ละโบสถ์ได้ครั้งเดียว

เรื่องชมโบสถ์นั้น ผมก็ไม่ได้มีความสนใจอะไรเป็นพิเศษเช่นกันครับ
ที่โฉบไปเที่ยวไปเห็นนั้นเป็นด้วยสาเหตุอื่น อีกประการหนึ่งคือ เนื่องจากอยู่ประจำการนาน ขับรถเอง จึงใช้เวลาของวันหยุดขับรถเที่ยวตะลอนๆไป    ชอบ (ไม่ใช่โบสถ์หรือสำนักสงฆ์นะครับ) เพราะในละแวกหมู่บ้านที่มีอาคารหลังคาทรงหัวหอมนี้ (อย่างน้อยก็ในยุโรป) มีของดีๆอยู่มาก อาหารพื้นบ้านที่อร่อยๆหากินไม่ได้ในร้านอาหารในเมือง ไวน์ดีๆ ผลไม้สดๆรสชาติดีๆ วิวสวยๆ และของเก่าที่น่าสะสม เหล่านี้เป็นต้น อีกประการหนึ่งที่ชอบ  ก็เพราะการเป็นคนแปลกหน้า ชาวบ้านจะให้ความช่วยเหลืออย่างดีในทุกๆด้าน เขาก็อยากจะอวดของดีๆทั้งหลายของเขา ทั้งลดราคา ทั้งแถม ทั้งแจก ฯลฯ  ผมก็ไปเที่ยวด้วยภาษามือ รู้อยู่ไม่กี่คำหรอกครับ พอฟังพออ่านเข้าใจได้เป็นคำๆไป แล้วก็เดาเอาความทั้งประโยค   จะว่าไปวิชาที่ผมเรียนนี้ก็ดีนะครับ รู้ศัพท์ทางเทคนิคและศัพท์ปรกติที่ใช้ประจำวันที่มีความหมายทางเทคนิค ซึ่งมีที่มาจากหลายแหล่งภาษา ทำให้เดาได้ง่ายมากขึ้น บ่อยครั้งที่ต้องอ่านคำอธิบายสามภาษา (เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเสศ) เอาความมารวมกันจึงพอจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

ทำให้นึกขึ้นได้ว่า หลังคาแบบฝรั่งในยุโรป โดยเฉพาะในเมืองใหญ่นั้น ส่วนมากเป็นของสร้างใหม่ (เนื่องจากถูกทำลายหรือเสียหายในช่วงสงครามโลก) ตามแปลนเดิม ของพื้นบ้านจริงๆจึงต้องไปดูในชนบท ซึ่งที่ผมเห็นว่าที่สร้างมาเก่าแก่จริงๆก็คือโรงนา

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30942

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 14 พ.ค. 12, 21:50

ขอย้อนมาเล่าเรื่องโบสถ์ในเมือง ที่อเมริกาอีกหน่อยนะคะ

โบสถ์ในเมืองที่ดิฉันรู้จักมีหลายแบบ     ถ้าหากว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ ๑๙  ก็มีหน้าตาชัดเจนให้รู้ว่าเป็นโบสถ์    อย่างในรูปข้างล่างนี้   มีทั้งโบสถ์ใหญ่โบสถ์เล็ก   โบสถ์ใหญ่ก็อยู่ในเมือง โบสถ์เล็กอยู่ตามหมู่บ้านเล็กๆนอกเมือง  บางทีก็เล็กจนมีห้องเดียวสำหรับเทศน์เท่านั้น


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.088 วินาที กับ 19 คำสั่ง