เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 8733 ข้อสงสัยในงานพระเมรุ???
บ้านบางหลวง
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


 เมื่อ 12 เม.ย. 12, 17:07

คือผมได้ทราบมาว่าเกรินบันไดนาคที่ใช้อัญเชิญพระโกศพระศพขึ้นราชรถนั้นพึ่งคิดค้นในสมัยราชกาลที่1โดยสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลงพิทักษ์มนตรี เเล้วก่อนหน้านี้เค้าใช้อะไรเชิญพระโกศขึ้นราชรถอ่ะครับ  ฮืม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 20:24

ภาพเกรินบันไดนาค โดย คุณ SunnyMan


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 20:43

รอยอินท่านให้ความหมายของคำว่า "เกริน" ไว้ดังนี้

เกริน [เกฺริน] น. ส่วนที่ต่อขึ้นไปที่หัวหรือท้ายราชรถ หรือขนาบอยู่ ๒ ข้างบุษบก มีลักษณะคล้ายโขนเรือที่งอนอ่อน.
 
เกรินบันไดนาค คือ อุปกรณ์ที่ใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นหรือลง ราชรถ และพระเมรุมาศแทนการใช้นั่งร้านไม้ต่อยกสูงแบบสมัยโบราณ ซึ่งใช้กำลังคนยกขึ้นลง และมีความยากลำบากและไม่สะดวก
 


เกรินมีลักษณะเป็นรางเลื่อนขึ้นลงด้วยกว้านหมุน โดยมีแท่นที่วางพระโกศเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายขึ้นหรือลง ลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม ขอบฐานแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ท้ายเกริน เป็นพื้นลดระดับลงมา ซึ่งเป็นที่สำหรับเจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้น นั่งประคอง พระโกศพระบรมศพ มีลักษณะคล้ายท้ายสำเภา ด้านข้างบุผ้าตาดทอง



มีราวทั้ง ๒ ข้างตกแต่งเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่า เกรินบันไดนาค



คิดค้นโดย สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (จุ้ย) พระโอรสในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์กับเจ้าขรัวเงิน

ใช้ครั้งแรกในงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ พ.ศ. ๒๓๕๕

ข้อมูลจาก http://www.princessbejaratana.com/th/knowledge03.php

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3728


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 21:05

รอยอินท่านให้ความหมายของคำว่า "เกริน" ไว้ดังนี้
เกริน [เกฺริน] น. ส่วนที่ต่อขึ้นไปที่หัวหรือท้ายราชรถ หรือขนาบอยู่ ๒ ข้างบุษบก มีลักษณะคล้ายโขนเรือที่งอนอ่อน.
เกรินบันไดนาค คือ อุปกรณ์ที่ใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นหรือลง ราชรถ และพระเมรุมาศ...


ในอีกมุมหนึ่ง เกริน อาจจะเป็นคำไทยแท้ๆแต่โบราณที่ใช้เรียกบันได

ในภาษาเหนือเรียกบันไดว่า เกิ๋น 

 
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 22:14

การประดิษฐ์เกรินบันไดนาค เคยอ่านว่า ได้ดัดแปลงมาจากเครื่องกว้านของเรือสำเภา ซึ่งเครื่องกว้านเรือนี้สามารถผ่อนแรงได้มากขึ้นอยู่กับรัศมีของเครื่อกว้านซึ่งเป็นเครื่องผ่อนแรง

และสำหรับการการต่อนั่งร้านสำหรับยกขึ้นที่สูง จะให้การต่อเป็นทางลาดดังภาพ และจะเชิดไปถึงตัวพระมหาพิไชยราชรถ ตัวอย่างพบได้อีกคือ การทำทางลาดจากพื้นยกข้ามกำแพงวัดเลยเข้าไปในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแล้วลากพระไปตามนั่งร้าน
ภาพที่แทรกประกอบให้ดูด้านล่างก็เป็นตัวอย่างเดียวกัน


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 22:23

การประดิษฐ์เกรินบันไดนาค เคยอ่านว่า ได้ดัดแปลงมาจากเครื่องกว้านของเรือสำเภา ซึ่งเครื่องกว้านเรือนี้สามารถผ่อนแรงได้มากขึ้นอยู่กับรัศมีของเครื่อกว้านซึ่งเป็นเครื่องผ่อนแรง

และสำหรับการการต่อนั่งร้านสำหรับยกขึ้นที่สูง จะให้การต่อเป็นทางลาดดังภาพ และจะเชิดไปถึงตัวพระมหาพิไชยราชรถ ตัวอย่างพบได้อีกคือ การทำทางลาดจากพื้นยกข้ามกำแพงวัดเลยเข้าไปในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแล้วลากพระไปตามนั่งร้าน
ภาพที่แทรกประกอบให้ดูด้านล่างก็เป็นตัวอย่างเดียวกัน


งานเจ้าคุณอภัยภูเบศร์ที่เมืองปราจีนบุรีกระมั้ง

ออกขุน
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 22:24

มาตอบคำถามนี้

อ้างถึง
ก่อนหน้านี้เค้าใช้อะไรเชิญพระโกศขึ้นราชรถอ่ะครับ

เมื่อยังไม่ได้ประดิษฐ์เกรินขึ้นมาใช้ ก็ต้องให้คนยก อัญเชิญขึ้นไปตามลาดบันไดสิครับ ลำบากหน่อย แต่ท่านก็สามารถเอาขึ้นไปได้แน่

พระโกศคงต้องได้รับการขันชะเนาะอย่างดีมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งขยับเขยื้อนได้ หลังจากนั้นก็ใช้พนักงานที่แข็งแรงหน่อย เข้าหิ้วประคองสี่ทิศ ค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นลาดบันไดไปทีละขั้น ช้าๆครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 12 เม.ย. 12, 22:29

ขอเพิ่มครับ

ลาดบันไดของผม กับ นั่งร้านของคุณหนุ่มสยาม มีความหมายเดียวกันครับ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 15:08

การประดิษฐ์เกรินบันไดนาค เคยอ่านว่า ได้ดัดแปลงมาจากเครื่องกว้านของเรือสำเภา ซึ่งเครื่องกว้านเรือนี้สามารถผ่อนแรงได้มากขึ้นอยู่กับรัศมีของเครื่อกว้านซึ่งเป็นเครื่องผ่อนแรง

และสำหรับการการต่อนั่งร้านสำหรับยกขึ้นที่สูง จะให้การต่อเป็นทางลาดดังภาพ และจะเชิดไปถึงตัวพระมหาพิไชยราชรถ ตัวอย่างพบได้อีกคือ การทำทางลาดจากพื้นยกข้ามกำแพงวัดเลยเข้าไปในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแล้วลากพระไปตามนั่งร้าน
ภาพที่แทรกประกอบให้ดูด้านล่างก็เป็นตัวอย่างเดียวกัน


งานเจ้าคุณอภัยภูเบศร์ที่เมืองปราจีนบุรีกระมั้ง

ออกขุน
 ยิงฟันยิ้ม

พนายอาร์ตนี้แม่นยำนัก   ชะรอยว่าจะถูกเกณฑ์ไปสร้างร้านไม้ในคราวกระนั้นด้วย ยิงฟันยิ้ม

เพิ่มเติมอีกนิด  คำว่าเกรินนี้  ในช่วงแรกๆ ที่มีลิฟท์ในประเทศสยาม  คนไทยพยายามหาคำไทยมาใช้เรียกแทนอยู่สองสามคำ
หนึ่งในจำนวนนั้น คือ คำว่า เกริน นี่ด้วยคำหนึ่ง  แต่จำไม่ได้แล้วว่าอ่านเจอในจากเอกสารอะไร ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 17:44

การประดิษฐ์เกรินบันไดนาค เคยอ่านว่า ได้ดัดแปลงมาจากเครื่องกว้านของเรือสำเภา ซึ่งเครื่องกว้านเรือนี้สามารถผ่อนแรงได้มากขึ้นอยู่กับรัศมีของเครื่อกว้านซึ่งเป็นเครื่องผ่อนแรง

และสำหรับการการต่อนั่งร้านสำหรับยกขึ้นที่สูง จะให้การต่อเป็นทางลาดดังภาพ และจะเชิดไปถึงตัวพระมหาพิไชยราชรถ ตัวอย่างพบได้อีกคือ การทำทางลาดจากพื้นยกข้ามกำแพงวัดเลยเข้าไปในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแล้วลากพระไปตามนั่งร้าน
ภาพที่แทรกประกอบให้ดูด้านล่างก็เป็นตัวอย่างเดียวกัน


งานเจ้าคุณอภัยภูเบศร์ที่เมืองปราจีนบุรีกระมั้ง

ออกขุน
 ยิงฟันยิ้ม

พนายอาร์ตนี้แม่นยำนัก   ชะรอยว่าจะถูกเกณฑ์ไปสร้างร้านไม้ในคราวกระนั้นด้วย ยิงฟันยิ้ม

เพิ่มเติมอีกนิด  คำว่าเกรินนี้  ในช่วงแรกๆ ที่มีลิฟท์ในประเทศสยาม  คนไทยพยายามหาคำไทยมาใช้เรียกแทนอยู่สองสามคำ
หนึ่งในจำนวนนั้น คือ คำว่า เกริน นี่ด้วยคำหนึ่ง  แต่จำไม่ได้แล้วว่าอ่านเจอในจากเอกสารอะไร ยิงฟันยิ้ม
ส่งเกี่ยว้องเกี่ยวกับลิฟท์ ที่ ๑.พระที่นั่งวิมานเมฆ ๒. พระที่นั่งเวหาส์จำรูญ ๓. พระที่นั่งอัมพรสถาน ท่านลองหาดู  แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 เม.ย. 12, 11:52

คัดจากหนังสือสยามประเภท เล่ม ๔ เรื่องเกรินบันไดนาค

"...เกรินบันไดนาคนี้จ้าวฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี ท่านเปนผู้ต้นคิดทำขึ้นก่อน เปนต้นเหตุเกรินมีขึ้นในกรุงเทพฯ แต่ครั้งกรุงเก่าหรือในแผ่นดินต้น ก็ใช้ไม้ล้มลุกยกพระโกษฐ์..."
บันทึกการเข้า
บ้านบางหลวง
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 17 เม.ย. 12, 17:44

บัดนี้ผมกระจ่างเเจ้งทุกสิ่งอย่างเเล้วขอรับ ขอขอบพระคุณท่านผู้รู้ทุกท่านจริงๆ เเต่มีอีกอย่างนึงที่สงสัยอ่ะครับว่า ครั้งสุดท้ายที่ใช้ราชรถน้อยครับทั้ง3องค์อ่ะครับเมื่อไรอ่ะครับ เเล้วทำไมเดี๋ยวนี้เค้าถึงใช้ราชรถน้อยเเค่องค์เดียวเเล้วอ่ะครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
บ้านบางหลวง
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 11:20

เเละผมก็ยังมีข้อในงานพระศพอีก ขอความกรุณาท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับ
 ;Dข้อสงสัยที่อยากจะเรียนถามดังนี้ครับ

1 ในวันสรงน้ำพระศพ หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้น
พระที่นั่งพิมานรัตยาแล้ว ครู่ต่อมาได้ยินเสียงเพลงมหาชัยและเสียงประโคม
นี่คือช่วงขณะที่เริ่มสรงน้ำพระศพใช่ไหมครับ

2 อ้างอิงจากหนังสือของ นพ. สุด แสงวิเชียร คราวเมื่อชันสูตรพระบรมศพ
ล้นเกล้ารัชกาลที่แปด มีความตอนหนึ่งประมาณว่า
"หลังเปิดพระบรมโกศแล้วเห็นพระบรมศพยังมีสีพระพักตร์สดอยู่ นึกว่าฟอร์มาลีนเขาดี
แต่ต่อมาเมื่อพิจารณาใกล้ๆ จึงพบว่า สีที่ดูสดนั้นแท้จริงคือขี้ผึ้งที่เคลือบไว้"
จึงสงสัยว่า ปัจจุบันยังคงธรรมเนียมการยาขี้ผึ้งบนพระพักตร์และทวารต่างๆอยู่หรือไม่

3 พระสุพรรณแผ่นจำหลักปริมณฑลฉลองพระพักตร์ที่เชิญไว้บนพานข้าง
พระแท่นที่ประดิษฐานพระศพ ได้มีการนำแผ่นทองนั้นปิดพระพักตร์จริงๆ
ขณะสรงน้ำพระศพหรือไม่ หรือเพียงแค่เชิญไว้ตามโบราณราชประเพณี

4 ในขณะที่ถ่ายทอดสด ผู้บรรยากล่าวหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประทับพระราชอาสน์ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทว่า ทรงพระกรุณาฯ
ให้ข้าราชการผู้ใหญ่ขึ้นสรงน้ำพระศพ แต่เหมือนจำได้ว่าตามธรรมเนียมนั้น
หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสรงพระอุระพระศพแล้วถือเป็นที่สุด
คนอื่นจะมาสรงน้ำตามหลังไม่ได้ นัยว่าไปสรงน้ำทับอันเป็นการไม่บังควร
สรุปว่าวันนั้นลำดับการสรงน้ำเป็นเช่นไรครับ

5 เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนต่างๆแล้ว ตามหมายกำหนดการ "เจ้าพนักงานเชิญ
พระศพลงพระโกศ ตำรวจหลวงเชิญไปประดิษฐานบนพระแท่นแว่นฟ้าทอง"

คือสงสัยวิธีการยกพระโกศขึ้นพระแท่นแว่นฟ้า เพราะคะเนดูน่าจะหนักมาก
ไหนจะน้ำหนักของพระศพ พระโกศ พระลองทองใหญ่
เช่นนี้แล้วตำรวจหลวงใช้วิธีไหนเชิญพระโกศขึ้นพระแท่นแว่นฟ้าทอง
เพราะพอโทรทัศน์ตัดภาพมาก็เห็นตั้งแต่งพระลองทองใหญ่เสร็จแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง