เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36
  พิมพ์  
อ่าน: 100021 ทวิภพ ๒๕๔๗ The Siam Renaissance การเดินทางครั้งใหม่ของมณีจันทร์
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 510  เมื่อ 08 มี.ค. 16, 11:28

          นามแม่มณีในภาษาวิสาศ(Florence Faivre) ปรากฏในลำดับต้นๆ ของเครดิทเปิดเรื่อง
ไม่เหมือนในนางมารสวมปราด้าที่ต้องตั้งใจรอดูอยู่นาน
          ข่าวแจ้งว่าซีรี่ส์นี้ได้ไปต่อ นั่นคือ จะมีซีซั่นสองตามมา เพราะว่าได้รับการตอบรับและเสียง
วิจารณ์ที่ดี


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 511  เมื่อ 08 มี.ค. 16, 12:29

โอ  แม่มณีไปไกลมาก
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 352


ความคิดเห็นที่ 512  เมื่อ 09 มี.ค. 16, 11:01

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็ไปดูในโรงหนังด้วยครับ ในตอนนั้นผมเข้าใจว่าเป็น ทวิภพ ฉบับตีความใหม่ จึงไม่แปลกใจที่หนังมีความต่างจากบทประพันธ์เดิมอยู่มาก แต่ถ้ามองจากเหตุผลในตัวหนังเอง ผมก็มีข้อสงสัยอยู่

คืออย่างนี้ครับ ถ้าเรียงลำดับตาม Time line

เกิดการเหลื่อมล้ำของเวลา - แม่มณี สาวลึกลับปรากฎตัวขึ้นในอดีต - พบปะกับคุณหลวง - พบปะกับ Francois Xavier - ร่วมงานเลี้ยงที่กงศุลฝรั่งเศษ - กลศุลฝรั่งเศษตาย - แม่มณีกลับสู่ปัจจุบัน - พบว่าสยามถูกยึด คนไทยพูดจาด้วยภาษาฝรั่งเศษ มีหอปาวี คร่อมแม่น้ำเจ้าพระยา - แม่มณีย้อนเวลาอีกครั้ง - ร่วมงานเลี้ยงที่กงศุลฝรั่งเศษ (2) - กงศุลไม่ตาย - แม่มณีเอาไม้เท้าคุณหลวงไปขว้างทิ้ง - Francois Xavier เก็บไม้เท้านั้นไว้ - สยามไม่ถูกยึด ไม่มีหอปาวี - เอกสาร Voyageur มาถึงฝรั่งเศษ - แม่มณี ถูกเรียกตัวมาพิสูจน์เอกสาร - เกิดการเหลื่อมล้ำของเวลา - วนกลับ

ประเด็นคือ เมื่ออดีตถูกเปลี่ยนแล้ว สยามย่อมไม่เคยถูกยึด หอปาวี ย่อมไม่เคยถูกสร้างขึ้น ผมไม่แน่ใจว่า Francois Xavier เขียนบันทุึก Voyageur ขึ้นตอนไหน อาจจะค่อยๆ บันทึกสืบเนื่องกันมา แต่จากความเชื่อมโยงเรื่องไม้เท้า Voyageur น่าจะเชื่อมโยงได้กับเหตุการณ์หลังประวัติศาสตร์ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว นาย Francois Xavier อยู่ในสยามที่ไม่ถูกยึด เพราะกงศุลไม่ตาย ถ้าอย่างนี้ Francois Xavier ย่อมไม่เคยเห็นหอปาวีแน่ๆ เมื่อเป็นอย่างนี้เอกสาร Voyageur จะบันทึกภาพหอปาวีคร่อมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างไร 

และถ้าไม่มี Voyageur เอกสารโบราณจากอดีตที่แปลกประหลาดนั้น แม่มณีในปัจจุบัน จะถูกเรียกตัวไปดูเอกสารนั้นหรือไม่ และถึงได้ดู จะสงสัยจนเอากลับมาขบคิดต่อที่ประเทศไทยหรือไม่ และจะเกิดการเหลื่อมล้ำของเวลาขึ้นอีกหรือเปล่า .....
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 513  เมื่อ 09 มี.ค. 16, 15:33

ชักจะเลือนๆ ไปแล้ว ครับ

             ตอนเปิดเรื่องข้าวของฟรองซัวร์ที่นำมาแสดงก็มีทั้งไม้ตะพดและบันทึกที่มีรูปหอคร่อมเจ้าพระยา
แสดงว่าฟรองซัวร์ได้ผ่านเหตุการณ์(สยามถูกฝรั่งเศสยึด) มาแล้ว นั่นคือเคยมีใคร(แบบแม่มณี) ได้ย้อน
กลับไปอดีตและสร้างเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน
             เมื่อมีการพบบันทึกฟรองซัวร์ ประตูเชื่อมกาลเปิดออก(กระจกแตก) แม่มณีจึงได้ทะลุมิติ-ทวิภพ
ที่ซ้อนกันย้อนกลับไป
             พ่อของแม่มณีจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องราวนี้อยู่แล้ว จะเห็นได้จากคำพูดแบบผู้รู้แต่ไม่เฉลย รอจนตอนจบ
จึงมาเผย, เมื่อพ่อยืนดูรูปถ่ายของแม่มณีคู่หลวงเทพ และพูดถึงเรื่องทวิภพ

                 เมื่อโลกทั้งสองเคลื่อนผ่านแยกจากกัน โลกที่มีบทบาทของตนจะดำเนินต่อไป
                 ช่วงเวลาทวิภพจะมาบรรจบกันอีก บางคนจะได้พบช่องทางผ่าน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 514  เมื่อ 09 มี.ค. 16, 16:30

บันทึกหอคร่อมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกบันทึกลงหีบอยู่มาจนปัจจุบันแล้ว เพื่อให้แม่มณีมาเจอ แล้วกลับไปแก้ไข เอาหอออกไป แต่เอกสารในหีบแก้ไขไม่ได้แล้วจังติดมาถึงตอนนี้
บันทึกการเข้า
สาย สีมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 515  เมื่อ 01 มิ.ย. 16, 00:33

โดยส่วนตัวเป็นคอหนังแต่ไม่ได้เป็น คอทวิภพ หนังเรื่องนี้ผมยกเป็น มาสเตอร์พีชหนังไทยและเป็นหนังดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ สงสารทีมงานมากที่หนังเจ๊ง บ้านเราเลยไม่ค่อยมีหนังดีดีให้ได้ดูกัน เพราะสังคมการดูหนังเราเป็นยังไงไม่รู้ ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน กี่เรื่องแล้ว 15 ค่ำเดือน 11, เหมืองแร่, สตางค์, โหมโรง ( อันนี้เกือบเจ๊ง ),กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ หนังดีดี ทั้งนั้น พอได้มาอ่านกระทู้นี่เข้าใจระดับนึง ไม่ถูกใจบทดั้งเดิม ฉันไม่ดู-หนังไม่ดีไม่สนุก ปากต่อปากไฟลามทุ่ง ผมว่านี้ด้วยส่วนนึง สงสารคนที่ตั้งใจทำงานดีดีออกมา ทำให้คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเลย Bird Man นักวิจารณ์แค่ตวัดปากกา แต่คนทำงานต้องลงไปทั้งชีวิต
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 516  เมื่อ 01 มิ.ย. 16, 15:22

         หนังไทยที่ทำเงินคือ หนังตลก,หนังวัยรุ่นและหนังผี หนังบู๊เคยเป็นที่นิยมแต่ต่อมาก็ต้อง
พ่ายถอยให้กับหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ของต่างชาติซึ่งต้องยอมรับว่าหน้าตาน่าดูกว่ามากด้วยทุน
และงานสร้างเหนือกว่า
         ส่วนหนังดรามา หนังสมองต้องคิด หนังสร้างจากวรรณกรรม ของไทยคงถดถอยน้อยลงๆ
ขนาดหนังดรามาและหนังนอกกระแสของต่างชาติ ถ้าไม่มีออสการ์หรือรางวัลอื่นพ่วงมาก็ยากจะ
หาโรงใหญ่ลง,คงฉายแบบจำกัดโรงและอยู่ไม่นาน
         ทุกวันนี้ หนังไทยคุณภาพจึงหาดูได้ยากมาก ในขณะที่หนังคุณภาพ,หนังนอกกระแสของ
ชาติต่างๆ ยังหาดูได้ในบางโรง,ไม่ยากนัก  
บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 502


ความคิดเห็นที่ 517  เมื่อ 01 มิ.ย. 16, 17:26

ขอแสดงความเห็นในฐานะคนที่ชอบดูหนังคนหนึ่งนะคะ แต่ยอมรับว่าไม่ค่อยดูหนังไทย เพราะรับไม่ได้กับการคัดเลือกตัวแสดงที่ไม่สมกับบทค่ะ ขอยกตัวอย่างเรื่องเด่นๆหลายเรื่อง อย่าง แผลเก่า เวอร์ชั่นล่าสุด ไอ้ขวัญ-อีเรียม แห่งทุ่งบางกะปิหน้าฝรั่งเชียว
ละคร อยู่กับก๋ง เวอร์ชั่นพงษ์พัฒน์ ก๋งก็ไว้ผมยาวออกแนวติ๊ส หลุดจากภาพของก๋งอย่างที่ควรจะเป็น บางเรื่องก็เอาดาราวัยรที่ดังอยู่ในกระแสแสดงเป็นหนุ่มใหญ่นักธุรกิจ 'อีเย็น'เวอร์ชั่นล่าสุดก็เสียงแข็งห้วนท่าทางกระด้าง แทนที่จะน่าสงสาร กลับกลายเป็นน่าสงสัย เพราะดูคล้ายกับนางร้ายที่แผนสูงเสแสร้งแกล้งทำตัวน่าสงสาร

ฝรั่งเค้าคัดตัวแสดงกันได้สมบทบาท ส่วนดาราก็มืออาชีพ พระเอกนางเอกยอมไม่หล่อไม่สวยได้ ขอยกตัวอย่างเรื่อง Time out of Mind ที่ Richard Gere แสดงนำ คนหล่อสุดใจขาดดิ้นขนาดนั้น ยอมรับบทตาแก่จรจัด Gere เล่นได้ดีขนาดตอนถ่ายทำฉากคุ้ยขยะหากองกินอยู่บนถนน ฝูงชนเดินผ่านไปมาไม่มีใครจำเขาได้ นักท่องเที่ยวคนหนึ่งถึงกับยื่นอาหารที่เหลือเก็บใส่ถุงมาจากร้าน ให้เขาด้วยความสงสาร
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 518  เมื่อ 02 มิ.ย. 16, 14:34

            (ว่ากันว่า) หนังไทยต่อยอดสืบสายมาจากลิเก จึงหาความสมจริงได้ยาก
นางเอกเป็นเด็กสลัม,ชาวเขาชาวดอยแต่แต่งหน้าทาปากเขียนคิ้วติดขนตาจัดเต็ม
มาในยุคหลัง, หนังละครไทยจึงพัฒนามีความสมจริงมากขึ้น แต่มรดกชิ้นนี้ก็ยังคง
ปรากฏอยู่ในละครทีวีที่ตัวนางทั้งปวงต่างแต่งหน้าทาปากเข้านอนกันแทบทุกคน
siamdara.co.th


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 519  เมื่อ 02 มิ.ย. 16, 14:40

          การแสดงแต่แรกก็เล่นใหญ่แบบลิเก,ละครเวทีหรือหนังเงียบ ต่อมาจึงค่อยลดลง
ให้พอเหมาะ และมีการเรียนการสอนการแสดงที่ออกมาจากภายใน inside out ที่เรียกว่า
Method Acting กันมากขึ้น ทำให้บางคนไม่ได้"แสดงการแสดง" หากแต่ "เป็น" ตัวละคร
คนนั้น เป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่เท่า"ต้นแบบ" ทางตะวันตกที่นักแสดงบ้านเราบางคน
ยอมรับว่าเรียนรู้ดูจากการแสดงของเขา ในขณะที่หลายรายก็ยังคง"แสดง" กันอยู่
          ส่วนบทหนัง,บทละครมีพัฒนาการดีขึ้นแต่โดยรวมก็ยังห่างจากฝั่งตะวันตกและตะวันออก
บางเรื่อง,บางประเทศ ด้วยข้อจำกัดด้านบุคคลากร,ทุนและ ที่สำคัญคือคนดูบ้านเราเป็นกลุ่มที่
ยังพอใจเสพละคร,หนังเพียงเพื่อความบันเทิง,สะใจ,ใส่อารมณ์ ไม่ต้องคิดมาก ดังนั้นละคร,หนัง
ของบ้านเราจึงวนลูปนำเสนอแต่แนวเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นส่วนใหญ่ ที่แหวก,แตกต่างออกมาก็เรตติ้ง
ไม่ดี ไม่มีคนดู
          สรุปว่าพัฒนาแต่ช้า และหนัง,ละครไทยคุณภาพยังเป็นของหายาก      
gossipstar.mthai.com


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 520  เมื่อ 02 มิ.ย. 16, 15:44

เห็นด้วยกับคุณหมอศิลาค่ะ

วัฒนธรรมลิเก หรือความนิยมในการเสพสิ่งบันเทิงแต่โบราณของไทย  ไม่มีอะไร realistic อยู่แล้ว   พระเอกในลิเก ถึงเดินป่าผจญภัยก็แต่งองค์ทรงเครื่องแพรวพราวไปทั้งตัว      ถ้าจะมองเขยิบขึ้นมาสูงกว่านั้น ไม่ว่าโขน ละครนอกหรือละครใน   ก็ไม่ได้ยึดความสมจริงตามธรรมชาติ   พระรามพระลักษณ์ออกศึกแต่ละที  อาบน้ำแต่งตัวกันหรูหราเป็นเจ้าเป็นนาย สร้อยสังวาลบานพับประดับเต็มตัว    ไม่มีอะไรที่พอจะเทียบได้กับกางเกงลายพรางของทหารเลยสักอย่างเดียว

เมื่ออิทธิพลตะวันตกเข้ามาในรูปหนังโรง และละครหลังข่าวซึ่งความจริงก็ถ่ายแบบหนังน่ะแหละ     จะให้คนไทยลืมรสนิยมเดิมง่ายๆกระไรได้

องค์ชายทั้งหลายที่เคยมาในรูปของพระรามพระลักษณ์ หรือพระสังข์ทอง   ก็เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นท่านชายและคุณชาย   เป็นเจ้าของวังโอ่อ่าเหมือนทำเนียบขาว   ให้คนดูหน้าจอเคลิ้มฝันกันได้เหมือนเดิม
นักแสดงของเราเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เก่ง   ตัวโกงในลิเกถูกกระป๋องน้ำหมากคุณยายเขวี้ยงจากหน้าวิกใส่หัวมาหลายรายแล้ว  โทษฐานโกงตีบทแตก      เคยคุยกับนางเอกลิเกดังคนหนึ่งในยุคนี้  เธอเล่าว่าตัวเองเล่นเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายรังแกลูกเลี้ยง   วิ่งไล่ตบตีกันลงจากวิกมาถึงลานคนดู เพื่อให้สมบทบาท   ผ่านคุณยายคนหนึ่ง ได้ยินเสียงอั้ก  ตามมาด้วยหลังแอ่นเลยค่ะ เพราะคุณยายอินจัด โกรธนางแม่เลี้ยงเลยคว้าไม้ทุบพลั่กเข้าให้บนกลางหลัง    นางเอกลิเกเล่าว่าเธอเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง แต่กล้ำกลืนฝืนไว้เพราะกำลังอยู่ในบท  จะทิ้งบทลงนั่งร้องไห้ไม่ได้   ก็ได้แต่กัดฟันเล่นบท กลับขึ้นวิกตามเดิม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 521  เมื่อ 03 มิ.ย. 16, 10:46

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000055635

  ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาหลายยุคหลายสมัย สำหรับความสมจริงของ "ละครไทย" ตั้งแต่นางเอก เธอจะสวยไปไหน? หน้าเต็มขนตาเด้งแม้เวลาเข้านอน หรือความสมจริงที่ผิดจุดอย่าง "กอด-จูบ-ลูบ-ไซ้" แต่ที่ถูกติงหนักเลยก็คือ ฉากการแพทย์ที่ไม่สมจริง แถมยังผิดหลักการแพทย์ ล่าสุดโดนสวดไป 2 เรื่อง ทั้ง "นางทาส" ที่ถูกจับผิดในฉากคลอดลูก และ "พิรุณพร่ำรัก" กับฉากที่ให้ความรู้ผิดๆ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยกินสารพิษ...
       
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 522  เมื่อ 03 มิ.ย. 16, 17:52

        ถ้าไม่ได้เป็นหนัง,ละครเกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์โดยตรง มักจะมีพลาดเล็ก,พลาดใหญ่ แล้วแต่
ใครจะลงทุนจ้างคนเขียนบทโดยมีแพทย์เป็นที่ปรึกษาหรือไม่ แม้แต่ ซีรี่ส์ดังอย่างเรื่องหมอ House,M.D.
ยังมีคนจับผิดได้ เช่น ในซีรี่ส์บอกว่าโรค toxoplasmosis เกิดจากเชื้อรา,ทั้งที่จริงแล้วเป็นปรสิต นอกจาก
นี้ก็ยังมีการให้การรักษา,การดูแลที่ผิดหลักวิชาการในบางตอน เป็นต้น

        ส่วนที่เคยผ่านตาจากหนังตะวันตกก็ได้แก่ การติดฟิล์มเอ็กซเรย์ปอดกลับข้าง ทำให้หัวใจซึ่งอยู่ด้าน
ซ้ายย้ายมาขวา(แต่ในกรณีอาจแถได้ว่า เป็นฟิล์มของคนไข้พิเศษที่หัวใจอยู่ข้างขวา), กิจกรรมการกู้ชีพ
คนไข้, การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าโดยวาง paddle เพื่อปล่อยพลังงานไฟฟ้าสู่ผู้ป่วยลงบนทรวงอก
ผิดตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อตัวละครเป็นผู้หญิงยิ่งจำต้องผิดเพราะต้องให้เธอสวมเสื้อปกปิดหน้าอกไว้
อย่างในหนังเรื่อง Flatliners ตอนกู้ชีพ Julia Roberts  
(lovedesigner.net)


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10859



ความคิดเห็นที่ 523  เมื่อ 03 มิ.ย. 16, 18:16

เช่น ในซีรี่ส์บอกว่าโรค toxoplasmosis เกิดจากเชื้อรา,ทั้งที่จริงแล้วเป็นปรสิต
จะบอกว่า Toxoplasma gondii ที่ทำให้เกิดโรค toxoplasmosis เป็นปรสิต (parasite) ก็ไม่ผิด แต่คำนี้มีความหมายกว้างกินความตั้งแต่พวกที่อยู่ภายนอกร่างกายเช่น เหา เห็บ หมัด และพวกที่อยู่ในร่างกายเช่นพวกพยาธิต่าง ๆ (helminth) และ สัตว์เซลล์เดียว (protozoa) ถ้าให้ถูกต้องจริง ๆ ควรจะบอกว่า  Toxoplasma gondii นั้นเป็นสัตว์เซลล์เดียว หรือ โปรโตซัว

อยากรู้จักโรคนี้เข้าไปอ่านได้ที่ http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=42

ถ้าอยากจะรู้ลึกกว่านั้นก็ให้อ่านในเรือนไทย http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3296.msg111298#msg111298  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 524  เมื่อ 04 มิ.ย. 16, 09:48

      ไม่ชอบ โปรโตซัว ไม่ไพเราะ,ฟังไม่"ไทยบาลีสันสกฤต" เลยเลี่ยงไปใช้คำ
ปรสิต ที่ชอบ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง