เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 61370 แผ่นดินไหวและซึนามิ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10807



ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:14

อันแรกขอเริ่มจากคำว่านาซ่า   ในสังคมไทย  คนไทยต่างคุ้นกับคำว่านาซ่าจากข่าว โดยเฉพาะข่าวทีวี  เวลาปล่อยยานทีก็นาซ่าที
แต่ถ้าพูดถึงสถาบันวิจัยเซิร์น อาร์กอนแล็บ หรือสถาบันวิจัยระดับโลกอื่นๆ คนไทยทั่วไปจะไม่คุ้นเคย
ดังนั้น ถ้าใครมีคำว่านาซ่าพ่วง มันจะดูยอดเยี่ยมมาก ต้องเป็นอัจฉริยะถึงจะไปอยู่ที่นั่นได้ ทำให้ในสังคมไทยให้ความเชื่อถือมากๆ เหมือนมีใบรับรองความเป็นอัจริยะ
เลยมีคนที่พะยี่ห้อนาซ่าติดตัวไว้ตลอดเวลาไปไหนมาไหน บางคนอย่าง ดร อาจอง พะไว้สามสิบปีแล้ว ทุกวันนี้ไปบรรยายที่ไหนต้องมีคำว่านาซ่าตลอด



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:17

มัน จริง จริง

v

ใช่ค่ะ  มันมาก
v
v


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:17

คนที่ 3 ไม่ใช่น่าซ่า แต่ตอนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญภัยพิบัติไทยไปแล้ว  ดร. สมิทธ

แกจบ ดร. ที่ไหนมาผมก็ไม่รู้ รู้ว่าแกเคยเป็นอธิบดีกรมอุตุฯ (สะกดถูกรึเปล่าหว่า) ตอนหลังผันตัวมาเป็นนักเตือนหายนะ
แกคอยเตือน คอยทำนายเรื่องแผ่นดินไหว น้ำท่วม วนเวียนอยู่แนวๆ นี้แหละ  ข้อดีของการเป็นนักเตือนภัยในไทยคือ  คุณไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ กับคำพูดทั้งสิ้น
ถ้ามันไม่ถูก ก็เฉยไว้ แล้วเตือนต่อไป  ถ้ามันถูก คุณก็ดัง  แกเข้าใจหลักการณ์นี้ดี  ดร.สมิทธเแกดังเพราะแกเตือนเรื่องสึนามิแล้วมันเกิดขึ้น  
ตอนนี้แกเลยเตือนตลอด  จากคำทำนายแกอนาคตดูแล้วโลกนี้จะมีแต่หายนะ  พอถามวิธีแก้  คำแนะนำไม่ค่อยสมเหตุสมผล เหมือนแกนั่งทางในคิดเอา ไม่มีตัวเลขการสำรวจแบบเป็นวิชาการรองรับทั้งสิ้น
เช่นถ้ากลัวภาคกลางน้ำท่วม ก็ทำเขื่อนริมฝั่งไปจรดประจวบสิ อะไรแบบนี้


ดร. สมิทธแกเล่นกับสื่อบ่อย ทำนายภัยพิบัติตลอดมา แต่นอกจากคราวสึนามิแล้ว แกไม่เคยทำนายถูกอีกเลย หลังๆ สื่อเลยชักเบื่อ คนก็ไม่ใคร่เชื่อ
พอแกมาเจอก้องภพ เลยเหมือนตัวเสริมซึ่งกันและกัน  เกาะกันดังได้ กลายเป็นคำทำนายแก มีนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะจากนาซ่ารองรับ  สื่อก็กลับมาให้ความสำคัญเหมือนเดิน

ส่วนสื่อไทยก็  อะไรที่มันเป็นเหตุเป็นผล แต่มันซับซ้อน สื่อไทยไม่ชอบรายงานหรอกครับ  ดังนั้นนักธรณีวิทยาจะไม่ถูกสัมภาษณ์มากเท่านักทำนายนาซ่าหรอก
เผลอๆ ไปสัมภาษณ์ผู้รู้จริงมายืดยาว สื่อบอกไม่รู้เรื่อง ตัดแต่คำพูดตอนที่มันดูหวือหวานิดเดียวมาออก กลายเป็นผู้รู้จริงมายืนยันหายนะไปซะอีก
ไม่รู้ว่าท่าน naitang  เคยโดนแบบนี้มาบ้างรึยัง

คำแนะนำคือไม่ต้องไปแตกตื่น ใครอยากทำนายก็ทำนายมา โลกมันอยู่มาสี่พันห้าร้อยล้านปีแล้ว ถ้ามันจะแจ็คพอตแตกยุคเราก็ดีก็ให้มันรู้ไป ซื้อล๊อตตารี่ยังไม่ถูก จะมาเฮงเอาอะไรตอนนี้
ตอนนี้ ไม่ว่าจะโหร  ด.ช. ปลาบู่  ดร.  นักวิทยาศาสตร์นาซ่า นักลึกลับศาสตร์เช่นคุณอะไรวัชโรบลนั่น ดาหน้าออกมากันใหญ่ เราก็ฟังไว้ ต้องพยายามกลั่นกรองมากๆ ครับ
เพราะคนพูด พูดได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบคำพูด พูดแล้วดัง มันก็ยิ่งพูด บางคนก็สนุกกับการสร้างความแตกตื่น  คนแปลกๆ ในสังคมเรามันเยอะ อย่าไปตื่นตูมครับ ต้องใช้แบบผม
ตอนนี้ผมอยู่ ตปท  ถัดจากบ้านไปราว 5 กม. มีโรงไฟ้านิวเคลียร์อยู่ 2 โรง ไม่กลัวเลย เพราะผมมีพระดี หลวงตาท่านบอกกันนิวเคลียร์ได้  ยิงฟันยิ้ม  ไปไหนมาไหน คล้องพระเครื่องเอาครับ แห่ะๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11008


ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:39

ท่าน naitang คือ ท่าน นายตั้งครับ

คุณประกอบเรียกได้ ไม่ต้องกลัวโดนว๊าก

ถนัดเรียกท่าน     ก็เรียกท่านตั้ง
ถนัดเรียกคุณ      ก็เรียกคุณตั้ง
ถนัดเรียกอาจารย์ ก็เรียกอาจารย์ตั้ง

ความจริงผมถนัดเรียกท่านอย่างอื่น แต่เรียกไม่ได้ แม้ท่านจะไม่ว๊ากผม แต่เดี๋ยวบรรดาแฟนคลับของท่านจะมาว๊ากแทน


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:56

แห่ะๆ  ผมจะเรียกจะเรียกท่านตั้งแบบท่าน อ. เทาชมพูแต่แรกก็เกรงใจหนะครับ กลัวเหมือนจะตีซี๊มากไปไม่สมควร
เหมือนที่ไม่กล้าจะเรียกอีกหลายๆ ท่านในนี้ที่ให้ความรู้มากมาย เช่นจะเรียก อ. เทาชมพู โดยใช้ชื่อจริงหรือนามปากกา หรือเรียกท่าน อ.นวรัตน์ แบบที่ท่านเรียกกัน ก็ไม่แน่ใจว่าจะเหมาะสมไหม  
เลยเรียกแบบปลอดภัยไว้ก่อนใช้ชื่อที่แต่ละท่านใช้ในเว็บครับ กลัวเดี๋ยวใครมาอ่านแล้วจะบอกว่าไม่รู้เด็กรู้ผู้ใหญ่
อาจจะต้องรอไว้เป็นหลายเขยท่านใดท่านหนึ่งก่อน ค่อยเปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน  ยิงฟันยิ้ม


มาเล่าถึง ดร. นาซ่าคนที่ 3 ดร. วรภัทร

อันนี้แกจะไม่ออกมาแนวภัยพิบัติ แต่จะมาแนวโยงพุทธกับวิทยาศาสตร์มากกว่า   ที่เอามาเล่าเพราะแกเป็นอีกคนที่ไปไหนมาไหน มักจะพะยี่ห้อนาซ่าติดตัวไว้
แต่เท่าที่ทราบ จริงๆ แล้วแกเกี่ยวข้องกับนาซ่าตรงที่งานวิจัย ป เอก แก อ. ที่ปรึกษาแกรับงานมาจากนาซ่าอีกทีอะไรทำนองนี้แหละ  คือตัวแกเองไม่เคยทำงานในฐานะลูกจ้างนาซ่า
เพียงแต่งานวิจัยแก เกี่ยวพันกับงานของนาซ่าเท่านั้น  แต่พอมาเมืองไทย แกก็พะยี่ห้อนาซ่าไว้ด้วย   คือถ้ามองว่าแกบริสุทธิ์ใจ แกควรจะปฏิเสธแล้ว  
แต่คำว่านาซ่ามันศักดิ์สิทธิยิ่งนัก ใครมีคำนี้สวมแล้ว ไม่ค่อยยอมสลัดกัน แม้จะเอามาสวมเองก็เถอะ โดยนาซ่าไม่ได้ให้สวม


ดร. วรภัทรนี่ดีตรงที่แกไม่ได้มาเตือนหายนะ  แต่ออกมาเล่นเรื่องจิต  ศาสนาพุทธ และการคิดนอกกรอบ เพียงแต่กรอบแกยังไม่ค่อยพ้นนาซ่าเท่าไหร่
ตอนนี้แกมาเปิดบริษัทที่ปรึกษาทำเรื่องการบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคลอะไรพวกนั้น  จุดเด่นคือลีลาแกจะดูสนุกดุเด็ดเผ็ดมัน คล้ายๆ  อ. เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ
ผมไม่ชอบใจแกตรงที่แกห้อยยี่ห้อนาซ่าไว้กับตัวโดยไม่เคยปฏิเสธนี่แหละ เลยมองว่าแกไม่ใช่ของจริง เพราะต้องใช้นาซ่าเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทตัวแก และธุรกิจของแก
เลยคิดว่าแกออกจะขี้โม้ไปหน่อย  เพราะการบอกความจริงไม่หมด หรือไม่ปฏิเสธอะไรที่ไม่จริง ก็ไม่ต่างจากการโกหก
อันนี้เลยมาเล่าด้วยความหมั่นไส้ เพราะแกคงไม่ปฏิเสธคำว่านาซ่าไปอีกหลายสิบปี


บุคคลเหล่านี้ผมคิดว่าเราน่าจะวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะเช่นในเว็บแบบนี้ได้ แต่ถ้าท่าน อ. เทาชมพูคิดว่าออกจะหมิ่นเหม่ก็ลบได้ครับ ผมก็ไม่แน่ใจ เลยไม่ใส่นามสกุลแต่ละคนไว้ ติ๊ต่างว่าเรารู้กันว่าใคร
ที่ผมว่าเราน่าจะวิจารณ์ได้ เพราะคนเหล่านี้ออกสื่อ  ออกมาพูด  ออกมานำเสนอแนวคิดต่างๆ ของตัว  มีส่วนในการชี้นำสังคม และคนเหล่านี้ก็ได้ผลประโยชน์ตอบแทน
ทั้งทางตรงและทางอ้อม  ในรูปชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก หรือแม้แต่การเอื้อต่อธุรกิจต่างๆ ของตัวเอง เพียงแต่เราไม่อาจพึ่งสื่อสายหลักในการรู้เท่าทัน ทำความเข้าใจบทบาทของคนเหล่านี้ได้เท่านั้น


ส่วนตัวผมเอง ก็เคยเกี่ยวพันกับนาซ่ามาบ้างแบบเฉียดๆ บ้าง คือตอนประถม บ้านอยู่แถวราม เช้าเย็นไปกลับโรงเรียน นั่่งรถเมล์ผ่านนาซ่าตรงคลองตันทุกวัน
ยังคิดเลยวันนึงจะลองเข้าไปเที่ยว  ที่ไหนได้ พอโตพออายุถึง นาซ่านั้นดันเจ๊งไปซะแล้วอีก  ตอนนี้เลยได้แค่เฉียดนาซ่าเท่านั้น  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 17:46

สวัสดีอาจารย์เทาชมพูและทุกท่านครับ

ตารางที่ให้มา ผมเข้าใจว่า เขาพยายามจะโยงความสัมพันธ์ระหว่าง การเรียงตัวของดาวเคราะห์ และปรากฎการณ์บนดวงอาทิตย์ เข้ากับภัยพิบัติบนโลก คือแผ่นดินใหว อันนี้ผมเดาเอานะครับ เดาจากข้อมูลที่แกให้ไว้นะครับ

ในความเห็นผม มันเป็นความพยายามในการจับแพะผสมแกะ มั่วไปเรื่อยๆ ครับ ตามความรู้ของผม กิจกรรมพายุสุริยะ และการเรียงตัวของดาวเคราะห์ ไม่มีผลต่อการเกิดแผ่นดินใหวบนโลก และไม่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่แสดงความเกี่ยวข้องกันเลยครับ ในตารางที่ว่า ดร.ก้องภพ ก็คงไม่ได้ใส่ที่มาว่าข้อมูลเหล่านี้เขาได้มาจากที่ใด ถ้าเป็นงานวิจัยวิทยาศาสตร์เข้าต้องบอกแหล่งที่มาของข้อมูลด้วย แต่นี่ไม่ได้บอก และส่วนตัวผมก็คิดว่าคงไม่มีครับ

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11008


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 17:46

อ้างถึง
อาจจะต้องรอไว้เป็นหลานเขยท่านใดท่านหนึ่งก่อน
^
ของผมยังใช้ไม่ได้จ้า อีกสิบ-ยี่สิบปี ถ้าโลกไม่ถล่มค่อยว่ากันเน๊อะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 19:17

ขอบคุณดร.จ้อแห่งเว็บวิชาการดอทคอมค่ะ     ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 19:46

คำทำนายภัยพิบัติของผมที่ อ. เทาชมพูทำนายไว้หายไปแล้ว  คาดว่าหลวงพ่อที่ผมห้อยคอไว้จะศักดิ์สิทธิ์จริง ภัยพิบัติจึงไม่อาจจะมากล้ำกลืน  เจ๋ง


ตะกี๊อ่านหนังสือพิมพ์  มีนักวิชาการออกมาเตือนเรื่องกรุงเทพอาจจะประสบภัยจากแผ่นดินไหวได้ แม้จะไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อน แต่เพราะเป็นดินอ่อน อาจจะประสบเหตุแบบแม็กซิโกซีตี้
ที่ตึกรามถล่มแม้จะมีแผ่นดินไหวที่ศูนย์กลางห่างไป 350 กม. เพราะตึกรามไม่ได้ออกแบบไว้ให้รองรับแผ่นดินไหว


แหม  ร้อยวันพันปีท่านสื่อไม่ไปถาม ต้องไปถามช่วงที่คนกำลังตื่นกลัวกันซะด้วย  แล้วไม่ถามต่อว่ามีเมืองที่เป็นแบบ กทม หรือแม็กซิโกซิตี้กี่เมือง มันคงไม่ใช่แค่ 2 เมืองหรอก
แล้วมันมีโอกาสเกิดแค่ไหน  ควรจะตื่นกลัวหรือไม่  แล้วมันเกี่ยวพันกับแผ่นดินไหวช่วงนี้ไหม  ไม่บอก  
บอกแต่เพื่อขายข่าว สร้างความกลัวต่อ  นี่ไม่รู้พอข่าวนี้ออกมีคน กทม เตรียมอพยพลงจากคอนโดแล้วกี่คน
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 20:00

หลงพ่อของคุณประกอบน่าจะศักดิ์สิทธิ์จริง   ภัยพิบัติหายไปในพริบตา   ยิ้ม

ป่านนี้ชาวคอนโดในกรุงเทพนอนก่ายหน้าผากกันไปครึ่งค่อนเมืองแล้ว  ไม่รู้ว่ารอยเลื่อนจะเทกระจาดผู้คนลงไปเมื่อไร
จริงหรือว่าตึกสูงของเราจะถล่มถ้าเกิดแผ่นดิน    ไม่มีการคำนวณโครงสร้างให้แข็งแรงพอหรือสำหรับภัยธรรมชาติชนิดนี้   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10807



ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 20:11

ตะกี๊อ่านหนังสือพิมพ์  มีนักวิชาการออกมาเตือนเรื่องกรุงเทพอาจจะประสบภัยจากแผ่นดินไหวได้ แม้จะไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อน แต่เพราะเป็นดินอ่อน อาจจะประสบเหตุแบบแม็กซิโกซีตี้
ที่ตึกรามถล่มแม้จะมีแผ่นดินไหวที่ศูนย์กลางห่างไป 350 กม. เพราะตึกรามไม่ได้ออกแบบไว้ให้รองรับแผ่นดินไหว

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9550000048942

 ตกใจ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4179


ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 20:25

ตารางเหตุการณ์ภัยพิบัติที่คุณเทาชมพูเอามาโพสด์นั้น จะขอให้ความเห็นดังนี้

ประการแรก แผ่นดินไหวนั้นมันเกิดอยู่ทั่วโลก ทุกๆวัน ทั้งกลางวัน กลางคืน และวันละหลายๆครั้ง แผ่นดินไหวขนาดต่ำกว่าขนาด 5 ริกเตอร์จะมีมากหน่อย ไม่ต้องกล่าวถึงขนาด 2,3 ซึ่งมีมากจนไม่ต้องรายงานกัน (ยกเว้นเฉพาะที่ทำให้คนแตกตื่นตกใจ) แผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 5 มีน้อยลง และยิ่งขนาดใหญ่กว่านั้นก็จะยิ่งมีน้อยลงไปอีก แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เริ่มมีอำนาจทำลายสูงจนทำให้เกิดความน่าสพึงกลัวนั้น หากจะกล่าวอย่างหลวมๆก็คือตั้งแต่ระดับ 6 ขึ้นไป
แผ่นดินไหวที่เริ่มสร้างความสพึงกลัวนี้ จะมีการศึกษาติดตามโดยนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกันพอสมควร และมักจะทราบว่ามันค่อนข้างจะมีลักษณะเฉพาะตัว คือ มันมีวงรอบที่มันจะเกิด (Recurrent period) ยกตัวอย่างเช่น แผ่นดินไหวที่เกิดในญี่ปุ่นจนมีซึนามิที่ผ่านมานั้น มีวงรอบประมาณทุกๆร้อยปี ก็รู้กันอยู่จนมีการเตรียมการรับมือ เช่น การสร้างกำแพงและประตูน้ำกันซึนามิที่ระดับสูง 5 เมตรตลอดแนวชายฝั่งหลายร้อยกิโลเมตร (แต่เอาไม่อยู่เพราะแรงเกิดคาด) แม้กระทั่งรอยเลื่อน San Andreas ที่พาดผ่าน San Francisco ก็มีวงรอบ จนทำให้เกิดมีระบบ Mitigation ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง (จะได้เล่าต่อไปครับ)
เล่ามาก็เพื่อจะบอกว่า จะเอาเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ใด เมื่อใด เวลาใด มาโยงกับเหตุการณ์ของตำแหน่งดาวก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีผิดหรอกครับ
   อนึ่ง แผ่นดินไหวที่เกิดจนเป็นเหตุการณ์ประจำถิ่นนั้น แม้จะเิกิดในระดับขนาด 5,6 ก็ตาม เมื่อไม่ได้ทำให้ผู้คนที่มีถิ่นฐานประจำอยู่ในพื้นที่นั้นๆแตกตื่นใดๆ ก็จะไม่มีข่าวแพร่กระจายออกไป ยกเว้นเฉพาะที่ทำความเสียหายให้เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนเก่าๆที่สำคัญๆ (เจดีย์โบราณ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ) จึงจะมีข่าวออกมา ยิ่งมีอาคารสมัยใหม่รุ่นหลังๆที่สร้างตาม Building code สมัยใหม่มากเท่าใด ก็จะยิ่งมีความเสียหายเกิดขึ้นน้อยตามไปด้วย ข่าวความเสียหายจึงไม่ค่อยจะมีและจะมีน้อยมาก

   (ถึงเวลาที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จะออกมาสยบความกลัวได้หรือยัง ฮืม เพื่อแสดงว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายที่มีลายเซ็นต์ของวิศวกรกำกับอยู่นั้น เชื่อใจได้ มั่นใจได้ว่ามันจะไม่พังหากแผ่นดินไหวมีขนาดไม่เกิน.....)    

ประการที่สอง จากตารางนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นการใช้เหตุผลทางโหราศาสตร์มาบ่งชี้ สังเกตได้จากการใช้มุมระหว่างดวงดาวในทางโหราศาสตร์ เช่น 0 องศา และ 90 องศา เป็นหลัก ซึ่งก็พอจะเดาออกได้ว่าอยู่บนพื้นฐานของโหราศาสตร์แบบตะวันตก โหราศาสตร์แบบยูเรเนียน และโหราศาสตร์แบบ Mid point
เชื่อใหมครับว่า นักวิทยาศาสตร์เป็นส่วนมากในกลุ่มวิชาการที่เรียกว่า Earth sciences จะศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ ไม่มากก็น้อย เพราะเป็นเรื่องทางวิทยาการข้างเคียงที่อ่านและเข้าใจได้ง่ายเพื่อความผ่อนคลาย แต่ก็จะมีบางคนที่คิดนำไปผูกพันเพื่อหาเหตุผลอธิบายความเชื่อในทฤษฎีของตน ตัวอย่างเช่น อะไรคือเหตุผลการระลึกชาติได้ อะไรคือสภาวะของการนิพพาน ซึ่งคาดไ้ด้ว่าคิดไม่หนีไปจากเรื่องเหตุผลทางแรงดึงดูดของดวงดาวที่มีผลกลายเป็นพลังงานต่อเซลตัวใดตัวหนึ่งในสมองของเรา ทำให้เซลตัวนั้นขยับตัวผนวกต่อเนื่องกันสั่งให้เราปฎิบัติ (เป็นเหตุเป็นผลเชื่อมโยงกับอิทธิพลของดวงดาว) ซึ่งจะไปสอดคล้องกับการทำมุมต่างๆของดวงดาว ดังนั้น ตามสถิติแล้วเมื่อดวงดาวทำมุมอย่างไรก็จะสามารคาดเดาได้ว่ามนุษย์จะทำอย่างไร เนื่องจากพลังงานจะมีอิทธิพลต่อเซลในสมองจะทำให้มนุษย์ไปทำในสิ่งที่นั้นๆ การระลึกชาติได้ อาจะเป็นเพราะพลังงานที่พอเหมาะเหมือนของคนเดิมเคลื่อนย้ายไปไปอยู่ในอีกคน และการนิพพานก็คือการสลายพลังงานให้จบที่ตนเอง ฯลฯ......

โหราศาสตร์นั้น มีสาขาที่เรียกว่า Mundane astrology ซึ่งจะไปว่ากันถึงเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆบนโลก ซึ่งคนที่ให้ความสนใจส่วนมากจะเป็นนักโหราศาสตร์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจสังคมจำกัดและหลงตัว   การทำนายแผ่นดินไหว เหตุร้ายแรง เศรษฐกิจย่ำแย่ ฯลฯ ก็มาจากกลุ่มคนในโหราศาสตร์พวกนี้  
 
ก็ว่ากันไป ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ศึกษาโหราศาสตร์แบบใช้ดวงดาวมามากพอ แต่เป็นการศึกษาในเชิงวิชาการว่าเขาคิดอะไรกันในโหราศาสตร์แบบต่างๆ ดูแม่นไหม ก็พอได้เพื่อความสนุกเพลิดเพลิน เชื่อใหม ก็รับฟัง แต่ไม่เอามาใช้เป็นเหตุผลในวิชาการ ไม่งมงาย แต่สุดท้ายก็วาง ยังสนุกกับมันไหม ก็สนุก ปัจจุบันก็เป็นเพียงการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ผมยังคงสามารถจำแนกเส้นเขตที่ชัดเจนออกว่าอะไรเป็นวิทยาศาสตร์อะไรเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ ไม่ปะปนกันครับ
ผมคิดว่า ตรงนี้แหละครับคือเส้นแบ่งเขตระหว่างความปรกติของคน (Normal individuals) กับความไม่ปรกติของคน (Abnormal individuals)

สรุป เอาเป็นว่่าผมไม่เชื่อตารางนั้น ผมเห็นว่าเป็นเพียงความพยายามหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนความเชื่อของตน (และอยู่บนฐานของโหราศาสตร์)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 20:43

ความจริงผมถนัดเรียกท่านอย่างอื่น แต่เรียกไม่ได้ แม้ท่านจะไม่ว๊ากผม แต่เดี๋ยวบรรดาแฟนคลับของท่านจะมาว๊ากแทน



ก่อนจะกด like ให้คุณตั้ง   ช่วยกรุณาใช้วิชาโหราศาสตร์ดูให้หน่อยได้ไหม ว่ายายแก่แร้งทึ้งที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนคลับของคุณตั้งน่ะใครกันคะ 
เห็นแล้วหน้าคุ้นๆยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก เหมือนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 21:12

แหม่ อยากส่งวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟากผมไปให้ดูมั่งจัง ว่าดวงดาวกับชะตาชีวิตผมมันจะเป็นไงมั่ง  ทำไมหลายปีมานี้มันมีแต่ขาลงๆ ก็ไม่รู้
เรื่องดูดวงนี่ผมชอบมาก  ไม่ใช่ว่าเราจะวิทยาศาสตร์จ๋า จนปฏิเสธเรื่องพวกนี้ซะหมด  เพียงแต่ไม่ปล่อยให้มันมามีอิทธิพลมากไปเท่านั้น
เคยอ่านจากศิลปวัฒนธรรม ที่ ร. 5 ท่านให้โหรหลวงทำนายชะตาของมกุฏราชกุมารรัสเซีย จะส่งไปให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสแห่งรัสเซีย
มันแม่นซะจนพระองค์ท่านไม่กล้าส่ง  แล้วพระเจ้าซาร์และองค์มกุฏราชกุมารก็โดนปลงประชนม์แบบที่เรารู้ๆ กัน
ว่าจะหัดดูไว้หลอกดูดวงสาวๆ หรือไว้เข้าสังคมมั่งเหมือนกัน  ดูดวงเป็น ทายลายมือได้นี่เข้าสังคมได้ง่ายมาก ใครๆ ก็ชอบ


ถ้าจำไม่ผิด เคยอ่านที่ไหนซักที่นานมาแล้ว มากกว่า 10 ปีขึ้นไป  ตึกสูงส่วนในบ้านเราจะออกแบบเผื่อพวกแผ่นดินไหวไว้แล้ว แต่เผื่อไว้ระดับไหน ขนาดไหนยังไม่รู้เหมือนกัน เลาๆ ว่าระดับ 7 หรือ 7.5
ต้องรอวิศวกรโยธาในเรือนไทยมาไขข้อข้องใจว่ากฏหมายไทย ให้ออกแบบเผื่อไว้เท่าไหร่ หรือไม่ได้บังคับไว้ แล้วตามหลักสากล เค้าเผื่อกันไว้ที่เท่าไหร่
เคยไปดูการทดสอบในงานจุฬาวิชาการ  แสดงให้เห็นว่าตึกยิ่งสูง ไหวมากยิ่งสั่นน้อย แต่พอไหวน้อยดันสั่นมาก   

ถ้าแผ่นดินไหวส่งผลกระเทือน กทม หนักมากจริงๆ นี่น่ากลัวกว่าอาจจะเป็นตึกไม่สูง หรือตึกแถว 2-3 ชั้น ที่ไม่ได้มีการออกแบบเผื่อไว้ พวกนี้น่าจะเสี่ยงต่อการถล่มมากกว่าตึก 20 - 30 ชั้น
ตอนนี้กระแสหายนะภัยแรง ต่อไปคอนโดใหม่ๆ อาจจะชูจุดขายใหม่
เช่นคอนโดนี้ แม้วิวไม่สวย เข้าซอยเปลี่ยว ห่างรถไฟฟ้า  แต่ทนแรงแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ที่ศูนย์กลางระดับความลึก 100 เมตร ใต้ฐานคอนโดพอดีได้สบายมาก  มหาชนอาจจะแห่ไปจองก็ได้
ปัญหาและผลกระทบคือคือ ลูกค้าอาจจะต้องจ่ายแพงเกินจำเป็นไปอย่างมาก สำหรับโครงสร้างที่อาจจะไม่จำเป็นต้องให้แข็งแกร่งทนทานระดับนั้นก็ได้
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4179


ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 21:39

...ยายแก่แร้งทึ้งที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนคลับของคุณตั้งน่ะใครกันคะ เห็นแล้วหน้าคุ้นๆยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก เหมือนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

ในวิชาการโหนต่องแ่ต่งไม่ปรากฎว่ามีดาวใดที่เป็นตัวแทนของยายแก่แร้งทึ้ง มีแต่คนสวยและดีดั่งเทพธิดา Venus (ดาวศุกร์) เท่านั้นครับ เว้นแต่เทพธิดานั้นไปอยู่ในราศรีพิจิกก็อาจจะเป็นเทพธิดาจำแลง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง