เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 5823 มุทิงคนาทฉันท์...สำหรับปู่เมฯ
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 06 พ.ค. 01, 20:43

มุทิงคนาทฉันท์ ๑๔

ขออนุญาตเรียกปู่เมฯต่อเถอะนะครับ อยากเป็นเพื่อนของปู่ของอุ้ยทำไม อุ้ยเรียกมาจนชินปาก ชินใจแล้วครับ ใครจะเรียกพี่พลายฯก็แล้วแต่เค้าเหอะ

ไม่ทราบว่าอุ้ยจะใช้คำว่า"ขออนุโมทนา"ได้หรือเปล่านะครับ แบบเป็นเด็กอ่ะครับ

อีกอย่างนึง อุ้ยก็ไม่รู้ว่าฉันท์นี้จะใช้กับเหตุการณ์แบบนี้ได้หรือเปล่านะครับ คือทราบมาเลาๆว่าฉันท์แต่ละอย่างจะใช้กับแต่ละเหตุการณ์น่ะครับ ส่วนเหตุผลที่อุ้ยเลือกใช้ฉันท์นี้ เป็นเพราะปู่สอนไว้ครับ

.....สดับรุจีวิจิตรสาร.............ก็เบิกก็บาน ณ ดวงใจ
จะสืบจะเนื่องพระศาสน์ไข.......กตัญญุตาละอากูล

.....วิเศษวิสุทธิ์สุจารีต............ประณตประณีตมิเสื่อมสูญ
ประจงจรด ณ บาทมูล...........ประโยชน์นุกูลพระศาสน์ไทย

.....แต่นี้จะร้างละผู้ป้อง.........หทัยก็ร้องระโหยไห้
จำเป็นจำจากจำจรไกล...........นิราศไผทนครธรรม

.....สะกดสะทกสะท้านจิต.......จรุงจริตนิพิธขาน
ดนูประนมนิยมการ...............ฤทัยประสานเกษมเทอญ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 20:53

สำหรับฉันทลักษณ์ของมุทิงค์ฯ ขอให้ถามจากปู่เมฯ(พลายงาม)นะครับ อุ้ยเปิดตำรามาสองเล่มแล้ว ยังหาฉันทลักษณ์ของฉันท์นี้ไม่เจอเลยครับ

แล้วก็...ปู่นะปู่ เอาอุ้ยมานินทาไว้ตรึมเลยง่ะ ปู่ว่าอุ้ยเป็นเด็กเจ้าปัญหาเหรอ ? อะไรจะดู "ถูก" ขนาดนั้นง่ะ...อิอิอิ..แบบดูไม่ผิดอ่ะครับ

พี่พูครับ(ขออนุญาตนะครับ..ชื่อพี่เทาชมพูยาวจัง..อุ้ยขอเรียกสั้นๆนะครับ) อุ้ยมีของมาฝากพี่พูครับ

เป็นกลบทนาคบริพันธ์ทรงเครื่อง ผสม กระทู้นำบทนะครับ..แบบเนี้ยอ่ะครับที่ปู่เมฯเค้าว่าอุ้ยเป็นเด็กเจ้าปัญหา อุ้ยชอบเล่นกลบทครับ แล้วก็ชอบเอามาปนกันด้วยครับ..หวังว่าพี่พูคงไม่รำคาญอุ้ยมากนักนะครับ

คับ...เสื้อผ้าผ่อนท่อนสไบ.........ทบสบัดตัดใหม่
.......ตามหมายมุ่งหวังทั้งมวล
ที่.....มากหลากหลายลายล้วน.....เลอล้ำจำนวน
.......จงน้องบริจาคอยากทำ
อยู่...ที่จิตใจใช้นำ...................ชวนนางสร้างกรรม
.......สอดเกื้อเอื้อหนุนดุลย์ธรรม์
ได้...ทั่วถ้อยธรรมจำครัน.........จาคะละหัน
......ลุห้วงห่วงหายคลายคลา
คับ..คนปนแปดประดา............เปื้อนดำธรรมว่า
......เทิดวิเวกวางจางจินต์
ใจ...เจ้าระอากายิน.................กลับย้ายกลายชิน
......ก็ชนร่วมทางอย่างเรา
อยู่..ร่วมโลกเรียงเคียงเนา......คำนึงถึงเขา
......ทุกคนพ้นกรรมยำเยง
ยาก..ยุ่งมุ่งยิ่งกริ่งเกรง.........กลับกลายหมายเคว้ง
.......หมดคว้างทางลิบนิพพาน
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 21:00

แล้วก็อีกบทนึงครับ บทเนี้ยอุ้ยก็ภูมิใจนะครับ ประมาณว่าคิดเอาเองน่ะครับ คือเอามาปนๆกันครับ...

พี่พูเริ่มปวดหัวกับอุ้ยละยังครับ

.....มือ..อาจก่อร่างสร้าง.......สู่ตัว
ไม่........ละเว้นชั่วกลัว...........กลับพลั้ง
พาย......ตามติดบัวนัว..........เนียจากทิศเฮย
อย่า.......เล่นลืมรั้งยั้ง...........ยากแท้เรียมครวญ

.....เอา...ใจจักด่วนล้วน........ลวงเพลิน
เท้า........เจ็บจะเหินเดิน........ดุ่มเศร้า
รา.........ร้างแต่เมินเกิน........กระเบียด
น้ำ.........ล่มเรือเจ้าเข้า.........ครู่นี้ยังลอย

เป็นโตเล่นหางแบบที่ ๒ ผสมกับกระทู้นำบทครับ...สนุกมะครับ..อุ้ยชอบจริงๆเลยครับ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 21:04

ไหนๆก็ไหนๆแล้วอ่ะครับ โบราณเค้าบอกว่ามาหาผู้ใหญ่ต้องมีของติดไม้ติดมือมาฝากอ่ะครับ อุ้ยขออีกบทละกันนะครับ

ของอุ้ยจะเป็นช้างชูงวงปนกับพยัคฆ์ข้ามห้วย 2 ชั้นนะครับ

.....ร่างระริก...จิกเล็บกลั้น...สั่นระริก
เคยยิ้มหัว...ตัวชาดิก...ฉีกยิ้มหวัว
เราะระรัว...ตัวยืนสั่น...พรั่นระรัว
เมินหมองจาง...หมางหมองมัว...กลัวหมองจาง

สุดกลั้นจิต...คิดกลั้นใจ...ใคร่กลั้นจิต
ควรสะสาง...หมางมวลมิตร...คิดสะสาง
เคยแคลงคลาง...ค้างคาใจ...ใคร่แคลงคลาง
ร้อนเรื่องใด...ใสกระจ่าง...ร้างเรื่องใด
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 21:15

สุดท้ายแล้วจริงๆครับ(สำหรับตอนนี้)...แบบว่าอุ้ยเสนอผลงานของอุ้ยให้พี่พูดูน่ะครับ ประมาณว่าอุ้ยจะเข้าชมรมของพี่พูได้หรือเปล่าน่ะครับ

บทนี้เป็นโคลงกระทู้ธรรมดาครับ แต่เป็นสองคำ อุ้ยกำลังพยายามทำ ๓ กับ ๔ คำ อยู่ครับ แต่ว่ายังทำไม่สำเร็จครับ เมื่อวันก่อนอุ้ยเจออีกกลนึง สนุกมากครับ แต่อุ้ยคิดจนหลับไปคืนนึงแล้ว ยังแต่งไม่เสร็จเลยครับ

อ้อ..ไอ้บาทที่ 3 ของโคลงข้างบนนั่น ไหงมันเลื่อนมาติดกันได้ก็ไม่ทราบครับ สงสัยอุ้ยจะลืมพิมพ์..เอ่อ...นึกก่อนครับ..มหัพภาคใช่มะครับ

...แล้วสอน...เสริมสั่งเจ้า......จวงจันทร์
ว่าอย่า.........เชื่อใครอัน......แปลกหน้า
ไว้ใจ...........บ่เลือกสรร......เจ็บจิต
มนุษย์.........เชิงเช่นช้า.......ชั่วชั้นทุรชน
...มันแสน....สุดวัดได้.........ใจคน
สุดลึก.........สุดหยั่งพ้น.......แผกสิ้น
ล้ำเหลือ......กว่าอุบล..........บอกบ่ง
กำหนด.......ปนปลอกปลิ้น...เล่ห์ล้วงลวงลม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 22:06

เข้ามาได้เลยค่ะ เรือนไทยต้อนรับมิตรทุกคน
อ่านกลบทพวกนี้   เห็นจะต้องไปเช็ดฝุ่นขุดกรุเรื่องศิริวิบุลกิตติเสียแล้ว  
คุณอุ้ยชอบกลบท อ่านเรื่องนี้แล้วหรือยังคะ
ว่าแต่คุณอุ้ยตามคุณพลายงามมาจากเว็บไหนคะ เผื่อว่างๆจะเข้าไปเยี่ยมบ้าง
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 29 เม.ย. 01, 22:24

อุ้ยไม่ได้อ่านศิริวิบุลกิตติเรื่องเดียวอ่ะครับ อุ้ยอ่านจินดามณี กะ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนด้วยครับ สนุกกกกกมากกกกกกครับ

พี่พูครับ...ไม่เรียกอุ้ยว่า"คุณ"ได้มะครับ เรียกชื่อเฉยๆดีกว่าครับ หรือจะเป็น ตาอุ้ย เจ้าอุ้ย ฯลฯ อะไรก็ได้ครับ เรียก"คุณ"ทีไรอุ้ยสะดุ้งทุกที นึกว่าไม่ได้เรียกอุ้ย

ส่วนเรื่องที่ว่าอุ้ยตามปู่เมฯมาจากไหน...อันนี้อุ้ยขอโทษครับ...คือปู่เค้าเปลี่ยนชื่อ อุ้ยไม่รู้เหตุผลของปู่ด้วย...รบกวนพี่พูถามปู่เถอะนะครับ

:p
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 03:06

It is so difficult to try to comment on the Chant in English!
MutingkanatChant (the Chant with "beats" like those of long drum - GlongYao), if I remember correctly,is a modern Chant invented not many decades ago, so it is not surprising that Khun Ooy cannot find it in old texts. The beats go -
Pa- tone - pa tone - pa tone tone... like GlongYao.
If I remember correctly again, the brother of one great lady poet Khun Subhorn Polcheevin, whose name I forget, invented this kind of Chant.
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 06:13

คุณ...ปู่..N.K.Kh. ครับ..ตกลงเป็นปู่ไปอีกคนเถอะนะครับ ... ครับผม ปู่เมฯก็สอนไว้อย่างนั้นแหละครับ ป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะ๊โท่นโท่น ซ้ำกันหมด แต่ตานี้เวลาผู้ใหญ่สอนแล้วอุ้ยยังหาแหล่งอ้างอิงไม่ได้ เวลาอุ้ยจะใช้อุ้ยก็ต้อง refer ไปพลางๆน่ะครับ (แบบนี้เรียกนิสัยดีเปล่าครับ?)

เช้านี้อุ้ยมีโคลงสกัดกระทู้มาฝากครับ ไอ้ที่ว่าอุ้ยแต่งมาวันนึงแล้วยังไม่ได้น่ะครับ อารามอยากอวดพี่พู เลยดั้นเอาจนเสร็จ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกครับ แต่พอสะท้อนได้นิดหน่อยว่ากลบทสกัดกระทู้เค้าแต่งกันแบบเนี้ยอ่ะครับ

.....ถี่ถี่กางกักกั้น..........กันลอด
ตาเสื่อมเสริมแว่นสอด.....ส่องช้าง
ห่างมากมักแหทอด.......ปลาหลุด..ลอดเฮย
ตาเล็กฤๅเทียบข้าง.......เปรียบได้ตาเล็น

(เวลาอ่านคำหน้าสุด กะ หลังสุด ไล่ไปทีละบาท เก๊าะจะได้ความว่า "ถี่ลอดตาช้างห่างลอดตาเล็น"อ่ะครับ)

ขออีกบทนะครับ

.....คบคนครวญใคร่ด้วย.....จิตคน
ดูตลอดจบจน..................ใช่หน้า
ซื้อใดประดับตน...............พิศพ่า(ผ้า)..ก่อนเฮย
ดูเด่นดอกดวงจ้า..............แจ่มเนื้อนวลนาง

(คบคนดูหน้า ซื้อผ้าดูเนื้อ)

สนุกมะครับ...มาลองเล่นกันมะครับ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 06:27

อันนี้เรียกกระทู้สองชั้นครับ อุ้ยแต่งเมื่อวันก่อน แบบแต่งตอบพี่คนนึงที่เค้าเปรยๆว่าเค้าชอบกินเหล้า แถมเวลากินเสร็จใครๆก็ไปกันหมดประมาณนั้นอ่ะครับ

...เพื่อน..พ้อง  น้องพี่  ที่เคารพ...........เพื่อน..ประสบ  เคราะห์กรรม  ล้ำเข็ญ
กิน........เหล้า  เช้าสาย  บ่ายเย็น.......ตาย....เป็น  ยังไม่  รู้เลย
หา........แล้ว  หาเล่า  เพรางาย.........หา.......หาย  ไม่เห็น  เช่นเฉย
ง่าย......ยาก  จากใจ  ไม่บ่นเลย........ยาก......เคย  เพราะเห็น  เป็นเพื่อนกัน

อุ้ยรู้สึกว่าจะคล้ายๆ กวางเดินดง หรือ หงส์สะบัดหางนี่อ่ะครับ คือแบ่งเป็น 2 ข้าง แต่ว่าไม่ใช่ซ้ำคำ แบบนี้น่าจะสนุกกว่าหรือเปล่าครับ ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 09:14

สนุกค่ะ เชิญน้องอุ้ยบรรเลงต่อ   ไฟกำลังลุกช่วงโชติทีเดียว
คุณพลายงามยังไม่เข้ามา  คงจะเตรียมตัวเคลียร์งานหรือไงก็ไม่ทราบ
ฉันท์แต่ละอย่าง เอาไว้ใช้กับแต่ละเหตุการณ์  จำได้รางๆว่าเป็นคำอธิบายในตอนท้ายสามัคคีเภทคำฉันท์  เพราะท่วงทำนองจังหวะฉันท์แต่ละแบบให้อารมณ์ความรู้สึกต่างกัน
อย่างสัททุลวิกีฬิตฉันท์  แต่งยาก  ยาว สง่างามให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่น่าเลื่อมใส   ก็ใช้ในบทอาศิรวาท
วสันตดิลก จังหวะลีลาให้ความรู้สึกสวยงามแพรวพราย ใช้ในการพรรณนาปราสาทราชวัง หรือเฉลิมพระเกียรติ
อินทรวิเชียร รองลงมาจากวสันตดิลก ก็ใช้ในการบรรยายหรือพรรณนาที่เรียบกว่า
นอกจากนี้มีภุชงคประยาต อิทิสัง ฯลฯ   คุณพลายงามมีเวลาคงเข้ามาอธิบายเองละค่ะ
บันทึกการเข้า
พลายงาม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 14:10

...มาแล้วครับ พอดีช่วงนี้กำลังวุ่นๆอยู่กับการเคลียร์งาน เพราะอาทิตย์หน้าก็เป็นวันลาแล้วครับ
...หลานอุ้ย ตามมาแล้วก็ขอให้สนุกกับที่นี่นะ ยังไงฝากคุณเทาฯ ช่วยดูแลหลานผมคนนี้ด้วยครับ อาจจะดื้อ อาจจะรั้นบ้าง ผมอนุญาตให้ดุได้เต็มที่เลยครับ แล้วหลานอุ้ยก็ต้องเคารพเชื่อฟังพี่ป้าน้าอา เป็นเด็กดีนะครับ
...ตอนนี้ปู่คงไม่มีเวลาตรวจและร่วมแจม กับร้อยกรอง ที่หลานแต่งมา เอาไว้คืนนี้ถ้าไม่ออกไปใหนจะดูให้แล้วกัน

ปล. ยังไงผมขอฝากหลานอุ้ย ไว้กับทุกคนด้วยครับ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 17:49

เย็นนี้อุ้ยขอเสนอ "นาคราชแผลงฤทธิ์" (ศิริวิบุลกิติ) บังคับซ้ำพยัญชนะ ๖ ๗ ๘ กับ ๑ ๒ ๓ บังคับซ้ำสระ ๓ กับ ๔ , ๕ กับ ๗ และ ๘ กับ ๑
และให้เลื่อนคำสัมผัสไปเป็นคำที่ ๕ ครับ

.....นาคราชอาจองประสงค์รัก
ปักทรวงเหลือเจือสลักฤๅจักถอน
ร้อนจิตถ่ายคลายสุดแม้นนุชรอน
มรณ์นิรันดร์ครั้นผ่อนเห็นค่อนตาย

หายขึ้งตามถามไถ่หัวใจน้อง
ห้องจิตนวลล้วนครองถึงหมองหมาย
ทายมิ่งมิตรคิดตอบว่าชอบชาย
วายเชิงเช่นเน้นหมายหยุดงายงม
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 17:58

คือตอนนี้ปิดเทอมนะครับ ที่เรียนพิเศษภาคฤดูร้อนก็จบแล้ว แบบว่าว่างมากน่ะครับ ถ้าอุ้ยจะ post มากไป...กรุณาอย่าเพิ่งรีบเบื่อนะครับ เดี๋ยวพออุ้ยเปิดเทอม อุ้ยก็หายหัวไปเองแหละครับ

กลบทนี้เรียก "นารายณ์ทรงเครื่อง" (ศิริวิบุลกิตติ์) ครับ บังคับซ้ำพยัญชนะ ๑ กับ ๓ และ ๒ กับ ๔  บังคับซ้ำสระ ๒ กับ ๓  และให้เลื่อนคำสัมผัสมาเป็นคำที่ ๔ ครับ

.....จะกล่าวเจ้ากลับกระลับกระลอก
จะบ่นจนบอกกระฉอกกระฉอน
จะพรากจากพึ่งกระบึงกระบอน
จะเย้าเจ้าย้อนกระดอนกระเด็น

จำพรากจากพ้นกระวนกระวาย
จำขวนจวนขวายกระสายกระเส็น
จำหลบจบเลี่ยงกระเบี่ยงกระเบน
จำคลายใจเคล้นกระเวนกระวน

ของอุ้ยเติมกระทู้ และ จบด้วยสะบัดสะบิ้งครับ

หมายเหตุ กระเวน = ตระเวน , วนเวียน ครับ
บันทึกการเข้า
อุ้ยครับ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 30 เม.ย. 01, 18:08

แหะๆๆ...บทสุดท้ายสำหรับ"วัน"นี้แล้วอ่ะครับ แบบว่าทั้งวันมีผลงานแค่เนี้ยครับ

โคลงกลบทนี้เรียกว่า "ศรีโสฬสพรหม" (จินดามณี)ครับ บังคับซ้ำสระคำที่ ๒ กับ ๓ บังคับซ้ำพยัญชนะ ๓ กับ ๔ ครับ

.....ให้..โทษโหดหักแกล้ง.......กระทำ
ทุกข์....ท่วมร่วมระกำ.............อกไหม้
แก่......เจ็บเหน็บแนมนำ.........นานเนิ่น
ท่าน....ว่าอย่า , หยุดได้.........เช่นนี้มีคุณ

.....ทุกข์..ทับคับคั่งล้น...........เลอทรวง
นั้น.........หนักจักจำตวง.........ออกบ้าง
ถึง.........ยากมากมุปวง.........ปลดปลิด
ตัว.........เปล่าเราราร้าง.........โศกสิ้นทวีเกษม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง