เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 5061 เมื่อเราข้ามเวลามาพบกัน - ชีวิตไทยในอดีต
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



 เมื่อ 08 เม.ย. 12, 18:13

เรียนสมาชิกเรือนไทยทราบ

เนื่องจากเมืองจีนเขาหยุดหลายวันเพราะมีเทศการเช็งเม็งขึ้น ข้าพเจ้าและเพื่อนๆก็เลยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กัน จริงๆไปครั้งนี้นโยบายหลักคือไปถ่ายแบบ กล่าวคือ เพื่อนๆที่ไปแต่ละคนชอบถ่ายรูป และชอบถูกถ่ายรูป เรียนถ่ายภาพมานิดๆหน่อยๆ ตอนนี้อากาศดีไหนๆก็ไหนๆเลยไปเที่ยวดีกว่า ใกล้ๆกับเมืองที่ข้าพเจ้าไปด้วย

ระหว่างการนั่งรถไฟไปเซี่ยงไฮ้ ด้วยความไม่มีอะไรทำเลยนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ ถึงเรื่องจิปาถะ ไปๆมาๆก็พูดถึงครอบครัวตัวเอง ประวัติศาสตร์จีน แล้วเลยเถิดนั่งจินตนาการกันว่าถ้าเกิดยุคเก่าๆเราจะเป็นเช่นเราจะทำอะไร ชีวิตจะเป็นอย่างไร คิดเล่นๆ คุยสนุกๆ

หลังจากเหตุการณ์นั้นผสมกับกระทู้ "ทวิภพ" ข้าพเจ้าเลยอยากจะลองชวนสมาชิกชาวเรือนไทยมาร่วมจินตนาการกันเล่นๆ ว่า ถ้าเราในทุกวันนี้ มีชีวิตใน ๑๐๐ ปีก่อน เราจะเป็นฉันใด เราจะทำอาชีพอันใด แล้วมีโอกาสอะไรที่จะทำให้เราได้มาเจอผูกมิตรกัน

ปีนั้นถ้าเป็นปีฝรั่งก็ ๑๙๑๒ พอดี

ลองจินตนาการกันเล่นๆดีกว่า

ฉากเอาที่กรุงสยามนี้แหละ
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 เม.ย. 12, 18:29

ถ้าข้าพเจ้าเกิดตอนนั้น ขอเอาเป็นคนจีนเชื้อสายไหหลำเหมือนเดิม และขอใช้ฉากจากครอบครัวตัวเองละกัน

ตอนนั้นบ้านข้าพเจ้าอยู่เมืองไหเค้า หรือภาษาจีนกลางเรียกว่าไหโคว่ (海口:hai kou) เมืองหลวงของเกาะไหหลำ เกาะน้อยที่อยู่ทางใต้สุดของประเทศจีน ชีวิตของข้าพเจ้าไม่ได้มีอะไรมากมาย เป็นชาวจีนธรรมดาสามัญที่บังเอิญมีฐานะสักหน่อย คือมีที่ดินให้คนเขาเช่า

ตอนนั้นบิดาข้าพเจ้านั่งอยู่กับบ้านเคว้งคว้างมาปีกว่าๆ ท่านเป็นข้าราชการในราชวงศ์ชิงเนื้อแท้ ถึงจะเป็นขุนนางบ้านนอกก็เถิด ท่านก็จงรักพักดิต่อราชวงศ์ชิงที่พึ่งล่มสลายอย่างไม่เสื่อมคลาย เมื่อสิ้นราชวงศ์ชิง ท่านตัดสินใจลาออกจากราชการทันทีและมาอยู่บ้าน แม้ตอนนั้นใครๆจะตัดผมเปียออกไป แต่ท่านบิดาก็ยืนยันจะไม่ตัด และไม่ต้องการเห็นบุตรหลานในบ้านตัดผมเปียเช่นกัน ชีวิตในบ้านยังเป็นเหมือนกับชีวิตในเมืองจีนสมัยก่อน ก่อนสิ้นสุดยุคสมบูรณาญาสิทธิราช จริงๆข้าพเจ้าไม่ค่อยเข้าใจว่าเปลี่ยนไปจะมีอะไรดีขึ้น หยวนซือข่าย( 袁世凯:yuan shi kai)มาเป็นประธานาธิปดีก็ไม่ได้ทำให้จีนดีอะไร ซุนยัดเซ็น (孙中山:sun zhong shan)เป็นคนดีแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก และพื้นที่ไกลสุดฟ้าอย่างเมืองไหหลำก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันเวลาก่อนการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จะเปลี่ยนไปสักหน่อยคือทหารที่ควบคุมเมืองดูมีอำนาจขึ้น แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยจะกลุ้มใจปัญหานี้เท่าไร เพราะว่าบุคคลพี่นั้นเป็นอาแท้ๆของข้าพเจ้า

ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

แต่ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าไม่เหมือนเดิม

ถึงบิดาของข้าพเจ้าจะเป็นคนหัวเก่าในหลายเรื่อง แต่บางเรื่องอย่างการศึกษาท่านพยายามให้ข้าพเจ้าเรียนสูงที่สุด ครูประจำบ้านของข้าพเจ้าสอนหนังสืออย่างกวดขัดตั้้งแต่ข้าพเจ้าเป็นเด็ก โตมาท่านก็ส่งข้าพเจ้าไปกวางตุ้งเพื่อเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย จบการศึกษานั้นในชั้นแรกท่านต้องการให้ข้าพเจ้าเข้ารับราชการ แต่บังเอิญราชวงศ์ชิงดับสูญไปเสียก่อน ท่านจึงให้ข้าพเจ้ามาอยู่บ้านดูแลกิจการในบ้าน

จริงๆชีวิตเช่นนี้ก็เรียบง่ายดีแต่ข้าพเจ้าไม่ชอบ ข้าพเจ้าอยากเดินทาง ข้าพเจ้าอยากเห็นโลกกว้างๆ

ข้างๆบ้านของข้าพเจ้านี้เป็นหนึ่งในชาวจีนที่ได้เห็นโลกกว้าง ก่อนจะมาเป็นเศรษฐีที่ดินในไหโคว่ เขาเป็นยาจกเข็ญใจ แต่ภายหลังได้ล่องเรือไปจนถึงกรุงสยามแล้วก่อร่างสร้างตัวจนร่ำรวย และกลับมาสู่มาตุภูมิ

กลายเป็นเศรษฐีที่ดินชราเช่นนี้

ข้าพเจ้าอยากเป็นบ้าง ข้าพเจ้าอยากเสี่ยงชีวิต ในที่สุดข้าพเจ้าเลยรวบรวมความกล้าไปพบท่านบิดาเพื่อแจ้งว่า ข้าพเจ้าอยากจะไปเผชิญโลกภายนอก

อาหารค่ำวันนี้แหละ ที่ข้าพเจ้าจะพูด
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 เม.ย. 12, 19:03

แจ้งข่าว

มีกระทู้รอความเห็นของคุณHan_bingอยู่ที่นี่ครับ

http://www.reurnthai.com/index.php?PHPSESSID=5f7b379584fd051a1bd6c89ba15763c0&topic=4978.msg103088;topicseen#msg103088
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 09:10

ไม่ยักกะมีท่านใดมาร่วมเขียนเลย โธ่

มีแต่คนส่งคำถาม
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 433


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 13:14

เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว นั่งทำงานในห้องพักอาจารย์ มีรุ่นพี่ที่นั่งห้องเดียวกันเปรยขึ้นว่า "พรุ่งนี้เป็นวันปิยมหาราช"
"ถ้าเราไม่ได้ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ ป่านนี้ไม่รู้เราเป็นทาสอยู่ที่ไหน"
ผมตอบไปว่า "พี่อาจจะเป็นทาสที่บ้านผม เพราะตั้งแต่ผมจำความได้ผมก็เห็นร่องรอยลูกกรงขังทาสที่บ้านผม"
งานนี้เกือบโดนรุ่นพี่เตะกระเด็นออกจากห้องพัก  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 14:10

ท่านจุมโผ่ชักชวนมาคุยเรื่องเก่า ๆ ปรับตัวไม่ทันค่ะ

อ่านจินตนาการของท่านแล้ว นึกถึงหนังเรื่อง Tea House หรือ "โรงเตี๊ยมชีวิต" ทันที
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 23:30

ไม่มีใครสนใจเลย ฮือๆๆ ข้าพเจ้าไปนั่งเขียนเรื่องข้าวขาหมูแทนดีกว่าไหมนี้ ฮือๆ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 23:38

ไม่มีใครสนใจเลย ฮือๆๆ ข้าพเจ้าไปนั่งเขียนเรื่องข้าวขาหมูแทนดีกว่าไหมนี้ ฮือๆ  ร้องไห้

จะร่ำไห้ไปไยคุณ han_bing  คนอื่นๆ อาจจะกำลังหาข้อมูลอยู่หรือไม่ก็กำลังร่างข้อความในกระดาษอยู่
ของอย่างนี้รีบเอาเลยไม่ได้หรอกครับ  ต้องให้เวลากันหน่อย  ไม่แน่นะ  ตอนเช้าพรุ่งนี้อาจจะมีคนมาเขียนต่อให้ก็ได้
ตอนนี้ก็ใกล้สองยาม  กระจกทวิภพน่าจะปิดทำการช่วยคราวก่อน  ย่ำรุ่งค่อยเปิดทำการใหม่ดีกว่ากระมัง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 09 เม.ย. 12, 23:44

สนใจครับ... แต่ไม่รู้จะเขียนอย่างไรดี
พยายามจะลองเขียนให้คุณภูมิตั้งแต่เช้าแล้ว
แล้วก็มาพบกับความจริงที่ว่าตัวเองรู้ประวัติศาสตร์สังคมน้อยมากๆ

ยอมรับ ว่าเมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าตัวเองค้นงาน
มากกว่าที่เห็นคนในแวดวงรอบตัวค้นแล้ว....

(ยอมรับครับ ว่าตัวเองเป็นคนนิสัยเสียที่ขี้รำคาญ
พอเจอะนักวิชาการส่วนหนึ่งที่รู้อะไรมาประโยคหนึ่ง
ก็เพ้อเป็นเรื่องเป็นราวได้ก็เอือมเอาเสียบ่อย)

แต่วันนี้ พอมาลองนั่งเขียนคำตอบกระทู้นี้ให้คุณภูมิแล้ว...
ผมกลับรู้สึกว่าผมไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย...

สิ่งที่รู้มา หรือเคยค้นมา เช่น วิธีทำอาหาร วิธีจัดการแสงในพระอุโบสถ เสื้อผ้าหน้าผม แฟชั่น ณ วันวาน ฯลฯ
มันเป็นแค่จิ๊กซอว์ไม่กี่ตัวในมือ... ที่ผมไม่รู้ว่าเมื่อต่อประกอบเข้ากันแล้ว...
ทั้งผืนทั้งภาพที่กว้างกว่ากว้างจะเป็นรูปอะไรได้บ้าง...

อยากขอหาเวลาอ่านหนังสือสัก 10 ปี...
แล้วเรากลับมาคุยกันเรื่องนี้ใหม่ได้ไหม...
จะเขียนนิยายให้คุณสักเล่ม ให้พระเอกชื่อเหมือนคุณเลยนะ 555+



ปล. แค่พยายามสอบถามญาติๆผู้ใหญ่ในบ้าน
เพื่อมาเขียนงานของตัวเอง เรื่อง 'วิถีชีวิตคนตลาดน้อย'
ก็ทำเอาหืดขึ้นคอผมเยอะเต็มทีแล้ว...

ถ้าถึงขั้นต้องกลับไปหาแม่มณีนี่...
คุณ Han_bing จะไม่กลัวผมตายสักนิดเลยเหรอครับ 555+
บันทึกการเข้า
บัวรัศมี สีทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 33


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 01:18

ไม่เคยคิดเสียใจแม้แต่น้อยว่า  ทำไมฉันจึงไม่เหมือนคนอื่นๆ ทำไมฉันจึงไม่มีความกลัว

แล้ววันหนึ่ง  ฉันต้องย้อนกลับไปหาเวลาในอดีต   ผ่านกระจกเงา "ทวิภพ"

ผู้ที่ฉัน "อนุญาต" ให้เปิดกระจกเงาได้  คงมีผู้เดียวเท่านั้น  Han_bing จุมพิต จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 09:00

อ้างถึง
หลังจากเหตุการณ์นั้นผสมกับกระทู้ "ทวิภพ" ข้าพเจ้าเลยอยากจะลองชวนสมาชิกชาวเรือนไทยมาร่วมจินตนาการกันเล่นๆ ว่า ถ้าเราในทุกวันนี้ มีชีวิตใน ๑๐๐ ปีก่อน เราจะเป็นฉันใด เราจะทำอาชีพอันใด แล้วมีโอกาสอะไรที่จะทำให้เราได้มาเจอผูกมิตรกัน
ถ้าหากว่าเกิดเมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน   ป่านนี้เทาชมพูก็นั่งตำหมาก ไปวัดฟังเทศน์ถือศีลแปดทุกวันพระ  มีหลานย่าหลานยายวิ่งตามเป็นพรวน     ไม่มีอาชีพอะไรนอกจากแม่บ้าน  
และไม่มีโอกาสจะผูกมิตรกับใครด้วย  เพราะผู้หญิงไม่มีสังคมนอกบ้าน

นึกอีกที ไอ้จุกไอ้แกละทั้งหลายที่วิ่งตามอาจจะเป็นเหลนมากกว่าหลาน   เพราะเมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน ผู้หญิงอายุ ๓๖  ก็เป็นยายเป็นย่ากันแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง    ไม่ได้ชิงสุกก่อนห่ามแต่อย่างใด
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 10:56

ขอมาต่อเองละกัน ระหว่างที่ยังไม่มีท่านใดมาร่วมสนุก

เมื่อเวลาอาหารมาถึง ข้าพเจ้ากลั้นใจพูดกับบิดาถึงความประสงค์ที่ข้าพเจ้าจะไปหนานหยาง หรือประเทศแถบทะเลจีนใต้เพราะอยากไปผจญภัย อยากไปค้าขาย ท่านบิดาฟังแล้วเงียบอึ้งไปก่อนจะกล่าวว่า "เจ้าจะไปทำไม มีแต่พวกคนจนๆไม่มีที่ไปถึงต้องเดินทางรอนแรมไปไกลถึงเพียงนั้น" ท่านกล่าวต่อไปอีกยืดยาวถึงภาระทางบ้านที่ข้าพเจ้าต้องรับผิดชอบ สุสานประจำตระกูลที่ต้องดูแล น้องที่ยังไม่ประสีประสา

ข้าพเจ้าฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ความคิดที่จะไปท่องโลกถูกเก็บพับ ชีวิตข้าพเจ้าคงต้องอยู่บนเกาะนี้จนวันตาย

ข้าพเจ้าไม่ได้เฉลียวใจว่ามารดาของข้าพเจ้าแอบลอบมองข้าพเจ้าอยู่แต่อย่างใด

ค่ำนั้นเอง มารดาได้มาที่้หน้าห้องข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากำลังนั่งตรวจค่าเช่า จริงๆน้องชายอีกคนของข้าพเจ้าจะทำหน้าที่นี้ แต่ท่านบิดาเห็นว่าข้าพเจ้าในฐานะลูกคนโตควรจะตรวจสอบอีกทีด้วยอนาคตจะเป็นหัวหน้าครอบครัว

"แม่รู้ว่าเจ้าอยากเดินทาง" ท่านพูดขณะเดินเข้ามาในห้อง และนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ห่างข้าพเจ้าออกไป

"แม่เข้าใจว่าเจ้าอยากผจญภัย เจ้าได้เชื้อสายทางแม่มาเยอะ" ท่านพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน

มารดาของข้าพเจ้าเป็นสตรีที่ได้รับการศึกษามาดี ท่านตาเป็นชาวจีนไหหลำที่ไปค้าขายถึงอินโดนีเซีย และแต่งงานกับลูกจีนในอินโดนิเซีย มารดาข้าพเจ้าใช้ชีวิต ๑๕ ปีแรกในอินโดนีเซีย ท่านเข้าเรียนในโรงเรียนฝรั่ง ท่านเล่าว่าในชั้นแรกท่านคิดว่าอินโดนิเซียคงเป็นเรือนตายของท่าน และบิดามารดาของท่าน หากแต่ท่านตาตัดสินใจกลับไหหลำ และพาทั้งครอบครัวมาด้วย ไหหลำจึงเป็นเรือนตายของท่าน และสุดท้ายก็ได้สมรสกับบิดาของข้าพเจ้า

ปรกติสตรีจีนทั่วไปมักเป็นหลังบ้าน แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงในครอบครัวสตรีก็มีบทบาทไม่น้อย

มารดาข้าพเจ้าเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่ง ท่านบิดามักจะฟังคำแนะนำและมักจะขอคำแนะนำของมารดาเสมอ

ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องที่ข้าพเจ้าจะไปหนานหยางนี้ก็เช่นกัน

"แม่พูดกับพ่อของเจ้าแล้ว ท่านไม่อยากให้เจ้าไป เพราะท่านรักเจ้ามาก" มารดาพูดช้าๆกับข้าพเจ้า "แม่พูดกับท่านจนรู้เรื่องแล้ว ท่านเห็นด้วย และยอมให้เจ้าไป"

สิ้นประโยคท่านได้เอื้อมมือมาลูกผมข้าพเจ้าเบาๆ "พรุ่งนี้แม่จะพาเจ้าไปหาคุณลุง ท่านยังติดต่อค้าขายกับทางหนานหยางตลอด ท่านคงให้คำแนะนำดีๆได้"

มารดาเคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่าการจะไปหนานหยางนั้นจะไปเพียงคนเดียวเพื่อฝ่าฟันก็ทำได้ หรือจะไปอยากมีคนคุ้มครองมีญาติทำได้ แล้วแต่ว่าคนๆนั้นจะมีบุญหรือไม่ เพราะประการแรกนี้อันตรายและลำบาก แต่ประการหลังนี้ง่ายและหนทางร่ำรวยออกจะรวดเร็ว

ท่านว่าครอบครัวของท่านมีญาติหลายคนกระจายตัวไปตามที่ต่างๆในหนานหยาง และยังติดต่อกันคงจะช่วยเหลือข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดี

"แม่จะไปช่วยจัดเตรียมข้าวของให้เจ้าก่อน คงต้องเตรียมของอีกมากมาย แม่เย็บเสื้อให้เจ้าค้างไว้ตัวหนึ่ง แม่จะรีบเย็บให้เสร็จ เผื่อเจ้าเดินทางจะได้เสร็จทันเวลา" ท่านพูดขณะเดินออกไปจากห้อง ก่อนปิดประตูออกไป ท่านได้กล่าวกับข้าพเจ้าเบาๆว่า

"โชคดีลูกรักของแม่"

เมื่อมารดาของข้าพเจ้าเดินออกไปใจของข้าพเจ้าประหวัดถึงกลอนเก่าแก่บทหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคยเรียน

  游子吟
                                               孟郊
  
  慈 母 手 中 线,

  游 子 身 上 衣。

  临 行 密 密 缝,

  意 恐 迟 迟 归。

  谁 言 寸 草 心,

  报 得 三 春 晖。

A TRAVELLER'S SONG
  
  A thread is in my fond mother's hand moving.

  For her son to wear the clothes ere leaving.

  With her whole heart she's sewing and sewing.

  For fear I'll e'er be roving and roving.

  Who says the little soul of grass waving.

  Could for the warmth repay the sun of spring.
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 10:57

หมายเหตุ ท่านที่อ่านอย่าว่าข้าพเจ้าพร่ำเพ้อ เพราะข้าพเจ้าใส่ภาพชีวิตจีนในอดีตลงไปด้วย เลยเรื่องราวยาวไปหน่อย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 11:11

เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ตัวละครและชื่อเป็นเพียงการยกเมฆขึ้นมาเท่านั้น

หากทวิภพมีจริง หนุ่มสยามคงหลุดเข้าไปยังถนนสำเพ็ง อันเป็นที่พำนักย่านชาวจีน ที่บ้านมีกระจกวงรีของโบราณ วางปลายเตียงเช่นเดียวกันกับบ้านมณีจันทร์

อยากวางพล๊อตเรื่องให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับการยกเลิกโรงบ่อนเบี้ยหลังสุดท้ายแห่งสยามประเทศ ซึ่งนายอากรจีนจะกำเริบ ก่ออั้งยี่ขึ้นเพื่อต่อต้านเรื่องดังกล่าว โดยหนุ่มสยามมีเพื่อนทำงานเป็นกรมพระอาลักษณ์ในพระบรมมหาราชวัง หน้าที่แบกกระเป๋าหมากเดิมตามผู้ใหญ่ด้วยพื้นเพเป็นชาวสวน ปลูกหมากและใบพลูที่สวนนอก ทำพลูเรียงได้ถูกใจมีร้านขายแถวท่าช้างวังหลวงเป็นที่ลือชาในหมู่ชาววัง

นายอากรนั้นเข้าประมูลโรงบ่อนในทุก ๆ ปีส่งเงินให้หลวงบ้าง เจียดเข้ากระเป๋าตนเองบ้างแต่ด้วยความมีอิทธิพลทำให้ทุกคนต่างเกรงกลัวในตัวนายอากรมาก นายอากรมีลูกสาวสวยมาก คอยนั่งอยู่หน้าโรงหวยลูกค้าต่างเวียนแวะเข้ามามากมาย

วันหนึ่ง "อาพอง" เป็นชาวนาร่างใหญ่จากแขวงเมืองปทุม โล้เรือเข้ามากรุงสยามหวังจะขายข้าวให้โรงสีไฟที่กระจายตัวริมน้ำเจ้าพระยา และทราบว่ามีเพื่อนเป็นหลงจู๊อยู่ย่านสำเพ็ง พอจะช่วยแนะนำได้จึงนำเรือมาจอดไว้ที่ท่าน้ำวัดสามปลื้ม ด้วยความอยากรวยจึงเดินเข้าบ่อนใหญ่ย่านสำเพ็ง โชคชะตาทำให้อาพองมาพบกับลูกสาวนายอากร “ส้มจี๊ด” ด้วยความงามอาพองจึงหลงรักเธอยิ่งนัก จนลืมภาระกิจเรื่องโรงสีไฟชั่วคราว

ครั้นงานพระเมรุเจ้าฟ้างานหนึ่งงวดเข้ามาทุกขณะ ผู้คนต่างซื้อหาผ้าดำ ผ้าขาวสำหรับไว้ทุกข์ หนุ่มสยามเปิดร้านขายผ้าในย่านสำเพ็ง ซื้อเนื้อผ้าอย่างดีมาจากเมืองจีน วันหนึ่งอาพองเดินเข้ามาซื้อผ้าดำฝากคนที่เมืองปทุม จึงได้สนทนากันว่าอยากจะหาโรงสีไฟดี ๆ ไว้สำหรับสีข้าว ระหว่างนั้นทนายอาลักษณ์ก็ผลันเข้ามาเลือกผ้าขาว ทั้งสามคนจึงได้พบปะสนทนากันในเรื่องต่าง ๆ ครั้นคุยกันลงตัวแล้วก็พบว่าทั้งสามคนสนใจเรื่องธุรกิจของตนเองเป็นที่ตั้ง อยากจะพิมพ์โฆษณาให้คนได้อ่านบ้าง จึงเดินทางพาไปยังโรงพิมพ์ของนายกุหลาบ ก.ศ.ร. เพื่อให้ช่วยลงพิมพ์ หนุ่มสยามจะลงพิมพ์เรื่องขายผ้า อาพองจะลงพิมพ์เรื่องขายข้าวสารอย่างดี ทนายอาลักษณ์จะลงพิมพ์เรื่องประกาศต่าง ๆ ให้ชาวบ้านได้ทราบ แต่ ก.ศ.ร. คิดค่าพิมพ์แพงเกินไปที่สามคนจะรับได้ จึงได้เดินทางไปบ้านอำแดงอิ่ม ซึ่ง ก.ศ.ร. แนะว่าที่บ้านอำแดงอิ่มน่าจะรองรับการพิมพ์แบบนี้ได้
ทั้งสามคนจึงได้ไปบ้านอำแดงอิ่มริมซึ่งปลูกบ้านฝากระดาน ห่างพระนครออกไป อำแดงอิ่มนั้นเปิ๋ดสะก๊าดมากมาย เนื่องจากอำแดงใกล้ชิดกับพวกเจ้าคุณภาสกรวงศ์ (พร) ตัวอำแดงอิ่มนั้นมีชื่อทางฝืมือประกอบอาหาร กลายเป็นว่าเป็นผู้ติดต่อเรือไฟจากสิงคโปร์ –สยาม นำเข้าหมูแฮม ชีส ไก่งวง เครื่องเทศต่าง ๆ เข้ามาขายในพระนคร อำแดงอิ่มนึกสนุกจึงติดต่อเครื่องพิมพ์นำมาลองพิมพ์เล่น ๆ ดู จนกระทั่งพบกับคนทั้งสามเข้าและต่อรองราคาการพิมพ์ได้เป็นผลดี

วันหนึ่งส้มจี๊ดเข้ามาเลือกผ้าไหมจีนจึงแวะเข้ามาหาที่ร้านหนุ่มสยาม ด้วยคุ้นเคยกันดีว่าส้มจี๊ดมีโรงบ่อนอยู่ไม่ไกลจากกัน เธอเล่าว่าพอจะรู้ข่าวในวังไหมเรื่องจะยกเลิกโรงบ่อน จึงได้แนะนำให้คุยกับทนายอาลักษณ์เสียก่อน
สถานการณ์เร่งเร้าขึ้นเมื่อมีการต่อต้านจากนายโรงบ่อน จะก่อการจลาจลกลางเมือง ทำให้อาพอง เรียกสมัครพรรคพวกจากเมืองปทุมยกพวกเข้าห้ำหั่นกับชาวโรงบ่อน แต่ด้วยที่รู้ว่า ส้มจี๊ดเป็นลูกสาวโรงบ่อน ด้วยความรักที่มีให้ “อาพองจะดำเนินการอย่างไร...หนุ่มสยามจะเข้าจัดการอย่างไร....ทนายอาลักษณ์จะสืบข่าวจากในวังได้อย่างไร....อำแดงอิ่มจะเข้ามาบทบาทอย่างไร....ตอนนี้ยังนึกไม่ออก
เป็นว่าสถานการณ์ทั้งหมดก็จบลงเรียบร้อยด้วยดี การยกเลิกอากรบ่อนเบี้ยหลังสุดท้ายแห่งกรุงสยามก็จบลงด้วยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 10 เม.ย. 12, 11:17

เรื่องของออกขุนน่าสนุกดีนักแล  ยิงฟันยิ้ม

ว่าแต่ "อาพอง" กับ "ส้มจิ๊ด" จะได้กันไหมหนอ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 19 คำสั่ง