เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 41351 ว่าด้วยเรื่องของหลังคาแบบฝรั่ง
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 28 เม.ย. 12, 20:48

เข้าใจละครับ

เลียนแบบ Centrum ของเมืองเล็กๆเก่าๆในอิตาลีนั่นเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 10:49

บ้านในสเปนและอิตาลี มีบางแบบที่คล้ายกันมาก  เรียกรวมว่า Mediterranean-style 
รูปที่ ๑ และ ๒ เป็นบ้านในอิตาลี
รูปที่ ๓ และ ๔ เป็นบ้านในสเปน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 16:36

กลับมาเรื่องบ้านในเมืองเล็ก

เมืองขยายตัวไม่หยุดในแต่ละช่วงทศวรรษ   แต่ขยายอย่างมีทิศทางคือไปทางตะวันตก     บ้านช่องใหม่ๆจึงอยู่ทางทิศนี้เสียมากกว่าทิศอื่น
บ้านที่เอามาให้ดูทั้งสี่หลังข้างล่างนี้เป็นบ้านสร้างใหม่ๆ   ในยุคที่ไปเรียน

เท่าที่เห็นจากรูป  ห้องใต้หลังคาดูเหมือนจะไม่เป็นที่นิยมอีกแล้ว   สถาปนิกหันมาจัดพื้นที่ห้องใต้ดินไว้กว้างขวางและใช้ประโยชน์ได้เท่ากับบนดิน   พูดถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่าห้องใต้ดินหรือ basement ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรแยกเป็นอีกกระทู้  เพราะมันไม่เกี่ยวกับหลังคา 
ถ้ามีผู้สนใจก็จะมาเล่าเรื่องชีวิตนักเรียนไทยในใต้ดินให้ฟังนะคะ

บ้านยุคนี้ นิยมเอาโรงรถไว้ข้างหน้า  ผิดกับบ้านยุคเก่าที่โรงรถอาจจะสร้างแยกจากตัวบ้าน   หรือไม่ก็จอดรถไว้ริมถนนหน้าบ้านบ้าง หรือจอดที่ลานหลังบ้านบ้าง    ไม่ต้องกลัวหาย   เมืองเล็กๆมีอัตราเกิดอาชญากรรมน้อยมาก     นักเรียนไทยไปนั่งอ่านหนังสือที่หอสมุดจนเที่ยงคืน เดินกลับบ้านก็ไม่ต้องกลัวถูกจี้ถูกปล้น     สาเหตุหนึ่งคือเขาเปิดไฟฟ้าสว่างไสวกันทุกจุดตามถนนหนทางและสวนสาธารณะ   มองเห็นทุกอย่างง่ายในระยะหลายร้อยเมตร     รถตำรวจสายตรวจทำงานอย่างแข็งขัน ตระเวนไปตามถนนทั้งคืน  เห็นอะไรไม่ชอบมาพากล   เขาก็เรียกทันที
สาเหตุที่สองคือคนอเมริกันไม่ชอบเตร็ดเตร่กันนอกบ้าน   หลังเลิกงานก็ตรงกลับบ้าน ทำอาหารเย็นกินกันแล้วก็นั่งดูทีวีไปจนเข้านอน     แค่พลบค่ำ ถนนหนทางก็ว่างเปล่าหาคนเดินไม่ได้ มีแต่รถวิ่งกันไปมาไม่กี่คัน     สักสามทุ่มกว่าร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว  บ้านเมืองเงียบเหงา  ผู้คนไม่รู้จะเที่ยวไหน   หนุ่มสาวถ้ามีนัดกันก็ไปดูหนังกัน หรือกินไอศกรีมกันที่ร้านเล็กๆอย่างแดรี่ควีนซึ่งยังเปิดอยู่ 

เคยเป็นเจ้าภาพต้อนรับอาจารย์ฝรั่งของมหาวิทยาลัยที่มาวิจัยในประเทศไทย  พาเที่ยวกรุงเทพ   เขาอัศจรรย์ใจมากที่สองยามตีหนึ่งแล้วบ้านเรายังมีของกินอยู่ทุกถนน   แถมบรรยากาศยังคึกคักกันตลอดคืนเสียอีก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 16:40

ไปสำรวจในโฟลเดอร์  เลยเจอรูป downtown อีกรูปที่มีหลังคาเป็นดาดฟ้า กั้นลูกกรง ให้ขึ้นไปยืนไปเดินได้   
ข้างล่างเป็นร้านอาหาร

รูปนี้ถ่ายที่ใหนครับ ทิวทัศน์เหมือนกับเคยเข้าไปกินในร้านนี้  ยิงฟันยิ้ม
ถ่ายที่เมืองที่ดิฉันไปเรียนค่ะ    ถ้าคุณตั้งมาเที่ยวทางรัฐตะวันตกของอเมริกา โดยเฉพาะรัฐที่มีกลิ่นอายคาวบอย อย่างเทกซัส เนวาดา  อริโซน่า  ไวโอมิง  ยูท่าห์ มอนตานา(ซึ่งติดกับแคนาดา) อาจเห็นรูปร่างของอาคารบ้านเมืองคล้ายๆกัน
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 19:59

ขอแยกเข้าซอยนิดเดียวครับ
พูดถึงเทกซัส ทำให้นึกถึง Long horn และซี่โครงของมันย่าง กินกับข้าวโพดต้มและมันเผา สุดๆเลยครับ

กลับเข้าถนนใหญ่อีกครั้ง
ผมไม่มีโอกาสเที่ยวไปทางซีกตะวันตก แต่ที่คุณเทาชมพูกล่าวนามรัฐต่างๆแถบ Rocky mountain ทำให้นึกถึงหลังคาแบบที่มีราวเหล็กสูงระหว่าง 5-10 ซม. ตลอดแนวชายคา เพื่อกันแผงหิมะบนหลังคาไม่ให้ไถลลื่นร่วงลงมา แถบนี้มีไหมครับ ฮืม

 

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 20:24

มีค่ะ เขาเรียก snow guards    แต่ดิฉันไม่เห็นชนิดเป็นราวเหล็ก  เห็นแต่เป็นอะไรคล้ายๆตะขอ  ติดตั้งบนหลังคาเพื่อยันเอาไว้  ไม่ให้หิมะหรือลูกเห็บที่ค้างอยู่บนหลังคา ร่วงลงมาบนหัวคนเวลาเปิดประตูออกจากบ้าน    เพราะหิมะหรือลูกเห็บที่จับแข็งอยู่บนหลังคา หนักพอๆกับหิน   ถ้ากระเทือน ร่วงลงมาก็หัวปูด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 29 เม.ย. 12, 20:41

ขอแยกเข้าซอยนิดเดียวครับ
พูดถึงเทกซัส ทำให้นึกถึง Long horn และซี่โครงของมันย่าง กินกับข้าวโพดต้มและมันเผา สุดๆเลยครับ

เมื่อก่อนนี้ชอบกินสเต๊กมาก   ในเมือง มีร้านสเต๊กอยู่ใกล้บ้าน ชื่อ Sirloin Steak House แค่เดินข้ามถนนไป  ก็เลยไปฝากท้องไว้ที่นั่นบ่อยๆ  ต่อมาตัดสินใจเลิกกินเนื้อวัว เลยอดจนบัดนี้ค่ะ
ไม่ทราบว่าในประเทศไทยมีเนื้อวัว longhorn ให้กินหรือเปล่า  ยังไงก็เอารูปมาให้รำลึกความหลังไปพลางๆก่อนนะคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 13:55

ที่เมืองนี้ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก  เพราะคนไทยประมาณ 90% ไปอยู่ก็เพื่อเรียนหนังสือ     คนที่ตั้งถิ่นฐานมักจะเป็นคนที่เรียนจบแล้วทำงานอยู่ที่นั่นไม่กลับบ้าน   บางคนก็แต่งงานกับคนอเมริกัน    
นักเรียนไทยเมื่อเรียนจบแล้วก็กลับบ้านมาทำงาน   เรื่องจะกลับไปเยี่ยมถิ่นเก่าเป็นเรื่องยาก     มันอยู่นอกเส้นทางเมืองใหญ่อย่างแอลเอ หรือนิวยอร์คอยู่มากจนเรียกได้ว่าไกลปืนเที่ยง            จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีโอกาสได้กลับไปเยือนถิ่นเดิมอีก   เดินท่อมๆสำรวจบ้านช่องว่าเปลี่ยนไปมากไหม   ก็พบว่าหน้าตาบ้านทางตะวันตกที่ปลูกใหม่  ดูๆก็ไม่ฉีกแนวไปจากสมัยเรียนมากนัก  
ทำให้คิดว่าเทศบาลที่นี่คงจะควบคุมการออกแบบบ้านค่อนข้างเคร่งครัด    ไม่ปล่อยให้สร้างอะไรตามใจชอบ    

รูปบ้านข้างล่าง เป็นบ้านสร้างยุคมิลเลนเนียมและหลังจากนั้นค่ะ  คือตั้งแต ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พ.ค. 12, 20:50 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 14:21

เทียบกับบ้านที่สร้างในทศวรรษ 1980s  ก็ไม่ต่างกันเท่าไร


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 19:47

รู้สึกว่าจะมีต้น Birch อยู่หน้าบ้านด้วย ใช่ใหมครับ

ไม้นี้ให้กลิ่นหอมเมื่อใส่ในเตาผิงในบ้าน ดีกว่าไม้ชนิดอื่นๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 20:51

น่าจะใช่ค่ะ     ในฤดูใบไม้ร่วง ใบมันเปลี่ยนสีเหลืองสดราวกับสีดอกคูณ 
ส่วนอีกชนิดหนึ่งชื่อแอสเพน   ใบเปลี่ยนเป็นสีทอง   ขึ้นอยู่บนเทือกเขา   เวลานั่งเครื่องบินข้ามเทือกเขาร็อคกี้มองลงไปข้างล่าง เป็นสีทองไปทั้งหุบเขา   คนจะขับรถขึ้นไปชมกันมาก

ข้างล่างนี้คือ เบิช (birch)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 20:56

ส่วนต้นนี้คือ Aspen   นอกจากเปลี่ยนสีเป็นทองในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว  ใบมันเบาคล้ายๆใบโพในบ้านเรา   เวลาลมพัดมันจะพลิกพลิ้วไปมา ต้องแดดเป็นสีทองระยิบระยับ  ทำให้ดงแอสเพนดูสวยมากเวลาถ่ายเป็นวิดีโอออกมา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 30 เม.ย. 12, 21:52

ท่านที่เข้ามาอ่าน อาจจะเกิดคำถามในใจว่า บ้านเมืองในอเมริกาไม่มีใหม่กว่านี้แล้วหรือ     เสียแรงเป็นประเทศไฮเทคที่สุดในโลก
คำตอบก็คือมี
บ้านทันสมัยคนละแบบกับที่นำมาลงตั้งแต่ต้นกระทู้นี้ก็มีค่ะ   คือมีอยู่ในเมืองอื่นๆ  และบางทีก็เป็นบ้านพักอยู่บนภูเขา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3735


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 01 พ.ค. 12, 21:03

รอๆอยู่ครับ ว่าจะกล่าวถึงหลังคาทรงหัวหอม (Onion dome) บ้างใหม
หากผมกล่าวถึงเร็วไปก็ขออภัยด้วยครับ

ผมเห็นว่าหลังคาฝรั่งนั้น จะมีลักษณะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนระหว่างหลังคาบ้านของประชาชนคนปรกติกับโบสถ์ต่างๆ เหมือนของไทย ซึ่งของฝรั่งนั้นหลังคาหรือตัวอาคารโบสถ์ของแต่ละนิกายก็ยังไม่เหมือนกัน แถมในอเมริกาและในยุโรปก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 02 พ.ค. 12, 18:55

ในถิ่นเรียนของดิฉันไม่มีหลังคาทรงหัวหอม.    แต่หลังคาโดมซึ่งคล้ายๆป้อมหอคอยมีแยะ. เป็นบ้านวิคตอเรียน.   
ช่วงนี้ขอเป็นฝ่ายฟังคุณตั้งเล่าดีกว่าค่ะ   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง